ดูเหมือนว่า ระหว่างอาณาจักรรอร์ตี้กับอาณาจักรเม็ตซ์จะมีความแค้นต่อกัน ดังนั้นชาวรอร์ตี้จึงได้ลงมืออย่างโเี้ไร้ความปรานี
ยอดฝีมือคนนี้ยืนหยัดอยู่บนสนามประลองดาบรอบนี้เป็รอบที่สี่แล้ว
พลานิก เป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรรอร์ตี้
เขาเป็นักดาบรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่ง สวมชุดสีน้ำเงิน ผมยาวปลิวไสว เขาพาดดาบหนักไว้บนไหล่และก้าวเท้าเบาๆ ไปด้านหน้า ท่ามกลางเสียงร้องโห่ร้องจากเหล่านักรบของอาณาจักรรอร์ตี้ด้านหลัง ร่างของเขากะพริบไม่กี่ครั้งก็ปรากฏตัวที่สนามประลองดาบ
ใบหน้าของนักดาบอัจฉริยะรูปหล่อผู้นี้เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง เขาเดินย่ำไปรอบๆ สนามประลองดาบ ประกายแสงสีแดงก่ำราวกับเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นทั่วร่างของเขา ประกายแสงย้อมสนามประลองดาบจนกลายเป็สีแดง ท่ามกลางเปลวไฟ มันก่อตัวเป็รูปดวงดาวขนาดเท่าฝ่ามือห้าดวงหมุนวนรอบตัวนักรบรูปหล่อผู้นี้ ดวงดาวทั้งห้าดวงนี้คล้ายจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่า พลานิกได้เลื่อนระดับเป็นักรบห้าดาวแล้ว
การที่สามารถเข้าสู่ระดับห้าดาวโดยที่อายุยังไม่ถึงสามสิบนั้น ถือได้ว่านักดาบรูปหล่อคนนี้เป็ผู้มีพร์แล้ว
ยิ่งพลังของพลานิกแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไร มันยิ่งสร้างแรงกดดันให้กับอาณาจักรเม็ตซ์มากขึ้นเท่านั้น
เขายืนอยู่บนสนามประลองดาบ มือจับดาบหนักยกขึ้นมาแล้วชี้ตรงไปยังเขตที่พักของอาณาจักรเม็ตซ์ มืออีกข้างก็คว่ำหัวแม่มือลงเป็การท้าทายเหยียดหยามถึงขีดสุด ก่อนจะถุยน้ำลายไปทางที่พักของอาณาจักรเม็ตซ์แล้วใช้เท้าขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มุมปากของเขาแสยะยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยาม ท่าทางอวดดีเป็ที่สุด
ตอนนี้ไม่มียอดฝีมือจากอาณาจักรเม็ตซ์คนไหนกล้าขึ้นไปบนสนามประลองดาบแม้แต่คนเดียว
ในเสียงโห่ร้องที่นำโดยนักรบจากอาณาจักรรอร์ตี้ ทำให้คนดูนับพันที่ล้อมรอบสนามประลองดาบหมายเลขยี่สิบแปดเริ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง มีบางคนร่วมผสมโรงด้วยการเป่าปากเสียงแหลมแสบแก้วหูออกมา
“ข้าไม่ชอบคนคนนี้”
มือเล็กๆ ที่บอบบางของแองเจล่ากุมมือใหญ่ของซุนเฟยไว้แน่น ทันใดนั้น เสียงหวานใสก็ดังขึ้นใกล้ๆ หูของซุนเฟย สาวงามรู้สึกว่า พฤติกรรมที่นักดาบบนสนามประลองดาบแสดงออกมาไม่คู่ควรจะเป็นักรบที่แท้จริง ในจังหวะที่นางเข้ามาชิดใกล้ เส้นผมสีดำใต้ฮู้ดใหญ่ส่งกลิ่นหอมหวานล่องลอยเข้ามาในจมูกของซุนเฟย ความรู้สึกจั๊กจี้ผุดขึ้นมาในใจ
“แน่นอนว่าเ้าไม่สามารถชอบเขาได้ เ้าชอบข้าได้แค่คนเดียวเท่านั้น!” ซุนเฟยยิ้มแล้วบีบมือเล็กอันอ่อนนุ่มของคู่หมั้นเขา
“ไม่ใช่…ข้าหมายถึง เขาอวดดีเกินไป” แองเจล่าบอกเหตุผลด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ
“มีหลายคนพูดว่า ข้าเป็จอมอวดดีเหมือนกันนะ” ซุนเฟยหยอกล้อนางต่อ “งั้นแสดงว่าเ้าก็เกลียดข้าน่ะสิ!”
แองเจล่าตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มือเล็กจะบีบมือใหญ่ของซุนเฟยแน่น
ท่ามกลางฝูงชนที่แออัดและเสียงดัง เสื้อฮู้ดสีดำขนาดใหญ่สวมทับร่างหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก หมวกหลวมๆ ที่มีขนาดใหญ่ คลุมทับส่วนหัว บดบังใบหน้าอยู่สองส่วน พวกเขาไม่กลัวว่าจะมีคนจำหน้าได้ ทั้งสองคนมัวแต่จู๋จี๋กันพลางเขย่ามือที่กุมกันเบาๆ ราวกับหนุ่มสาวที่กำลังอยู่ใน่จีบกันใหม่ๆ หยอกเย้ากันไปมา บรรยากาศรักสีชมพูกระจายออกมา
ซุนเฟยรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปที่โลกเก่า กลับไปใน่ที่ยืนเข้าแถวเคารพธงชาติสมัยมัธยมปลาย แล้วผู้หญิงที่เขาแอบรักมายืนเข้าแถวอยู่ใกล้ๆ โดยที่ไหล่ชิดกันเล็กน้อย ตอนนั้นซุนเฟยจำได้ว่าตัวเองทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น ยืนขาบิดหน้าแดงแปร๊ดอยู่คนเดียว
เพียงแต่ว่า สาวที่ซุนเฟยแอบรักนั้น แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยหันมามองหน้าซุนเฟยเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้ วินาทีนี้! สาวงามราวกับเทพธิดากำลังยืนอยู่ข้างๆ เขา และยังจับมือถือแขนกันอีกด้วย! นับวันซุนเฟยยิ่งรู้สึกว่า สาวงามพิสุทธิ์ข้างกายเขาสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตัวเองเสียอีก
ครั้งแรกที่ซุนเฟยทะลุมิติมาต่างโลก คนแรกที่เขาเห็นก็คือแองเจล่า
ถึงแม้ว่าแต่ไหนแต่ไรมา เขาจะไม่เคยพูดคุยใกล้ชิดกับหญิงสาวคนไหนมาก่อนเลย แต่ซุนเฟยได้สาบานกับตัวเองในใจแล้วว่า จะปกป้องสาวงามข้างกายคนนี้ด้วยชีวิต
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังตกอยู่ในภวังค์ความรักที่หวานชื่น ทันใดนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เสียงร้องเอะอะโวยวายรอบๆ สนามประลองดาบพลันหายไปในพริบตา ทุกคนพากันรีบหุบปากของตัวเองให้สนิท แม้แต่พวกนักรบจากอาณาจักรรอร์ตี้ที่เป็แกนนำโห่ท่ามกลางฝูงชนก็ยังรีบปิดปากของตัวเองแล้วก้มหัวลงต่ำ ไม่กล้าเงยหน้ามองสนามประลองดาบอีกเลย
ซุนเฟยเงยหน้าขึ้นอย่างงงงัน
เขาเห็นเงาร่างหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าหยาบๆ เดินออกมาจากเขตที่พักของอาณาจักรเม็ตซ์
ร่างเงานี้ไม่ได้ดูองอาจและไม่นับว่าสูงใหญ่ ด้านหลังของเขาสะพายดาบขึ้นสนิมธรรมดาๆ ที่มีรูพรุนขนาดเท่าเม็ดถั่วหลายสิบรูกระจายไปทั่วตัวดาบ เขาเดินไปทางสนามประลองดาบทีละก้าว บนร่างของเขาไม่มีแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่แผ่ออกมา แม้แต่เปลวไฟคลื่นพลังก็ไม่มี เขาดูเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง ชายคนนี้เดินขึ้นบันไดสนามประลองอย่างช้าๆ ทีละขั้น
ดูอย่างไรก็เหมือนคนธรรมดาที่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ด้วยซ้ำ
ดาบยาวที่โผล่พ้นด้านหลังของเขาคล้ายกับขวาน และไม่ใช่ดาบที่มีไว้สำหรับฆ่า
แต่ผู้คนนับพันที่ล้อมรอบสนามประลองดาบกลับไม่มีใครสักคนที่กล้าจะปฏิบัติต่อคนคนนี้ในฐานะคนธรรมดา และกล้าคิดว่าดาบผุๆ เล่มนั้นเป็เพียงดาบธรรมดา
เพราะพวกเขาทั้งหมดต่างรู้ดีว่า...บุรุษผู้นั้นเป็ใคร
เพราะพวกเขาทั้งหมดต่างรู้ดีว่า...ดาบนั้นเคยสังหารใครไปบ้าง
ซุนเฟยจ้องเขม็งอยู่สักพัก ก่อนที่ดวงตาจะเป็ประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง เขานึกออกแล้วว่าชายคนนี้เป็ใคร
'หนึ่งดาบ'
บุรุษคนนั้นคือ 'หนึ่งดาบ'
องค์ชายใหญ่แห่งอาณาจักรเม็ตซ์ บุรุษที่ได้รับการยอมรับทั่วทั้งราชอาณาจักรว่า เป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบแห่ง
แม้แต่องค์ชายใหญ่อาร์ชาวินและองค์ชายรองโดมิงเกวซยังพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อจะดึงยอดฝีมือคนนี้เข้ามาเป็พวก
ในการต่อสู้บนยอดเขาตะวันออกที่เมืองแซมบอร์ด หนึ่งคนหนึ่งดาบได้สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนมาแล้ว เพียงเขาสะบัดดาบครั้งเดียวก็มอบความพ่ายแพ้ให้กับนักฆ่าทั้งห้าคนของแม่มดสาวแพรีสได้
ก่อนที่าาแซมบอร์ดจะโผล่ขึ้นมาเป็ดาวดวงใหม่ 'หนึ่งดาบ' คนนี้คือตำนานของอาณาจักรบริวาร
ทุกคนรู้ดีว่าเขาเป็ยอดนักรบผู้เชี่ยวชาญระดับสูง แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าพลังของเขาอยู่ในระดับไหน เพราะทุกครั้งที่ 'หนึ่งดาบ' ลงมือ เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้แล้ว ไม่เคยมีใครเห็นเขาใช้กระบวนท่าโจมตีเป็ครั้งที่สอง และคู่ต่อสู้ของเขาก็ไม่มีใครสามารถรับการโจมตีของเขาได้ ทุกการต่อสู้จะเห็น 'หนึ่งดาบ' ใช้กระบวนท่าเดียวในการโจมตีมาโดยตลอด ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาเป็อย่างไรกันแน่ ด้วยเหตุนี้จึงเป็ที่มาของฉายา 'หนึ่งดาบ' ของเขา
ในที่สุด 'หนึ่งดาบ' คนนั้นก็ขึ้นสนามประลองดาบ
ด้วยชื่อเสียงอันเลื่องลือและตำนานผู้ไร้พ่ายที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ฝูงชนที่อยู่รอบๆ สนามประลองดาบแห่งนี้ ไม่มีใครกล้าโห่ร้องหรือส่งเสียงหัวเราะเยาะใส่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งคนนี้
ซุนเฟยแสยะยิ้ม
เขารู้แล้วว่าผู้ชนะในการแข่งขันรอบนี้เป็ใคร
ในาบนยอดเขาตะวันออก 'หนึ่งดาบ' สามารถทำลายการโจมตีประสานกันระหว่างนักฆ่าที่แข็งแกร่งทั้งสี่คน กับ 'หิมะผู้ซ่อนเร้น' ที่เป็นักรบระดับห้าดาวได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่เ้านักดาบพลานิกอะไรนั่นเป็แค่นักรบระดับห้าดาวขั้นต้น เดิมทีมันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ 'หนึ่งดาบ' อยู่แล้ว
ไม่มีใครคาดคิดว่า สิ่งแรกที่ 'หนึ่งดาบ' ทำหลังจากที่ขึ้นไปบนสนามประลองดาบ กลับไม่ใช่หันดาบใส่คู่ต่อสู้
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ชั่วพริบตาที่ 'หนึ่งดาบ' เคลื่อนไหว คลื่นดาบที่แหลมคมทั้งสิบก็กระจายไปทั่วทุกสารทิศ
“อ๊าก…”
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ฝูงชนพากันตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นศีรษะของคนและเือีกสิบสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในหมู่พวกเขา เืสีแดงฉานย้อมท้องฟ้าไปกว่าครึ่ง
ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงกรีดร้องด้วยความกลัวดังขึ้นมา ฝูงชนพากันแตกหือ รีบหลบออกไปจนเกิดพื้นที่โล่งขึ้นมา
คนที่ถูกตัดหัวล้วนแล้วแต่เป็นักรบจากอาณาจักรรอร์ตี้ที่ปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชน และเป็ตัวชูโรงพาฝูงชนโห่ร้องเมื่อครู่ ชายฉกรรจ์จำนวนสิบหกคนต่างถูกคลื่นดาบตัดหัว มือเท้าของพวกเขายังคงกระตุกเป็ระยะๆ ก่อนที่ร่างจะค่อยๆ ล้มลงกองกับพื้น พื้นดินถูกย้อมด้วยเืสีแดงสดเป็วงกว้าง นักรบทั้งสิบหกคนนี้ต่างเป็นักรบระดับต่ำ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นดาบของ 'หนึ่งดาบ' ไม่มีทางที่พวกเขาจะต้านทานมันได้ พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกฆ่าตายในทันที
ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเืฉุนกึก
ซุนเฟยเห็นสาวงามข้างกายยกมือขึ้นมาปิดจมูกก็ย่นคิ้วเล็กน้อย เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ศพไร้หัวทั้งสิบหกร่างก็ลอยออกไปกองอย่างเป็ระเบียบหน้าเขตที่พักของอาณาจักรรอร์ตี้ คราบเืบนพื้นถูกกำจัดในพริบตา กลิ่นคาวเืฉุนๆ ในอากาศก็ค่อยๆ จางหายไป
บนสนามประลองดาบ ทันใดนั้น 'หนึ่งดาบ' ก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในอก เขาก้มหน้ามองฝูงชนที่อยู่ด้านล่าง กวาดสายตามองเพียงชั่วครู่ก็มาหยุดอยู่ที่ร่างของซุนเฟยและแองเจล่า ดวงตาของเขาเป็ประกายเล็กน้อย ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“อ้อ? เ้าคือหนึ่งดาบ?” พลานิก ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรรอร์ตี้ชักดาบที่พาดไว้บนไหล่ลงมาปักที่พื้น เขาสวมเกราะเบาสีฟ้า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายจ้องเขม็งไปยังคู่ต่อสู้ด้านหน้าพลางหัวเราะเยาะออกมา “คิดว่ามีแค่เ้าเท่านั้นหรือที่มีฝีมือน่าทึ่ง? ดูๆ ไปแล้วก็ไม่เท่าไรเลยนี่น่า ฮึๆๆ ชักดาบมาออกสิวะ ไม่ใช่ว่าไอ้พวกวณิพกมันโม้ไว้ว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าเ้า เพียงดาบเดียวไม่มีสองหรอกหรือ”
จบประโยค พลานิกก็ะเิพลังของตัวเองออกมาอีกครั้ง คลื่นพลังเปลวไฟสีแดงปะทุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่า
“หือ?” ซุนเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าจะทุกอย่างจะเกิดขึ้นในชั่วพริบตา แต่เขากลับสามารถมองออกว่า ที่จู่ๆ นักดาบจากอาณาจักรรอร์ตี้คนนั้นะเิพลังออกมากะทันหัน เป็เพราะลอบกินยาบางอย่างเข้าไป ทำให้พลังในร่างของเขาเกิดปะทุขึ้นมาและสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้ใน่สั้นๆ ซึ่งการกระทำแบบนี้จะส่งผลกระทบบางอย่างในอนาคต ถึงแม้ว่าตอนนี้ซุนเฟยยังไม่เป็นักปรุงยาเต็มตัว แต่เขาก็รู้ข้อเสียของยาพวกนี้ดี
ดูเหมือนว่าเพื่อชัยชนะในครั้งนี้ อาณาจักรรอร์ตี้คงสิ้นเปลืองความคิดไปไม่น้อย
“ฮ่าๆๆๆ 'หนึ่งดาบ' ตำนานของเ้าจะต้องจบลงวันนี้!” พลานิกเดินเข้าไปหาคู่ต่อสู้อย่างช้าๆ ทีละก้าว ในขณะเดียวกันก็โคจรคลื่นพลังในร่างของตัวเองอย่างต่อเนื่อง อัตราความเร็วในการโคจรคลื่นพลังค่อยๆ เร็วขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศที่น่าเกรงขามก็ยิ่งแผ่กระจายออกมา พริบตาเดียวทั้งคนทั้งเปลวไฟก็พลันหายไปจากที่เดิม เหลือเพียงเงารางๆ ที่พุ่งทะยานเข้าไป
---------------------------
