ฉินเหยียนตัดความคิดวุ่นวายออกจากหัว เขาปราดมองไปรอบๆก่อนจะกล่าวถามลอยๆ "ไป๋เฉินและเหวินเทียนอยู่ที่ใด มีผู้ใดพบเห็นพวกเขาหรือไม่?"
แต่ไม่ทันที่เหล่าผู้าุโจะเอ่ยตอบกลับ พลันมีเสียงตอบรับของเด็กชายดังขึ้นอย่างร่าเริง "ท่านพ่อ ข้าและพี่เขยอยู่ที่นี่"
สิ้นสุดเสียงเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งหนึ่งร่างและร่างเล็กหนึ่งร่าง ทั้งสองสวมอาภรณ์สีขาวที่มีใบหน้าแจ่มใสด้วยรอยยิ้มจางๆที่มุมปาก
ทั้งสองคือไป๋เฉินและฉินเหวินเทียนที่ย่างกรายเข้ามาภายในด้วยฝีเท้าไม่เร่งรีบ
ฉินเยว่ฉานเกือบจะร่ำไห้ นางรีบตรงไปโผกอดไป๋เฉินด้วยความเป็กังวล "ไป๋เฉิน ดีจริงๆที่เ้าไม่เป็อะไร"
ไป๋เฉินที่โดนโผกอดอย่างกะทันหันพลันตกตะลึง กลิ่นหอมหวลของดอกลิลลี่ตีเข้าจมูกอย่างฉับพลัน และเขาตอบสนองโดยการสูดลมหายใจเข้าสุดปอด
[อาห์~]
[ฟิน~]
เนินหิมะคู่ใจดุจปุยฝ้ายกดทับหน้าอกแข็งแกร่งของไป๋เฉิน จนร่างกายของเขาร้อนผ่าวด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือแทบลมออกหู
มุมปากของเหล่าผู้าุโที่มองดูอยู่ก็กระตุกอย่างหนัก ฉินเหวินเทียนลอบขยิบตาอย่างลับๆ
ไป๋เฉินที่เผอิญเห็นสายตาฉินเหวินเทียนก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาอย่างลำเค็ญ
ฉินเหยียนที่มองอยู่ไกลๆก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมเสียงดัง "อ่ะแฮ่ม! เ้าคิดว่าพวกเ้าอยู่กันสองคนหรืออย่างไร!?"
ฉินเยว่ฉานสะดุ้งโหยง นางรีบปล่อยไป๋เฉินด้วยรอยแดงฝาดลามไปถึงต้นคอเรียวดุจหงส์
ไป๋เฉินยืนตรงด้วยแววตาเหม่อลอย จู่ๆกลับมีเืกำเดาไหลพรากจากรูจมูกด้วยสีหน้าหื่นกระหาย ด้วยการ 'ซู้ด' เืกำเดาไหลย้อนกลับทางเก่าอย่างฉับพลันเขารีบใช้แขนปาดรอยกำเดาจางๆอย่างเคอะเขิน
เส้นสีดำปรากฏขึ้นหน้าผากของเหล่าผู้าุโโดยไม่ได้ตั้งใจ
ฉินเหยียนระงับอาการอยากจะทุบตีไป๋เฉินให้ตายเสียคามือ
ฉินเฉิงที่ยืนมองบรรยากาศสงบสุขที่กลับคืนมาเพียงยิ้มเล็กยิ้มน้อยก่อนจะกล่าวถามเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ "ไป๋เฉิน ก่อนหน้านี้เ้าไปอยู่ที่ไหนมา?"
ดวงตาของไป๋เฉินหลุดจากภวังค์ เขารีบตอบโดยทันทีราวกับมีการจัดเตรียมไว้แล้ว "ข้าออกไปเดินเล่นเท่านั้นและบังเอิญเจอกับเหวินเทียนจึงได้กลับมาพร้อมกัน"
สีหน้าของไป๋เฉินไม่ปรากฏร่องรอยใดๆให้จับััได้ว่าเขาโกหก
ฉินเฉิงตัดสินใจเข้าใกล้ไป๋เฉินและทำจมูกฟุดฟิดๆราวกับกำลังดมกลิ่นไม่พึงประสงค์
เขากำลังดมกลิ่นโลหิตจากร่างของไป๋เฉินอยู่อย่างเห็นได้ชัด
แต่ทว่าร่างกายของไป๋เฉินมีเพียงกลิ่นหอมของการอาบน้ำเท่านั้น
'หึ่ม! เ้าจิ้งจอกเฒ่า' ไป๋เฉินลอบบ่นอย่างเหยียดหยามภายในใจ '้าจับผิดข้าผู้นี้งั้นรึ? รู้จักข้าน้อยไปเสียแล้ว'
แต่ความสงสัยของฉินเฉิงยังไม่ลดละ ฉินเฉิงเผยรอยยิ้มจริงใจก่อนจะกล่าวว่า "ไป๋เฉิน เ้ารู้ได้อย่างไรว่าฉินฟงและหยางลั่วจะลงมือเช่นนี้? เ้าไปรู้อะไรบางอย่างมาหรือไม่?"
ไป๋เฉินส่ายศีรษะผายมืออธิบายในลักษณะนักวิชาการ "ทั้งหมดเป็เพียงแค่การคาดเดาโดยการนำตัวของข้าไปอยู่ในตำแหน่งของฏเท่านั้น"
ไป๋เฉินได้ผ่านการเรียนรู้วิชาทางเลือกจิตวิทยาั้แ่เริ่มเป็นักฆ่าเมื่ออายุ 14 ปีและวิชาทางเลือกจิตวิทยาเป็วิชาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักฆ่าได้การคาดเดาความคิดล่วงหน้าของเป้าหมาย
ดั่งคำนิยามในเชิง 'ความสามารถทางปัญญา การเข้าใจมุมมอง' และ 'การตอบสนองทางอารมณ์'
หากสามารถคาดเดาอารมณ์และมุมมองได้ด้วยการรวบรวมข้อมูลบุคลิก การวางแผนหลังจากนั้นมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูงเนื่องจากทราบแรงจูงใจล่วงหน้าและทราบสิ่งที่เป้าหมายคิดล่วงหน้า
ดั่งคำสอนที่ว่า 'ไม่รับรู้เพียงด้านเดียว' หรือ 'ไม่ยึดตนเองเป็ศูนย์กลาง' ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็ปัจจัยหนึ่งในตำนานของมฤตยูสีขาวจากโลกที่แล้ว
เมื่อเห็นว่าพวกเขายังคงความสงสัย ไป๋เฉินอธิบายต่อไป "แม้นจะยากเพียงแค่ต้องใช้ระยะเวลาในเรียนรู้ในการอ่านคุณลักษณะทางสีหน้า แววตาและอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็ใครที่เข้าใจคุณลักษณะย่อมมีความได้เปรียบเหนือกว่าในการวางแผนล่วงหน้า"
"โอ้?" แม้นประโยคจะฟังแลดูประหลาดใจ แต่ไม่มีผู้ใดเคยได้ยินคำนิยามที่เป็ทางการเช่นนี้มาก่อน
และแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดเคยเรียนการอ่านจิตวิทยามาก่อน
แต่จู่ๆไป๋เฉินเปล่งวาจาขึ้นมาพลางปราดมองไปทั่ว "ข้ามีบางอย่างที่ยังสงสัย มีผู้ใดสามารถให้คำตอบแก่ข้าได้หรือไม่?"
"โอ้? หลานไป๋เ้าอยากรู้เื่อันใดกัน?" ฉินเฉิงเป็บุคคลแรกที่กล่าวนำ เขามองไปยังไป๋เฉินราวกับผู้ช่วยให้รอด
และได้ใช้คำพูดที่มีความเป็มิตรมากยิ่งขึ้น
ริมฝีปากของไป๋เฉินขดเป็รอยยิ้มลึกๆ "ข้ารู้ดีว่าพวกท่านรู้อยู่แล้วว่าการตัดสินใจเข้าช่วยเหลือบิดาของข้าในครานั้นถูกยุยงโดยฉินฟง แต่ข้ากลับไม่คาดคิดว่าลุงฉินจะตอบรับและตัดสินใจเช่นนั้น... มีผู้าุโท่านใดสามารถให้เหตุผลแก่ข้าได้หรือไม่?"
เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย เหล่าผู้าุโพบว่ามีบางอย่างผิดปกติในคำพูดนั้น!
เมื่อไป๋เฉินกล่าวจบสายตาเย็นะเืของเขาเบือนไปยังฉินเหยียนที่ยืนหน้าซีดอยู่ไม่ไกล ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก "ลุงฉิน แท้จริงแล้วท่านมีจุดประสงค์อะไรในการทำเช่นนั้น? ข้าเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าการทำลายล้างตระกูลไป๋มีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของท่าน"
ทุกคนสะดุ้งเมื่อััได้ถึงความหนาวเย็นที่คืบคลานเข้าปกคลุมบรรยากาศโดยรอบอย่างช้าๆ
บรรยากาศรื่นเริงเมื่อครู่กลับพลิกผันหนักอึ้งในชั่วพริบตา ใบหน้าของฉินเหยียนปรากฏเหงื่อเย็นๆโดยมิอาจกล่าวได้แม้เพียงครึ่งคำ
เมื่อเวลาผ่านไปสิบลมหายใจอย่างเงียบงัน ไป๋เฉินที่เห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นเพียงยิ้มอย่างเรียบเฉยและมิได้ถามสิ่งใดอีกต่อไป
เขาหมุนตัวหันหลังกลับไปประดุจดั่งว่าอารมณ์ของเขายังไม่คงที่
แต่ในขณะที่กำลังจะก้าวออกไปจากห้องโถง ไป๋เฉินกลับหยุดฝีเท้าชั่วครู่และเอ่ยขึ้น "ขณะนี้กองกำลังส่วนใหญ่ของตระกูลหยางได้ตายไปแล้ว แม้นจะมีบางส่วนที่ยังรอดชีวิต แต่นั่นไม่ใช่เื่ยากสำหรับพวกท่าน... และยังมีสิ่งสำคัญที่พวกท่านควรจะกระทำอยู่ เหมืองหยกสีม่วงของตระกูลหยางเป็ตัวทำเงินชั้นดีให้แก่ตระกูล ท่านควรรีบจัดแจงกองกำลังเพื่ออ้างสิทธิ์เหมืองหยกก่อนที่ศัตรูของตระกูลหยางจะเข้ามายึดครองเสียก่อน"
"และอีกอย่างตระกูลที่ตกเป็เหยื่อของฉินิหยวน ขอให้ท่านใช้ทรัพยากรจากเหมืองหยกตรงนั้นส่งมอบให้พวกเขาตามที่เห็นสมควร หากท่านไม่อยากที่จะถูกต่อต้านโดยหลายๆตระกูลในเมืองเทียนหยุน...และหากท่านไม่อยากให้ตระกูลฉินล่มสลายอย่างตระกูลไป๋"
"ในเมื่ออาการของท่านกลับมาหายดีแล้ว ตำแหน่งผู้นำชั่วคราว ข้าขอคืนให้ท่านนับแต่บัดนี้...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" ขณะนี้เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นราวกับกำลังเยาะเย้ยตนเอง
เมื่อกล่าวจบไป๋เฉินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินออกไปด้วยรัศมีและกลิ่นอายที่อ้างว้างและเปล่าเปลี่ยวราวกับมีเพียงเขาอยู่คนเดียวบนโลกที่ว่างเปล่าใบนี้
จนฉินเยว่ฉานอดไม่ได้ที่จะมีน้ำขังในดวงตาเมื่อมองไปยังแผ่นหลังครั้นััได้ถึงความรู้สึกหนักอึ้ง
นางไม่กล้าที่จะตามเขาไป แต่กลับรีบหันกลับมาเอ่ยถามบิดาให้รู้แล้วรู้รอด "ท่านพ่อ เหตุใดในครานั้นท่านจึงตัดสินใจอย่างไม่คิดเช่นนั้น ท่านพอจะบอกกล่าวแก่ข้าได้หรือไม่?"
ร่างกายของฉินเหยียนสั่นสะท้าน เขาแสดงสีหน้าที่ลังเลใจอย่างยิ่ง
ฉินเฉิงเดินเข้ามาใกล้และตักเตือนด้วยการแสดงออกที่เคร่งขรึม "น้องรอง เ้าควรบอกกล่าวและขจัดข้อสงสัยในการตัดสินใจของเ้าได้แล้ว หากไป๋เฉินไม่ช่วยตระกูลในครานี้ไว้คงไม่มีผู้ใดสามารถเดาได้ว่าอนาคตในภายภาคหน้าของตระกูลฉินเป็อย่างไร ั้แ่ยุคสมัยของไป๋หนานเทียน เขาเองก็ช่วยแก้ปัญหาให้เ้ามาโดยตลอด และไป๋เฉินเองก็มีความปรารถนาดีเฉกเช่นเดียวกับไป๋หนานเทียนในขณะนั้น หากเ้าไม่สารภาพเสียตอนนี้ จิตใจของเ้าคงจะไม่สงบสุขแม้นจะตายไปแล้วก็ตาม สิ่งนั้นจะกลายเป็ปีศาจภายในจิตใจที่คอยกัดกินเ้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด"
