จางเหวินลืมตาขึ้นช้า ๆ ราวกับผู้ที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนาน อากาศรอบกายของเขายังคงร้อนระอุ คลื่นพลังที่หลงเหลือจากการทะลวงด่านการบ่มเพาะยังไม่จางหาย เปลวเพลิงสีฟ้าใสลอยวนรอบร่างกายของเขาอย่างเชื่องช้า ไม่รุนแรงเหมือนก่อนหน้า แต่กลับแฝงความน่ากลัวบางอย่างเอาไว้
เขาหลับตาแล้วเริ่มสำรวจร่างกายของตนเอง ร่างกายภายนอกอาจจะดูเหมือนไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไป แต่เมื่อพลังภายในไหลเวียน จางเหวินกลับััได้ชัดเจนว่าร่างกายนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เส้นลมปราณทุกเส้นหนาขึ้น กว้างขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น ราวกับถูกขยายหลายสิบเท่า ตันเถียนภายในไม่ใช่เพียงทะเลพลังอีกต่อไป แต่กลายเป็วังวนน้ำลึกที่ไร้ก้นบึ้งจนพลังิญญาที่ไหลเข้าไปแล้วไม่อาจมองเห็นจุดสิ้นสุดได้
โอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิสิบเม็ด ทำให้เขาก้าวมาถึงระดับนักบุญขั้นที่เก้า
หากเป็ผู้บ่มเพาะทั่วไป เพียงเม็ดที่ 2 ก็อาจะเิร่างตายไปแล้ว แต่เขากลับกินมันต่อเนื่องได้ถึงเก้าเม็ดโดยไม่เกิดอาการต่อต้านแม้แต่น้อย เหตุผลนั้นมาจากร่างศักดิ์สิทธิ์สายน้ำบริสุทธิ์ที่ถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้รองรับพลังของตัวโอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิได้ดีขึ้น แต่จริงๆ มันเป็เพราะโอสถชนิดนี้แท้จริงแล้วไม่ใช่โอสถทะลวงผ่านการบ่มเพาะโดยตรง มันคือโอสถฟื้นฟูระดับจักรพรรดิ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคืนชีพ ซ่อมแซม และหลอมรวมต้นกำเนิดชีวิต
สำหรับผู้ที่อยู่ต่ำกว่านักบุญ มันคือสมบัติที่สามารถผลักดันการบ่มเพาะขึ้นหลายอาณาจักรได้ในคราวเดียว แต่เมื่อก้าวเข้าสู่นักบุญแล้ว กฎของมันกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พลังจำนวนมหาศาลไม่ได้แปรเป็ระดับการบ่มเพาะ หากแต่ไหลซึมเข้าสู่ทุกส่วนของร่างกาย
เส้นลมปราณของเขาถูกขยายขีดจำกัด กระดูกทุกชิ้นถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า การซ้อนทับแต่ละครั้งทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ จนแม้แต่โลหะศักดิ์สิทธิ์ก็ยากจะเทียบได้ เืเนื้อถูกหลอมด้วยพลังเพลิงฟีนิกซ์และวารีบริสุทธิ์ในเวลาเดียวกัน เกิดเป็ความสมดุลที่แทบจะไม่สมเหตุสมผล
ยิ่งเขากินโอสถมากเท่าใด ร่างกายเขากลับยิ่งสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น
จางเหวินสูดลมหายใจยาว เขารู้ดีว่าตนเองได้มาถึงขีดสุดของระดับนักบุญแล้ว หากก้าวต่อไป นั่นจะไม่ใช่เพียงการเพิ่มพลังการบ่มเพาะอีกต่อไป มันเกี่ยวกับความเข้าใจ
แต่เขายกมือขึ้นอีกครั้ง โอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิอีกสิบเม็ดลอยออกมาจากแหวนมิติ พลังเพลิงสีแดงทองภายในเม็ดยาสั่นไหวรุนแรง จางเหวินไม่ลังเล เขากลืนโอสถลงไปทีละเม็ดอย่างช้า ๆ ควบคุมการละลายอย่างสมบูรณ์
เม็ดแรกแตกตัว พลังฟื้นฟูไหลทะลักเข้าสู่ตันเถียน
เม็ดที่สองทำให้แก่นพลังศักดิ์สิทธิ์เริ่มสั่น
เม็ดที่สาม พื้นฐานนักบุญขั้นเก้าเริ่มแตกร้าว
เสียงดังสนั่นก้องภายในร่าง ไม่ใช่เสียงกระดูกแตก แต่คือเสียง ปลดล็อกอาณาจักรการบ่มเพาะ ที่กักขังผู้บ่มเพาะระดับนักบุญเอาไว้เริ่มพังทลาย
แรงกดดันรุนแรงแผ่ออกมาจากร่างเขา พื้นดินรอบตัวแตกร้าวเป็วงกว้าง เมฆบนฟากฟ้าถูกฉีกกระชากออกเป็เส้นยาว พลังฟ้าดินเริ่มไหลย้อนกลับเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเม็ดที่ห้าละลาย ประตูที่มองไม่เห็นก็เปิดออก
พลังศักดิ์สิทธิ์แปรสภาพกลายเป็แรงกดดันของผู้ปกครอง เปลวเพลิงสีฟ้าใสปะทุขึ้นอีกครั้ง มันเคลื่อนไหวรอบร่างกายของเขาอย่างเชื่องช้าแต่ไหลลื่น อ่อนโยนแต่ร้อนแรง
เม็ดที่หก
เม็ดที่เจ็ด
เม็ดที่แปดถูกกลืนลงไป พลังชีวิตจำนวนมหาศาละเิขึ้นภายในร่าง เส้นลมปราณเริ่มขยายตัวอีกครั้ง เสียงแตกร้าวดังสะท้อนอยู่ลึกถึงกระดูก ร่างกายของจางเหวินสั่นสะท้านราวกับกำลังถูกฉีกออกจากภายใน แต่ก่อนที่ความเ็ปจะทันได้ก่อตัว น้ำหลุดพ้น์จำนวน 0.1 ลิตรก็ไหลออกมาจากความว่างเปล่าเข้าสู่ร่างของจางเหวิน
พลังฟื้นฟูอันท่วมท้นหลั่งไหลซ้อนทับกันอย่างบ้าคลั่ง เืในกายของเขาเดือดพล่าน ดวงตาของเขาส่องประกายจ้า พลังศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะลักออกมาราวคลื่นมหาสมุทร จนม่านพลังรอบกายเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
เม็ดที่เก้าถูกกลืนลงไปต่อเนื่อง
ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงฟ้าคำรามดังกึกก้องจากเบื้องบน เมฆดำหมุนวนปกคลุมท้องฟ้า พลังฟ้าดินทั้งหมดราวกับถูกดึงเข้าหาเพียงจุดเดียว แรงกดดันมหาศาลถาโถมลงมาจนพื้นดินรอบข้างแตกร้าวเป็วงกว้าง
และเมื่อเม็ดที่สิบละลายหายไปภายในร่าง เสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง รุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดที่ผ่านมา
ตูมมมม!
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ผ่าลงกลางม่านพลังคลื่นน้ำของจางเหวินอย่างจัง พลังปะทะกันจนเกิดระลอกคลื่นมหาศาล ม่านป้องกันแตกสลายกลายเป็ละอองแสงที่ปิดบังการมองเห็นทั้งหมด ก่อนที่ม่านแสงซึ่งปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดจะถูกเปลวเพลิงภายในร่างเขาเผาผลาญจนมอดไหม้ในพริบตา
กลางอากาศ ร่างของจางเหวินค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น ในสภาพเปลือยเปล่า พลังศักดิ์สิทธิ์มหาศาลพุ่งทะยานออกจากร่างอย่างไม่อาจควบคุมได้ อากาศโดยรอบบิดเบี้ยว กฎฟ้าดินสั่นะเืราวกับไม่อาจยอมรับการมีอยู่ของเขาได้อีกต่อไป
เมื่อทุกอย่างสงบนิ่งลง เสียงสายฟ้าค่อย ๆ จางหาย เมฆดำแยกตัวออก เผยให้เห็นท้องฟ้าใสอีกครั้ง
กลางอากาศนั้น จางเหวินลืมตาขึ้นช้า ๆ
แรงกดดันเพียงลมหายใจเดียว ทำให้พื้นดินด้านล่างยุบตัวลงทันที แต่เขาก็ยังไม่สามารถทะลวงผ่านไปถึงระดับาานักบุญได้
ตอนนี้เขาอยู่ในระดับ าานักบุญครึ่งก้าว… เขายังคงขาดเื่ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎของพลัง ที่จะใช้เป็รากฐานในการก้าวขึ้นไปสู่ระดับาานักบุญ
แต่เขาก็ไม่ได้หยุดแต่เพียงเท่านั้น เขาเริ่มทำการรวบรวมรากฐานการบ่มเพาะก่อนแล้วทำความเข้าใจกฎของน้ำและไฟในทันที
ประตูสู่ าานักบุญ กำลังจะเปิดออก
…..
…..
…..
ขณะเดียวกัน ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล พลังฟ้าดินก็สั่นไหวเช่นกัน
ภายในตำหนักฝึกตน จางหลินนั่งขัดสมาธิอยู่กลางค่ายกลฟื้นฟู เปลวเพลิงฟีนิกซ์สีแดงอมทองหมุนวนรอบร่างกายของอย่างช้า ๆ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่เคยถูกขุดออกเริ่มงอกขึ้นใหม่ทีละชิ้น เสียงแตกละเอียดดังเป็จังหวะ พลังศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ่านจนพลังิญญาที่อยู่ภายในห้องสั่นไหว
การบ่มเพาะของเขาพุ่งจากคนธรรมดามาสู่ ระดับ ิญญาแรกเริ่มขั้นที่เก้าในเวลาอันสั้น ทว่าเขารู้ดี พลังจำนวนมากของโอสถไม่ได้เข้าสู่ร่างเขา
มันถูกดูดกลืนไปสร้างกระดูกศักดิ์สิทธิ์ใหม่ซะส่วนใหญ่… และ
ถูกดูดกลืนโดยแหวนมิติสีดำสนิทที่สวมอยู่บนนิ้วกลางของเขา
แหวนที่ไม่รู้ที่มา ไม่รู้ผู้สร้าง แต่ว่ามันติดตัวเขามาตลอดั้แ่จำความได้ และพี่ชายของเขาก็บอกให้เขาเก็บมันไว้กับตัวเองเสมอ
ขณะเขากำลังตรวจสอบพลัง เสียงฝีอันเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากด้านหน้า
จางหลินเงยหน้ามองพร้อมกับเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจัง
ชายหนุ่มร่างกำยำ ผมดำสั้น ดวงตาคมกริบในชุดคลุมสีทองยืนอยู่ตรงหน้า กลิ่นอายที่ทรงอำนาจแผ่ออกมาอย่างไม่ได้ปิดบัง ข้างกายเขามีสตรีสองนาง คนหนึ่งมีผมสีม่วงและอีกคนมีผมสีแดง ทั้งสองคนมีรูปร่างหน้าตางดงามราวกับสตรีจากภาพวาด
จางหลินไม่ได้ลุกขึ้นเพื่อทำความเคารพ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ
“ศิษย์พี่หวังเถิง ท่านมีธุระอะไรหรือเปล่า ถึงได้เข้ามากะทันหันโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้”
