ใน่เช้าของวันถัดมาหลินรั่วซีแต่งกายในชุดเสื้อและกางเกงขายาวสีดำสนิท ผมสีดำเงาผูกด้วยริบบิ้นสีดำเข้าชุดอย่างง่ายๆ เมื่อป้าหวังเห็นหลินรั่วซีในชุดสีดำล้วนเช่นนี้ก็เกิดลางสังหรณ์บางอย่างขึ้นมา
"คุณหนูจะไปงานศพใครเหรอคะ?”
สีหน้าของหลินรั่วซีอิดโรยเหมือนคนนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ใต้ดวงตามีรอยคล้ำเล็กน้อย เธอเล่าเื่ทั้งหมดให้ป้าหวังโดยไม่ปิดบัง เมื่อป้าหวังทราบเื่ราวทั้งหมด เธอก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เป็เวลานานก่อนจะตั้งสติได้ ป้าหวังพูดขึ้นด้วยสีหน้าซีดเซียว
"ป้าไปกับคุณหนูด้วยนะคะ ในที่สุดนายท่านคุนก็ได้พักผ่อนเสียที เราคนตายไป ความแค้นทั้งหมดก็จบลงไปพร้อมกันด้วย”
เมื่อทานอาหารเช้าอย่างง่ายๆ เสร็จแล้ว หยางเฉินก็พาหลินรั่วซีและป้าหวังมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
หลังจากได้เห็นใบหน้าของหลินคุนในห้องเก็บศพเป็ครั้งสุดท้าย หลินรั่วซีและป้าหวังต่างก็มีใบหน้าที่เศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นหลินรั่วซีจึงเซ็นสัญญาต่างๆ ภายใต้การแนะนำของพยาบาล
ในขณะนั้นเองชายสูงวัยอายุประมาณ 50 ปี สวมชุดกาวน์สีขาวสะอาดก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายของหยางเฉิน "ใช่คุณหลินหรือเปล่าครับ"
หยางเฉินหันไปมองหลินรั่วซีที่พยักหน้าพลางอ่านเอกสารต่อ
"ผมคือหมอที่ดูแลผู้ตาย แซ่เปา ผมมีบางอย่างที่ต้องพูดคุยกับทางญาติ แต่เมื่อคุณหลินยังไม่ว่าง ผมขอคุณกับสามีคุณก็ได้ครับ" หมอเปากล่าว
เมื่อเห็นว่าหลินรั่วซีไม่ออกความคิดเห็นใดๆ หยางเฉินก็เดินตามหมอเปาเข้าไปในห้องทำงาน
หลังจากเข้าไปในห้อง หมอเปาก็พูดขึ้นทันทีว่า "คุณชื่ออะไรเหรอครับ”
"ชื่อหยางเฉิน" หยางเฉินกล่าวหลังจากนั่งลง
หมอเปายิ้มพลางเดินไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง ก่อนจะรินน้ำแร่ธรรมชาติให้หยางเฉินครึ่งแก้ว จากนั้นเขาเปิดลิ้นชักนำเอกสารชุดหนึ่งขึ้นมาส่งให้หยางเฉิน
"มันคืออะไรเหรอครับหมอ"
"นี่คือบันทึกทางการแพทย์น่ะครับ" หมอเปากล่าวขึ้นด้วยแววตาแปลกๆ "เป็บันทึกทางการแพทย์ของผู้ป่วยหลินคุน แต่นี่ไม่ใช่ต้นฉบับ แค่สำเนาหนึ่งชุดเท่านั้น"
"แล้วคุณนำมาให้ผมดูทำไมครับ" หยางเฉินขมวดคิ้วถาม
"คุณลองอ่านดูก่อนสิครับ" หมอเปากล่าว
หยางเฉินหยิบบันทึกทางการแพทย์ขึ้นมาไล่อ่านอย่างช้าๆ และเมื่อเปิดไปหน้าที่สอง ดวงตาพลันเกิดประกายออกมา
"นี่มันหมายความว่าอย่างไร" หยางเฉินหรี่ตาลง เขาจ้องมองใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหมอเปา
"คุณหยาง คุณช่างเป็ผู้ชายที่น่าอิจฉาจริงๆ นะครับ มีภรรยาที่ทั้งสวย ทั้งรวย ผมคิดว่าคุณหยางย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะสามารถหาภรรยาที่เพียบพร้อมขนาดนี้ได้อย่างไร" หมอเปาสรรเสริญ
หยางเฉินหัวเราะกล่าวว่า "คุณ้าอะไรกันแน่”
หมอเปาหัวเราะขึ้นเช่นเดียวกัน "ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่คิดว่า คู่สามีภรรยาที่สมบูรณ์พร้อมอย่างพวกคุณ คงไม่อยากให้คนภายนอกรับรู้เื่นี้สักเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของพวกคุณทั้งสอง และรวมถึงบริษัทด้วย..."
หยางเฉินพอจะรู้เป้าหมายที่แท้จริงของหมอคนนี้แล้ว เขาเลิกคิ้วขึ้นและถามว่า
"งั้นคุณหมอ้าเท่าไหร่ล่ะครับ"
"คุณหยางช่างตรงไปตรงมา ผมล่ะชอบคนอย่างคุณจริงๆ!" หมอเปาหัวเราะยกนิ้วชี้ขึ้นมา "เท่านี้ครับ"
"หนึ่งล้าน?" หยางเฉินถาม
หมอเปาส่ายหัวปฏิเสธ
"สิบล้าน?" หยางเฉินถามด้วยรอยยิ้ม
"แค่สิบล้านจะไปสมกับฐานะของประธานบริษัทอวี้เหล่ยได้อย่างไรล่ะครับ?" หมอเปายิ้มส่ายหัว
หยางเฉินหยิบประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ขึ้นมาโบกพัดเพื่อคลายร้อน
"หมายความว่า คุณ้า 100 ล้าน?"
"แค่ 100 ล้านหยวนคงไม่กระทบกับบริษัทหรอกใช่มั้ยครับ อีกทั้งยังสามารถเก็บรักษาความลับของคุณหลินได้อีกด้วย" หมอเปาแก้มแทบปริ
หยางเฉินไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
"100 ล้าน... แลกกับการเก็บรักษาความลับ อ้า มันคุ้มจริงๆ ด้วย"
"ใช่แล้วครับ มันถูกมาก หากเทียบกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นล่ะก็" หมอเปารำพึงว่า "ผมเห็นคุณหลินกำลังเศร้าอยู่ เลยอยากพูดกับคุณหยางแทน หวังว่าคุณคงจะเข้าใจความหวังดีของผม”
หยางเฉินพยักหน้าเห็นด้วย
หมอเปาเห็นหยางเฉินไม่ได้พูดอะไรออกมา ก็ถามขึ้นว่า "ไม่ทราบว่า คุณตัดสินใจได้หรือยังครับ?"
หยางเฉินตอบอย่างเขินอายว่า "หมอเปาครับ ผมอยากให้เงินร้อยล้านกับหมอใจจะขาด แต่ผมกลับลืมไปเสียสนิทเลยว่าภรรยาของผมเป็คนดูแลเื่เงิน... อ้า ผมไม่สามารถถอนมันออกมาได้จริงๆ"
ใบหน้าของหมอเปาเปลี่ยนเป็บิดเบี้ยวน่าเกลียดทันใด พร้อมเก็บเอกสารกลับเข้าไปในลิ้นชัก
"ดูเหมือนว่าผมจะคุยผิดคน งั้นผมไปคุยกับคุณหลินแทนดีกว่า”
"ผมว่าอย่าดีกว่า” หยางเฉินยิ้มกล่าวอย่างท้อแท้ “เื่เล็กน้อยแค่นี้ ไม่ต้องบอกภรรยาผมหรอกครับ เธอเหนื่อยมามากพอแล้ว"
"หึ" หมอเปากล่าวเยาะเย้ย "นี่ไม่ใช่เื่เล็กๆ ในเมื่อคุณไม่มีเงินให้ผม ก็อย่าทำผมเสียเวลาดีกว่า"
หยางเฉินส่ายหัวและถอนหายใจออกมา "ถึงผมจะไม่มีเงิน แต่ผมก็ยังมีวิธีที่จะให้คุณหมอเก็บความลับนี้ไว้"
หมอเปาขมวดคิ้วถามอย่างสงสัยว่า "วิธีอะไร?"
"อันที่จริงขอแค่คุณตายไป... เื่ทุกอย่างก็จะจบลง" การแสดงออกของหยางเฉินเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน นั่นทำให้หมอเปาสะดุ้งถอยหลังไปสองก้าว!
อย่างไรก็ตามหยางเฉินไม่ปล่อยให้หมอเปาได้ทันทำอะไร! เขาเหยียดนิ้วจี้เข้าไปที่คอหอยของหมอเปา คล้ายดัชนีสุริยัน!
รูปร่างของหมอเปานั้นสูงมาก แต่ด้วยรังสีอำมหิตที่หยางเฉินปล่อยออกมา เข้าครอบคลุมจิตใจของหมอเปาให้ตกอยู่ในความหวาดกลัว!
"อย่าพยายามส่งเสียงจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นคอของคุณอาจจะหายไปจากบ่าก็ได้นะ..." หยางเฉินโน้มตัวเข้าไปเป่าหูของหมอเปาให้เขาเสียวสันหลังเล่นๆ
แต่ความอดทนของหมอเปาก็ดีใช่ย่อย เขาสงบสติอารมณ์ตัวเอง อย่างไรก็ตามเขาเป็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีทางรับมือกับกลิ่นอายแห่งความตายที่หยางเฉินปล่อยออกมาได้
หยางเฉินจับมือของหมอเปาเอาไว้แล้วดึงกระดาษ A4 จากลิ้นชักออกมา ซัดใส่กำแพงโดยพลัน!
"ฉึก!"
หยางเฉินซัดกระดาษคล้ายซัดดาวกระจาย ทำให้หมอเปาอ้าปากค้างดวงตาเบิ่งกว้าง กระทั่งลืมหายใจไปชั่วขณะ!
เขาเคยดูหนังกำลังภายในมาก่อน กระบี่อยู่ที่ใจ เหล่ามือกระบี่ต่างใช้กิ่งไม้ไล่ฟันผู้คนต่างกระบี่เหล็ก ใช้ใบไม้ต่างอาวุธลับ แต่ชายคนนี้กลับสามารถใช้กระดาษเป็อาวุธได้!?
หยางเฉินพอใจมากกับการตอบสนองของหมอเปา
"คุณหมอลองเดาดูมั้ยว่า กระดาษแผ่นต่อไปจะบินไปตรงไหน?"
"คุณหยางอย่า... อย่าฆ่าผมเลย... ผมไม่กล้าเรียกเงินอีกแล้ว ไม่บอกเื่นี้ให้ใครฟังด้วย..." หมอเปาตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรไปยุ่งกับคนคนนี้อีกเด็ดขาด จะมีสิ่งใดสำคัญไปว่าชีวิตของตัวเองอีก!?
หยางเฉินไม่ได้้าจะฆ่าหมอจริงๆ เขาเพียงแต่ใช้วิธีที่ชั่วร้ายเพื่อขจัดความโลภของหมอเท่านั้น
"บันทึกทางการแพทย์ที่คุณมี ถ้าคุณอยากตายล่ะก็ป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ไปเลย ผมจะมอบความตายที่ทรมานที่สุดให้คุณเอง"
หมอเปาหัวเราะคล้ายร้องไห้ รีบกล่าวอย่างรวดเร็ว "ไม่หรอกครับ ผมจะทำลายเอกสารก๊อบปี้ให้หมดภายในวันนี้เลย"
"เยี่ยมมาก... คุณช่างเป็หมอที่ประเสริฐจริงๆ คราวหน้าถ้าผมป่วยแล้วผมจะมาหาคุณก็แล้วกัน" หยางเฉินกะพริบตาปริบๆ ก่อนเดินออกจากห้องหมอเปาไปอย่างสบายๆ
หลังจากออกจากห้องมา หยางเฉินก็มีใบหน้าอึมครึม เขาได้เห็นเนื้อหาในประวัติการรักษาชุดนั้น แน่นอนว่าต้องไม่ให้หลินรั่วซีได้เห็นสิ่งนี้ ไม่อย่างนั้นจะต้องเกิดความโกลาหลอย่างแน่นอน
หยางเฉินตัดสินใจซ่อนสิ่งที่เห็นไว้ในใจ นี่เป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
เมื่อกลับไปถึงห้องที่หลินรั่วซีอยู่ ป้าหวังก็เงยหน้าถามหยางเฉินว่า "คุณหมอคุยอะไรกับคุณชายเหรอคะ?"
หยางเฉินยิ้มกล่าวว่า "ไม่ใช่เื่ร้ายแรงอะไรหรอกครับ แค่พูดคุยเื่ประวัติการรักษา และอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เขาเสียชีวิต"
ป้าหวังพยักหน้าและหันมากล่าวกับหลินรั่วซีว่า "คุณหนูคะ ให้คุณท่านพักผ่อนอย่างสงบเถอะค่ะ"
หลินรั่วซีลุกขึ้นยืน ก้าวเดินไปข้างหน้าหยางเฉิน และกล่าวเสียงค่อยว่า "ขอโทษนะ"
"หืม?"
"คุณเดือดร้อนเพราะเขาั้แ่แรก และบัดนี้เขาก็จากไปแล้ว" หลินรั่วซีกล่าวเสียงเศร้า
หัวใจของหยางเฉินพลันรู้สึกเศร้าหมองไปด้วย แม้หลินคุนจะทำร้ายหลินรั่วซีขนาดไหน แต่ก็เป็ดั่งเช่นหลินจื้อกั๋ว เธอยังคงฟังคำพูดของคนในครอบครัว และต้องแต่งงานกับเขาอย่างทนทุกข์ทรมาน
เมื่อทั้งสามออกจากโรงพยาบาลโทรศัพท์มือถือของหลินรั่วซีก็ดังขึ้น หลินรั่วซีมองไปที่เบอร์โทร ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน หันไปกล่าวกับหยางเฉินว่า
"เป็จิงจิง ครั้งสุดท้ายที่นายพาฉันไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอก็อยู่ที่นั่นด้วย”
หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจ้องมองหลินรั่วซีรับโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี
