บทที่ 2
บ้านแสนอบอุ่น
มู่หลานจัดการกับจานชามกองสุดท้ายจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แสงตะวันด้านนอกเปลี่ยนจากสีทองเป็สีส้มเข้ม บ่งบอกว่าวันอันยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลง นางเช็ดมือจนแห้งสนิทแล้วเดินเข้าไปในร้าน ซึ่งบัดนี้ว่างเปล่าไร้ซึ่งลูกค้า เหลือเพียง "ป้าเหมย" เถ้าแก่เนี้ยร่างท้วมที่กำลังปัดกวาดพื้นอยู่
"เสร็จแล้วหรือมู่หลาน" ป้าเหมยถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง
"เ้าค่ะป้าเหมย เสร็จหมดแล้วเ้าค่ะ" นางตอบเสียงใส
ป้าเหมยพยักหน้า ก่อนจะเดินไปที่ลิ้นชักไม้เก่าๆ แล้วหยิบถุงผ้าใบเล็กออกมา นางเทของในถุงลงบนฝ่ามืออวบๆ ของตนเองอย่างระมัดระวัง ของสิ่งนั้นคือ "หินขาว" จำนวนสิบก้อน
ในโลกแห่งนี้ เงินตราไม่ได้อยู่ในรูปแบบของเหรียญทองแดงหรือเงิน แต่เป็แร่หินิญญาที่สามารถพบได้ในเหมืองลึก แร่หินเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีมูลค่าในตัวเอง แต่ยังเป็วัตถุดิบสำคัญในการหลอมอาวุธ สร้างเครื่องราง หรือแม้กระทั่งใช้เป็แหล่งพลังงานได้อีกด้วย มันจึงกลายเป็สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่น่าเชื่อถือที่สุด
ค่าเงินถูกแบ่งออกเป็สามระดับ หินขาว คือหน่วยที่เล็กที่สุด มักใช้ในการซื้อขายของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อสะสมครบหนึ่งร้อยก้อน จะสามารถแลกเป็ "หินดำ" หนึ่งก้อนได้ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่ามาก และหากสะสมหินดำได้ครบหนึ่งร้อยก้อน ก็จะแลกเป็ "หินทอง" ได้หนึ่งก้อน ซึ่งเป็สิ่งที่คนธรรมดาอย่างมู่หลานไม่เคยแม้แต่จะฝันว่าจะได้ัั
"เอ้านี่... ค่าจ้างของเ้าวันนี้" ป้าเหมยยื่นหินขาวสิบก้อนส่งให้มู่หลาน "นับดูให้ดีล่ะ"
มู่หลานยื่นสองมือออกไปรับอย่างนอบน้อม หินแต่ละก้อนมีขนาดเท่าปลายนิ้วหัวแม่มือ พื้นผิวเรียบเนียนและเย็นเฉียบ มีสีขาวขุ่นราวกับน้ำนม และทอประกายเรืองรองจางๆ ในแสงสลัวของโรงเตี๊ยม นางนับมันอย่างรวดเร็ว... หนึ่ง, สอง, สาม... จนครบสิบก้อนพอดี
"ครบแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณมากนะเ้าคะป้าเหมย" นางโค้งคำนับอย่างสวยงาม ก่อนจะเก็บหินขาวทั้งหมดใส่ลงในถุงผ้าเล็กๆ ที่ผูกติดไว้กับเอวอย่างแ่า นี่คือสมบัติล้ำค่าของนางในวันนี้
"ไปเถอะ รีบกลับบ้านได้แล้ว ค่ำมืดมันอันตราย" ป้าเหมยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตาที่มองมายังเด็กสาวกลับมีความเอ็นดูฉายอยู่จางๆ
"เ้าค่ะ!" มู่หลานรับคำเสียงดังฟังชัด ก่อนจะโค้งให้อีกครั้งแล้ววิ่งออกจากร้านไปทันที
~ ߍ㠾
เป้าหมายของนางชัดเจน... ร้านยาของลุงหวัง!
นางไม่ได้วิ่งกลับบ้านในทันที แต่กลับมุ่งหน้าไปยังอีกฝั่งหนึ่งของชุมชน เท้าเล็กๆ ที่สวมรองเท้าฟางเก่าๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน ระหว่างทางที่นางวิ่งผ่าน มีแต่รอยยิ้มและเสียงทักทายส่งมาให้นางตลอดเส้นทาง เมืองโจวไม่ใช่เมืองที่ใหญ่โตอะไรนัก ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็รู้จักกันดี และไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จักมู่หลาน เด็กสาวกำพร้าที่อาศัยอยู่กับตายายในบ้านหลังเก่าท้ายชุมชน
"อ้าว หนูมู่หลาน จะรีบไปไหนน่ะ!" ลุงไป๋ คนขายผลไม้ที่ตั้งแผงอยู่ข้างทางร้องทัก พร้อมกับยื่นแอปเปิ้ลสีแดงสดให้ "เอาไปกินสิ ลุงให้!"
มู่หลานชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย โค้งหัวขอบคุณอย่างรวดเร็ว "ขอบคุณเ้าค่ะลุงไป๋ แต่ข้าไม่รบกวนดีกว่าเ้าค่ะ! ข้ารีบอยู่!" นางปฏิเสธอย่างนอบน้อมแต่มั่นคง ก่อนจะวิ่งต่อไป
"กลับบ้านดีๆ ล่ะ!" เสียงของลุงไป๋ะโไล่หลังมา
นางวิ่งผ่านป้าจางที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่หน้าบ้าน, ผ่านกลุ่มเด็กๆ ที่กำลังเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนต่างส่งเสียงเรียกชื่อนางด้วยความคุ้นเคย "พี่มู่หลาน!" "มู่หลาน!" ซึ่งนางก็ได้แต่ยิ้มกว้างและพยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น เพราะตอนนี้ทุกวินาทีของนางมีค่า
ในที่สุดนางก็มาถึงหน้าร้านขายยาที่คุ้นเคย กลิ่นสมุนไพรฉุนๆ ลอยออกมาแตะจมูกทันทีที่นางก้าวเข้าไป "ลุงหวังเ้าคะ! ข้ามาซื้อยาเ้าค่ะ!"
ชายวัยกลางคนผู้มีหนวดเคราสีดำแซมขาวเงยหน้าขึ้นจากตำรายาเล่มหนา เขาส่งยิ้มใจดีมาให้ "มาแล้วรึแม่หนู วันนี้อาการของท่านตาท่านยายเป็อย่างไรบ้าง"
"ก็... ทรงๆตัว เ้าค่ะ ยังไออยู่ตลอดเลย" ใบหน้าของมู่หลานสลดลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงอาการป่วยของคนในครอบครัว
"เฮ้อ... โรคคนแก่มันก็แบบนี้แหละนะ" ลุงหวังถอนหายใจ "เอ้า... ยาชุดเดิมใช่หรือไม่ ข้าจัดเตรียมไว้ให้แล้วล่ะ เห็นว่าใกล้จะถึงเวลาที่เ้าต้องมาพอดี" เขายื่นห่อยาที่ทำจากกระดาษสีน้ำตาลสี่ห่อส่งให้นาง "ทั้งหมดแปดหินขาว"
มู่หลานพยักหน้า นางล้วงมือเข้าไปในถุงผ้าที่เอว บรรจงหยิบ หินขาว ออกมาแปดก้อนส่งให้ลุงหวัง เหลือติดตัวอยู่อีกแค่สองก้อนเท่านั้น
"ขอบคุณมากเ้าค่ะลุงหวัง"
"ดูแลท่านตา ท่านยายดีๆ ล่ะ หากมีอะไรขาดเหลือก็มาบอกลุงได้นะ"
"เ้าค่ะ" มู่หลานรับคำ นางเก็บห่อยาใส่ลงในอกเสื้ออย่างดี ก่อนจะโค้งคำนับแล้วรีบวิ่งออกจากร้านไป คราวนี้จุดหมายของนางคือบ้านที่รออยู่จริงๆ เสียที
⊱ ────── {.⋅ ߏᠢ녮} ────── ⊰
นางวิ่งจนพ้นเขตชุมชนที่คึกคัก เข้าสู่เส้นทางดินเล็กๆ ที่ทอดยาวไปยังทุ่งนาท้ายเมือง อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้าไปแล้ว ในที่สุด ที่ปลายสุดของทางเดิน นางก็มองเห็นบ้านหลังเล็กๆ ของตนเองตั้งอยู่อย่างเงียบสงบ
มันเป็บ้านไม้ชั้นเดียวหลังเก่าๆ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหลายสิบปี หลังคามุงด้วยฟางที่บางลงไปมากแล้ว ตัวบ้านดูทรุดโทรมแต่กลับสะอาดสะอ้าน รอบๆ บ้านมีแปลงผักเล็กๆ ที่ท่านตาเคยทำไว้ก่อนจะล้มป่วย มีควันสีขาวจางๆ ลอยออกมาจากปล่องไฟ บ่งบอกว่ามีคนอยู่ข้างใน
มู่หลานผลักประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเข้าไปเบาๆ "ท่านตา ท่านยาย ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ!"
ภาพแรกที่นางเห็นคือชายชราและหญิงชราสองคนกำลังนั่งพิงผนังอยู่บนเตียงไม้เตี้ยๆ ทั้งคู่หันมามองนางด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก "กลับมาแล้วรึหลานรัก" เสียงของท่านยายแหบพร่าและขาดห้วงด้วยอาการไอ
"เหนื่อยหรือไม่" ท่านตาถามต่อ ก่อนจะไอ โครกๆ ออกมาอีกหลายครั้ง
"ไม่เหนื่อยเลยเ้าค่ะ!" มู่หลานส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส นางไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องเป็กังวล "ข้าซื้อยามาให้แล้วนะเ้าคะ เดี๋ยวข้าจะรีบไปต้มให้เลย ส่วนนี่ ข้าเหลือเงินมาสองหินขาวแน่ะ พรุ่งนี้เราซื้อเนื้อมาต้มซุปกันดีไหมเ้าคะ!" นางชูหินขาวสองก้อนที่เหลือให้ดูอย่างภาคภูมิใจ
"ดีๆๆ" ท่านยายพยักหน้าช้าๆ "แต่เ้ากินเยอะๆ นะหลานรัก ทำงานหนักทุกวัน ผอมลงไปมากแล้ว"
"ข้าแข็งแรงดีเ้าค่ะ!"
มู่หลานไม่ได้พูดคุยต่อนานนัก นางรู้ว่าหน้าที่ของตนเองคืออะไร นางเดินไปยังมุมหนึ่งของบ้านซึ่งเป็ส่วนของห้องครัวอย่างคล่องแคล่ว วางห่อยาลงบนโต๊ะ จัดการจุดไฟในเตาเพิ่ม เติมน้ำลงในหม้อดินสำหรับต้มยา ฉีกห่อยาหนึ่งห่อเทสมุนไพรลงไป แล้วยกขึ้นตั้งบนเตาอย่างชำนาญ
จากนั้นนางก็หันไปจัดการกับข้าวของในบ้าน เก็บกวาดจานชามที่กินค้างไว้เมื่อตอนกลางวันไปล้าง กวาดพื้นไม้ที่เริ่มมีฝุ่นเกาะ เช็ดถูทำความสะอาดทุกอย่างเงียบๆ การเคลื่อนไหวของนางดูเป็ธรรมชาติและไม่ติดขัดเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่านี่คืองานที่นางทำอยู่ทุกวันจนเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว
นางหุงข้าว ต้มแกงจืดผักกาดขาวที่เก็บมาจากสวนหลังบ้าน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอาหารและกลิ่นฉุนของยาต้มลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งบ้านหลังเล็กๆ แต่มันกลับเป็กลิ่นที่ทำให้มู่หลานรู้สึกสบายใจที่สุด... กลิ่นของ "บ้าน"
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น นางก็ประคองท่านตาท่านยายให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ ป้อนยาที่ต้มจนได้ที่แล้วให้ทั้งสองคนดื่ม แม้ยาจะขมแต่ทั้งคู่ก็ดื่มมันจนหมดโดยไม่อิดออด จากนั้นนางก็ตักข้าวตักแกงมาป้อนให้ทีละคนอย่างใจเย็น
ภาพของเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่กำลังดูแลชายชราหญิงชราอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยภายใต้แสงตะเกียงริบหรี่ เป็ภาพที่เรียบง่าย แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความผูกพันที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายได้
นี่แหละคือโลกทั้งใบของมู่หลาน... โลกที่แม้จะยากลำบากและไม่ได้มีกินมีใช้อย่างสุขสบาย แต่ก็เป็โลกที่ทำให้นางมีความสุขที่สุดแล้ว...ขอแค่มีข้าวกินท่านตากับท่านยายแข็งแรงก็พอแล้ว
*** ฝากติดตามด้วยนะครับ อ่านบทนำด้วยนะครับ ***
