เมื่อปราการน้ำแข็งด้านนอกถูกศรฝังดวงดาวะเิจนกลายเป็อุโมงค์ขนาดใหญ่ น้ำทะเลที่ก็ไหลทะลักเข้าไป เย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ถูกกระแสคลื่นซัดเข้าไปในอุโมงค์
ด้านนอกปราการน้ำแข็งถูกพลังของศรทะลวงลึกจนปราการน้ำแข็งไม่อาจคงสภาพตัวเองไว้ได้ ทำให้เกิดเป็อุโมงค์ลึกราวห้าสิบเมตรอยู่ใต้ผิวน้ำ ซึ่งระยะห่างของมันอยู่ในวงสำรวจของทีมเหลยิพอดีทำให้พวกเขารับรู้ถึงอุโมงค์นี้ด้วย...
“เป็อาจารย์จริงด้วย”
เย่เฟิงกระชับกอดหลงหว่านเอ๋อร์ ร่างของพวกเขาไหลไปตามกระแสน้ำ หากไม่มีเคล็ดวิชาเต่าัอุดลมปราณ พวกเขาคงไม่อาจมีชีวิตรอดจากกระแสน้ำที่ปั่นป่วนเช่นนี้ได้
แม้เย่เฟิงจะถูกกระแสน้ำซัดหลายครั้งจนรู้สึกมึนงง แต่ชายหนุ่มก็เฝ้าบอกตัวเองว่าต้องประคองสติตัวเองเอาไว้ให้ได้ หลังจากเฝ้าตามหาซูเฟยหยิ่งมานานจนพบว่าเธออยู่หลังชั้นปราการน้ำแข็ง สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกยินดีมาก
ความจริงเย่เฟิงอยากมองเธอให้นานกว่านี้ ทว่าฉับพลันกระแสน้ำที่ปั่นป่วนเกิดเกลียวคลื่นหลายชั้นจนบดบังการมองเห็นของเขา เงาร่างของหญิงสาวในชั้นปราการน้ำแข็งตรงหน้าพลันหายไป
ซ่า! ซ่า!
เพียงไม่นานรูโหว่ขนาดใหญ่ก็ถูกน้ำทะเลเติมเต็มอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ก็ไหลตามกระแสน้ำมาถึงชั้นในสุดของเกาะูเาน้ำแข็ง
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือป้อมปราการน้ำแข็งขนาดใหญ่ มีรูคล้ายรังผึ้ง รูน้ำแข็งเชื่อมต่อกันดูซับซ้อนและกระจายออกไปทุกทิศทาง พื้นที่ครึ่งหนึ่งของป้อมปราการน้ำแข็งจมอยู่ใต้ทะเล ส่วนอีกครึ่งลอยเหนือผิวน้ำกลายเป็เกาะูเาน้ำแข็งในสายตาเ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ
นี่คือป้อมปราการน้ำแข็ง
เย่เฟิงยินดีอย่างยิ่งเมื่อหลงหว่านเอ๋อร์สามารถเจาะทะลวงชั้นปราการน้ำแข็งจนเข้ามาด้านในได้สำเร็จ ด้วยเหตุนี้หากผู้ฝึกวรยุทธ์คนอื่นหรือเ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติบุกเข้ามา แต่ทั่วทุกช่องทางล้วนเต็มไปด้วยน้ำทะเล การเคลื่อนไหวของคนเ่าั้ก็จะด้อยกว่าพวกเขามาก
ในที่สุดเมื่อทุกช่องทางเต็มไปด้วยน้ำทะเล กระแสน้ำที่ปั่นป่วนก็หยุดลง ขณะเดียวกันเย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ก็เริ่มทรงตัวในน้ำได้แล้ว
เย่เฟิงว่ายน้ำเข้าไปใกล้น้ำแข็งชั้นในอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกันแล้วชั้นน้ำแข็งด้านในบางกว่าด้านนอกมาก แต่ละชั้นหนาเพียงสิบเมตร ทั้งยังมีแสงส่องประกายแวววาวออกมา ดังนั้นชายหนุ่มจึงสามารถมองผ่านชั้นน้ำแข็งจนเห็นร่างเงาอันงดงามที่อยู่ใจกลางป้อมปราการน้ำแข็งใต้ทะเลได้ ผมยาวสลวยจนถึงบั้นท้ายและชุดสีขาวพลิ้วไหวไปมา แต่ท่ามกลางความหนาวเหน็บนั้น เขาเห็นได้เพียงเลือนราง
“อาจารย์”
เมื่อเย่เฟิงมั่นใจว่าตนได้พบอาจารย์แล้วก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง เขารีบโคจรพลังชี่โดยไม่ต้องคิด ก่อนกระบี่สีทองจะปรากฏในมือ เย่เฟิงเหวี่ยงกระบี่ใส่ชั้นน้ำแข็งทันที
เคร้ง
ระลอกคลื่นจากพลังงานลึกลับบนชั้นน้ำแข็งกำลังต่อต้านพลังกระบี่ของเย่เฟิง
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
เย่เฟิงไม่ยอมแพ้ เขาใช้กระบี่ฟาดฟันชั้นน้ำแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าต่อให้ออกแรงมากเพียงใด กระบี่สีทองจากแหวนกระบี่ัโบราณก็ไม่อาจทำลายชั้นน้ำแข็งนี้ได้แม้แต่น้อย
“แตกสิ แตกสักทีสิวะ”
เย่เฟิงขบฟันแน่นพร้อมฟาดฟันกระบี่ใส่ชั้นน้ำแข็งไม่หยุด
“เย่เฟิง”
หลงหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างเห็นการกระทำของอีกฝ่ายก็พลันใ หญิงสาวรีบเข้าไปขวางเย่เฟิง เธอไม่้าให้ชายหนุ่มทำสิ่งที่บ้าคลั่งเช่นนี้ ในเมื่อกระบี่ไม่อาจทำลายชั้นน้ำแข็งก็ควรหาวิธีอื่นจะดีกว่า ในเมื่อพวกเขาเจาะชั้นน้ำแข็งด้านนอกที่หนากว่าหกสิบเมตรเข้ามาได้ มันต้องมีวิธีที่ทำให้พวกเขาสามารถเจาะผ่านชั้นน้ำแข็งพวกนี้ไปได้แน่
“อาจารย์อยู่ข้างใน”
เย่เฟิงจับจ้องซูเฟยหยิ่งที่อยู่ใจกลางปราการน้ำแข็งโดยไม่ละสายตา ตอนนี้ภายในหัวของเขามีเพียงเื่ซูเฟยหยิ่งที่อยู่ในชั้นน้ำแข็งตรงหน้า เขาเกลียดชังชั้นน้ำแข็งที่ขวางทางมาก
“ฉันรู้” หลงหว่านเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา ทันใดนั้นเธอโอบรอบคอของชายหนุ่ม ก่อนใบหน้าสวยจะจูบริมฝีปากของเขาอย่างแ่เบา “แต่นายต้องใจเย็นก่อน เราไม่อาจทำลายชั้นน้ำแข็งด้วยวิธีนี้ได้”
สิ่งที่หลงหว่านเอ๋อร์พูดคือความจริง
เหงื่อเย็นไหลทั่วร่างกายของเย่เฟิง ในที่สุดเขาก็สงบใจและลองพิจารณาสถานการณ์ปัจจุบันอย่างรอบคอบ
สถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีนัก
หลังจากผ่านชั้นน้ำแข็งเข้ามาจนถึงป้อมปราการข้างใน คลื่นพลังงานลึกลับที่คอยขัดขวาง ทำให้เย่เฟิงรู้ว่าตนไม่อาจใช้จิตหยั่งรู้ที่นี่ได้ หากเดาไม่ผิด พลังงานลึกลับนี้คงถูกปล่อยออกมาจากน้ำแข็งพันปีแน่ เป็ผลให้เขาใช้จิตหยั่งรู้ไม่ได้ ตอนนี้การรับรู้ของเย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ไม่ต่างจากคนธรรมดา ทั้งคู่ทำได้เพียงใช้ตาเปล่าสำรวจพื้นที่โดยรอบเท่านั้น ความรู้สึกนี้ทำให้ชายหนุ่มอึดอัด เหมือนกับว่าตนกลายเป็คนตาบอดไปแล้ว
แต่นี่ยังไม่ใช่ปัญหา ปัญหาที่แท้จริงคือพลังงานลึกลับนี้ยังสกัดกั้นการเชื่อมต่อจากโลกภายนอกทั้งของเย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์อีกด้วย กล่าวคือตอนนี้หลงหว่านเอ๋อร์ไม่สามารถดูดซับพลังจากดวงดาวเพื่อทำลายชั้นน้ำแข็งได้อีกแล้ว
‘หนึ่ง สอง สาม สี่…’ เย่เฟิงนับชั้นน้ำแข็งจากจุดที่ตนอยู่จนถึงใจกลางปราการน้ำแข็ง ซึ่งมีราวเจ็ดถึงแปดชั้น แม้จะมีชั้นน้ำแข็งกั้นเอาไว้หลายชั้น ชายหนุ่มก็ยังมองเห็นร่างอันงดงามของซูเฟยหยิ่งที่อยู่ภายในได้รางๆ
ในเมื่อทะลวงผ่านชั้นน้ำแข็งนี้ไปไม่ได้ แล้วควรจะทำอย่างไรดี?
เย่เฟิงอาศัยแสงสลัวจากชั้นน้ำแข็งที่ส่องสว่างกวาดตามองโดยรอบ น้ำทะเลที่ไหลเข้ามาตามช่องปราการน้ำแข็งมีอุณหภูมิติดลบหลายสิบองศา แต่ผลจากพลังงานลึกลับกลับทำให้มันยังคงสภาพเป็ของเหลวและไหลเข้ามาจนเต็มเส้นทางของช่องปราการน้ำแข็ง
ช่องภายในปราการน้ำแข็งนอกจากรูโหว่ที่ขยายออกไปทั่วทุกทิศทางแล้ว มันควรจะมีช่องทางอื่นที่สามารถไปยังใจกลางปราการน้ำแข็งได้ เพราะปราการน้ำแข็งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็ผลจากพลังลึกลับของน้ำแข็งพันปีที่ก่อให้เกิดปราการน้ำแข็งนี้ขึ้นมา
สถานการณ์ในตอนนี้ไม่นับว่ามีเส้นทางเสมอไป แม้จะมีหลายเส้นทางแต่ท้ายที่สุดทั้งหมดล้วนเป็ทางตัน
ตอนนี้เย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ไม่อาจใช้จิตหยั่งรู้ได้แล้ว ทำให้พวกเขาไม่อาจตรวจสอบเส้นทางข้างหน้าได้ หากต้องว่ายน้ำเพื่อหาเส้นทางคงมีแต่์เท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาต้องใช้เวลานานแค่ไหน
น้ำทะเลที่หนาวเย็นเช่นนี้ แม้แต่เย่เฟิงและหลงหว่านเอ๋อร์ก็ไม่อาจทนอยู่ได้นานนัก เกล็ดน้ำแข็งบางๆ ก่อตัวที่คิ้วของทั้งคู่ เวลานี้พวกเขาทำได้เพียงอาศัยการโคจรพลังชี่ให้ไหลเวียนทั่วร่างกายเพื่อสร้างความอบอุ่น
นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังทำให้เย่เฟิงประหลาดใจขึ้นมา เพราะั้แ่ที่เข้ามาในช่องน้ำแข็ง พลังฟ้าดินจากบริเวณโดยรอบก็หนาแน่นขึ้นหลายเท่า หากเส้นลมปราณมีขนาดใหญ่มากพอ พวกเขาก็สามารถดูดซับพลังฟ้าดินเหล่านี้เพื่อเพิ่มพลังบ่มเพาะได้หลายปี
แน่นอนว่าพลังฟ้าดินและพลังงานลึกลับจากน้ำแข็งพันปีมาจากแหล่งเดียวกัน หากดูดซับพลังฟ้าดินภายในปราการน้ำแข็งตอนนี้ พวกเขาก็จะไม่สามารถดูดซับพลังฟ้าดินจากน้ำแข็งพันปีที่สามารถเพิ่มพลังบ่มเพาะอย่างน้อยถึงสิบปีได้อีก
จะทำอย่างไรดีล่ะ
“ลองเดินสำรวจรอบๆ กันก่อนเถอะ”
เย่เฟิงมองลึกลงไปยังใจกลางปราการน้ำแข็งใต้ทะเล ดูเหมือนซูเฟยหยิ่งจะถูกแช่แข็งอยู่ตรงใจกลางไม่ขยับเขยื้อน แม้จะมองเห็นได้เพียงเลือนราง แต่ก็เห็นถึงความสง่างามและความงดงามที่ดูเยือกเย็นราวกับดอกบัวหิมะ
ไม่นานทั้งคู่ก็แหวกว่ายไปตามช่องน้ำแข็ง เพื่อหาเส้นทางไปยังใจกลางปราการน้ำแข็งแห่งนี้…