ด้านเซี่ยหลิงเมื่อกลับมาถึงจวนแล้ว พ่อบ้านเกาก็รีบรายงานว่า จิ่นหลาน องค์รักษ์คนสนิทของเขากำลังรอพบเขาอยู่ที่หน้าห้องตำรา เซี่ยหลิงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะรีบตรงไปพบคนของตนในทันที เมื่อมาถึงก็บอกให้จิ่นหลานเข้าไปสนทนากันด้านใน
เมื่อจิ่นหลานเดินเข้ามาด้านในเขาก็มองดูสีหน้าของเ้านายทั้งยังไม่พูดไม่จาอันใดเลยแม้เพียงครึ่งคำ เซี่ยหลิงก็เริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้างแล้ว
"มีอะไรก็รีบพูดมา มัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ ทำไมกัน หรือต้องให้ข้าตบปากก่อนจึงจะยอมพูด!"
จิ่นหลานส่ายหน้าเป็พัลวัน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจบอกทุกอย่างไปตามความจริง
"คือว่า สตรีนามว่าจือจือที่พระองค์ทรงให้ข้าน้อยไปตามสืบความเป็ไปของนาง ยามนี้สืบได้เื่แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อได้ยินชื่อของจวีจื่อหลิง เซี่ยหลิงก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ไหนเ้าลองว่ามาสิ แม่นางน้อยผู้นั้นเป็บุตรสาวตระกูลใด"
"นางมีนามว่าจวีจื่อหลิง เป็บุตรสาวคนโตของใต้เท้าจวี เมื่อสามีปีก่อนได้แต่งงานเป็ฮูหยินของใต้เท้าฉินซึ่งยามนี้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกรมโยธาในราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ"
ฮูหยินของใต้เท้าฉิน?
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยหลิงพลันแข็งกระด้างขึ้นมาในทันที ชายหนุ่มนิ่งงันไปชั่วขณะ ทำเอาจิ่นหลานที่ยืนอยู่ไม่ไกลเริ่มเย็นสันหลังวาบขึ้นมา ทุกครั้งที่องค์ชายสามนิ่งเงียบเช่นนี้ล้วนไม่มีเื่ดีเกิดขึ้น หากไม่มีคนพิการก็ต้องมีคนตายกันไปข้างหนึ่ง
บัดซบ หรือว่าองค์ชายจะสั่งให้เขาไปฉุดเมียชาวบ้าน!
ในหัวของจิ่นหลานมีแต่เื่เหล่านี้เต็มไปหมด เขาไม่อยากจะมองเ้านายตนในแง่ไม่ดี แต่ที่ผ่านมาวีรกรรมขององค์ชายสามล้วนใช่ย่อยเสียที่ไหน ชายหนุ่มทำทุกอย่างตามใจตนเองโดยไม่สนใจใครหน้าไหน มีเพียงเื่เดียวที่ยังไม่เคยทำ นั่นก็คือส่งองค์รักษ์ไปฉุดคร่าเมียชาวบ้านก็เท่านั้น
เซี่ยหลิงนั่งนิ่งไม่เอ่ยวาจาใด ชายหนุ่มครุ่นคิดจนปวดศีรษะ สตรีที่เขาชอบยามนี้กลายเป็เมียชาวบ้านไปแล้วหรืออย่างไร
หัวใจของเขารู้สึกบีบรัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มันเป็ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
หลังจากเงียบงันไปเนิ่นนานเซี่ยหลิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ แล้วเงยหน้าขึ้นพลางบอกกับจิ่นหลาน
"ช่างเถอะ ใช่ว่าข้าจะขาดแคลนสตรีเสียเมื่อไหร่ เช่นนั้นก็ปล่อยนางไปเถอะ"
ปล่อยไป?
จิ่นหลานถึงกับอึ้งงันแทบจะทันที เขาจ้องมองเ้านายตนด้วยสายตาโง่งม เซี่ยหลิงที่เห็นเช่นนั้นก็ตะคอกเสียงดังใส่
"มองหน้าข้าทำไม คิดว่าข้าชั่วช้าถึงขนาดจะสั่งให้เ้าไปฉุดเมียชาวบ้านหรือ ข้าเป็ใคร ข้าคือองค์ชายสามผู้ไม่เคยขาดแคลนสตรีข้างกาย ก็แค่สตรีที่มีสามีแล้วคนหนึ่ง ข้าจะใส่ใจไปทำไมกัน! จิ่นหลาน ข้าว่าเ้าไม่ถูกโบยนานแล้ว ไปรับโทษโบยยี่สิบไม้เดี่ยวนี้!"
จิ่นหลานถึงกับแข้งขาอ่อน รีบตอบอย่างร้อนอกร้อนใจ
"องค์ชายสามโปรดเมตตาด้วย ความจริงแล้วกระหม่อมยังเล่าไม่จบเลยพ่ะย่ะค่ะ หลังจากที่กระหม่อมติดตามนางมาหลายวันก็พบว่าความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้ไม่ใคร่จะดีเท่าใดนัก พวกเขาดูเหมือนกำลังเจรจาข้อตกลงว่าจะหย่าขาดจากกัน อีกทั้งใต้เท้าฉินยังคิดจะส่งภรรยากลับบ้านเดิมด้วยพ่ะย่ะค่ะ ได้ยินว่านางบกพร่องในหน้าที่ภรรยา ใต้เท้าฉินจึงคิดจะหย่ากับนาง"
"กำลังจะหย่ากันอย่างนั้นหรือ?"
"พ่ะย่ะค่ะ"
“ให้ตายเถอะเหตุใดไม่เล่าให้จบทีเดียวเล่า เดี๋ยวจะโดนถีบสักที!”
เซี่ยหลิงด่าไปก็ยิ้มไป ทำเอาจิ่นหลานทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเพราะตามอารมณ์เ้านายไม่ทัน
คนเขาจะหย่าสามี ท่านดีใจปานนั้นเชียวองค์ชายสาม?
"จิ่นหลาน"
"พ่ะย่ะค่ะ"
"เ้าไปจับตาดูสิว่าสองคนนั้นจะหย่ากันเมื่อใด แล้วสืบดูให้ละเอียดว่าแท้จริงแล้วสาเหตุใดกันแน่ที่ทำให้พวกเขาคิดจะหย่ากัน จากนั้นให้รีบมาบอกข้า อ้อ เ้าต้องดูแลความปลอดภัยของน้องจือจือให้ดีด้วยเล่า ข้าเป็ห่วงนาง"
องค์ชายสามเป็ห่วงเมียชาวบ้าน?
จิ่นหลานถึงกับหมดคำจะกล่าว เ้านายคนอื่นล้วนสั่งให้องค์รักษ์ไปทำงานลับ แต่เ้านายของเขากลับสั่งให้องค์รักษ์ไปจับตาดูความปลอดภัยของเมียชาวบ้าน นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
เขาลอบถอนหายใจออกมาอย่างสุดจะทน ก่อนจะพยักหน้ารับคำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อจิ่นหลานออกไปแล้ว เซี่ยหลิงก็ยกมือขึ้นลูบปลายคางของตนพลางครุ่นคิดอย่างหนัก
จวีจื่อหลิงคือบุตรสาวคนโตของใต้เท้าจวีที่ยามนี้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลังหรือนี่
ก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่าเสด็จแม่เคยเปรยๆ กับเขา ว่าอยากให้เขาแต่งงานกับบุตรสาวคนรองของใต้เท้าจวีที่มีนามว่าจวีหลาน หวังให้ตระกูลจวีสนับสนุนเขาอีกแรง ทว่าเขาไม่ชอบจวีหลานเท่าใดนักนางดูจืดชืดเกินไปน่าเบื่อจะตายชัก สู้จวีจื่อหลิงที่หัวรุนแรงไม่ได้
และอีกไม่นานจวีจื่อหลิงก็จะหย่าขาดกับสามีของนางแล้ว นี่์กำลังเข้าข้างเขาชัดๆ
นางเป็หม้ายแล้วอย่างไรเล่า หญิงหม้ายสิดี มีประสบการณ์โชกโชนใครจะว่าไม่ดีกันเล่า!
