หลงเหยียนรู้สึกเป็ปลื้มนักที่ได้กลับมายังตระกูลของตน หากไม่ใช่เพราะตระกูลลั่ว เขาอาจจะอารมณ์ดีมากก็ได้ ถึงอย่างไรก็ยังดีที่กลับมาทัน จึงยังไม่เกิดเื่ร้ายแรงอะไรขึ้น
สายตาอบอุ่นจากทุกคนในตระกูลทำให้หลงเหยียนรู้สึกอุ่นใจเหลือเกิน
“หลงเหยียน ตอนนี้เ้ามีพลังอยู่ในระดับใด”
หลงเหยียนพยักหน้าเบาๆ “ท่านปู่ ตอนนี้ข้ามีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงแล้ว ต่อไป ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกท่านอีก ตอนนี้หลานมีพลังที่แข็งแกร่งมากพอที่จะทำเช่นนั้นได้แล้ว”
หลงเหยียนกล่าวต่อ “สำนักมารถูกข้าทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ผู้นำแห่งสำนักมารก็ตายด้วยน้ำมือของข้าเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ที่เมืองอู่ตี้ ข้าได้เป็ศิษย์ในสำนักตงฟาง ตอนนี้ข้าอาศัยอยู่ในเรือนเหยากวางของสำนักตงฟาง ส่วนท่านแม่เว่ยเวยกับข้าก็เปิดเผยฐานะต่อกันแล้ว อีกอย่างนางก็เล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลงในอดีตให้ข้าฟังจนหมดแล้ว”
หลงเหยียนเล่าเื่ที่ได้ยินมาจากท่านแม่ให้ทุกคนในตระกูลได้รู้พร้อมกัน ปมปริศนามากมายในอดีตก็ได้รับคำตอบในที่สุด ความจริงแล้ว จนถึงตอนนี้ผู้าุโก็ยังเสียใจไม่หายที่ไม่ได้ช่วยเว่ยเวยเอาไว้ในตอนนั้น
หลงเหยียน “ท่านปู่ ท่านพ่อ วางใจเถิด ตอนนี้ไม่มีใครในเรือนเหยากวางทำอะไรข้าได้แล้ว แม้ว่าข้ากับท่านแม่จะไม่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์การเป็แม่ลูกออกไป ถึงอย่างไรข้ามีเ้าสิงโตน้อยอยู่ข้างกาย ไม่ต้องเป็ห่วงเื่อันตรายใดๆ ทั้งนั้น”
ระหว่างนั้น เ้าสิงโตน้อยวิ่งไปหยุดอยู่ข้างกายหลงหยุนฉีด้วยท่าทางน่ารัก และถูกนางอุ้มอย่างอ่อนโยนในที่สุด
ในหายนะของตระกูลหลงอู่ครั้งนี้ หากไม่ได้หลงเหยียนเข้ามาช่วย ป่านนี้เมืองัคงไม่มีตระกูลหลงอยู่แล้ว เพราะหลงเหยียน พวกเขาถึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
พวกเขาพูดคุยกันในโถงรับแขกเป็เวลานาน หลงเหยียนเล่าเื่มากมายในเมืองอู่ตี้ให้คนในตระกูลฟัง เมื่อเล่าถึงฉากที่เสี่ยงอันตราย เขาก็อดนึกย้อนกลับไปใน่เวลานั้นไม่ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนอยู่เหนือความคาดหมายทั้งสิ้น
ตกดึก หลงเหยียนกลับไปยังห้องที่ตนเคยพักอาศัยภายใต้การลาส่งอย่างเป็มิตรของคนทั้งหลาย เขายังคงคุ้นเคยกับทุกสิ่งที่นี่ ทว่าชีวิตในวัยเด็กกลับไม่งดงามเลยสักนิด เพราะยังมีธุระสำคัญที่ต้องกลับไปทำในเมืองอู่ตี้ หลงเหยียนจึงพักอยู่ที่นี่นานๆ ไม่ได้
หลงหลิงเลือกที่จะพักร่วมห้องกับหลงเหยียน ปล่อยให้เ้าสิงโตน้อยเข้าไปพักอยู่อีกห้องเพียงลำพัง ซึ่งนั่นก็ทำให้มันเดือดดาลเหลือจะเอ่ย
โชคยังดีที่มีหยุนฉีคอยอยู่เป็เพื่อนในยามวิกาล ท่านแม่จะให้คนของเมืองอู่ตี้มาปกป้องตระกูลหลงเอง หลงเหยียนจึงค่อนข้างวางใจในเื่นี้ แล้วหลงหลิงเล่า ควรจะทำอย่างไรกับนางดี เพราะเขาจะให้หลงหลิงตามติดไปทุกที่แบบนี้ตลอดไปไม่ได้แน่
ราตรีผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลงเหยียนกับหลงหลิงพูดคุยกันตลอดทั้งคืน พวกเขาผลัดกันเล่าเื่ที่ตนพบเจออย่างละเอียด
“หลงเหยียน เ้ามันบ้าที่สุดเลย คงจะฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่อยู่ไปกะหนุงกะหนิงกับผู้หญิงหลายคนเลยใช่หรือไม่”
“แหะๆ เสี่ยวหลิง ข้าจะทำแบบนั้นได้อย่างไร ข้าไม่ใช่คนแบบนั้นเสียหน่อย”
แม้ทั้งสองจะไม่ได้สารภาพเื่ความรักที่มีต่ออีกฝ่ายออกมา ทว่าทุกการกระทำ หรือแม้แต่ถ้อยคำที่เอ่ยออกมา ต่างก็แฝงไปด้วยความหวังดีต่ออีกฝ่าย เหมือนพวกเขามีเื่มากมายที่อยากจะเล่าให้อีกฝ่ายฟัง ซึ่งไม่ว่าจะเล่าเท่าไรก็ไม่มีวันหมดลงอย่างไรอย่างนั้น
วันต่อมา หลงเหยียนบอกทุกคนว่าตนต้องกลับแล้ว เื่นี้ทำให้คนในตระกูลหลงเสียดายเป็อย่างมาก ถึงอย่างไรหลงเหยียนเคยสาบานกับตัวเองเอาไว้ว่าจะประสบความสำเร็จให้จงได้ เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะให้คนในตระกูลหลงย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองหยุนจงแทน และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่หลงเหยียนต้องเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าเป็ศิษย์ชั้นใน
“ท่านปู่ วางใจเถิด ข้าต้องพาพวกท่านไปอยู่ที่เมืองหยุนจงให้จงได้ ที่นั่นมีท่านแม่คอยช่วยอยู่ทั้งคน ต่อให้ข้าจะได้เป็ศิษย์ชั้นในของตระกูลอู่ตี้ ข้างนอกก็ยังมีท่านแม่ที่ช่วยดูแลตระกูลหลงอยู่ แบบนั้นข้าก็จะวางใจได้มากขึ้นด้วย”
เขาพูดด้วยใบหน้าอ่อนโยน เมื่อได้ยินว่าหลงเหยียนจะไป หยุนฉีก็พุ่งเข้ามากอดหลงเหยียนแน่นโดยไม่สนว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร
“พี่หลงเหยียน ข้าคิดถึงท่าน คิดถึงท่านมากจริงๆ อย่าไปเลย ข้าไม่ให้ท่านไป”
“หยุนฉี เด็กดี วางใจเถิด หากพี่กลับมาครั้งต่อไป นั่นก็ถึงเวลาที่เ้าต้องไปยังเมืองหยุนจงกับพี่แล้ว”
ชื่อเสียงของหลงเหยียนดึงดูดทุกคนในเมืองัได้อย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างมารวมตัวกัน เพราะชายที่เต็มไปด้วยตำนานอย่างหลงเหยียน ถือเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่และสูงส่งมากในสายตาของพวกเขา
ก่อนจากไป หลงเหยียนเดินทางไปที่สุสานของหลงเซ่าโหยว ในการไล่ล่าจากสำนักมารในครั้งนี้ คนเดียวในตระกูลหลงอู่ที่เสียชีวิตลงก็คือหลงเซ่าโหยว ลูกชายของท่านลุงใหญ่ หลงห้าวนั่นเอง
“ท่านลุง พี่ใหญ่ พวกท่านอย่าเสียใจจนเกินไปเลย ข้าแก้แค้นให้เซ่าโหยวแล้ว วางใจเถิด ยังมีท่านพ่อกับท่านปู่อยู่เป็เพื่อนพวกท่านเสมอ”
บรรยากาศเศร้าหมองเล็กน้อย ก่อนหลงเหยียนจากไป เขาทิ้งทรัพย์สิน เงินทอง และเคล็ดวิชาต่างๆ จำนวนมากให้แก่ตระกูลหลง มันเป็ของที่ได้จากการสังหารและ่ชิงมาจากผู้ฝึกพลังคนอื่นๆ ใน่ที่ผ่านมา นี่ถือเป็สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าทรัพย์สินเงินทองเสียอีก เพราะมันสามารถทำให้ผู้ฝึกพลังคนอื่นๆ ในตระกูลหลงอู่ได้รับการพัฒนาจนสามารถยกระดับพลังขึ้นไปอีกขั้นได้เลยทีเดียว ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลต่อพวกเขาไปตลอดชีวิต
ที่เมืองั ภายใต้การส่งลาจากผู้คนมากมาย หลงเหยียน หลงหลิง กับเ้าสิงโตน้อย สองคนหนึ่งสิงโตก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองอู่ตี้อีกครั้ง ครั้งนี้ หลงเหยียนจากไปด้วยความสบายใจอย่างแท้จริง
เพราะตอนนี้ ไม่มีอันตรายใดๆ ให้คอยเป็ห่วงแล้ว...
“เสี่ยวหลิง อีกเดี๋ยวข้าจะพาเ้าไปพบกับเพื่อนของข้าสักหน่อย!”
“ผู้ใด!”
“ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ข้าช่วยเอาไว้ในเนินดารา ไม่รู้ว่าตอนนี้อาการาเ็ของเขาเป็อย่างไรบ้าง”
เ้าสิงโตน้อยอยู่ในร่างมนุษย์ สมาชิกในการเดินทางครั้งนี้จึงกลายเป็ชายหนุ่มรูปร่างหล่อเหลาสองคนกับหญิงสาวที่งดงามราวกับเทพธิดาอีกหนึ่งคน ซึ่งทั้งสามสามารถดึงดูดสายตาของทุกคนที่เดินผ่านได้อย่างสิ้นเชิง
หลงเหยียนกับพรรคพวกเดินทางกันอย่างใจเย็น ไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วจนเกินไป หนึ่งวันต่อมา ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ทั้งสามเดินทางมายังโรงเตี๊ยมที่มีนามว่าถิงหยุนในเนินดาราอีกครั้ง เมื่อเสี่ยวเอ้อในร้านได้พบกับหลงเหยียนอีกครั้งก็รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“นี่มัน... เ้าหนุ่มนี่เป็ผีหรือไร เหตุใดถึงยังมีชีวิตอยู่ได้” เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมแทบจะปัสสาวะราดเมื่อได้เห็นหน้าของหลงเหยียน
เพราะในเนินดารา มีคนมากมายที่รู้ว่าพ่อหนุ่มคนนี้ก็คือคนที่เคยมีเื่บาดหมางกับตระกูลลั่วเพราะฉินเซียน ทั้งยังสังหารลั่วซางในเมืองอู่ตี้อีกด้วย
ยอดฝีมือนับสิบจากตระกูลลั่วเดินทางไปยังเมืองัเพื่อฆ่าล้างตระกูลของเ้าหนุ่มคนนี้ ดังนั้นเมื่อได้มาเจอหลงเหยียนอีกครั้ง จะไม่ให้พวกเขาใได้อย่างไร
“มานี่สิ แล้วข้าจะบอกให้ ว่าั้แ่วันนี้เป็ต้นไป พวกเ้าจะไม่เจอคนตระกูลลั่วที่นี่อีกแล้ว เพราะพวกเขาตายกันหมดแล้ว เนินดาราของพวกเ้าควรแต่งตั้งเ้าเมืองคนใหม่โดยเร็ว แต่ไม่ว่าในอนาคตใครจะได้เห็นเ้าเมือง ก็ต้องเที่ยงธรรมและประพฤติดีอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้น ข้าจะกลับมาอีกแน่ รีบๆ เตรียมอาหารกับสุรามาให้ข้า จากนั้นก็ไปเปิดห้องชั้นดีอีกสองห้อง ไม่เช่นนั้น...”
หลงเหยียนไม่อยากเปลืองน้ำลายกับเขาอีก จึงพูดด้วยน้ำเสียงแกมข่มขู่
ตกดึก หลงเหยียนนั่งขัดสมาธิแล้วนำลูกแก้ววิเศษออกมาจากร่างกาย หลงเหยียนมีความรู้มากมาย ทว่ากลับไม่เคยเห็นลูกแก้วนี้มาก่อน แม้แต่เ้าสิงโตน้อยก็ยังไม่รู้เลยว่าลูกแก้วนี้มีพลังวิเศษอย่างไรกันแน่ เขารู้แค่ว่าในนั้นมีกลิ่นอายของพลังัจากยุคอดีตกาลเท่านั้น
“ลูกแก้ว... ลูกแก้วแห่งัอย่างนั้นหรือ?” หลงหลิงชิงลูกแก้วมาจับเอาไว้ นางมองสำรวจลูกแก้วอย่างละเอียด และไม่นานก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อหลงเหยียนพยักหน้าเบาๆ
“ถูกแล้ว นี่เป็ลูกแก้วแห่งั พวกเ้าไปได้มาอย่างไร?”
หลงเหยียนเล่าเื่าระหว่างตนกับผู้นำแห่งสำนักมารให้หลงหลิงฟัง เล่าว่าเ้าสิงโตน้อยฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ระวัง แอบขโมยลูกแก้วนี้ออกมานั่นเอง
ทว่าหลงเหยียนเคยเห็นผู้นำแห่งสำนักมารใช้ลูกแก้วนี้เพื่อดูดพลังิญญาของดวงิญญาทั้งหลายในไหสุราที่หลังเขา และใช้พลังเ่าั้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งแก่ตนเองอีกด้วย เกรงว่าทั้งหมดนี้คงจะเป็ความสามารถพิเศษของลูกแก้วลูกนี้กระมัง
“บ้านนอกจริงๆ พวกเ้าจะไปรู้อะไร เ้าสิงโตน้อย เ้าเป็ปีศาจอสูรมิใช่หรือ? หรือว่าแม้แต่เื่นี้เ้าก็ลืมไปแล้ว”
หลงหลิงมองคนทั้งสองครู่หนึ่ง ก่อนจะกลอกตาใส่แล้วพูดต่อ “ในยุคอดีตกาล ตอนที่ันับล้านตัวแก่งแย่งฆ่าฟันกัน หัวหน้าเผ่าแห่งเผ่าัพิศุทธ์หรือก็คือัเขียวที่เป็ผู้นำของเผ่าทั้งหลาย ควรได้ขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์แห่งเทพัเป็คนแรก ทว่าต่อมา ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อยู่ๆ ก็มีคนลุกขึ้นมาต่อต้านเขาเสียก่อน”
“ัเขียวตัวนั้นถูกบีบจนต้องะเิตัวเองและสิ้นใจลงในที่สุด ั้แ่นั้นเป็ต้นมา ิญญาักับร่างกายขนาดใหญ่ของมันก็แตกกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของโลกมนุษย์ กลายเป็ชิ้นส่วนแห่งดวงิญญาันับหมื่นนับล้านดวง โชคยังดีที่เขายังมีัอีกหกตนซึ่งเป็ลูกน้องคนสนิทที่ภักดีกับเขา ัหกตนนั้นเป็ัที่แข็งแกร่งจนสามารถปกครองโลกทั้งใบได้เลยทีเดียว”
--------------------
