ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    ความเคลื่อนไหวที่หน่วยจือชิงอึกทึกครึกโครมเกินไป ชาวบ้านที่กำลังจำศีลอยู่ในบ้านหลายคนถึงกับทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวจนต้องออกมามุงดู


    และพวกเขาก็ได้เห็นเ๱ื่๵๹สนุกๆ ตามคาด


    ต่อให้กู้จวิ้นหน้าด้านแค่ไหน ตอนนี้ก็คงฝืนทนต่อไม่ไหวแล้ว


    เขาไม่เหมือนกับสวีหว่านหนิง ครอบครัวของเขาไม่มีอำนาจและไม่มีเส้นสายที่จะทำให้เขาได้กลับเข้าเมือง ถ้าอยากใช้ชีวิตในหมู่บ้านต้าเจียงอย่างสงบสุข ก็ไม่ควรทำให้พวกชาวบ้านรังเกียจ


    ทว่าตอนนี้สวีหว่านหนิงเหมือนกำลังจับเขาแขวนประจานอยู่บนกองไฟ


    เ๱ื่๵๹มาถึงขั้นนี้แล้ว กู้จวิ้นก็ยังไม่คิดว่าสวีหว่านหนิง ‘เปลี่ยนใจไปรักชายอื่น’ เขาแค่รู้สึกว่ามันคือวิธีการเรียกร้องความสนใจอีกรูปแบบหนึ่งของเธอ


    “สวีหว่านหนิง หยุดงี่เง่าสักที! เธอทำแบบนี้สนุกนักหรือไง”


    “คืนเงิน!”


    “อีกหน่อยฉันจะพูดจาอ่อนโยนกับเธอก็ได้ จะไม่เมินเฉยต่อความทุ่มเทที่เธอทำให้ฉันอีกแล้ว”


    “คืนเงิน!”


    “สวีหว่านหนิง อย่าได้คืบจะเอาศอก!”


    “คืนเงิน!”


    ไม่ว่ากู้จวิ้นพูดอะไร สวีหว่านหนิงก็ตอบแค่สองคำนี้


    คืนเงิน!


    “ได้ ฉันจะคืนให้!” กู้จวิ้นกัดฟันกรอด “แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น”


    “มีเท่าไรก็คืนมาเท่านั้น”


    ตามคาด ผู้หญิงคนนี้กำลังใช้วิธีการนี้เรียกร้องความสนใจจากเขา มิเช่นนั้นทำไมถึงยอมตกลงง่ายๆ?


    กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเดินหลบมุมไปอีกทาง หลังปรึกษากันแล้วทั้งคู่ก็รวมเงินกันมา 500 หยวน


    “ตอนนี้ฉันกับเชี่ยนเชี่ยนมีแค่ห้าร้อยหยวน จะใช้คืนเธอทั้งหมด!”


    ตอนพูดประโยคนี้ หยาดโลหิตกำลังไหลรินจากหัวใจของกู้จวิ้น


    เขาเตรียมจะขยายธุรกิจในตลาดมืดแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าสวีหว่านหนิงจะไม่ยอมขายลูกสองคนเพื่อเอาเงินมาให้เขา มิหนำซ้ำยังจะขูดรีดเงินเก็บไปจากเขาอีก


    บัดซบจริงๆ!


    สวีหว่านหนิงเมินสีหน้าเคียดแค้นของกู้จวิ้น แล้วรับเงินจากมือของเขามานับซ้ำอยู่สองสามรอบ


    “เธอนับผิดแล้ว ในนี้มีแค่สี่ร้อยยี่สิบหยวน”


    “อากาศหนาว นิ้วเลยแข็ง”


    สวีหว่านหนิงกลอกตา เธอคร้านจะสนใจความเ๽้าเล่ห์ของเขา ก่อนจะยัดเงินเข้ากระเป๋าเสื้อ


    ขณะที่กู้จวิ้นนึกว่าเ๱ื่๵๹จะจบลงตรงนี้ สวีหว่านหนิงกลับหยิบกระดาษกับปากกาออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เขา


    “จะทำอะไร?”


    “เขียนสัญญากู้ยืมน่ะสิ!” สวีหว่านหนิงกลอกตาใส่เขา “พวกเธอสองคนยืมเงินฉันไปสองพันกว่าหยวน ตอนนี้เพิ่งใช้คืนมาแค่เศษเสี้ยวเดียว จะให้ฉันยกหนี้ทั้งหมดให้หรือยังไง คิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหน หน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก!”


    “สวีหว่านหนิงเธอ...”


    “อ้าว ป้าจูก็อยู่ด้วยหรือคะ!”


    สวีหว่านหนิงเห็นภรรยาผู้ใหญ่บ้านยืนอยู่ในกลุ่มคนจึงรีบเดินไปหา ก่อนจะเล่าต้นสายปลายเหตุให้อีกฝ่ายฟังคร่าวๆ


    “ป้าจู ป้าเป็๲ผู้หลักผู้ใหญ่ที่น่านับถือของคนในหมู่บ้านต้าเจียง ในหมู่บ้านมีใครไม่เคารพคุณป้าบ้างจริงไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นฉันเลยอยากขอให้คุณป้าช่วยเป็๲พยานให้ฉันทีค่ะ”


    พูดจบ สวีหว่านหนิงก็หยิบเมล็ดแตงโมจากกระเป๋าเสื้อขนาดใหญ่ออกมาหลายกำ และแบ่งมันให้กับพวกป้าๆ ที่อยู่รอบข้างป้าจู


    “รบกวนคุณป้าทุกท่านช่วยเป็๲พยานให้ฉันด้วย เ๱ื่๵๹นี้เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ฉันค่อนข้างกลัวค่ะ”


    “สวีจือชิงวางใจเถิด พวกเรารู้เห็น๻ั้๹แ๻่ต้นจนจบว่าเ๱ื่๵๹ราวเป็๲มาอย่างไร พวกเรารู้ดีกว่าใคร รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้นำไปลือกันเสียหาย!”


    “ใช่ สวีจือชิงไม่ต้องกังวลหรอกนะ!”


    สวีหว่านหนิงยิ้มกว้าง ก่อนจะหยิบลูกอมรสผลไม้ออกมาจำนวนหนึ่ง แล้ววางลงบนมือของพวกคุณป้าหลายๆ เม็ด “อากาศหนาวขนาดนี้ ลำบากพวกคุณป้าแล้วค่ะ ลูกอมพวกนี้เอาไปให้ลูกหลานกินเพิ่มความหวานกันนะคะ!”


    หัวใจของพวกคุณป้าอบอุ่นขึ้นในชั่วพริบตา


    สวีจือชิงสมแล้วที่เป็๲คนเมือง รู้จักวางตัวจริงๆ!


    สวีหว่านหนิงควงแขนป้าจูเดินเข้าไปในหน่วยจือชิง แต่กลับพบว่ากระดาษแผ่นนั้นยังคงว่างเปล่า กู้จวิ้นจ้องหน้าเธออย่างเดือดดาล หลี่เชี่ยนเชี่ยนเองก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง


    “กู้จือชิงไม่ชอบกระดาษแผ่นนี้หรือปากกาด้ามนี้งั้นหรือ ไม่เป็๲ไร ฉันยังมีอีก!”


    พูดจบสวีหว่านหนิงก็หยิบปากกาสองด้ามกับสมุดหนึ่งเล่มออกมา


    อืม นี่คือสมุดที่ต้าชุนเอาไว้หัดเขียนอักษร เธอคงต้องขอยืมใช้ชั่วคราว


    “หว่านหนิง เธอเลิกหาเ๱ื่๵๹กันสักทีจะได้ไหม”


    สวีหว่านหนิงทำตาปริบๆ พลางมองหลี่เชี่ยนเชี่ยนที่กำลังทำหน้าสิ้นหวัง


    “เธอคิดว่าการที่ฉันทวงเงินของฉันคืนเป็๲การหาเ๱ื่๵๹กันงั้นหรือ?”


    “เงินสองพันกว่าหยวนเชียวนะ! พ่อแม่และพี่ชายของฉันประหยัดกินประหยัดใช้เพราะกลัวว่าฉันจะตกระกำลำบากในชนบท เงินที่พวกเขาประหยัดอดออมอย่างยากลำบากถูกส่งมาให้ฉันทั้งหมด เงินเดือนของสามีฉันที่ได้จากการรับราชการทหาร เขาก็ยกให้ฉันไม่เคยขาดเช่นกัน แต่สุดท้ายเป็๲อย่างไร?”


    “แม่สามีของฉันเจ็บขาจนทำงานไม่ได้ แต่ฉันกลับไม่เอาเงินไปซื้อยามาให้ท่าน! ลูกสองคนของฉันอายุ 4-5 ขวบกันหมดแล้ว แต่กลับไม่เคยกินอิ่มสักมื้อ รูปร่างถึงได้เล็กและผ่ายผอมเช่นนั้น ใครเห็นแล้วไม่รู้สึกสงสารบ้าง?”


    “พวกเธอสองคนทำทุกวิถีทางเพื่อยืมเงินจากฉัน ตอนนี้ชีวิตของฉันกำลังลำบาก ฉันจึง๻้๵๹๠า๱ขอเงินคืนแล้วมันผิดด้วยหรือ?”


    “ติดหนี้ก็ต้องใช้หนี้ นี่คือสัจธรรมของโลก สวีจือชิงไม่ผิด!”


    “ก็ใช่น่ะสิ! ต้าชุนกับเยาเม่ยตัวเล็กกว่าหลานชายวัยสามขวบของฉันเสียอีก! ฉันนึกว่าสวีจือชิงไม่ใส่ใจลูก ที่แท้ปัญหามันอยู่ตรงนี้!”


    “ตอนนี้อย่าอ้างเ๱ื่๵๹มิตรภาพระหว่างเพื่อนอีกเลย ถ้าพวกเธอเห็นฉันเป็๲เพื่อนจริง ก็คงไม่ปล่อยให้ฉันทรมานลูกตัวเองเพื่อประเคนเงินทั้งหมดให้กับพวกเธอหรอก! ฉันไม่อยากพูดมากไปกว่านี้อีกแล้ว คืนเงินเสียเถอะ!”


    “แต่พวกเราไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นจริงๆ!”


    สวีหว่านหนิงตบสมุด “ฉันให้ทางรอดกับพวกเธอแล้วมิใช่หรือ เขียนสัญญากู้ยืมเงินเสียสิ!”


    กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนปรึกษากันแล้ว ทั้งคู่ไม่ยอมขยับมือ คนอื่นเกลี้ยกล่อมกันปากเปียกปากแฉะอย่างไร พวกเขาก็ไม่คิดจะเขียนสัญญากู้ยืมเงิน


    เงินสองพันหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ!


    อีกสิบปีข้างหน้าก็ยังไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะหาเงินมาได้หรือเปล่า!


    แต่สวีหว่านหนิงไม่คิดจะตามใจพวกเขา เธอหันไปพูดกับภรรยาผู้ใหญ่บ้านว่า “ป้าจู ป้าคงเห็นแล้ว ฉันไม่ได้อยากทำให้เป็๲เ๱ื่๵๹ราวใหญ่โต แต่พวกเขาสองคนทำเกินไปจริงๆ นะคะ”


    “ฉันกำลังรอพวกเขาคืนเงิน และตั้งใจว่าจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัว”


    ป้าจูตบหลังมือสวีหว่านหนิงเบาๆ เป็๲การปลอบโยน “สวีจือชิง เ๱ื่๵๹นี้ไม่อาจโทษเธอ เท่าที่ฉันเห็น ขอให้เ๽้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นมาช่วยเป็๲พยานให้ดีไหม เงินตั้งสองพันหยวน เหล่าหลิน [1] ของพวกเราคงไม่มีอำนาจขนาดนั้น!”


    “คงต้องเป็๲แบบนั้นแล้วละค่ะ!”


    เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงกับป้าจูคุยกันว่าจะไปที่สำนักงานบริหารส่วนท้องถิ่น กู้จวิ้นจึงเริ่มตื่นตระหนก


    หากกลายเป็๲เ๱ื่๵๹ใหญ่จะส่งผลต่ออนาคตของเขา!


    “สัญญากู้ยืม ฉันจะเขียนให้!” กู้จวิ้นกัดฟันกรอด


    “ได้เลย!” สวีหว่านหนิงส่งกระดาษกับปากกาให้เขา “เขียนตามมาตรฐานล่ะ มิเช่นนั้นต้องเขียนใหม่”


    “เอ้า เธอเองก็ขยับข้อมือสิ เขียนเอาไว้สักฉบับ!” สวีหว่านหนิงหยิบสมุดอีกเล่มออกมาราวกับกำลังเล่นมายากล แล้วส่งมันให้กับหลี่เชี่ยนเชี่ยน


    หลี่เชี่ยนเชี่ยนเบิกตากว้าง “ฉันก็ต้องเขียนด้วยหรือ?”


    “ก็ใช่น่ะสิ” สวีหว่านหนิงทำหน้ามึนงง “หรือว่ากู้จวิ้นจะใช้เงินสองพันกว่าหยวนคนเดียว?”


    “ฉันจะเขียน!”


    “นอกจากเขียนสัญญากู้ยืมตามมาตรฐานแล้ว อย่าลืมระบุเ๱ื่๵๹ดอกเบี้ยลงไปด้วยล่ะ”


    “มีดอกเบี้ยด้วย?”


    กู้จวิ้นถูกบีบคั้นจนใกล้ร้องไห้เต็มที


    แต่สวีหว่านหนิงกลับไม่สะทกสะท้าน


    อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อเศรษฐกิจเจริญก้าวหน้า เงินจะมีมูลค่าลดน้อยลงเรื่อยๆ


    เงินสองพันหยวนในยุค 70 กับเงินสองพันหยวนในยุค 80 มีมูลค่าไม่เท่ากัน


    “เป็๲เ๱ื่๵๹สมควรแล้วมิใช่หรือ แต่ดอกเบี้ยควรเป็๲เท่าไร ขอเวลาฉันคิดหน่อย!”


     ------------------------------------------------

    เชิงอรรถ


    [1] เหล่าหลินในที่นี้หมายถึง ผู้ใหญ่บ้าน สามีของป้าจู

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้