ความเคลื่อนไหวที่หน่วยจือชิงอึกทึกครึกโครมเกินไป ชาวบ้านที่กำลังจำศีลอยู่ในบ้านหลายคนถึงกับทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวจนต้องออกมามุงดู
และพวกเขาก็ได้เห็นเื่สนุกๆ ตามคาด
ต่อให้กู้จวิ้นหน้าด้านแค่ไหน ตอนนี้ก็คงฝืนทนต่อไม่ไหวแล้ว
เขาไม่เหมือนกับสวีหว่านหนิง ครอบครัวของเขาไม่มีอำนาจและไม่มีเส้นสายที่จะทำให้เขาได้กลับเข้าเมือง ถ้าอยากใช้ชีวิตในหมู่บ้านต้าเจียงอย่างสงบสุข ก็ไม่ควรทำให้พวกชาวบ้านรังเกียจ
ทว่าตอนนี้สวีหว่านหนิงเหมือนกำลังจับเขาแขวนประจานอยู่บนกองไฟ
เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว กู้จวิ้นก็ยังไม่คิดว่าสวีหว่านหนิง ‘เปลี่ยนใจไปรักชายอื่น’ เขาแค่รู้สึกว่ามันคือวิธีการเรียกร้องความสนใจอีกรูปแบบหนึ่งของเธอ
“สวีหว่านหนิง หยุดงี่เง่าสักที! เธอทำแบบนี้สนุกนักหรือไง”
“คืนเงิน!”
“อีกหน่อยฉันจะพูดจาอ่อนโยนกับเธอก็ได้ จะไม่เมินเฉยต่อความทุ่มเทที่เธอทำให้ฉันอีกแล้ว”
“คืนเงิน!”
“สวีหว่านหนิง อย่าได้คืบจะเอาศอก!”
“คืนเงิน!”
ไม่ว่ากู้จวิ้นพูดอะไร สวีหว่านหนิงก็ตอบแค่สองคำนี้
คืนเงิน!
“ได้ ฉันจะคืนให้!” กู้จวิ้นกัดฟันกรอด “แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น”
“มีเท่าไรก็คืนมาเท่านั้น”
ตามคาด ผู้หญิงคนนี้กำลังใช้วิธีการนี้เรียกร้องความสนใจจากเขา มิเช่นนั้นทำไมถึงยอมตกลงง่ายๆ?
กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเดินหลบมุมไปอีกทาง หลังปรึกษากันแล้วทั้งคู่ก็รวมเงินกันมา 500 หยวน
“ตอนนี้ฉันกับเชี่ยนเชี่ยนมีแค่ห้าร้อยหยวน จะใช้คืนเธอทั้งหมด!”
ตอนพูดประโยคนี้ หยาดโลหิตกำลังไหลรินจากหัวใจของกู้จวิ้น
เขาเตรียมจะขยายธุรกิจในตลาดมืดแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าสวีหว่านหนิงจะไม่ยอมขายลูกสองคนเพื่อเอาเงินมาให้เขา มิหนำซ้ำยังจะขูดรีดเงินเก็บไปจากเขาอีก
บัดซบจริงๆ!
สวีหว่านหนิงเมินสีหน้าเคียดแค้นของกู้จวิ้น แล้วรับเงินจากมือของเขามานับซ้ำอยู่สองสามรอบ
“เธอนับผิดแล้ว ในนี้มีแค่สี่ร้อยยี่สิบหยวน”
“อากาศหนาว นิ้วเลยแข็ง”
สวีหว่านหนิงกลอกตา เธอคร้านจะสนใจความเ้าเล่ห์ของเขา ก่อนจะยัดเงินเข้ากระเป๋าเสื้อ
ขณะที่กู้จวิ้นนึกว่าเื่จะจบลงตรงนี้ สวีหว่านหนิงกลับหยิบกระดาษกับปากกาออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เขา
“จะทำอะไร?”
“เขียนสัญญากู้ยืมน่ะสิ!” สวีหว่านหนิงกลอกตาใส่เขา “พวกเธอสองคนยืมเงินฉันไปสองพันกว่าหยวน ตอนนี้เพิ่งใช้คืนมาแค่เศษเสี้ยวเดียว จะให้ฉันยกหนี้ทั้งหมดให้หรือยังไง คิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหน หน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก!”
“สวีหว่านหนิงเธอ...”
“อ้าว ป้าจูก็อยู่ด้วยหรือคะ!”
สวีหว่านหนิงเห็นภรรยาผู้ใหญ่บ้านยืนอยู่ในกลุ่มคนจึงรีบเดินไปหา ก่อนจะเล่าต้นสายปลายเหตุให้อีกฝ่ายฟังคร่าวๆ
“ป้าจู ป้าเป็ผู้หลักผู้ใหญ่ที่น่านับถือของคนในหมู่บ้านต้าเจียง ในหมู่บ้านมีใครไม่เคารพคุณป้าบ้างจริงไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นฉันเลยอยากขอให้คุณป้าช่วยเป็พยานให้ฉันทีค่ะ”
พูดจบ สวีหว่านหนิงก็หยิบเมล็ดแตงโมจากกระเป๋าเสื้อขนาดใหญ่ออกมาหลายกำ และแบ่งมันให้กับพวกป้าๆ ที่อยู่รอบข้างป้าจู
“รบกวนคุณป้าทุกท่านช่วยเป็พยานให้ฉันด้วย เื่นี้เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ฉันค่อนข้างกลัวค่ะ”
“สวีจือชิงวางใจเถิด พวกเรารู้เห็นั้แ่ต้นจนจบว่าเื่ราวเป็มาอย่างไร พวกเรารู้ดีกว่าใคร รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้นำไปลือกันเสียหาย!”
“ใช่ สวีจือชิงไม่ต้องกังวลหรอกนะ!”
สวีหว่านหนิงยิ้มกว้าง ก่อนจะหยิบลูกอมรสผลไม้ออกมาจำนวนหนึ่ง แล้ววางลงบนมือของพวกคุณป้าหลายๆ เม็ด “อากาศหนาวขนาดนี้ ลำบากพวกคุณป้าแล้วค่ะ ลูกอมพวกนี้เอาไปให้ลูกหลานกินเพิ่มความหวานกันนะคะ!”
หัวใจของพวกคุณป้าอบอุ่นขึ้นในชั่วพริบตา
สวีจือชิงสมแล้วที่เป็คนเมือง รู้จักวางตัวจริงๆ!
สวีหว่านหนิงควงแขนป้าจูเดินเข้าไปในหน่วยจือชิง แต่กลับพบว่ากระดาษแผ่นนั้นยังคงว่างเปล่า กู้จวิ้นจ้องหน้าเธออย่างเดือดดาล หลี่เชี่ยนเชี่ยนเองก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“กู้จือชิงไม่ชอบกระดาษแผ่นนี้หรือปากกาด้ามนี้งั้นหรือ ไม่เป็ไร ฉันยังมีอีก!”
พูดจบสวีหว่านหนิงก็หยิบปากกาสองด้ามกับสมุดหนึ่งเล่มออกมา
อืม นี่คือสมุดที่ต้าชุนเอาไว้หัดเขียนอักษร เธอคงต้องขอยืมใช้ชั่วคราว
“หว่านหนิง เธอเลิกหาเื่กันสักทีจะได้ไหม”
สวีหว่านหนิงทำตาปริบๆ พลางมองหลี่เชี่ยนเชี่ยนที่กำลังทำหน้าสิ้นหวัง
“เธอคิดว่าการที่ฉันทวงเงินของฉันคืนเป็การหาเื่กันงั้นหรือ?”
“เงินสองพันกว่าหยวนเชียวนะ! พ่อแม่และพี่ชายของฉันประหยัดกินประหยัดใช้เพราะกลัวว่าฉันจะตกระกำลำบากในชนบท เงินที่พวกเขาประหยัดอดออมอย่างยากลำบากถูกส่งมาให้ฉันทั้งหมด เงินเดือนของสามีฉันที่ได้จากการรับราชการทหาร เขาก็ยกให้ฉันไม่เคยขาดเช่นกัน แต่สุดท้ายเป็อย่างไร?”
“แม่สามีของฉันเจ็บขาจนทำงานไม่ได้ แต่ฉันกลับไม่เอาเงินไปซื้อยามาให้ท่าน! ลูกสองคนของฉันอายุ 4-5 ขวบกันหมดแล้ว แต่กลับไม่เคยกินอิ่มสักมื้อ รูปร่างถึงได้เล็กและผ่ายผอมเช่นนั้น ใครเห็นแล้วไม่รู้สึกสงสารบ้าง?”
“พวกเธอสองคนทำทุกวิถีทางเพื่อยืมเงินจากฉัน ตอนนี้ชีวิตของฉันกำลังลำบาก ฉันจึง้าขอเงินคืนแล้วมันผิดด้วยหรือ?”
“ติดหนี้ก็ต้องใช้หนี้ นี่คือสัจธรรมของโลก สวีจือชิงไม่ผิด!”
“ก็ใช่น่ะสิ! ต้าชุนกับเยาเม่ยตัวเล็กกว่าหลานชายวัยสามขวบของฉันเสียอีก! ฉันนึกว่าสวีจือชิงไม่ใส่ใจลูก ที่แท้ปัญหามันอยู่ตรงนี้!”
“ตอนนี้อย่าอ้างเื่มิตรภาพระหว่างเพื่อนอีกเลย ถ้าพวกเธอเห็นฉันเป็เพื่อนจริง ก็คงไม่ปล่อยให้ฉันทรมานลูกตัวเองเพื่อประเคนเงินทั้งหมดให้กับพวกเธอหรอก! ฉันไม่อยากพูดมากไปกว่านี้อีกแล้ว คืนเงินเสียเถอะ!”
“แต่พวกเราไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นจริงๆ!”
สวีหว่านหนิงตบสมุด “ฉันให้ทางรอดกับพวกเธอแล้วมิใช่หรือ เขียนสัญญากู้ยืมเงินเสียสิ!”
กู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนปรึกษากันแล้ว ทั้งคู่ไม่ยอมขยับมือ คนอื่นเกลี้ยกล่อมกันปากเปียกปากแฉะอย่างไร พวกเขาก็ไม่คิดจะเขียนสัญญากู้ยืมเงิน
เงินสองพันหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ!
อีกสิบปีข้างหน้าก็ยังไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะหาเงินมาได้หรือเปล่า!
แต่สวีหว่านหนิงไม่คิดจะตามใจพวกเขา เธอหันไปพูดกับภรรยาผู้ใหญ่บ้านว่า “ป้าจู ป้าคงเห็นแล้ว ฉันไม่ได้อยากทำให้เป็เื่ราวใหญ่โต แต่พวกเขาสองคนทำเกินไปจริงๆ นะคะ”
“ฉันกำลังรอพวกเขาคืนเงิน และตั้งใจว่าจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัว”
ป้าจูตบหลังมือสวีหว่านหนิงเบาๆ เป็การปลอบโยน “สวีจือชิง เื่นี้ไม่อาจโทษเธอ เท่าที่ฉันเห็น ขอให้เ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นมาช่วยเป็พยานให้ดีไหม เงินตั้งสองพันหยวน เหล่าหลิน [1] ของพวกเราคงไม่มีอำนาจขนาดนั้น!”
“คงต้องเป็แบบนั้นแล้วละค่ะ!”
เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงกับป้าจูคุยกันว่าจะไปที่สำนักงานบริหารส่วนท้องถิ่น กู้จวิ้นจึงเริ่มตื่นตระหนก
หากกลายเป็เื่ใหญ่จะส่งผลต่ออนาคตของเขา!
“สัญญากู้ยืม ฉันจะเขียนให้!” กู้จวิ้นกัดฟันกรอด
“ได้เลย!” สวีหว่านหนิงส่งกระดาษกับปากกาให้เขา “เขียนตามมาตรฐานล่ะ มิเช่นนั้นต้องเขียนใหม่”
“เอ้า เธอเองก็ขยับข้อมือสิ เขียนเอาไว้สักฉบับ!” สวีหว่านหนิงหยิบสมุดอีกเล่มออกมาราวกับกำลังเล่นมายากล แล้วส่งมันให้กับหลี่เชี่ยนเชี่ยน
หลี่เชี่ยนเชี่ยนเบิกตากว้าง “ฉันก็ต้องเขียนด้วยหรือ?”
“ก็ใช่น่ะสิ” สวีหว่านหนิงทำหน้ามึนงง “หรือว่ากู้จวิ้นจะใช้เงินสองพันกว่าหยวนคนเดียว?”
“ฉันจะเขียน!”
“นอกจากเขียนสัญญากู้ยืมตามมาตรฐานแล้ว อย่าลืมระบุเื่ดอกเบี้ยลงไปด้วยล่ะ”
“มีดอกเบี้ยด้วย?”
กู้จวิ้นถูกบีบคั้นจนใกล้ร้องไห้เต็มที
แต่สวีหว่านหนิงกลับไม่สะทกสะท้าน
อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อเศรษฐกิจเจริญก้าวหน้า เงินจะมีมูลค่าลดน้อยลงเรื่อยๆ
เงินสองพันหยวนในยุค 70 กับเงินสองพันหยวนในยุค 80 มีมูลค่าไม่เท่ากัน
“เป็เื่สมควรแล้วมิใช่หรือ แต่ดอกเบี้ยควรเป็เท่าไร ขอเวลาฉันคิดหน่อย!”
------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เหล่าหลินในที่นี้หมายถึง ผู้ใหญ่บ้าน สามีของป้าจู
