แสงจันทร์ส่องสว่างไปทั่วทางเดินหินอ่อนของคฤหาสน์อาเชนวาลด์ ในเวลาที่ข้ารับใช้ส่วนใหญ่เริ่มดับไฟเข้านอน แต่เด็กหญิงตัวน้อยเ้าของ เรือนผมสีทองสลวย กลับเพิ่งก้าวเท้ากลับเข้าสู่ตึกเล็กของตนเองด้วยความเหนื่อยล้า
วันนี้เอเลน่ากลับมาถึงที่พักเสียค่ำมืด เพราะตารางเรียนที่เซเรน่าจัดไว้ให้นั้นอัดแน่นไปด้วย 'หลักสูตรเร่งรัด' ทั้งการฝึกวางตัวตามมารยาทชนชั้นสูงที่ต้องเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว และการซ้อมเต้นรำร่วมกับไอแซคที่กินเวลานานกว่าที่คาด เนื่องจากลูกพี่ลูกน้องจอมบงการของเธอคนนี้ เอาแต่เคี่ยวเข็ญจังหวะก้าวให้ไร้ที่ติราวกับกลัวว่าเท้าเล็กๆ ของเธอจะไปเหยียบโดนใครเข้าจริงๆ
เอเลน่าเดินนำเข้ามาในห้องนอนโดยมีอเดลเดินตามหลังมาเพื่อคอยรับเสื้อคลุมและจัดเตรียมความเรียบร้อย ทันทีที่เอเลน่าก้าวไปถึงโต๊ะอ่านหนังสือ เธอก็หยุดชะงักลง
บนโต๊ะไม้ขัดเงาตัวนั้น มีซองกระดาษสีหม่นวางอยู่อย่างเงียบเชียบ เมื่อเอเลน่าเปิดมันออก แสงเทียนที่วับแวมก็สะท้อนให้เห็น "ตั๋วเงิน" ปึกใหญ่ที่สอดไส้อยู่ข้างใน เธอหยิบมันขึ้นมานับอย่างใจเย็น...
หนึ่งพัน... สองพัน... สามพัน... และอีกห้าร้อยเหรียญทอง
"3,500 เหรียญทอง... ครบถ้วน" เอเลน่าพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีแดงประดุจทับทิม ของเธอทอประกายพึงพอใจภายใต้แสงเทียน 'กิลเบิร์ตกับนีน่าคงดิ้นรนกันแทบกระอักเืสินะ ถึงได้รวบรวมเงินก้อนนี้มาคืนได้ทันเวลา'
ในขณะที่เอเลน่ากำลังพิจารณาเงินเ่าั้ อเดลที่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อเตรียมจะมารับเสื้อคลุมกลับนิ่งค้างไปราวกับถูกสาป ดวงตาของเธอเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้าเมื่อเห็นปึกตั๋วเงินในมือของเด็กหญิง
หัวใจของอเดลเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก แสงสีทองจากตัวเลขในตั๋วเงินเ่าั้ทำให้ดวงตาของเธอพร่ามัว
'นะ... นั่นมันอะไรกัน? เงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้น!' อเดลคิดในใจอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่เคยรู้เลยว่าในแต่ละเดือนหรืองบประมาณที่จัดสรรให้เอเลน่านั้นมันมากมายมหาศาลเพียงนี้ จำนวนขนาดนี้...หรือไม่งั้นพวกนั้นคงยักยอกไปไม่น้อยเลยสิ เงินที่เธอเห็นนั้นครอบครัวธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่งสามารถใช้ชีวิตได้อย่างาาแบบไม่ต้องทำงานไปอีกปีหรือสองปีเลยด้วยซ้ำ!'
ความโลภเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของอเดลอย่างรวดเร็วราวกับวัชพืชที่ได้รับน้ำฝน เธอลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางจ้องมองไปที่มือเล็กๆ ของเอเลน่าที่ถือเงินก้อนนั้นไว้อย่างิ่เหม่
ก่อนหน้านี้อเดลคิดแค่ว่าเอเลน่ามีแค่เข็มกลัดอัญมณีสักชิ้น หรือเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเอามาซื้อใจเธอ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ามันเปลี่ยนทุกอย่างไปสิ้นเชิง
'ยัยเด็กนี่... มีขุมทรัพย์อยู่ในมือชัดๆ!' อเดลเริ่มจินตนาการถึงชีวิตที่หรูหราหากสามารถยักยอกหรือหลอกล่อเอาเงินเหล่านี้มาเป็ของตนเองได้
เอเลน่าแกล้งทำเป็ไม่เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกระหายของคนรับใช้สาว เธอจงใจวางตั๋วเงินปึกนั้นลงบนโต๊ะอย่างไม่ยี่ระ ราวกับมันเป็เพียงกระดาษไร้ค่าแผ่นหนึ่ง
"อเดล... ไปเตรียมน้ำอุ่นให้หนูทีสิคะ หนูรู้สึกเหนื่อยๆ" เอเลน่าสั่งเสียงเรียบ พร้อมยิ้มบางๆ
"คะ... ค่ะ! คุณหนู! เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!" อเดลขานรับด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย รีบถอยหลังออกจากห้องไป แต่สายตายังคงอาลัยอาวรณ์อยู่ที่กองเงินบนโต๊ะนั้นจนวินาทีสุดท้ายที่ประตูปิดลง
เอเลน่านั่งลงบนเก้าอี้ เรือนผมสีทอง ของเธอสะท้อนไปกับแสงเทียนดูงดงาม แววตาสีแดงฉายประกายลึกล้ำ
เอเลน่าคิดพลางเคาะนิ้วลงบนปึกเงิน 'ความโลภน่ะ... ถ้ามันมีมากเกินไป มันก็จะย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเองนะ'
อเดลเดินฮัมเพลงลงมาที่ห้องโถงชั้นล่างด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับภาพปึกตั๋วเงินกองโตบนโต๊ะ แต่แล้วสายตาก็พลันไปเห็นร่างของใครบางคนที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงเชิงบันได
นีน่านั่นเอง... เธอมีสีหน้าซีดเซียว ขอบตาคล้ำราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายวัน ร่างกายดูซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัดจากการดิ้นรนหาเงินมาคืนเอเลน่า นีน่าทำท่าเหมือนจะก้าวขึ้นไปชั้นบนแต่ก็ชะงักไว้ ราวกับกำลังสู้กับความหวาดกลัวในใจ
"อุ๊ยตาย... นีน่าเองเหรอ?" อเดลเอ่ยทักเสียงสูงพลางจีบปากจีบคอ "ลางานไปตั้งหลายวัน ฉันก็นึกว่าเธอจะลาออกไปแล้วเสียอีกนะเนี่ย บางทีอาจจะไม่ต้องกลับมาทำแล้วก็ได้นะ เพราะ่ที่เธอไม่อยู่... คุณหนูน่ะติดฉันแจเลยล่ะ"
อเดลแสร้งทำเป็ปัดฝุ่นที่สาบเสื้อ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อมุ่งเน้นให้แสงไฟสะท้อนเข้ากับเข็มกลัดอัญมณีสีทับทิมที่เด่นหราอยู่
นีน่าชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใเมื่อเห็นเข็มกลัดนั้น "นั่นมัน... เข็มกลัดของ..."
"ใช่จ้ะ ของคุณหนู" อเดลยิ้มเยาะ ขยับเข้ามาใกล้แล้วแกล้งกระซิบที่ข้างหูของนีน่าด้วยน้ำเสียงผู้ชนะ
"ต่อไปนี้เธอไม่ต้องขึ้นไปรับใช้คุณหนูแล้วก็ได้นะ เพราะตอนเธอไม่อยู่ คุณหนูไม่เคยถามหาเธอเลยสักคำ... เห็นเข็มกลัดนี่ไหม? ฉันมาดูแลแค่แป๊บเดียวยัยคุณหนูนั่นก็ดีใจจนประเคนให้มาง่ายๆ เลยล่ะ"
อเดลนึกถึงปึกเงิน ก่อนจะกระซิบเสียงแ่กว่าเดิม
"และเชื่อเถอะ... ต่อไปคุณหนูคงให้เงินในปึกตั๋วเงินนั่นมาให้ฉันแน่ๆ ยัยคุณหนูน่ะ... โง่และขี้เหงากว่าที่พวกเราคิดนะ"
หมับ!
จู่ๆ นีน่าก็ถลาเข้ามากระชากคอเสื้อของอเดลอย่างแรงจนหลังของอเดลกระแทกเข้ากับเสาไม้ มือของนีน่าสั่นเทาแต่กลับกำแน่นด้วยความโกรธจัดและแฝงไปด้วยความหวาดระแวงจนน่าขนลุก
"แก... แกหุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะอเดล!" นีน่าเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาที่สั่นระริกนั้นดูจดจ้องเหมือนคนเสียสติ
"ฉันจะเตือนแกไว้อย่างนึง... สิ่งที่แกเห็น สิ่งที่แกคิดว่าแกกำลังปั่นหัวเด็กนั่นได้น่ะ มันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด!"
นีน่าสะอึกสะอื้นออกมาเล็กน้อย ภาพใบหน้าเรียบเฉยและดวงตาสีแดงของเอเลน่าในวันที่บีบเค้นเธอเื่บัญชีผุดขึ้นมาในหัว ราวกับเห็นปีศาจร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
'โง่งั้นเหรอ? ขี้เหงางั้นเหรอ?' นีน่าคิดอย่างขมขื่นใจ 'ยัยเด็กนั่นน่ะ... คือพญามัจจุราชที่เล่นกับชีวิตคนด้วยรอยยิ้มต่างหาก กิลเบิร์ตแทบจะคลานเข่าเหมือนหมาเพื่อเอาเงินมาคืน ส่วนฉัน... ฉันต้องแลกทุกอย่างเพื่อมาจ่ายค่าไถ่ชีวิตตัวเอง!'
"ความจริงมันน่ากลัวกว่านั้นเยอะ..." นีน่ากดเสียงต่ำพลางผลักอเดลออกอย่างแรง
"แกมันก็แค่ 'เหยื่อ' รายต่อไปที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกต้อนเข้าคอกเชือด... อย่ามาหาว่าฉันไม่เตือน!"
อเดลที่ถูกผลักจนเสียหลักยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอมองตามนีน่าที่เดินก้มหน้าก้มตาหนีไปทางหลังตึกด้วยความสงสัย แต่ความโลภที่บังตาทำให้เธอสะบัดหน้าอย่างไม่แยแส
"นี่กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!นี่!!! หึ! อิจฉาจนเพี้ยนไปแล้วล่ะมั้งนีน่า" อเดลพึมพำพลางลูบเข็มกลัดทับทิม อารมณ์โมโหจนเืขึ้นหน้า
"กลัวตายขนาดนั้น... เงินพวกนั้นน่ะ ฉันจะเป็คนรับ่ต่อเอง! แกก็ยังเคยเอาเงินยัยคุณหนูนั่นแท้ๆ ยัยเด็กโง่นั่นนะหรอกำลังปั่นหัวฉัน"
อเดลที่กำลังเดินออกไป ไม่รู้เลยว่า ที่ชั้นบนตรงมุมมืดของระเบียง... มีดวงตาสีแดงคู่หนึ่งจ้องมองบทสนทนาเบื้องล่างอยู่อย่างเงียบเชียบ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ยืนมองคนรับใช้สาวเดินออกไปจนลับสายตา
