หลังจากส่งจางกุ้ยหลานกลับไป ฮวาเจาก็เริ่มครุ่นคิดถึงปัญหาเื่บ้านของแม่ การให้แม่มาพักอาศัยที่บ้านของเธอนั้นไม่เหมาะสมนัก หากบ้านของเธอมีเพียงแค่เธอคนเดียวก็คงไม่มีปัญหา แต่การมีฮวาเฉียงผู้เป็อดีตพ่อสามีอยู่ด้วยนั้นไม่สมควร
แต่ก็ไม่เป็ไร ในเมื่อแม่ของเธอมีบ้านของตัวเองอยู่แล้ว
"ท่านปู่ ฉันจะไปเอาบ้านของตระกูลฮวาสามกลับคืนมาให้แม่" ฮวาเจาเอ่ย
ฮวาเฉียงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า "อย่าไปทะเลาะวิวาทนะ คุณน่ะกำลังตั้งท้องอยู่ด้วย"
"วางใจเถิด" ฮวาเจายิ้ม "ฉันจะไปพูดจากับพวกเขาด้วยเหตุผล"
"ฉันจะไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน ให้เขาไปกับพวกเราด้วย" ฮวาเฉียงกล่าวจบก็เดินไปยังที่ทำการของหมู่บ้าน ไปตามจ้าวเหลียงไฉออกมา เมื่อได้ฟังเื่ราว จ้าวเหลียงไฉก็รีบกลับบ้านไปนำสัญญาเก่าแก่ฉบับนั้นออกมา แล้วจึงพากันไปยังบ้านของฮวาสาม
เมื่อเดินออกจากประตู จ้าวเหลียงไฉก็รู้สึกไม่วางใจ จึงย้อนกลับไปตามทหารกองหนุนประจำหมู่บ้านให้ไปด้วยกัน
......
เมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จ ทุกคนก็อยู่บ้านกันครบ
ฮวาเจาไม่ยอมเข้าไปในบ้าน แต่ยืนอยู่หน้าบ้านะโเสียงดัง "ท่านอาสาม ท่านป้าสะใภ้สาม ฉันมาทวงบ้านคืนแล้ว!"
ฮวาสามและเจียงฉินยังไม่ออกมา แต่เพื่อนบ้านใกล้เคียงกลับออกมาดูกันเสียแล้ว
ทวงบ้าน? ทวงบ้านอะไรกัน?
อย่างไรก็ตาม ในชั่วพริบตา ทุกคนก็คิดขึ้นได้ว่าบ้านหลังนี้เดิมทีเป็ของบ้านฮวาเจา แล้วเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน บ้านหลังนี้กลายมาเป็ของฮวาสามได้อย่างไร พวกเขาก็รู้ดี
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง...
เพื่อนบ้านต่างพากันวิ่งไปบอกต่อ ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ทุกคนต่างพากันมาดูเื่สนุก
ฮวาสามและเจียงฉินก็เพิ่งได้สติ พวกเขาเดินออกมา
"จะมาเอาบ้านอะไร?" ฮวาสามตะคอกเสียงดัง
ที่จริง หากจะพูดถึงใบหน้าที่ดุดันแล้วนั้น คุณของร่างเดิมก็เรียนรู้มาจากคนในตระกูลฮวาซาน แต่สิ่งที่เธอเรียนรู้นั้นเป็เพียงเปลือกนอกเท่านั้น เพราะใจของเธอนั้นโง่เขลา คนในตระกูลฮวาซานต่างหากที่ดุร้ายอย่างแท้จริง
"บ้านที่พวกท่านอาศัยอยู่ตอนนี้ เดิมทีเป็ของบ้านฉัน ท่านอาสามคงจะไม่ลืมกระมัง?" ฮวาเจาเอ่ย "ตอนนี้ ฉันมาทวงบ้านคืนแล้ว"
"ชิ!" ฮวาสามถ่มน้ำลายลงพื้นทันที "คุณก็รู้ว่ามันเป็ของเดิม ในเมื่อแม่คุณได้ยกบ้านหลังนี้ให้ฉันไปแล้ว มันก็เป็ของฉันแล้ว!"
"การที่ยกให้ท่านในตอนนั้นมีเงื่อนไข ว่าพวกท่านจะต้องดูแลฉันให้ดีจนกว่าฉันจะเติบใหญ่ แต่พวกท่านดูแลฉันอย่างไร? หากไม่ได้ท่านปู่ของฉันกลับมาพอดี ฉันคงจะถูกพวกท่านดูแลจนตายไปแล้ว!" ฮวาเจาะโเสียงดัง
ในขณะนี้ หัวใจของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา....เป็ครั้งแรกที่เธอไม่ชอบเสียงเล็กแหลมนี้ มันช่างไร้พลังในการโต้เถียง คล้ายกับเสียงออดอ้อน!
คู่สนทนาของเธอไม่ใช่พ่อของลูก เธอไม่้าจะออดอ้อนกับพวกเขา
ฮวาเจาหุบปาก รู้สึกว่าหากการพูดคุยด้วยเหตุผลไม่ได้ผล เธอคงต้องลงมือเสียแล้ว
ฮวาสามเป็คนหยาบกระด้าง เขาไม่ได้สนใจว่าเสียงของฮวาเจาจะเล็กแหลมหรือไม่ เขาเพียงแต่รู้ว่าฮวาเจามาทวงบ้านคืน ซึ่งเป็สิ่งที่ยอมไม่ได้!
"ดูแลอะไรกัน คุณก็ดีอยู่ไม่ใช่เหรอ? โตแล้วด้วย นี่ก็พอแล้ว! บ้านหลังนี้เป็ของเราแล้ว!" ฮวาสามหันไปคว้าจอบที่วางพิงกำแพง ชี้มาที่ฮวาเจา "ไสหัวไป! ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!"
่นี้เขาหงุดหงิดเป็พิเศษ
คนทั้งหมู่บ้านกำลังจะรวยแล้ว วันละสิบกว่าหยวน วันละสิบกว่าหยวน แต่บ้านเขากลับเอาถั่วเขียวไปทิ้งไปเสียสิบกว่าหยวนแล้ว ก็ยังเพาะถั่วงอกที่ไม่สำเร็จสักครั้ง ช่างน่าโมโหนัก!
ตอนนี้เขาอยากจะหาเื่ตีคนไปทั่ว
"ท่านอาจ้าว เขานี่ไม่พูดจาด้วยเหตุผล" ฮวาเจาหันไปพูดกับจ้าวเหลียงไฉ "ท่านจัดการเลย"
จ้าวเหลียงไฉพยักหน้า แล้วหันไปพูดกับเจียงฉิน "เื่บ้านหลังนี้ ตกลงกันไว้อย่างไร คุณก็รู้ดีที่สุด เื่นี้ควรจะจัดการอย่างไร คุณก็รู้เช่นกัน รีบคืนบ้านให้เขาไปเสีย"
คนที่กุมอำนาจในบ้านของฮวาสามก็คือเจียงฉิน เขาจึงรู้ดี
เจียงฉินยิ้ม แล้วหลีกเลี่ยงคำถามนี้ หันไปถามจ้าวเหลียงไฉ "ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ที่ดินสำหรับสร้างบ้านของแต่ละครอบครัวในหมู่บ้านเรา อนุญาตให้มีได้แค่ที่เดียวไม่ใช่หรือ แล้วทำไมฮวาเจาและท่านปู่ถึงจะมีได้สองที่? ที่ดินในหมู่บ้านเราแบ่งตามจำนวนคนด้วยเหรอ? คนละหนึ่งที่? อย่างนั้นบ้านฉันก็ขอได้อีกหลายที่น่ะสิ!"
เธอหันไปถามฮวาเจาอีกว่า "หากคุณอยากได้บ้านหลังนี้ก็ได้ แต่ที่ดินบ้านของคุณตอนนี้ คุณจะไม่เอาแล้วใช่ไหม? ถ้าไม่เอาก็ดี บ้านฉันก็ไม่มีที่ดินสำหรับสร้างบ้านอยู่พอดี พวกฉันจะได้เข้าไปอยู่"
"ฝันไปเถอะ!" ฮวาเจาหัวเราะ "คุณก็คิดผิดไปแล้ว บ้านหลังนี้ฉันไม่ได้ทวงมาเพื่อตัวเอง ฉันทวงมาให้แม่ของฉัน แม่ของฉันจะกลับมาตั้งรกรากอยู่ที่หมู่บ้านนี้ บ้านของแม่ก็คือบ้านของแม่ บ้านของฉันก็คือบ้านของฉัน ไม่เกี่ยวกัน"
เจียงฉินชะงัก คนที่กำลังดูเื่สนุกก็ชะงัก จางกุ้ยหลานไม่เป็คนเมืองแล้ว จะกลับมางั้นเหรอ?
เจียงฉินลืมเื่บ้านไปแล้ว ถามด้วยความประหลาดใจว่า "แม่คุณโดนเขาทิ้งแล้วเหรอ? ผู้ชายในเมืองคนนั้นไม่เอาแล้วหรือ?"
"เปล่านี่ แม่ของฉันแค่กลับมาเพาะถั่วงอกที่หมู่บ้านเท่านั้นเอง มันดีกว่าไปเป็คนงานรายวันในเมืองเสียอีก" ฮวาเจาตอบ
เจียงฉินก็ยิ่งแค้นใจ คนนอกยังจะมาเพาะถั่วงอกในหมู่บ้านได้เลย! แต่บ้านของเธอกลับทำไม่ได้!
"อย่าเสียเวลา นี่บ้านเดิมของแม่ฉัน ตอนนี้ก็ยังเป็ชื่อของแม่ฉัน การที่แม่ฉันกลับมาอยู่ก็เป็เื่ที่ถูกต้อง พวกท่านรีบย้ายออกไปเสีย" ฮวาเจาเอ่ย
เจียงฉินโกรธขึ้นมาทันที "พ่อคุณตายไปกี่ปีแล้วก็ไม่รู้ แม่คุณไม่เป็คนของตระกูลจางในเมือง ก็เป็คนเมือง แล้วจะมาเกี่ยวอะไรกับหมู่บ้านเขาซานของพวกเรา จะกลับมาทำไม!"
สีหน้าของฮวาเฉียงไม่สู้ดีนัก
แต่ฮวาเจาไม่ได้โกรธ "ทะเบียนบ้านของแม่ฉันยังไม่ได้ย้ายออกไปจากหมู่บ้านของเรา แม่ของฉันก็คือคนของหมู่บ้านเรา นี่เป็เื่ของกฎหมาย หากไม่พอใจก็ไปฟ้องเอาสิ ไปที่ไหนก็ได้
"ตอนนี้ รีบยกบ้านให้ฉันเสีย! ไม่เช่นนั้นฉันจะไปฟ้องพวกท่าน" ฮวาเจามองเจียงฉินแล้วยิ้ม "ฉันบอกคุณเลย ฉันฟ้องทีไรชนะทุกที ถึงตอนนั้นพวกคุณไม่เพียงแต่ต้องคืนบ้านให้ฉันแล้ว ยังอาจจะต้องเสียงานของพวกคุณไปด้วย"
เจียงฉินก็อ่อนลงในทันที เธอกลัวเื่นี้ที่สุด
เธอเป็เหรัญญิกของหมู่บ้านมานานหลายปี มีอำนาจมานานหลายปี หากตอนนี้ต้องกลับไปทำงานในไร่นา มันทั้งเหนื่อยทั้งน่าอาย เธอคงอยู่ไม่ได้!
ฮวาสามเห็นว่าภรรยาของตนพูดไม่สู้ฮวาเจา ก็รีบยกจอบวิ่งออกไป
แต่ก็ถูกเจียงฉินดึงเอาไว้เสียก่อน
ไอ้คนโง่ นี่มันอยากให้เธอตกงานเร็วขึ้นอีกหรือไง!
"จะเอาบ้านของพวกเราก็ได้ แต่ฉันมีข้อแม้!" เจียงฉินะโเสียงดัง
"ว่ามา" ฮวาเจาตอบ
"คุณต้องสอนฉันเพาะถั่วงอก" เจียงฉินกล่าว
หากเพาะถั่วงอกได้ จะมีเงิน 300 หยวนต่อเดือน สองเดือนก็สามารถสร้างบ้านอิฐหลังใหญ่ได้แล้ว! เธอไม่ได้สนใจบ้านดินผุพังหลังนี้หรอก!
ฮวาเจาชะงักแล้วตอบปฏิเสธทันที "ไม่ได้"
ยังไม่ทันที่เจียงฉินจะโกรธ เธอก็เอ่ยต่อ "การเพาะถั่วงอกเป็เื่ง่ายมาก ตอนนี้ทุกบ้านก็ทำได้ และส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ฉันสอน คนอื่นๆ ก็แค่ได้ยินมาก็ทำได้แล้ว มีแต่คุณเท่านั้นที่ทำไม่ได้ นั่นเป็เพราะคุณโง่เกินไป ฉันสอนไม่ได้หรอก"
เจียงฉินก็ยิ่งโกรธ หาว่าเธอโง่อีก!
"ฉันไม่สน คุณต้องสอนฉันให้ได้ มิเช่นนั้นอย่าหวังจะได้บ้านคืนไป!"
ฮวาเจาไม่ได้ยิ้มอีกต่อไป เธอทำหน้าเ็า "คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉัน คุณไม่อยากได้งานทำแล้วหรือไง?"
แม้เสียงของเธอจะอ่อนโยน แต่แววตาและท่าทางของเธอนั้นไม่ได้อ่อนโยนเลย พลังกดดันที่มองไม่เห็นได้แผ่ปกคลุมเจียงฉิน ทำให้เธอไม่กล้าที่จะพูดจาไร้สาระอีกต่อไป
แต่การที่จะปล่อยบ้านไปเปล่าๆ แบบนี้ก็ไม่ยอมเหมือนกัน
"ก็ได้ คุณพูดถูก บ้านหลังนี้เป็ของแม่คุณ" เจียงฉินหันไปชี้ที่กระท่อมด้านหลัง "สิบกว่าปีมานี้ พวกเราช่วยดูแลให้ พวกเราซ่อมหลังคาให้ทุกปี ไม่ให้มันรั่ว ไม่ให้มันพัง ทั้งสวนก็ไม่ได้ปล่อยให้รกร้าง หากไม่มีพวกเรา ที่นี่คงพังไปนานแล้ว ดังนั้นคุณต้องจ่ายค่าเหนื่อยให้พวกเรา!"
