หวังเฮ่าครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งขึ้นว่า “นี่เป็เื่ดี แต่ไม่อาจทำเื่ดีให้เป็เื่ร้ายได้ ยามเ้าสอนสูตรพริกสับดองให้กับคนในตระกูล ควรบอกพวกเขาล่วงหน้าว่าไม่รับรองว่าจะขายดี ให้พวกเขาเลือกเองว่าทำมากทำน้อยเท่าใด”
หลี่ชิงชิงพยักหน้า “ใช่ เ้าคิดเหมือนกันกับข้า”
“ประเดี๋ยวพวกเราบอกท่านพ่อท่านแม่เสียก่อน แล้วค่อยไปสนทนากับท่านอาเจ็ด” หวังเฮ่าเป็พวกกระตือรืนร้น ไม่ว่าเื่ใดล้วนไม่ยอมผัดออกไปให้ยืดเยื้อ
“ตกลง” หลี่ชิงชิงก็อยากจัดการเื่นี้ให้เสร็จในขณะที่หวังเฮ่าอยู่ที่บ้านเช่นกัน
อาหารเช้าหวังเฮ่าได้กินจินอวี๋หม่านถังและซาลาเปา โดยไส้ซาลาเปาของวันนี้คือไส้หมูผสมมะเขือ
เมื่อก่อนตอนหวังเฮ่าอยู่ที่บ้านก็ชอบกินมะเขือยิ่ง ไม่ว่าจะเอาไปทำอย่างไรก็ไม่มีทางเบื่อ ต่อมาเขาเข้าร่วมกองทัพ เพราะพอถึงฤดูกาล มะเขือให้ผลผลิตมากราคาจึงถูก พ่อครัวของกองทัพจึงซื้อมะเขือมาทําอาหารทุกวัน หั่นมะเขือเป็ชิ้นใหญ่ ไม่ใส่น้ำมันแม้แต่น้อย ไม่ใส่แม้แต่ต้นหอมและกระเทียมเพื่อเพิ่มรสชาติ เพียงเอามะเขือไปต้มในน้ำเปล่า ใส่เกลือเล็กน้อย รสชาติจึงแย่ยิ่งนัก
หวังเฮ่าไม่ชอบกินมะเขือแล้ว แต่คนในตระกูลหวังไม่รู้ ยังคิดว่าความชอบของเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
ทันทีที่หวังเฮ่าได้ยินว่าในไส้ซาลาเปามีมะเขือ ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ์ มะเขือเหล่านี้ตามหลอกหลอนเขาไม่เลิกจริงๆ ถึงกับตามมายังบ้านเขาด้วย
เขาฝืนกินซาลาเปาสองสามคำก็พบว่ารสชาติอร่อยยิ่ง มะเขือดูดซับน้ำมันเข้าไปในเนื้อ อร่อยยิ่งนัก ถึงกับเอ่ยในใจว่า พ่อครัวในกองทัพทํามะเขือออกมาได้รสชาติย่ำแย่เพียงนั้น สมควรถูกลงโทษด้วยกฎทหารจริงๆ
หลิวซื่อเห็นว่าหวังเฮ่ากินอย่างเอร็ดอร่อย จึงเอ่ยชมว่า “ชิงชิงเป็คนปรุงไส้ซาลาเปา อร่อยยิ่ง ไส้ที่พวกข้าปรุงไม่อร่อยเท่าชิงชิง”
ข้างนอกฝนเริ่มเบาลงบ้างแล้ว หวังเฮ่ากับผู้เฒ่าหวังไปที่บ้านของหวังชี หลังจากครึ่งชั่วยามผ่านไป คนในวงศ์ตระกูลหวังล้วนได้รู้ข่าวว่า หลี่ชิงชิงภรรยาของหวังเฮ่าจะสอนทุกคนทําพริกสับดองโดยไม่คิดค่าตอบแทน!
ไม่พูดไม่ได้ว่าฝีมือการทําอาหารของหลี่ชิงชิงเป็ที่หนึ่งของเมืองเซียง และก็อาจเป็ที่หนึ่งของอําเภอด้วย ได้ยินว่าไข่เค็มที่นางทำ เซียงเยวี่ยไจได้ส่งขายไปทั่วแว่นแคว้นแล้ว ซาลาเปาที่นางทําคนทั้งอำเภอหรือแม้แต่เมืองเซียงที่ได้กิน ล้วนพากันเอ่ยว่าอร่อย
พริกสับดองที่นางทําออกมาย่อมไม่เลวเป็แน่!
“บ้านข้ายังมีพริกอีกสี่ร้อยกว่าจิน หากข้าอยากเรียนทำพริกสับดอง จะเอาพริกทั้งสี่ร้อยจินมาทำทั้งหมด”
“หลี่ซื่อรักษาโรคให้คนในตระกูล ทั้งยังสอนคนในตระกูลทำพริกสับดองอีก หลี่ซื่อต้องเป็เซียนกลับชาติมาเกิดแน่ๆ!”
“ไม่คิดว่าจะมีวันที่ข้าจะได้เรียนทําอาหารใหม่ๆ ด้วย!”
“สูตรอาหารดีๆ เช่นนี้ ภรรยาหวังเฮ่าสอนพวกเราโดยไม่เก็บเงิน ข้าไม่ได้ฝันไปกระมัง?”
ยามนี้คนทั้งตระกูลต่างดีอกดีใจเต็มไปด้วยความสุข สตรีออกเรือนสิบกว่าคนวิ่งตรงไปที่บ้านตระกูลหวัง หลายคนอุ้มเด็กสองสามขวบไปด้วย ลืมแม้แต่กางร่ม
“ทําพริกสับดองนั้นง่ายยิ่ง แต่ยามที่ทํามือต้องััพริก ทำให้รู้สึกปวดร้อน” หลี่ชิงชิงถูกสตรีกลุ่มหนึ่งรายล้อมแล้วเอ่ยถาม ราวกับเป็ดหลายร้อยตัวกำลังส่งเสียงร้อง ดีที่นางมีความอดทน จึงไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดแต่อย่างใด
หลิวซื่อชื่นชอบบรรยากาศครึกครื้นมากที่สุด นางเอ่ยเสียงดังว่า “ชิงชิงบ้านข้าพูดแล้วว่าจะสอนสูตรพริกสับดองให้พวกเ้า พวกเ้าทำมากน้อยเท่าใดก็ตัดสินใจกันเอาเอง ต่อไปเมื่อขายได้กำไร ชิงชิงบ้านข้าล้วนไม่เก็บเงินกับพวกเ้า แต่หากขาดทุน พวกเ้าก็อย่ามาตำหนิชิงชิง!”
“ย่อมเป็เช่นนั้น พวกข้ารู้แล้ว”
“พวกข้าไม่ใช่คนเลวเสียหน่อย”
“พวกข้าได้รับประโยชน์มากมายขนาดนี้ ขอบคุณชิงชิงยังไม่พอ จะตำหนิชิงชิงได้อย่างไร”
ทุกคนต่างแสดงความคิดเห็นออกมา
ชาวบ้านในยุคสมัยนี้เป็คนเรียบง่าย เมื่อได้รับบุญคุณจากผู้อื่นแต่ไม่ได้ตอบแทน ย่อมไม่สบายใจ และยังสามารถถูกดูแคลนได้ด้วยเหตุนี้
“วันนี้ฝนตก ลงทำงานในไร่นาไม่ได้ หากพวกท่านไม่ยุ่งอันใด ข้าจะสอนพวกท่านทำพริกสับดองเสียตอนนี้” หลี่ชิงชิงบอกว่าจะทำก็ลงมือทำเลย
สตรีออกเรือนสิบกว่าคนเห็นว่าหลี่ชิงชิงมีรูปโฉมและกิริยาอันอ่อนหวาน ไม่คิดเลยว่าจะทํางานได้อย่างคล่องแคล่วเพียงนี้ ทุกคนต่างก็พยักหน้ากันอย่างดีอกดีใจ
หลิวซื่อรีบส่งหวังจวี๋ไปเรียกทุกคนตามบ้านเรือน บอกว่าวันนี้หลี่ชิงชิงจะสอนทำพริกสับดอง ให้ทุกบ้านส่งสตรีในเรือนมาร่ำเรียน
แน่นอนว่าต้องเป็สตรีที่มาเรียน อย่าได้มองว่าหลิวซื่อเป็คนไม่สนใจสิ่งใด เพราะในใจของนางรู้เป็อย่างดี
อีกด้านหนึ่ง หลี่ชิงชิงนำพริกสับดองที่ตนดองเอาไว้มาให้ทุกคนได้ดู นางตั้งใจผัดมันกับไข่ไก่สองฟองโดยเฉพาะ เพื่อแสดงให้เห็นว่าอาหารที่ทําจากพริกสับดองนั้นอร่อยเพียงใด
นางเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำพริกสับดองผัดไข่อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ยกออกมาให้เหล่าสตรีทุกคนได้ลองชิม
“อร่อยจริงๆ!”
“ไข่ผัดได้ทั้งนุ่มทั้งเผ็ด ข้าสามารถกินอาหารจานนี้กับข้าวหนึ่งหม้อใหญ่ได้เลย”
“ชิงชิงมีความสามารถเกินไป ผัดอาหารอร่อยๆ ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้”
“ที่แท้นี่ก็คือพริกสับดอง ข้าคิดว่าเอามาผัดกับอะไรก็ล้วนอร่อยทั้งสิ้น”
“พริกสับดองกับพริกไม่ใช่รสชาติเดียวกัน”
“ชิงชิงฉลาดจริงๆ ที่คิดพริกสับดองออกมาได้”
หลี่ชิงชิงได้ยินคําชมของทุกคน ก็แย้มรอยยิ้มพลางเอ่ย “เมื่อครู่ข้าไม่ได้ใส่เกลือตอนทําอาหารจานนี้ เพราะในพริกสับดองมีเกลืออยู่แล้วจึงไม่ต้องใส่อีก”
ทุกคนเข้าใจขึ้นมาในทันที “ที่แท้พริกสับดองก็มีรสเค็ม ยามนำมาทํากับข้าวจึงไม่ต้องใส่เกลือก็ได้!”
หลี่ชิงชิงเอ่ยแก้ว่า “ให้ปรับตามความชอบของแต่ละคน จะไม่ใส่หรือใส่เพียงเล็กน้อยก็ได้” นางมองไปที่จานเปล่าแล้วเอ่ยถาม “ที่บ้านของพวกท่านมีพริกสดเก็บไว้หรือไม่?”
พี่สะใภ้หน้ายาวคนหนึ่งตอบทันที “มี ในห้องเก็บเสบียงบ้านข้ามีสี่ร้อยกว่าจิน”
พี่สะใภ้ร่างอ้วนอีกคนเอ่ยถามพี่สะใภ้หน้ายาวว่า “บ้านเ้าเก็บพริกไว้น้อยขนาดนั้นเชียว? บ้านข้ามีหกร้อยกว่าจิน ข้าตั้งใจจะเก็บไว้ขายตอนพริกขึ้นราคา่ฤดูหนาว”
พี่สะใภ้หน้ายาวถอนหายใจเบาๆ หนึ่งเสียง เอ่ยอย่างจนปัญญาว่า “ปีนี้ครอบครัวพวกข้ามีเื่ให้ใช้เงินเยอะ พริกที่เก็บมาส่วนใหญ่ล้วนขายไปหมดแล้ว ข้าเองก็ไม่ได้อยากขายมากมายถึงเพียงนั้น”
อาสะใภ้ผมบางคนหนึ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นว่า “บ้านของข้าเหลือไว้กินเองเพียงหนึ่งร้อยจินกว่า ทว่าบ้านเดิมของข้ายังมีอยู่มากมาย ข้าสามารถซื้อจากบ้านเดิมของข้าได้บางส่วน”
มีคนเอ่ยถาม “บ้านเดิมของเ้าเก็บเงินหรือ?”
อาสะใภ้ผมบางตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “เก็บ ค่าใช้จ่ายของบ้านเดิมข้ามีไม่น้อย เงินไม่พอใช้ ข้าละอายใจหากจะเอาพริกมาเปล่าๆ”
ทุกคนล้วนเป็วงศ์ตระกูลเดียวกัน มักจะไปเยี่ยมเยือนและสนทนากันเสมอ จึงเข้าใจสถานการณ์ของแต่ละบ้านเป็อย่างดี
เมื่อรอคนอื่นๆ มาครบและแจ้งถึงจํานวนพริกเสร็จแล้ว หลังจากหลี่ชิงชิงประเมินว่าทั้งวงศ์ตระกูลสามารถทําพริกสับดองได้มากน้อยเท่าใด จึงเริ่มสอนวิธีทำพริกสับดองให้ทุกคนอย่างจริงจัง
เดิมทีพริกสับดองก็ไม่ต้องใช้ฝีมืออะไรอยู่แล้ว สตรีที่มาล้วนเป็คนดูแลเื่อาหารภายในบ้าน ทันทีที่เรียนก็ทำเป็กันแล้ว
“ที่แท้วิธีทำพริกสับดองก็ง่ายขนาดนี้”
“พริกสับดองรสชาติดีถึงเพียงนั้น วิธีทําเองก็ง่ายยิ่ง”
“ต่อให้ง่าย แต่สมองโง่ๆ อย่างเ้ากับข้าก็ยังคิดไม่ออก ต้องเป็คนฉลาดอย่างชิงชิงถึงจะคิดออก”
“เมื่อครู่ชิงชิงบอกแล้ว ขอเพียงปิดฝาพริกสับดองให้แน่น ก็สามารถเก็บเอาไว้ได้นาน!”
ทุกคนเรียนวิธีการทำพริกสับดองเป็แล้ว แต่ละคนต่างก็ดีอกดีใจ อารมณ์เต็มไปด้วยความสุข
หลี่ชิงชิงฉวยโอกาสเอ่ย “พริกสับดองเป็อาหารจานใหม่ มีแต่คนในตระกูลพวกเราเท่านั้นที่ทําได้ ข้าแนะนำทุกท่านว่ากําหนดราคาสิบเหรียญทองแดงต่อจิน หากขายดี ก่อนเทศกาลฉลองปีใหม่และ่ล่าเยวี่ย สามารถเพิ่มราคาเป็สิบสองเหรียญทองแดงต่อจิน แต่หากขายไม่ดีก็ไม่อาจลดราคา รอให้เข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิในปีหน้าที่ผักน้อยลงค่อยนำออกมาขาย”
