ปากพูดไปแต่สายตาจับจ้องกิริยาของมี่มี่ขัดใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นสายตาโศกสลดปนความแค้นเคืองที่เคยเห็นจากซวี่หลินก่อนหน้านั้น
“ระบบมีทางช่วยสองคนไหม”
“ไม่เ้าค่ะผิดแผนผิดเหลี่ยมเ้าค่ะโอกาสพลังพิเศษของท่านผู้ใช้เหลือ1 หากใช้จะทำให้อ๋องหรงสงสัยในพลังพิเศษและจะทำให้ทุกอย่างบิดเบี้ยวเ้าค่ะ”
“ช่างเถอะๆ หากพวกท่านทำร้ายทั้งสองคนมากไปก็จะไม่มีทางหาไข่มุกัพบ”
“ใครเชื่อที่เ้าพูดกัน”
อ๋องเฉวียนที่ยืนอยู่ก่อนแล้วถอนหายใจ ลังเลกับคำพูดของมีมี่ไม่น้อยแรมปีแล้วเขาที่หาไข่มุกัไม่พบนั่นเท่ากับล้มเหลว
“แล้วแต่น้าาา….ไม่ได้ขู่นะแต่ว่าถ้าพวกเขาตาย ก็เท่ากับที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่า เห็นไหมฉันเอ่อข้าจริงใจแค่ไหนก่อนหน้านั้น ที่ไม่บอกเพราะคิดว่าตัวข้าเองก็ไม่รอดแต่มาตอนนี้ก็แค่อยากจะบอกว่าสองคนนี้สำคัญที่สุดแล้ว พวกเขาคือผู้ที่กำความลับเื่นี้ไว้”
ชักแม่น้ำทั้งห้าและยังโน้มน้าว คนใส่หน้ากาก ก็ในเมื่อไม่มีเื่ราวทุกอย่างจึงควรเป็ไปตามที่มีมี่คิดว่ามันควรจะเป็ต่างหาก ในเมื่อมีตัวละครเพิ่มขึ้นมาเนื้อหาเพิ่มเข้ามา ก็แค่พอเดาทางถูก
“อย่าคิดว่าข้าเชื่อในสิ่งที่เ้าพูด แต่ให้เ้ามาดูว่าการเดินทางกลับไปที่วังหลวงเ้าจะมีลูกไม้ไม่ได้ ข้าจะส่งสัญญาณให้คนฆ่าบิดากับมารดาของเ้าเสีย”
“โอ้ อ๋องหรงเ้าคนชั่วช้า หลินหลินลูกแม่หนีไปเสีย”
มารดาที่มีรอยน้ำตาไม่เคยเหือดแห้งนับั้แ่เกิดเื่ ก็น่าสงสารไม่น้อยสำหรับมีมี่แต่ไม่ใช่กงการอะไรของมีมี่เสียหน่อย
“ข้าไม่หนี” พูดด้วยเสียงอันดัง
“นั่นคือสิ่งที่เ้าควรทำ”
อ๋องหรงยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
“เ้าไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่หาทางหนีไห้ได้จากคนชั่วช้าพวกนี้ ซวีหลิน อย่าห่วงเราสองคนเราสองคนชรามากแล้วขอเพียงเ้าหนีไปอยู่รอดปลอดภัยที่ไหนสักแห่งไม่ต้องห่วงเรา”
“ข้าไม่หนี ไม่มีทางหนีแน่ๆ”
จะหนีทำไมในเมื่อดีดลูกคิดรางแก้วไว้แล้ว มีมี่อยากจะบอกเหลือเกินว่าที่ไม่หนีเพราะตั้งใจไปกอบโกยเอากับตัวเอกในนิยายอีกหลายๆ คนในวังหลวงต่างหาก ตัวเอกที่ถูกวางคาแรกเตอร์เชื่อคนง่ายและพร้อมเปย์ หากว่าทำนายอนาคตของคนพวกนั้น555เงินไหลมาเทมาแน่ๆ ยิ้มตาหยีฝันไปไกล
“เ้าช่างกตัญญูยิ่งนักซวีหลินไม่เสียแรงที่ข้ามีลูกเช่นเ้า”
ฝันหวานสะดุดลง
“ข้าไม่หนีหรอก แต่พวกท่านก็ไม่ตายหรอก เอาอย่างนี้ข้าจะยอมไปด้วยดีดีแต่ว่าจะต้องแก้มัดพวกเขาก่อน แล้วเื่ไข่มุกันั่นค่อยๆ ถามพวกเขาดีดี”
มีมี่ต่อรอง
“โถ่หลินหลินลูกแม่เ้ายังมีแก่ใจห่วงพ่อกับแม่เอาตัวเองเป็ตัวประกันโธ่ลูกของข้าเ้าช่างกตัญญูเสียจริง”
มารดาคร่ำครวญทำเอามีมี่ยิ้มแกนๆ
“เห็นไหมว่านางเ้าแผนการเพียงใดนางหลอกล่อพวกเรา”
อ๋องหรงพึมพำกับอ๋องเฉวียนที่ยืนข้างๆ
“ปกติแล้วองค์หญิงเอ่อถัวคนนี้จะไม่ทำนายทายทักเื่ทั่วไปเช่นนั้นเื่ที่นางพูดถึงเื่ไข่มุกัจึงนับว่าน่าเชื่อไม่น้อย เราใช้เวลาแรมปีตามหาของสิ่งนี้แต่มาวันนี้นางยอมเปิดปากนับว่านางเองก็คงอ่อนลงไม่น้อยทำตามที่นางบอกปล่อยคนเสียเราอาจได้เบาะแสของไข่มุกัจากปากของนาง เพราะถึงอย่างไรนางก็แค่หญิงอ่อนแอคนหนึ่งอยู่ในกำมืออ๋องหรง คงไม่อาจมีลูกไม้อะไรแน่หรือว่าอ๋องหรงเองก็เกรงกลัวนางไม่น้อย”
พูดถึงขนาดนี้ อ๋องหรงขมวดคิ้วคมเข้าหากันตลอดเวลาก็จะถูกปรามาสจากเหล่าพี่น้องอยู่แล้ว จริงของเฉวียนอ๋องจะกลัวทำไมกับผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นนาง
ไหนๆ นางก็อยู่ในกำมือเขาแล้วจริงๆ
“ปล่อยคน”
“โน้มน้าวจิตใจตัวร้ายสำเร็จ รับ1โอกาสพลังพิเศษ”
มีมี่ยิ้ม ขยับตัวจากการตะแคงหูฟังทั้งสองคุยกัน
“ดีแล้ว แบบนี้แหละถึงจะสมกับคนที่จะได้ครองใจองค์หญิงสามผู้งดงาม” พูดขึ้นดังๆ
“นี่เ้า บังอาจเ้าพูดถึงเื่อะไรกันหุบปากของเ้าเสีย”
อ๋องหรงกระชากร่างเล็กเข้าปะทะกับอกกว้างของเขา ดวงตาคมราวกับจะกินเืกินเนื้อ มีมี่เองก็ใ แต่อ๋องหรงก็ทำไปด้วยความลืมตัวพอนึกได้เขาก็ปล่อยมือจากร่างบางเสีย
นางราวกับอ่านใจเขาออก องค์หญิงสามที่งดงาม ผู้ที่อยู่กลางใจเขามาตลอด นางอยู่ที่เอ่อถัวเหตุใดจึงรู้เื่ในวังหลวง นั่นไม่แปลกแต่แปลกที่นางรู้เื่ในใจเขา ว่าเขามีใจปฏิพัทธิ์องค์หญิงสาม
“ทำให้ตัวร้ายไขว้เขวรับ1โอกาสพลังพิเศษ”
อ๋องหรงหันมองอ๋องเฉวียนที่เดินไปแกะเชือกให้กับบิดาและมารดาของซวี่หลินคล้ายดังว่าจะทำคำแนนไว้
“อ๋องเฉวียน”
อ๋องหรงเรียกชื่อเบาๆ ขัดใจกับสิ่งที่อ๋องเฉวียนทำ ตั้งใจจะบอกว่าให้เป็หน้าที่ของเหล่าทหารชั้นผู้น้อยเถิด แต่ไม่ทันแล้วอีกคน ขะมักเขม้นแกะเชือกไปแล้ว เ้าลู่เหวินยังไปช่วยอ๋องเฉวียนอีกแรง
“ไม่ม่ายยยข้าไม่ได้ได้ยินอะไรที่นางพูดทั้งนั้น ข้ารู้เพียงว่านางที่นางพูดอาจเป็เื่ราวในหลังจากที่ท่านกลับวังหลวงก็ได้ ท่านก็ควรเร่งทำคะแนนบางทีองค์หญิงสามอาจลืมเื่ในอดีตของท่านไปแล้วก็ได้ เช่นนั้นข้าก็ควรทำดีกับองค์หญิงเอ่อถัวผู้หยั่งรู้เช่นกันเผื่อว่านางจะทำนายชะตาข้าบ้าง” อ๋องเฉวียนรีบออกตัว
“ข้าด้วยข้าด้วยนายหญิง ไม่สิองค์หญิงท่านอย่าลืมข้านะ” ลู่เหวินรีบประสานมือพูดไปยิ้มไป
คนที่หัวเสียคืออ๋องหรงผู้ทะนงตน สะบัดชายเสื้อจากไป
“องค์หญิงหากต่อไปท่านมีเื่ใดเกินแบกรับเฉวียนอ๋องยินดี ช่วยแบ่งเบา”
มีมี่ยิ้ม
“แน่นอน ไม่ต้องกังวลข้ากับท่านเราจะได้พบกันอีกแน่”
อ๋องเฉวียนทำตาโตด้วยความประหลาดใจ
“ข้าจะได้กลับวังหลวงหรือ ดีใจที่สุดข้าคิดว่าต้องอยู่เฝ้าด่านชายแดนจนแก่ตายเสียแล้ว”
เฮ้อ จะบอกอย่างไรดีหนอ ค่อยๆ รู้ไปก็แล้วกัน เล่าเสียหมดก็ไม่สนุกสิ อ๋องเฉวียนเป็พระรองนี่ จะจบแค่ตรงนี้ได้อย่างไรเล่า
พยักหน้าขึ้นลง
อ๋องเฉวียนคว้าข้อมือเล็กมากำไว้ในมือเขย่ามือด้วยความดีใจ
“ขอบคุณองค์หญิง ขอบคุณจริงๆ ข้าคิดมาตลอดว่าอนาคตข้าจบแค่นี้ที่นี่ แต่ท่านรับรองแบบนี้ข้าค่อยมีกำลังใจมาหน่อย”
เฮ้อ
“ด่านชายแดนสงบร่มเย็น พวกท่านจะเฝ้าเอาอะไร ไข่มุกันั่นฝ่าาจะบอกพวกท่านเองว่าควรทำเช่นไร” มีมี่พูดเบาๆ อ๋องเฉวียนยิ้มกว้าง
