จากคำพูดของหยุนเหมี่ยว ดูเหมือนนาง้าที่จะให้ฮุ่ยหลินแต่งงานกับหยางเฉินให้ได้ ฮุ่ยหลินเองก็ทำได้แต่เพียงปิดปากเงียบเท่านั้น เธอส่งสายตาอาฆาตไปให้หยางเฉินที่เป็คนทำให้สถานการณ์เริ่มแย่ลง
หลินจี้อกั๋วเปิดปากขึ้นอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้า “หยุนเอ๋อร์ เ้าพูดถูก ไม่ว่าจะหน้าที่ของคนที่เป็สามีอย่างข้าหรือผู้าุโของหลานสาว ข้าก็ไม่สมควรได้รับมัน ทั้งฮุ่ยหลินและรั่วซีควรจะมีวัยเด็กที่งดงาม ได้รับความรักจากครอบครัว แต่ข้ากลับไม่เคยให้สิ่งนั้นกับพวกเธอ ข้ามัวแต่ทำงานและธุรกิจของตระกูล และใช้มันเป็ข้ออ้างมาโดยตลอด ข้าคงไม่มีข้อโต้แย้งหากเ้าจะเปรียบเทียบระหว่างข้ากับเ้าสารเลวน้อยนี่ อีกทั้งข้ายังด้อยกว่าอีกด้วย”
หลินจี้อกั๋วหันกลับไปพูดกับหยางเฉินอีกครั้ง “ข้าไม่สนว่าเ้าจะภูมิใจหรือไม่ที่ถูกเปรียบเทียบ แต่เท่าที่ข้ารู้ เ้ายังไม่ทันได้แต่งงานกับรั่วซี แต่กลับมีคนรักอยู่อีกสามคนเสียแล้ว แถมยังรักใคร่กันแแ่ เ้าคิดว่าจะปิดเื่นี้ไปจากพวกเราได้งั้นเรอะ?”
หยางเฉินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ผมไม่เคยคิดที่จะปกปิดอะไรแม้แต่น้อย อีกอย่างพวกเธอก็เป็คนรักของผมไม่มีทางที่ผมจะปล่อยพวกเธอไปแน่”
“อะไรนะ?” หยุนเหมี่ยวเลิกคิวขึ้นด้วยความใ “นี่หมายความว่าเ้าอยากจะเป็พระจักรพรรดิหรืออย่างไร ประเทศจีนยอมรับการมีภรรยาได้เพียงคนเดียว เ้ากับรั่วซีกำลังทำผิดธรรมเนียมของประเทศเรา!”
ฮุ่ยหลินที่ทั้งเขินและมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า เมื่อได้ฟังดังนั้น หัวใจดวงน้อยของเธอก็เต็มไปด้วยความเศร้าใจยิ่งขึ้น
หยางเฉินถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
“อาจารย์หยุนเหมี่ยว ความจริงแล้วผมไม่ได้คิดจะปกปิดเื่นี้กับคุณ แต่คุณไม่ได้ให้โอกาสผมอธิบาย แน่นอนว่าผมซื่อสัตย์ต่อรั่วซีที่เป็ภรรยาของผม แต่ในเมื่อเธอไม่ถาม ผมก็ไม่จำเป็ที่จะต้องบอกให้เธอฟัง บางทีมันอาจเกิดความปรองดองในหมู่ภรรยาผมก็ได้ ใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้นอาจารย์หยุนเหมี่ยว คุณคงไม่คิดที่จะทำให้หลานของคุณมาแปดเปื้อนเพราะผมหรอก ใช่มั้ย? ถึงแม้ผมจะดีไม่เท่าสามีคุณก็เถอะ...”
“เ้ากล้าล้อเล่นกับข้าเรอะ!?” หลินจื้อกั๋วพูดขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว
หยุนเหมี่ยวเอ่ยอย่างเ็า “เขาพูดถูก อย่างน้อยเขาก็ยังกล้าที่จะยอมรับ ต่างจากเ้าที่ซ่อนเอาไว้และหลอกข้ามาโดยตลอด!”
“หยุนเอ๋อร์ แบบนี้มันใช้ไม่ได้ หมอนี่ไม่แม้กระทั่งเคารพผู้าุโ เ้าจะให้ยอมให้คนที่ไม่มีสัมมาคารวะแต่งงานกับหลานเ้าเหรอ!?” หลินจื้อกั๋วกล่าว
หยุนเหมี่ยวมองหลินจื้อกั๋วด้วยสายตาเหยียดหยาม “หลานข้าคือฮุ่ยหลินเท่านั้น ส่วนรั่วซีเป็หลานของเ้า คนตระกูลหลินจะว่าอย่างไรก็ช่าง และข้าก็เป็คนดูแลฮุ่ยหลินมาตลอดชีวิตของนาง ไม่ใช่เ้า เ้าไม่มีสิทธิมายุ่งเกี่ยวกับนาง!”
“วิธีการของเ้ามันไม่มีเหตุผลเลย แต่ก่อนเ้าไม่เคยเป็อย่างนี้!”
“หุบปากซะ!!”
เมื่อหยางเฉินเห็นว่าเื่นี้เป็การทะเลาะกันระหว่างสามีภรรยา ตัวเขาจึงไม่เข้าไปห้ามแต่อย่างใด
ส่วนฮุ่ยหลินก็ได้แต่มองาเย็นที่เกิดขึ้นอย่างขนลุก!
แน่นอนว่าถึงแม้เธอจะโกรธปู่กับย่าเธอสักเพียงใด สุดท้ายทั้งสองคนก็ยังคงเป็คนในครอบครัวเธอ และเป็คนที่คอยดูแลเอาใจใส่เธอเสมอมา
"คุณย่า คุณปู่ อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ!”
ฮุ่ยหลินเห็นย่าและปู่ของเธอทะเลาะกันอย่างรุนแรง หัวใจของเด็กสาวก็บีบรัดด้วยความเ็ป หยาดน้ำตาค่อยๆ เอ่อไหลออกมาจากดวงตา
“พวกท่านจะทะเลาะกันไปให้ได้อะไรขึ้นมา ถ้ายังจะทะเลาะกันอีก หนู... หนูจะไม่สนใจใครอีกแล้ว!”
หลังจากนั้นฮุ่ยหลินที่ทั้งโกรธเละเสียใจก็วิ่งออกไปจากค่ายทหารทันที
“เดี๋ยว... ฮุ่ยหลิน! ฮุ่ยหลิน! กลับมาก่อน!"
หยุนเหมี่ยวและหลินจี้อกั๋วะโเรียกฮุ่ยหลินหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่กลับมา
"หยางเฉิน เ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน อีกอย่างหนึ่ง เมื่อเ้าแต่งงานกับหลานข้า ข้าไม่อนุญาตให้เ้ามีนางสนมเพิ่มขึ้นแน่"
เมื่อพูดจบนางก็วิ่งไปตามฮุ่ยหลินทันที
หยางเฉินรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ภายในใจ เขาไม่ได้อยากแต่งงานกับฮุ่ยหลินหรือรับเธอมาเป็ภรรยาอยู่แล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้กำลังเริ่มกีดกันไม่ให้เขาไปยุ่งกับผู้หญิงอื่นแทนหลานของเธอเสียแล้ว?
ดูเหมือนว่าซ่งเทียนฉิงนั้นถึงแม้จะสำเร็จวิชาบ่มเพาะจิตกำเนิดชีพ แต่ก็ไม่สามารถจัดการน้องสาวที่วุ่นวายคนนี้แม้แต่นิด
หลินจื้อกั๋วมองหยางเฉินอย่างลึกซึ้งกล่าวว่า “เ้าไม่จำเป็จะต้องมาใส่ใจกับเื่ภายในมากนัก หลานสาวทั้งสองของข้าต่างมีชีวิตที่แตกต่างกันเกินไป แต่ที่ทั้งคู่เหมือนกันคือข้าไม่อาจดูแลพวกเธอได้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง... ขอบใจมากที่ช่วยเหลือพวกทีมัและเปิดโปงแผนของต้วนเหริน เ้าทำให้ทุกคนกลับมาได้อย่างปลอดภัย ความดีความชอบนี้จะต้องถูกบันทึกเอาไว้แน่นอน ส่วนพวกที่หนีไปนั้นเรากำลังสะกดรอยตามอยู่ ซึ่งข้าคิดว่ามันอาจส่งผลต่อเ้าในอนาคตก็ได้”
หยางเฉินยิ้ม “ตอนนี้ผมคิดว่ามันยังไม่มีผลกระทบอะไรกับผมนะ”
“ภาพลักษณ์ของเ้าไม่ใช่คนโหดร้าย นั่นทำให้มีคน้าลองดีกับเ้า เ้าคิดหรือไม่ว่ามันเป็ไปไม่ได้ที่เ้าจะปกป้องผู้หญิงของเ้าทั้งหมดเอาไว้ได้?” หลินจื้อกั๋วถามกลับ
หยางเฉินเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเ็าออกมา
“คุณควรจะรู้ว่าคนที่้าจะมายุ่งกับผมนั้น ก็มีคนของคุณอยู่บ้างเช่นกัน ผมอาจจะไม่สามารถปกป้องพวกเธอได้ทั้งหมดก็จริง แต่ผมสามารถฆ่าคุณได้อย่างแน่นอน การล่มสลายขององค์กรซีโร่เป็เครื่องพิสูจน์ความสามารถของผมได้ดีทีเดียว ถ้าคุณ้า จะทดลองก่อนก็ได้นะ”
“เ้ากล้าขู่ข้า!?” หลินจื้อกั๋วเผยสายตาโกรธเกรี้ยวออกมา
หยางเฉินตอบคำถามเขาอย่างไม่ใส่ใจ “ตราบใดที่พวกคุณไม่มายุ่งกับผมและคนของผมมันก็จะไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้น สนธิสัญญาเทพเ้ายังคงผูกมัดผมอยู่ หากคุณไม่ล้ำเส้นของผม ผมก็จะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนเช่นกัน”
ใบหน้าของหลินจื้อกั๋วเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ตีกันไปมาก่อนจะพูดขึ้น “เฮลิคอปเตอร์ข้างนอกจะทำให้เ้ากลับไปได้อย่างรวดเร็ว จงใช้มันซะ”
"ขอบคุณมาก"
“เดี๋ยวก่อน!”
หยางเฉินเดินไปได้ครึ่งทางก่อนจะหันกลับมา “มีอะไรเหรอครับ?”
"ถ้าเกิดว่าเ้า..." หลินจื้อกั๋วเอ่ยขึ้นอย่างลำบากใจ "ข้าหวังว่าเ้าจะช่วยข้าพูดกับรั่วซี ข้าไม่้าให้ครอบครัวของเราแตกแยกไปมากกว่านี้ แต่เธอก็ไม่ฟังข้าเลยแม้แต่นิด ข้าอยากให้เธอกลับมาเป็คนตระกูลหลิน ไม่ต้องไประหกระเหินอยู่ข้างนอกนั่น กลับมาอยู่ในครอบครัวของเธอจริงๆ..."
หยางเฉินยิ้มขึ้น "ผมเข้าใจว่าทำไมภรรยาผมถึงเกลียดขี้หน้าคุณอย่างมาก"
"แน่นอนว่าเธอแค้นใจคนในครอบครัวของคุณที่ทำกับย่าของเธออย่างไม่ยุติธรรม และอีกอย่างหนึ่งผมคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ผมเองก็เป็ครอบครัวของเธอเช่นกัน" หลังจากนั้นหยางเฉินก็เดินออกไปจากค่ายทหาร
หลินจื้อกั๋วกำลังตะลึงกับคำพูดของหยางเฉิน ถอนหายใจก่อนจะกล่าวว่า "ฮุยอี เ้าว่าสิ่งที่เขาพูดมันถูกต้องหรือไม่?"
เมื่อได้ยินเ้านายของตนถาม ฮุยอีก็เอ่ยขึ้นเงียบๆ “ข้าคิดว่าค่อนข้างจะถูกต้องทีเดียว”
“แต่... รั่วซีไม่เคยให้ข้าเข้าใกล้ แถมยังไม่คิดว่าข้าเป็ปู่ของเธออีกด้วย?” หลินจื้อกั๋วกล่าว
"นายท่าน ถึงอย่างไรเธอก็เป็หลานของท่าน เพียงแต่ความผิดทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้นนั้น เพียงแค่ 20 ปีคงไม่มีทางที่จะหายไปง่ายๆ ทำไมเราไม่ให้เวลาหยางเฉินได้เข้าไปพูดคุยกับเธอก่อนล่ะ?" ฮุยอีกล่าว
เมื่อหลินจื้อกั๋วได้ยินดังนั้นเขาก็ค่อยๆ จมเข้าไปในความคิดของตน
เมื่อหยางเฉินออกมาจากค่ายทหารแล้วเขาก็ยังไม่เห็นหยุนเหมี่ยวและฮุ่ยหลินดูเหมือนทั้งคู่จะหายออกไปข้างนอก
ใกล้ๆ กับเขา คนของสะพานเหล็กอัคคีเหลืองออกมารอรับเขา ใกล้กับจุดที่เฮลิคอปเตอร์จอดอยู่
ยกเว้นหัวเป่าที่แผลรุนแรงจนต้องนอนรักษาตัวอยู่ภายในเต็นท์ แต่ก็ยังส่งยิ้มมาให้เขาเป็ระยะ
"พวกเรามาส่งท่าน ในฐานะของตัวแทนของทีมัแห่งกองพลน้อยเหยียนหวง ผมขอขอบคุณที่ท่านได้ช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้ด้วยใจจริง"
ไห่เซี่ยวได้รับการแต่งตั้งให้เป็หัวหน้าทีมกล่าวขอบคุณหยางเฉิน
หยางเฉินพยักหน้าตอบ “ผมก็หวังว่าในอนาคตพวกคุณคงจะไม่พลาดเหมือนกับครั้งนี้นะ”
"การทรยศและความพ่ายแพ้ของเราก่อนหน้าเกิดจากต้วนเหริน แน่นอนว่ามันจะต้องไม่มีต้วนเหรินคนที่สองอีกเป็อันขาด!" ต้าเจี่ยวเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ
“ผมก็หวังว่าอย่างนั้น” หยางเฉินกล่าว
เย่จื่อพูดขึ้นอย่างอายๆ ว่า "พี่ใหญ่หยาง ฉันฝากขอโทษป้าหม่ากับพี่โม่ด้วย ถ้ามีเวลาโอกาสหน้าฉันจะไปขอโทษพวกเธอด้วยตัวเองนะคะ"
หลังจากนั้นเธอก็ก้าวไปกอดหยางเฉินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปอย่างเอียงอาย ทุกคนในทีมต่างหัวเราะครืน ใบหน้าของเย่จื่อยิ่งทวีความแดงขึ้นเรื่อยๆ
หยางเฉินบอกลาคนทั้ง 11 แล้วจึงนั่งเครื่องบินกลับไปยังหมู่บ้านคุนิ
เขาคิดว่าหลังจากนี่คนที่บ้านของโม่เชี่ยนนีคงจะมีเื่อยากถามเขาอยู่มากมายเป็แน่
แต่หยางเฉินก็ไม่ได้สังเกตเห็นคนของกองพลน้อยเหยียนหวงคนหนึ่งที่กำลังลอบมองเขาอยู่ในมุมมืด และกำลังเผยแววตาแปลกๆ ออกมา...
