หนึ่งชั่วยามผ่านไป
คุณหลวงเดินออกมาพร้อมแม่นางบุหลัน พร้อมเอยขึ้นว่า
“เด็กน้อยที่ออเ้าพามา ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว หากไม่ได้แม่หญิงช่วยไว้ คงยากที่จะช่วยชีวิตเด็กได้” คุณหลวงกล่าวพร้อมส่งยิ้มให้พริมโรส
แม่เด็กเดินออกมาจากห้องเมื่อครู่ และก้มกราบแทบเท้าคุณหลวงพร้อมน้ำตานองหน้า
“ขอบพระคุณท่านหมอ ขอบพระคุณแม่หญิง ขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยลูกของข้า…” หญิงสาวร้องไห้ รู้สึกขอบคุณจากในจริง
คุณหลวงยิ้มบาง ๆ “ผู้ใดเจ็บไข้มา ข้าเป็หมอ ข้าก็ต้องรักษา…นั่นคือหน้าที่ข้า เ้าไปดูลูกเ้าเถิดและอย่าลืมทานยาตามที่ข้าจัดไว้ให้ด้วยล่ะ... ”
หญิงสาวผู้นั้นกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะกลับเข้าไปดูลูกชายตน
พริมโรสยิ้มกว้าง รู้สึกตื้นตันใจที่ความรู้ในโลกปัจจุบันของเธอสามารถช่วยคนที่นี่ได้ จนไม่ทันสังเกตว่ามีคนบางคนแอบมองอยู่
“ข้ามิรู้มาก่อนเลยว่า...ออเ้าจะมีฝีมือการดูแลผู้ไข้ถึงเพียงนี้ สามารถดูแลผู้ไข้เบื้องต้นได้…หากมีเวลาว่าง ก็อยากให้มาเรือนหมอบ่อย ๆ ” หลวงอรรถกล่าวพร้อมจ้องมองพริมโรสอย่างอ่อนโยน
“หากน้องข้ามา...ข้าก็คงต้องมาช่วยด้วยแล้วล่ะ” พี่วิสูตรพูดกลับหลวงอรรถ
“ข้าไม่อยากรบกวนเวลาขอออเ้าเลย แค่แม่พิมมาผู้เดียวก็เพียงพอแล้ว” หลวงอรรถกล่าวตอบพร้อมใบหน้าที่ยิ้มกว้าง
“เอ่อ...ว่าแต่คุณพี่วิสูตร และแม่พิมมาที่นี่มีเหตุอันใดรึเ้าคะ หรือมีผู้ใดป่วยไข้” แม่หญิงบุหลันกล่าวขึ้นอย่างใ
“มิมีผู้ใดป่วยดอก เพียงแต่แม่พิมอยากเจอออเ้า ข้าจึงพามาที่นี่” พี่วิสูตรกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงโทนอบอุ่นต่างจากตอนที่คุยกับหลวงอรรถ
แม่นางบุหลันมองสบตาพิมโรส แล้วถามต่อ
“ว่าแต่…แม่พิมมาหาข้าด้วยเื่ใดหรือ?”
พริมโรสตอบในทันที เหมือนเธอรอเวลานี้มานาน “ข้ามีเื่อยากถามแม่หญิงบุหลันเกี่ยวกับ ‘ปิ่น’ เห็นพี่บัวบอกว่า ไม่มีใครที่จะชำนานเื่เครื่องประดับได้เท่าเธออีกแล้ว..เอ่อ...ออเ้า” หญิงสาวตื่นเต้นจนเผลอพูดคำแปลกไป
“ข้ายินดีช่วยออเ้า...แต่!..เหตุใดเ้าถึงพูดจาประหลาดนัก” แม่หญิงบุหลันพูดขึ้น
“แปลกยังไงรึ...” พริมโรสแกล้งทำเป็ไม่รู้
“ปกติออเ้าเรียกข้าว่าแม่บุหลัน แต่เหตุใดออเ้าจึงเรียกข้าเช่นนั้นกัน?” แม่บุหลันเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ก่อนหน้านี้แม่พิมเป็ลมล้มพับไป ฟื้นขึ้นมาความจำหายไปบางส่วนหน่ะออเ้า...” พี่วิสูตรกล่าว
“แต่ตอนนี้ข้าหายดีแล้วหนาแม่บุหลัน...จริงๆนะ!” พริมโรสรีบตอบกลับก่อนที่จะอดไปที่ร้านของแม่บุหลันแล้วโดนลากกลับเรือนแทน
“คุณพระ!...เหตุใดพี่อรรถถึงไม่บอกน้อง หากน้องรู้น้องคงต้องรีบไปหาแม่พิมเป็แน่..” แม่บุหลันหันไปพูดกับพี่ชาย
“พี่ก็อยากจะรู้เช่นกัน...ว่าคนที่ต้องพักอยู่ที่เรือนมีเหตุอันใดถึงออกมาอยู่ที่นี่เช่นนี้” หลวงอรรถกล่าว
“เอ่อ...ข้ามาหาแม่บุหลันเ้าค่ะ” พรางวิ่งไปเกาะแขน “ออเ้าพาข้าไปที่ร้านของเ้าเถิดข้าอยากเห็นจะแย่แล้ว” พริมโรสรีบกระซิบบอกแม่บุหลัน
“วันนี้น้องขอไปที่ร้านก่อนนะเ้าคะ” แม่บุหลันหันไปบอกกับหลวงอรรถ
หลวงวิสูตรที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นอย่างฉับพลัน “เช่นนั้นข้าขอไปด้วย”
ทุกคนหันขวับไปมองเขา แม่นางบุหลันดูจะใเล็กน้อย “คุณพี่วิสูตรจะไปด้วยหรือเ้าคะ?”
เขาทำสีหน้าขรึมเหมือนไม่คิดอะไร “ข้ากำลังว่างพอดีหน่ะ...”
“พี่วิสูตรแน่ใจหรือเ้าคะว่า้าไปเพราะ...ว่าง!…หรือเพราะว่าอยากไปอยู่ใกล้ใครบางคนกันแน่เ้าคะ?” พริมโรสมองพี่ชายของตัวเองอย่างรู้ทันพร้อมกับทำหน้าหยอกเล่น
หลวงวิสูตรเห็นเช่นนั้นก็หลบตาไม่กล้ามองหน้าแม่บุหลันที่น้องสาวตัวแสบแอบอยู่ด้านหลังของนางก่อนจะพึมพัมออกมา “ออเ้าพูดมากเกินไปแล้วหนาแม่พิม”
พริมโรสที่ได้ยินแทบกลั้นขำไม่อยู่ แต่แล้วสายตาก็ไปสบเข้ากลับหลวงอรรถ ซึ่งยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่อย่างนิ่งเงียบ
“แล้วคุณพี่ล่ะเ้าคะ ท่านอยากจะไปด้วยกันหรือไม่!” แม่บุหลันกล่าว
หลวงอรรถเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“จะว่าไป....ข้าก็กำลังว่างพอดี”
แม่นางบุหลันอมยิ้มเล็กน้อย มองพี่ชายของพริมโรสกับพี่ชายของตนเองสลับกันไปมา ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “เช่นนั้นก็ไปกันทั้งหมดเถิดเ้าค่ะ”
หลังจากที่ตกลงกันแล้วทั้งสี่คนก็เดินทางไปที่ร้านของแม่บุหลัน ที่ตั้งอยู่ที่ตลาดท่านำเข้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงหมอ
เสียงพ่อค้าแม่ค้าะโเรียกลูกค้า ดังสลับกับเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นตามตรอกแคบ ๆ พริมโรสเดินเคียงข้างแม่นางบุหลัน
ขณะพี่วิสูตรและหลวงอรรถเดินตามหลังมาอย่างเงียบ ๆ พริมโรสแอบเหลือบมองพี่ชายของตนเอง ซึ่งดูเหมือนจะพยายามทำสีหน้าเรียบเฉย แต่สายตากลับจ้องไปทางแม่นางบุหลันบ่อยผิดปกติ…
