“เอาตัวไหนก็ได้จะเลือกมาสักตัวหนึ่งเถอะ ข้ากลัวว่าพอได้ตัวที่ถูกใจแล้วมันไม่ยอมไปด้วย จะทำให้เสียความรู้สึก แถมเ้าก็ยังต้องไปชวนตัวอื่นอยู่ดี”
“ถ้าอย่างนั้นเ้ารออยู่ตรงนี้ ข้าจะไปเลือกให้เ้าเองถ้ามันไม่ยอมมา ต้องใช้พลังอสูรของข้ากดดันมัน รับรองเข้าจะเลือกตัวที่ดีที่สุดมาให้เ้า”
จู๋จื่อไม่ได้สนใจหนูดำ สนใจสมุนไพรและต้นไม้ที่อยู่รอบด้านมากกว่า ไหนจะแหล่งน้ำที่ดูสมบูรณ์”ท่านปู่น่าจะชอบบรรยากาศแบบนี้มากกว่าหรือจะชวนท่านปู่มาพักผ่อนที่นี่บ่อยๆ
“ถึงป่าตรงนี้จะไม่ใหญ่เท่าเขาบรรพต แต่ไม่เหมือนกันขนาดสัตว์อสูรยังอยู่ที่นี่ได้ ดูเยอะกว่าแถวตรงป่าไผ่และป่าใหญ่ ที่นอกจากหนูดำแล้วก็ไม่ค่อยเจอสัตว์อสูรตัวอื่นเลย”
“หรือเป็เพราะมีหนูดำอยู่ สัตว์ตัวอื่นเลยไล่หนีหมดคงเป็แบบนี้แน่เลย เพราะเ้าหนูดำอยู่ระดับสูงแปลงร่างได้พูดได้ วันหลังต้องไม่ให้หนูดำอยู่ในป่านานแล้ว ไม่อย่างงั้นสัตว์ตัวอื่นจะเดือดร้อน แต่พลังมันก็ลดลงแล้วน่ะ ช่างเถอะ”
“จู๋จื่อเ้ามาดูข้าจับม้าได้แล้ว เ้ามาทำความรู้จักและทำพันธสัญญากับมันจะได้เดินทางกลับกัน เ้าต้องไปสร้างคอกให้มันนอนด้วย”หนูดำขี่มาบนหลังม้าสีน้ำตาลแดงตัวใหญ่
“โอ้!ช่างเป็ม้าที่สง่างามและตัวใหญ่มาก แบบนี้มันจะไม่ตัวใหญ่กว่าม้าธรรมดาหรือหนูดำ เวลาขี่ไปไหนมาไหนชาวบ้านจะไม่ใใช่ไหม”
“ช่วยไม่ได้ถ้าพวกเขาจะใเพราะม้าตัวหนึ่ง เพราะตอนจับข้าคำนึงถึงการใช้งานต่างหาก มันตัวใหญ่วิ่งไวแข็งแรงเผื่อเ้าต้องขี่ไปที่ไหนไกลๆ ในวันข้างหน้าด้วย”
จู๋จือเดินเข้าไปแล้วลูบที่หน้าของวันเบาๆ “รบกวนเ้าแล้วต้องมาอยู่กับข้าแล้ว เพราะข้า้าขี่เ้าไปหลายที่และอยู่ด้วยกันไปอีกนาน”
“เ้าต้องเอาหน้าผากของเ้าแนบกับหน้าผากของม้า เพื่อทำพันธสัญญา”จู๋จื่อรีบทำตามหนูดำบอกทันที
“เ้ามีสีน้ำตาลแดงสวยงามถ้าจะให้ชื่อเ้าว่าม้าหงจงหรือตาลก็แล้วกัน เรากลับบ้านกันเถอะไว้วันหลัง ข้าจะพาเ้ามาหาเพื่อนของเ้าที่นี่”
“จู๋จื่อเ้าก็ขี่ม้าจากที่นี่ไปถึงบ้านเลยจะได้คุ้นเคยกัน พรุ่งนี้เ้าต้องขี่ไปสำนักศึกษาแล้วไปทำภารกิจไม่ใช่หรือ”หนูดำย่อตัวขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้าเพื่อชี้หลงทางกลับไปบ้าน
“ท่านปู่ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะได้ม้าหงจงกลับมาด้วย ข้าต้องทำที่นอนให้ม้าก่อนวันนี้คงทำคอกให้ไม่ทัน”
“โอ้!ได้ม้ามาตัวใหญ่เลยนี่ แถมสวยด้วยให้มันนอนข้างบ้านนี้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวปู่จะทำที่กันลมให้ก่อน”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าจะให้มันไปนอนกับข้าเอง ข้าจะสั่งสอนให้มันรักความสะอาด พามันไปอาบน้ำที่ท้ายสวน เช็ดตัวแห้งบ้านจะได้ไม่สกปรก ไม่ต้องเสียเวลท่านปู่ด้วย”หนูดำพูดขึ้น
เป็อันว่าม้าได้เข้าไปนอนบนบ้าน รวมกับหนูดำที่พูดจาสั่งสอนมันไปค่อนคืนกว่าจะได้นอน
หมอกจางๆยามเช้า ผู้คนที่เดินอยู่ท้องถนน ต่างเหลียวมองม้าสีน้ำตาลแดงที่สูงใหญ่และสวยงาม ปรากฏร่างเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังม้า เดินทางไปสำนักศึกษา
“ม้าสวยงามมากตัวใหญ่ด้วย ถ้าข้าขอซื้อจากเด็กผู้หญิงคนนั้นจะขายหรือไม่นะ นางไม่เหมาะกับม้าตัวใหญ่แบบนี้เลยแต่ลูกชายของข้าตัวใหญ่ เหมาะสมกับม้าที่ดูสง่างามตัวนี้”
“เป็ลูกหลานใครไม่เคยเห็น ขี่ม้าตัวใหญ่แบบนี้ได้อย่างไงกัน ตอนปีนขึ้นลงไม่ลำบากแย่รึ”
“เดินทางมุ่งหน้าไปทางสำนักตงต๋อชุดสีฟ้า ไม่ใช่ว่าเป็ลูกศิษย์ของที่นั่นหรือ ไม่ได้การข้าแล้วข้าต้องเดินทางไปที่นั่น อย่างน้อยซื้อไม่ได้แลกเปลี่ยนกับม้าที่ข้ามีก็ได้”
เสียงชาวบ้านพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ตามหลังมา แต่จู๋จื่อไม่ได้สนใจยังคงขี่ม้ามุ่งหน้าไปยังสำนักตงเต๋อ
“โอ้!พวกเราดูนั่นสิไม่ใช่ศิษย์ใหม่ตัวเล็กของห้องเราหรือ นางถึงกับขี่ม้าตัวใหญ่ขนาดนี้เลยรึ ตัวใหญ่กว่าของพวกเราไปเกือบเท่าตัวเลยนะ นางไปเอาม้าแบบนี้มาจากที่ไหนกัน”
“เด็กนั่นมาจากบ้านป่าเมืองเถื่อน ก็คงจะเอาม้ามาจากในป่านั่นแหละ ถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้ พวกเราอย่าได้ไปสนใจเลยม้าตัวใหญ่ก็ปีนขึ้นไปลงลำบาก”
ขณะที่พวกเขากำลังยืนพูดคุยกันอยู่นั้น ต้องใเมื่อเห็นท่าทางลงม้าของจู๋จื่อ ที่ร้อยละลิ่วลงมาบนพื้นอย่างนิ่มนวล แถมม้าที่นางนั่งไม่มีเชือกผูก
พวกเขาไม่กล้าพูดสิ่งใด ได้แต่มองตามหลังไปเท่านั้น ต่างสงสัยในใจว่านางใช้วิชาอะไรถึงลอยลงมาได้อย่างนิ่มนวลขนาดนั้น ม้าที่ตัวใหญ่ก็เหมือนจะรู้เื่ มันเดินไปหาร่มไม้เองโดยที่เ้าของไม่ต้องจูงไปผูก
“ทุกคนมาพร้อมแล้ว เตรียมตัวเราจะออกเดินทางไปพร้อมกัน จะไปที่หมู่บ้านกงซานก่อน ตามด้วยหนานซานและซื่อซานที่เดือดร้อนเหมือนกัน”
อาจารย์เฟยฉีและอาจารย์ลู่หลิ่ง เป็คนนำทีมของลูกศิษย์เดินทางไปหมู่บ้านที่เดือดร้อน
ลูกศิษย์ทั้งยี่สิบหกคนขี่ม้าตามอาจารย์ทั้งสอง ไปยังหมู่บ้านที่เดือดร้อน ซึ่งอยู่ไกลออกไปโดยไม่แวะพักที่ไหนเลยใช้ เวลาสองชั่วยามก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านกงซาน
มีชาวบ้านมายืนรออยู่หน้าหมู่บ้านกลุ่มใหญ่ พอทุกคนมาถึงก็พาไปดูสวนพืชผักผลไม้ที่พวกเขาปลูก แล้วถูกแมลงพร้อมทั้งสัตว์ป่ามาทำลายที่ได้รับความเสียหายเป็วงกว้าง ติดต่อกันถึงสามหมู่บ้าน
“แมลงที่กัดกินมันจะมา่เย็นหรือมืด ตัวมันสีดำมีปีกสีดำฟันของมันคมมากกัดกินทุกอย่าง ส่วนสัตว์ป่าก็เป็พวกกระต่ายและไก่ที่มีพลัง จนพวกเราสู้ไม่ได้ มันถอนและทำลายพืชผักของพวกเราทั้งสามหมู่บ้าน”
ผู้นำหมู่บ้านกงซานพูดขึ้น ระหว่างพาทุกคนมาดูสวนที่ถูกทำลายไปหลายร้อยหมู่
“ถ้าแมลงมาตอนมืด พวกเราก็ต้องทำที่พักกันอยู่ตรงนี้ เฝ้าดูทั้งสัตว์และแมลงที่มาทำลายพืชผักของชาวบ้าน โดยแบ่งกลุ่มกัน มีสามหมู่บ้านอาจารย์มีสองคน”อาจารย์เฟยฉีพูดแจ้งเพื่อให้ทุกคนได้ทราบ
“ทั้งหมดรวมทั้งอาจารย์มียี่สิบแปดคน กลุ่มที่มีอาจารย์ให้อยู่แค่แปดคน อีกกลุ่มหนึ่งสิบสองคนให้อู๋ห่าวและเฉิงหย่งไปช่วยดูแล คัดคนที่มีความสามารถไปต้องดูแลกันเอง และต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ชาวบ้านให้ได้”อาจารย์ลู่หลิ่งพูดขึ้น และเดินแยกออกมาเพื่อให้ลูกศิษย์แยกกลุ่ม
มีแต่คนจะอยู่กับอาจารย์เพราะอย่างน้อยก็ปลอดภัย แถมกลางคืนกลางสวนแบบนี้น่ากลัวยิ่ง ผู้หญิงเกาะที่อยู่กับอาจารย์หมดเลย
“ลูกศิษย์ใหม่ได้ข่าวว่าเก่ง มาอยู่กลุ่มข้าเป็ยังไง จะได้ช่วยกันเผื่อเจอกระต่ายและไก่”
เฉิงหย่งพูดพร้อมเดินมาหาจู๋จื่อ เขารอโอกาสนี้จะได้จัดการกับเด็กคนนี้ “หรือว่าเ้าขี้คลาดไม่เก่งเหมือนปากที่พูดไว้เมื่อวานนี้”เขาพูดพร้อมกับกอดอกทำหน้าท้าทาย
“ข้าอยู่กลุ่มไหนก็ได้ทั้งนั้น มาช่วยชาวบ้านแก้ปัญหาไม่ใช่มานอนพักผ่อน”จู๋จื่อพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เฉิงหย่ง แล้วเดินไปรวมกลุ่มคนสิบสองคน มีนางเป็ผู้หญิงคนเดียว
หลังจากแยกกลุ่มกันแล้ว กลุ่มของจู๋จื่อได้อยู่หมู่บ้านซือซานที่เป็หมู่บ้านสุดท้าย ไกลออกไปประมาณห้าลี้จึงพากันเดินทางต่อ
“เฉิงหย่งเ้าจะทำอะไรขอให้รู้จักคิดด้วย พวกเราโตกว่านางตั้งเยอะแถมยังเรียนมาตั้งนาน จะเ้าคิดเ้าแค้นอะไรนักหนา ห้ามทำเื่ที่นี่ อาจารย์อุตส่าห์ไว้ใจให้เราทั้งคนสอง ดูแลกลุ่มกันเองอย่าให้เสียชื่อ”
อู๋ห่าวเดินเข้ามาเตือนเพื่อน เพราะเขารู้นิสัยว่าเป็คนเ้าอารมณ์และใจร้อน เขายังสังเกตเห็นว่าเพื่อนคอยจ้องลูกศิษย์ใหม่ตัวน้อยตลอดเวลา เหมือนกับโกรธแค้นกันมาเป็ชาติ
“พวกเราหาที่พักอยู่ใกล้กันแล้วก็ตั้งกระโจม ตอนเย็นจะได้ออกไปดูแมลงที่มากินพืชผัก และจับสัตว์ป่าเตรียมอาวุธให้พร้อม”อู๋ห่าวพูดขึ้น ชายหนุ่มทั้งหมดช่วยกันตั้งกระโจมชั่วคราวขึ้น
“เ้าไปนอนอยู่ตรงโน้นเลย ตรงนี้มีแต่ผู้ชายจะมานอนรวมกันได้ยังไง ไม่เกี่ยวกับอายุและรูปร่างไม่ใช่หรือ เ้าก็สร้างเอาเองสิที่นอนน่ะ”เฉงหย่งพูดกับจู๋จื่่อ
“ย่อมได้แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่าร้องขอให้ข้ามาช่วยก็แล้วกัน นอกจากเ้าจะเรียกข้าว่าศิษย์พี่เท่านั้น”จู๋จื่อพูดแล้วก็เดินไปใต้ต้นไม้ใหญ่ เฉิงหย่งได้ยินแบบนั้นแทบจะไปหักคอนางทันที
“ต้นไม้ตรงนี้ใหญ่บนต้นก็มีแต่กิ่งใหญ่ทั้งนั้น นอนอยู่บนต้นไม้ก็ไม่เลว ม้าหงจงเ้านอนอยู่ใต้ต้นไม้นี้นะ แมลงไม่รู้ว่าเป็กลุ่มไหนแต่ถ้าเป็กระต่ายกับไก่เ้าก็จัดการได้เลย”
จู๋จื่อปีนขึ้นไปสำรวจดูที่จะใช้นอนพัก แล้วก็ปีนกลับลงมาไม่ได้ทำอะไร แค่ถึงเวลาก็มานอนได้แล้ว
“พวกเรามารวมตัวกัน เราจะออกไปดูแมลงที่มากัดกินพืชสวนของชาวบ้าน เตรียมอาวุธไปให้เรียบร้อยอาจจะเจอกับสัตว์ที่มากัดกินพืชไร่ด้วย”อู๋ห่าวบอกกับคนในกลุ่มและเดินนำหน้าออกไป
จู๋จื่อเดินตามพวกเขาไป “พวกเขาเตรียมแต่อาวุธไปฆ่าสัตว์อย่างไก่และกระต่าย แล้วแมลงล่ะเอาอะไรไปฆ่าหรือพวกเขามีพลังธาตุที่สามารถจัดการกับแมลงได้”
ทั้งหมดเดินมาไม่ไกลก็เจอเขากลับสวนปลูกพืชผักของชาวบ้าน ที่กว้างใหญ่หลายร้อยหมู่ พืชผักล้มระเนระนาดต้นไหนที่พอใช้ได้ก็ถูกเก็บไปและมีบางส่วนที่ยังไม่โต
“จับกลุ่มสามคนแล้วยืนห่างเป็ระยะ ถ้ามีอะไรก็ะโเสียงให้ดังจะได้ช่วยกันได้”อู๋ห่าวบอกทุกคน
“พวกข้าอยู่กลุ่มสองคนก็ได้ ข้าไม่เอาเด็กคนนี้จะไปไหนก็ไป”เสียงเด็กหนุ่มดังขึ้นไม่ใช่เสียงเฉิงหย่ง
“ดีข้าชอบอยู่ผู้เดียว ข้าอยู่ได้”พูดเสร็จจู๋จื่อก็เดินออกไปตรงชายขอบของสวนผัก เพื่อดูร่องรอยของสัตว์ที่มากัดแทะดึงพืช ตรงพื้นดินมีแต่รอยกระต่ายและไก่แต่รอยเท้าของมันใหญ่มาก
“รอยเท้าใหญ่ขนาดนี้พวกมันไม่ใช่ว่าเป็สัตว์อสูรหรอกรึ หรือว่าป่าแถวนี้จะมีอสูรอาศัยอยู่ แต่ถ้ามันอยู่มานานแล้วทำไมถึงมาทำลายพืชผักตอนนี้ มาพร้อมกับแมลงเสียด้วย”
“แล้วพืชผักก็ไม่ได้งอกงามมีแต่ต้นเล็กเหลืองแบบนี้ ในป่าน่าจะอุดมสมบูรณ์กว่าตั้งเยอะ ทำไมพวกมันถึงออกมาอาละวาดกันล่ะ”
“หรือว่าพวกมันถูกส่งมา หรือไม่ก็มีชาวบ้านไปทำให้พวกมันโกรธแค้น แต่ดูท่าทางพวกมันเหยียบย่ำทำลายมากกว่า ดูจากผักกาดขาวและหัวไชเท้าหมือนโดนถอนทิ้ง”จู๋จื่อหยิบผักที่โดนเหยียบจนเสียหายขึ้นมาดู
“หึ่งๆหึ่งๆ!”
เสียงขยับปีกบินของแมลงมากมาย ที่บินโฉบไปมาอย่างรวดเร็ว แมลงจำนวนมากบินมาจนท้องฟ้ามืดครึ้ม และบินลงตรงกลางแปลงผักที่ยังไม่โต จนต้นผักกลายเป็สีดำไปหมด
“แมลงมาแล้วพวกเราใครมีธาตุไฟจัดการเผามันได้เลย”พอมีคนะโก็มีคนทำตาม คนที่มีธาตุไฟต่างวิ่งไปตรงสวนผักและปล่อยพลังธาตุไฟเผาแมลง”
จู๋จื่อมองพวกเขาด้วยความตื่นเต้นเพราะยังไม่เคยเห็นธาตุไฟ แต่…ไฟที่เขาใช้มันมีนิดเดียวพุ่งออกจากมือไม่เกินสองก้าว แถมยังดวงเล็กอีกด้วย
“แมลงไม่ตาย พวกมันไม่กลัวกินผักต่อไม่สนใจด้วย พวกมันไม่กลัวไฟอย่างนั้นรึ”จู๋จื่อหมายจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆแต่ได้ยินเสียงร้องขึ้นเสียก่อน
