หยางเฉินตรงไปยังที่จอดรถใต้ดินของบ้าน เขาเปิดไฟที่โรงรถ จนเกิดแสงสว่างคล้ายเวลากลางวัน รถที่นี่ถูกดูแลรักษาเป็อย่างดี รถหรูทุกคันจะถูกทำความสะอาดจนส่องแสงเงาวาว
หยางเฉินเดินไปที่มุมหนึ่งของโรงรถ จากนั้นจึงใช้มือเคาะไปที่กำแพง เมื่อแน่ใจตำแหน่งแล้วหยางเฉินก็ใช้กำลังทุบเข้าไปในกำแพงจนปรากฏเป็ผนังอิฐ จากนั้นเขาก็ดึงอิฐออกจากผนังอย่างแรง จนเผยให้เห็นช่องว่างขนาดเล็กที่มีกล่องสีดำขนาดเท่าฝ่ามือซ่อนอยู่ภายใน
หยางเฉินมองไปกล่องสี่เหลี่ยมพลางยิ้มและส่ายหัว "เ้านี่มันก่อปัญหามากจริงๆ”
หยางเฉินทำการเปิดกล่องออกอย่างรอบคอบ สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือเม็ดคริสทัลสีดำที่วางอยู่บนผ้ากำมะหยี่
เขาเก็บคริสทัลไว้ในกระเป๋ากางเกง และเก็บกล่องกลับเข้าที่เดิมทันที
ครึ่งชั่วโมงถัดมา เขาก็ขับรถไปที่ยังสวนพฤกษศาสตร์ที่ชานเมืองทางใต้ เนื่องจากเป็่เช้าตรู่ผู้คนที่นี่จึงเป็คนงานที่ดูแลสวน ทำความสะอาดสวนเท่านั้น
หยางเฉินไม่เคยมาที่นี่มาก่อน แต่ก็สามารถขับรถพุ่งมุ่งตรงไปยังบริเวณสวนสาธารณะทันทีตามที่ป้ายบอก
เมื่อมองไปที่ป้ายเล็กริมถนนที่เขียนว่า "ซินหลิน" ซึ่งเป็บริเวณที่เทนงูบอก เขาก็จอดรถและเดินเท้าเข้าไปในพื้นที่สวนสาธารณะทันที
หยางเฉินเดินไปตามเส้นทางคดเคี้ยว ค่อยๆ มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของสวนสาธารณะ
ผ่านต้นไม้ดึกดำบรรพ์ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า ต้นแปะก๊วย ที่ในบริเวณนี้มีความหนาเป็พิเศษ
ไม่นานนักหยางเฉินก็มาถึงพื้นที่โล่งกว้าง เขาหยุดฝีเท้าและเงยหน้าขึ้นมอง
เงาร่างบนต้นแปะก๊วยสองต้น เห็นเป็ร่างในชุดนินจาสีดำ หนึ่งสูงใหญ่ หนึ่งผอมบาง แน่นอนว่าต้องเป็เทนงูและทานุกิ
ทันใดนั้นเอง ด้านหลังหยางเฉินกลับมีหญิงสาวที่คล้ายจะปรากฏออกมาจากธาตุอากาศ ดวงตาคู่งามของเธอสาดประกายสดใส
"คนของฉันอยู่ไหน?" หยางเฉินถามโดยตรง
เทนงูหัวเราะกล่าวว่า "ท่านเฮดีส ท่านไม่ต้องกังวลไป เราขอดูศิลาเทพเ้าได้หรือไม่?"
"ศิลาเทพเ้าอยู่ในกระเป๋ากางเกงของผม แต่ผม้ายืนยันความปลอดภัยของตัวประกันก่อน" หยางเฉินกล่าว
"เฮ้" ทานุกิหัวเราะเสียงแหลม
"ไม่คิดว่าเลยว่าเ้าของฉายา ''ความตายที่มีชีวิต'' ที่เลื่องลือมาจะเป็ถึงขั้นนี้ ท่านถึงกับใช้ศิลาเทพเ้ามาแลกเปลี่ยนกับผู้หญิงธรรมดาสามัญ"
สายตาอันเร่าร้อนของฮันเนียะมุ่งเป้าไปที่กระเป๋ากางเกงของหยางเฉิน
"ท่านเฮดีส ข้ารู้สึกอิจฉาผู้หญิงของท่านจริงๆ"
หยางเฉินขมวดคิ้ว "ไม่ใช่ว่าพวกคุณเป็คนลักพาตัวทั้งสองไปหรือไง"
เทนงูฮัมเพลง กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "ใจเย็นๆ ก่อน ถ้าท่านส่งมอบศิลาเทพเ้ามาให้พวกเรา พวกเราจะส่งป้าแก่ๆ ไปให้ท่านก่อน และถ้าท่านอยู่ห่างจากพวกเราเป็ระยะทางหนึ่งกิโมเมตร เราถึงจะบอกที่อยู่ของภรรยาสุดสวยให้แก่ท่าน... แน่นอนถ้าท่านเล่นตุกติกหรือหลอกลวงเราล่ะก็ เธอจะกลายเป็ศพในทันที"
"นายขู่ฉันอย่างนั้นเหรอ?" หยางเฉินถามอย่างเฉยเมย
เทนงูยิ้มกล่าวตอบว่า "เรารู้ว่าท่านเฮดีสเกลียดการข่มขู่ แต่คิดให้ดี คนในครอบครัวของท่านอยู่ในมือของพวกเรา ถ้าหากพวกเราเกิดมือไม้อ่อนพลั้งมือไปล่ะก็ พวกเธออาจเป็ศพไปก็ได้นะ”
หยางเฉินกำหมัดแน่น แต่ในท้ายที่สุดก็คลายออก พร้อมถอนหายใจยาวพลางล้วงคริสทัลสีดำในกระเป๋ากางเกงออกมา
เมื่อคริสทัลปรากฏขึ้นแก่สายตา ดวงตาของทั้งสามปรากฏร่องรอยของความละโมบขึ้นมาทันที
"เป็มันจริงๆ" เทนงูหัวเราะ
ฮันเนียะยังคงจ้องมองคริสทัลในมือหยางเฉินอย่างต้องมนต์สะกด
"ส่งมันมาให้เรา" ทานุกิหัวเราะเสียงแหลม
"คนของฉันอยู่ไหน" หยางเฉินเก็บคริสทัลกลับไป
"พวกเราขอใช้ศักดิ์ศรีของนักรบญี่ปุ่นเป็เดิมพัน พวกเราจะบอกที่อยู่ทันทีที่ท่านส่งศิลาเทพเ้ามา”
"ศักดิ์ศรีไร้ค่าของพวกนายน่ะหรือ?" หยางเฉินส่ายหัว
"ท่านกล้า..." เทนงูกล่าวขึ้นอย่างเดือดดาล
"ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถ้าท่าน้าตัวประกันคืนก็ส่งมอบศิลาเทพเ้ามาให้พวกเราซะ ถ้าท่านเริ่มก่อนล่ะก็ ตัวประกันพวกนั้นจะต้องตายในทันที"
หยางเฉินปิดตาเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง
ทันใดเองนั้นเทนงูและทานุกิก็ะโลงมาจากต้นไม้
"ตึก ตึก”
ต้นไม้ทั้งสองต้นที่พวกเขาเคยอยู่บัดนี้ได้หักล้มลงไปเป็สองท่อน
"ใครกัน!?"
ทุกคนต่างมองไปยังต้นตอของการโจมตี
เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนสีซีด หญิงสาวรูปร่างสง่างามเดินออกมาจากป่า คิ้วพระจันทร์เสี้ยวขมวดเล็กน้อย สีหน้าแสดงออกด้วยความเ็า
"บุปผาพิรุณ?!..."
ฮันเนียะตระหนักถึงการมาของไช่หนิงหรืออีกชื่อหนึ่งคือบุปผาพิรุณ หนึ่งในแปดพิศดารแห่งกองพลน้อยเหยียนหวง
ไช่หนิงจ้องมองไปที่หยางเฉินด้วยสายตาอันคมกริบทันที
"หยางเฉิน ท่านนายพลสั่งการลงมาแล้ว ห้ามท่านส่งมอบศิลาเทพเ้าเด็ดขาด"
หลังจากที่มีประสบการณ์ในทิเบต หยางเฉินจึงรู้ว่านายพลที่ไช่หนิงพูดถึงคือ ปู่ของหลินรั่วซี หลินจื้อกั๋วนั่นเอง
"นี่เป็เื่ของผม" หยางเฉินยักไหล่ "ศิลาเทพเ้าอยู่ในมือของผม ไม่ได้อยู่ในมือของเขา"
"ใช่แล้ว คุณบุปผาพิรุณ ถ้าคุณ้าหยุดท่านเฮดีส แน่นอนว่าคุณต้องมีตัวประกันหรือสิ่งต่อรอง แต่ตอนนี้ท่านเฮดีสกำลังทำการแลกเปลี่ยนกับพวกเราอยู่" ทานุกิหัวเราะ
ไช่หนิงกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า "อย่าลืมว่าที่นี่คือที่ไหน พวกเราสามารถฆ่าพวกแกได้ทุกเมื่อ"
"ยอดเยี่ยมมาก แล้วเธอจะให้ท่านเฮดีสปล่อยให้ครอบครัวของตัวเองตายไปอย่างนั้นหรือ?" ฮันเนียะกล่าวขึ้นด้วยเสียงตลกขบขัน
ไช่หนิงไม่สนใจพวกนั้นอีก เธอหันไปหาหยางเฉินพร้อมกล่าวว่า
"หยางเฉิน ฉันรู้ว่าศิลาเทพเ้าอยู่ในมือคุณ พวกเราทุกคนรู้ดี แต่ถ้าคุณให้ศิลาเทพเ้าแก่พวกนั้นไป แน่นอนว่าพวกมันจะนำความหายนะกลับมาที่ประเทศจีน... หรือแม้แต่โลกนี้"
หยางเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "คุณรู้ความสัมพันธ์ของหลินรั่วซีและท่านนายพลหรือเปล่า?"
ไช่หนิงตกตะลึงไปชั่วครู่ แต่ก็พยักหน้ารับ
"คุณรู้?" หยางเฉินไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง
"...เขาอยากให้หลานสาวตัวเองเรียกว่าปู่ ทั้งๆ ที่ทำตัวไม่ดีกับเธอ แต่เวลานี้เศษหินไร้ค่าก้อนเดียวกลับสามารถช่วยหลานสาวตัวเองได้ เขากลับยังคงเพิกเฉย?"
"เื่ในครอบครัวจะเทียบกับประเทศชาติได้อย่างไรกัน? เมื่อช่วยชีวิตคนเพียงคนเดียว ถึงกับยอมสละชีวิตคนหลายล้านคน นายไม่รู้สึกละลายใจบ้างหรือไง?" ไช่หนิงะโกร้าว
"ขอโทษด้วย ผมไม่รู้จักเกียรติอะไรทั้งนั้น ผมรู้แต่เพียงว่าเพื่อผู้หญิงของผม เพื่อครอบครัวของผม ผมยอมแลกทุกอย่างแม้แต่โลกใบนี้ก็ตาม กองพลน้อยเหยียนหวงของคุณ ยอมขายครอบครัวตัวเองเพื่อปกป้องประเทศ ผมสงสัยจริงๆ ว่าแค่ครอบครัวของพวกคุณยังไม่พออีกหรือ?"
"นาย..." ไช่หนิงเกือบจะเป็ลมจากความเดือดดาล เธอกัดฟันแน่นกล่าวว่า "นายนี่ชอบก่อปัญหาจริงๆ"
"ผมเนี่ยนะก่อปัญหา?" หยางเฉินหัวเราะเยาะ
"ทหารมีหน้าที่ปกป้องประเทศ พวกเขาไม่ได้ปกป้องครอบครัวของตัวเองหรือไง? ประเทศชาติเกิดจากครอบครัวหลายๆ ครอบครัวมารวมกัน ถ้าไม่มีครอบครัวแล้วประเทศจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ผมเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์หยุนเหมี่ยวแล้ว หลินจื้อกั๋วส่งลูกหลานตัวเองไปตาย ผมยังไม่เคยเห็นหน่วยงานลับในประเทศใดยอมเสียสละครอบครัวตัวเองเพื่อแลกกับความเคารพรักแบบนี้มาก่อนเลยนะ"
ใบหน้าของไช่หนิงเปลี่ยนเป็ขาวซีดขึ้นมาทันที
"ไม่ว่าคุณจะพูดยังไง แต่ท่านนายพลสั่งให้ฉันหยุดคุณให้ได้ ถ้ากำลังเสริมมาถึงเมื่อไหร่ พวกนั้นก็จะไม่มีโอกาสหนีอีกต่อไป แต่ก่อนหน้านั้นคุณห้ามตอบรับข้อเสนอใดๆ เด็ดขาด แม้หลินรั่วซีจะตายไป แต่เธอก็เสียสละเพื่อประเทศชาติ"
"เศษหินนี่แลกกับชีวิตของภรรยานั้นคุ้มแล้ว" กล่าวจบหยางเฉินก็โยนคริสทัลสีดำไปยังเทนงูทันที
เทนงูก้าวมาข้างหน้าและรับมันไว้พร้อมเสียงหัวเราะลิงโลด
"ท่านเฮดีส ท่านตัดสินใจถูกต้องแล้ว"
ฮันเนียะและทานุกิคล้ายฝันไป เมื่อเห็นเทนงูศิลาเทพเ้าได้แล้ว
"ปล่อยคนของฉันซะ" หยางเฉินกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไช่หนิงมองศิลาเทพเ้าที่ตกอยู่ในมือของเทนงู และหันกลับมาจ้องมองหยางเฉินด้วยสายตาอันวาวโรจน์
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง คุณส่งศิลาเทพเ้าให้พวกเขาจริงๆ!?"
"คุณนั่นแหละบ้า ผมยอมแลกเศษหินเพื่อช่วยภรรยาแล้วเป็อย่างไร" หยางเฉินะโตอบโต้
"หลินรั่วซีสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง?"
“ผู้หญิงของผมทุกคนมีค่ามากกว่าเศษหินนั่น"
ไช่หนิงเห็นหยางเฉินยังคงทำหูทวนลม ดวงตาของเธอก็ส่องประกายขึ้นทันที
"ฮ่าๆ... ท่านเฮดีสช่างรักเมียเสียจริง..." ฮันเนียะนำกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาและใช้ริมฝีปากประทับลงไป จากนั่นส่งมันให้กับหยางเฉิน
ทันใดนั้นเองเทนงู ฮันเนียะ และทานุกิก็หายลับเข้าไปในป่าโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้
สำหรับจินนินที่ถนัดในด้านหลบหนีและแฝงกายแล้ว ที่นี่เป็ยุทธศาสตร์ที่เลิศล้ำที่สุด แม้แต่หยางเฉินเอง การติดตามพวกนั้นไปนับว่าไม่ง่าย และเขาในตอนนี้ก็ไม่อยากเสี่ยงไล่ล่าเพราะยังห่วงเื่ตัวประกันอยู่
ไช่หนิงเองก็อยากจะติดตามไป แต่ตอนนี้สายเกินไปแล้ว เธอหันไปรอบๆ จ้องมองหยางเฉินด้วยสายตาราวกับจะกินเืกินเนื้อ
"ท่านนายพลจะต้องไม่ปล่อยคุณไว้แน่"
