"เ้า... เ้าไม่กลัวการลงทัณฑ์จาก์หรืออย่างไร?!"
ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำขั้น9คำรามขึ้นจากที่ไกลด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทันใดนั้น แสงอันไร้สิ้นสุดก็ส่องประกายรอบกายของเขา ขนนกหลากสีโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า แสงเจิดจรัสเอ่อล้น แปรเปลี่ยนเป็เตาหลอมห้าสีที่มีขนาดใหญ่กว่าูเา มันราวกับเป็สิ่งเดียวที่ดำรงอยู่ในโลกนี้!
"ข้าไว้ชีวิตเ้าแล้ว จงเห็นค่ามันเถิด หากเ้ายังไม่รู้จักแยกแยะดีชั่ว สุดท้ายก็จะไม่มีจุดจบที่ดีแน่นอน"
เสียงของชายชราผู้สวมอาภรณ์ผ้าป่านดังขึ้นอย่างเชื่องช้าจากภายในเมืองหลักของราชวงศ์เซียน คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและดูแคลนอย่างหาที่เปรียบมิได้
จากนั้น ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำสูงสุดก็ร่ำไห้ติดต่อกันถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน
ผู้คนล้วนมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน นับเป็เื่ที่โกรธแค้นเพียงพอแล้วที่ราชวงศ์เซียนกระทำเช่นนี้ แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
คืนนั้นเอง ราชวงศ์เซียนได้ส่งองครักษ์ขนนกทมิฬของพวกเขาออกมา เพื่อลงมือ "เยือน" เหล่าตระกูลที่เข้ามาเรียกร้องความเป็ธรรมใน่กลางวัน
ไม่ว่าตระกูลเ่าั้จะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอเพียงใด ล้วนถูกองครักษ์ขนนกทมิฬของราชวงศ์เซียนปราบปรามลงทั้งหมด
ราชวงศ์เซียนช่างหยิ่งยโส อำมหิต และไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง!
พวกเขาไม่สนใจว่าตระกูลเ่าั้จะมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี หรือสืบทอดมานานหมื่นปีเพียงใด ล้วนถูกปราบปรามด้วยกำลังทั้งหมด! องครักษ์ขนนกทมิฬแต่ละคนถือสมบัติวิเศษไว้ในมือ และทุกคนที่กล้าต่อต้านราชวงศ์เซียนถูกสังหารจนไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!
บางตระกูลยังมีศักดิ์ศรีและพยายามต่อต้าน แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับตอบแทนก็คือการล่มสลาย!
"พวกเ้ากล้าตั้งตัวเป็ศัตรูกับราชวงศ์เซียนรึ? นี่มันหาที่ตายชัด ๆ!"
"พวกเราแค่้าใช้ผู้มีพร์ในตระกูลของพวกเ้าเป็เครื่องสังเวยโลหิต ไม่ได้แตะต้องตัวพวกเ้าเลยแม้แต่น้อย! แต่พวกเ้ากลับโง่เขลาที่คิดจะต่อต้านพวกเรา!"
เสียงเย็นเยียบดังสะท้อนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคาร ซากศพที่กองพะเนิน และทะเลเื องครักษ์ขนนกทมิฬเดินหน้าฆ่าฟันโดยไม่ละเว้น ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตายไปพร้อมกับความเคียดแค้นที่สูงเสียดฟ้า
หลังจากการสังหารสิ้นสุดลง พวกเขาก็ไม่ได้จากไปทันที ตรงกันข้าม พวกเขากลับเลือกผู้ที่หวาดกลัวจนไม่กล้าต่อต้านขึ้นมา และมอบอำนาจให้บุคคลเ่าั้เข้าควบคุมดินแดนของตระกูลเดิมแทน
"เ้าดูมีฝีมือดี เ้ามาจากที่ใด?"
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีทองขาว ซึ่งมีดอกไม้สีม่วงหกดอกปักอยู่ที่แขนเสื้อ ค่อย ๆ เช็ดกระบี่ยาวที่เปื้อนเืของตน ก่อนจะจ้องมองบุคคลหนึ่งที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้วยสายตาเ็า
"ท่าน… ท่านผู้าุโ ข้าเกิดที่เมืองธารแดง ข้า..."
คนผู้นั้นตัวสั่นเทา ราวกับได้เห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสุดขีด
"ดีมาก ั้แ่นี้ไป ตระกูลจื่อซานจะไม่มีอยู่อีกต่อไป เมืองนี้คือเมืองธารแดง และเ้าจะเป็เ้าเมือง"
ชายวัยกลางคนกล่าวขัดขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ เขาขว้างตราสัญลักษณ์ที่มีอักษร "ราชวงศ์เซียน" ลงไป และกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ั้แ่นี้เป็ต้นไป เมืองนี้จะเป็ดินแดนของราชวงศ์เซียน"
"หากผู้ใดไม่ยอมรับเื่นี้ ก็สามารถนำตราสัญลักษณ์นี้ไปพบพวกเราที่ราชวงศ์เซียนได้"
เมื่อผู้คนรอบข้างได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างตกตะลึง และในแววตาของหลายคนก็เผยความอิจฉาออกมา
ผู้สังเกตการณ์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักถึงโชควาสนาที่หล่นลงมากลางศีรษะ เขาคุกเข่าลงกับพื้นและโขกศีรษะอย่างบ้าคลั่ง
"ขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่านผู้าุโ! ขอบคุณ! ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเด็ดขาด..."
ชายวัยกลางคนเผยรอยยิ้มบาง แต่ในแววตาปรากฏประกายแห่งการเย้ยหยันที่ยากจะสังเกตเห็น ก่อนจะหันหลังและเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า หายลับไปในพริบตา
หลังจากที่คนของราชวงศ์เซียนจากไป บรรดาผู้สัญจรผ่านและผู้ชมที่อยู่รอบ ๆ ก็รีบกรูกันเข้าไปหาผู้โชคดีจากเมืองธารแดง และเอาใจเขาอย่างบ้าคลั่ง
หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น กองกำลังระดับสามที่เรียกว่าเมืองธารแดงนี้ อาจจะกลายเป็ตระกูลจื่อซานรุ่นต่อไป! พวกเขาสามารถควบคุมเมืองและมีอำนาจอันยิ่งใหญ่!
เมื่อข่าวเื่นี้แพร่ออกไป สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ประหลาด
เมื่อใดก็ตามที่ตระกูลหนึ่งถูกปราบปรามโดยราชวงศ์เซียน มักจะมีพลังอำนาจอีกหลายสิบแห่งที่ปรากฏขึ้นรอบ ๆ เพื่อจับตาดูและเย้ยหยันราวกับว่าผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงไม่ใช่ราชวงศ์เซียน แต่เป็ตระกูลผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกำราบ
ในทางกลับกัน เพื่อรักษาเชื้อสายของตน ตระกูลเ่าั้ต้องกัดฟันทนต่อความอัปยศและการกดขี่จากราชวงศ์เซียน ขณะเดียวกัน พลังอำนาจที่จับตามองอยู่ด้านข้างก็วิพากษ์วิจารณ์และเยาะเย้ยไม่หยุดราวกับว่า้าให้พวกเขาถูกทำลาย เพื่อที่ตนเองจะได้ก้าวขึ้นมาแทนที่…
ในพายุครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ราชวงศ์เซียนได้แสดงถึงความหยิ่งยโสและความโเี้ พวกเขายังเผยให้เห็นถึงพลังที่แข็งแกร่งถึงขีดสุด ความน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้ทุกคนไม่กล้าคิดที่จะต่อต้าน
ในตอนนี้ ตระกูลอื่น ๆ ในอาณาเขตเหนือครามก็เริ่มตระหนักแล้วว่าราชวงศ์เซียนเป็ขุมอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด…
"ในโลกนี้ มีเพียงพลังเท่านั้นที่มีความหมาย แล้วไงถ้าตระกูลเ่าั้เป็ฝ่ายถูกต้อง?"
"ตอนนี้ มีตระกูลไหนบ้างในอาณาเขตเหนือครามที่กล้าต่อต้านราชวงศ์เซียน? ข้าว่าคงเหลือแค่ตระกูลหลินของอาณาจักรฉีซานเท่านั้นกระมัง?"
"การต่อต้านราชวงศ์เซียนไม่ใช่เื่ง่าย! อย่าลืมว่าั์ใหญ่อย่างราชวงศ์เซียนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่แม้แต่จ้าวแห่งหุบเหวมืดจะเทียบได้! ตระกูลหลินถูกลิขิตให้ถูกทำลาย!"
บางขุมอำนาจรู้สึกเสียใจกับสถานการณ์นี้ บางขุมอำนาจยืนมองจากที่สูง บางขุมอำนาจลอบเยาะเย้ย และส่วนใหญ่กำลังครุ่นคิดว่าจะได้ประโยชน์อะไรจากพายุครั้งนี้
ส่วนตระกูลที่เลือกจะ "กล้ำกลืนความอัปยศ" นั้น ก็ทำได้เพียงเงียบงัน
แต่พวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความเศร้า ไม่เพียงแต่บุตรหลานที่โดดเด่นที่สุดของพวกเขาถูกสังเวยไป พวกเขายังถูกสังหารและถูกปราบปรามอย่างไร้ความปรานี แล้วหัวใจของพวกเขาจะยังคงสงบได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์เซียนไม่เคยใส่ใจความคิดเห็นของตระกูลเหล่านี้เลย
"ถ้าไม่พอใจ ก็จงตายไปซะ! ถ้ายอมรับได้ ก็คุกเข่าลงอย่างว่าง่าย! แล้วไงถ้าตระกูลพวกเ้าเข้าร่วมมือกันเป็ศัตรูกับราชวงศ์เซียนของข้า? หากไม่มีผู้บรรลุขอบเขตจิติญญา พวกเ้าจะสู้กับพวกเราได้อย่างไร?"
สิ่งเดียวที่ราชวงศ์เซียนกังวล คือ เตาหลอมเก้าทมิฬพิฆาต์ ที่สูญหายไป!
ในขณะนี้ ตระกูลหลินยังไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆ ต่อราชวงศ์เซียน แต่อีกฝ่ายกลับได้ระดมกำลังทั้งหมดและเตรียมบุกไปยังอาณาจักรฉีซาน…
พายุลูกใหญ่ที่กำลังจะกวาดไปทั่วทั้งอาณาเขตเหนือคราม กำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น…
และบุคคลที่เป็ต้นเหตุของความขัดแย้งทั้งหมดนี้—หลินเสวียน—ยังคงหมดสติอยู่ในหุบเขาของแดนรกร้างอันกว้างใหญ่…
อาณาเขตเหนือครามเต็มไปด้วยความโกลาหล
ทว่า ในส่วนลึกที่สุดของแดนรกร้างอันกว้างใหญ่ ทุกสิ่งยังคงสงบและเงียบงัน
ในหุบเขาที่เต็มไปด้วยแท่นบูชาห้าสี มีเสียงน้ำพุใสไหลริน หมอกบาง ๆ ปกคลุมทั่วบริเวณ ต้นหลิวหยกเขียวหยั่งรากลึกลงในผืนดิน แผ่กระจายแสงระยิบระยับออกมา
ผ่านไปสามวันนับั้แ่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากราชวงศ์เซียน
ตอนนี้ หลินเสวียน ยังคงหมดสติ
ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เขาได้รับาเ็สาหัส
แม้ว่าหลินเสวียนจะมีพร์อันโดดเด่น และสามารถต่อสู้เคียงข้าง หลินฮ่าว ได้ แต่เขาก็เป็เพียงเด็กน้อยวัยไม่ถึงขวบเท่านั้น นอกจากนี้ เขาเพิ่งอยู่เพียงระดับสร้างรากฐาน
ไม่ว่าเขาจะมีพร์เพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานพลังโจมตีเต็มกำลังของผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำได้
