หลังจากที่เดินออกมาจากสวนสาธารณะ หลินเทียนก็เดินตามทางไปเรื่อยๆเขามองดูสถาปัตยกรรมที่คุ้นเคยในความทรงจำของเขา หลังจากนั้นก็ได้เปิดปากพูดออกมา"เป็ไปได้ยังไง? ทำไมข้ารู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนเเปลงไปเลยนับั้แ่ข้าจากไป นี่มันก็ผ่านมานานมากแล้วน่ะ จากความเข้าใจของข้ามนุษย์นั้นก้าวหน้ารวดเร็วเป็อย่างมาก อย่างน้อยมนุษย์ก็น่าจะต้องมีความก้าวหน้ามากกว่านี้บ้างไม่ใช่หรอ?"หลินเทียนคอดว่าด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปนานเป็ไปไม่ได้เลยหรอที่อารยธรรมของมนุษย์จะไม่พัฒนาขึ้น? นี่มันผิดจากความเข้าใจเดิมของเขาเป็อย่างมาก
บางทีมนุษย์อาจไม่สามารถก้าวหน้ามากกว่านี้แล้ว?
ในระหว่างที่หลินเทียนกำลังคิดกับตัวเองอยู่นั้น จู่ๆสายตาของเขาก็บังเอิญเหลือบไปมองเห็นหญิงสาวนางหนึ่งเข้าพอดี โดยหญิงสาวนางนั้นในตอนนี้กำลังยืนอยู่บนราวสะพานราวกับว่ากำลังจะะโน้ำเพื่อปลิดชีวิตของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเห็นเช่นนั้นในตอนแรกหลินเทียนก็ี้เีที่จะสนใจ ด้วยความที่เขาเป็เทพมันจึงทำให้เขามองชีวิตของมนุษย์เป็เพียงแค่มดเท่านั้น ในโลกแห่งการบ่มเพาะมนุษย์ธรรมดาก็ไม่ต่างอะไรจากมดบางทีอาจมีค่ามากกว่ามดนิดหน่อยตรงที่พอมีกำลังอยู่บ้าง
แต่เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในโลกแห่งการบ่มเพาะหลินเทียนก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเขาควรจะต้องช่วยผู้หญิงคนนั้น
ร่างกายของหลินเทียนก็กระพริบขึ้นมาและจากเขาก็ได้ไปปรากฎตัวขึ้นข้างๆหญิงสาวคนนั้นในพริบตา ถึงแม้ว่าพลังเขาจะถูกผนึกแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สามารถใช้พลังได้เลย เขาสามารถใช้พลังเล็กน้อยของตัวเองได้ สำหรับความเร็วเท่านี้ไม่มีอะไรต้องพูดถึง
หลังจากที่หลินเทียนปรากฎกายข้างๆหญิงสาวและได้เห็นใบหน้าหญิงสาวชัดๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย หญิงสาวคนนี้ช่างมีใบหน้าที่งดงามเป็อย่างมาก ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตภายในมีดวงดาวระยิบระยับ จมูกที่โด่งได้รูป บวกกับปากนิดหน่อยของเธอราวกับว่าถูกสรรสร้างมาจากพระเ้า
หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเล็กน้อยในความงามของเธอ นี่ยังไม่บวกกับรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเธอน่ะ
'ผู้หญิงคนนี้ช่างสวยงามมากจริงๆ' หลินเทียนคิดในใจถึงแม้ว่าในชีวิตเขาจะเจอหญิงสาวสวยงามมามากมายแต่หญิงสาวตรงหน้าเขาคนนี้ถือได้ว่า ติด 1ใน3 ของผู้หญิงที่สวยที่สุดในชีวิตของเขาเลย
หลังจากชื่มชมรูปลักษณ์ของหญิงสาวเล็กน้อยหลินเทียนก็ได้เอ่ยปากถามขึ้นมา
"เ้าคิดจะทำอะไร?"
ได้ยินเสียงของหลินเทียนหญิงสาวหันหน้ามาจ้องมองเขาอย่างใและหวาดกลัวเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าคนๆนี้มาอยู่ใกล้ๆเธอั้แ่เมื่อไหร่ จู่ๆเขาก็ปรากฏขึ้นมาข้างๆตัวเธออย่างกับผี
หญิงสาวตั้งสติเล็กน้อยก่อนจะเปิดปากถามออกมา "นายเป็ใคร?"
ในระหว่างนั้นหญิงสาวก็ได้พิจารณามองหลินเทียนด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นการแต่งตัวของหลินเทียนเธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดภายในใจ 'ชายคนนี้เป็ขอทานงั้นหรอ? ยังหนุ่มอยู่เลย!'
ได้ฟังเสียงของหญิงสาวหลินเทียนอดไม่ได้ที่จะสบายหูเล็กน้อย ช่างเป็ เสียงที่ไพเราะยิ่งนัก ถ้าเธอขับร้องเพลงละก็ชายหนุ่มหลายคนจะต้องหลงเสน่ห์ของเธอเป็แน่ ด้วยความที่เขายังไม่เคยได้ยินเสียงใครพูดมานานนับปีดังนั้นเขาจึงรู้สึกเพลิดเพลินขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงพูด"ข้ามีนามว่าหลินเทียน สาวน้อยชีวิตของเรานั้นมีค่าเป็อย่างมากเ้าอาจะไม่รู้ใน่เวลาที่เ้า้าพรากชีวิตตัวเองนั้นอาจมีบางคนที่พยายามยื้อชีวิตของตัวเองอยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าได้ฆ่าตัวตายเลย?"
หลังได้ยินคำพูดของชายที่ดูเหมือนขอทานตรงหน้าหญิงสาวก็ได้แสดงท่าทางประหลาดใจเล็กน้อย สไตล์การพูดของหลินเทียนนั้นทำไมมันถึงได้โบราณนักแต่ว่าเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากจากนั้นก็ได้พูดตอบออกมา "ฆ่าตัวตาย? ฉันไม่โง่ขนาดนั้นหรอกน่ะ"
'ไม่ได้อยากฆ่าตัวตาย'หลินเทียนมองไปที่หญิงสาวอย่างสงสัยขณะที่คิดว่า'ถ้าไม่อยากฆ่าตัวตายทำไมถึงได้ไปยืนบนราวสะพานเช่นนั้นล่ะ?'
ราวกับว่าหญิงสาวจะััได้ถึงความคิดของหลินเทียน เธอเอ่ยปากขึ้นมา "ฉันมีเื่ไม่สบายใจนิดหน่อยน่ะ ก็เลยมายืนสงบจิตใจบนนี้ถึงยังไงก็ขอบใจในความหวังดีของนายด้วย"
"อ้อ ข้านึกว่าเ้าจะะโลงน้ำเพื่อฆ่าตัวตายซะอีก เ้ามีเื่อะไรสามารถเล่าข้าฟังได้ บางทีข้าอาจสามารถช่วยเ้าได้" หลังจากที่เห็นสาวสวยมีปัญหา จู่ๆเหมือนกับว่าสัญชาตญาณของคุณชายเ้าสำราญในตัวจะถูกปลุกขึ้นมา เขารู้สึกทนไม่ได้ที่จะเห็นสาวงามมีปัญหา บางทีสิ่งนี้ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนมันก็คงจะไม่สามารถเปลี่ยนเขาได้
"ขอทานอย่างนายสามารถช่วยฉันได้อย่างงั้นหรอ" หญิงสาวเอ่ยปากขึ้นมา คำพูดของขอทานน้อยคนนี้เธอคิดว่าช่างไร้สาระเป็อย่างมากแน่นอนว่าเธอไม่เชื่อว่าขอทานคนนี้สามารถช่วยเธอได้ ปัญหาที่เธอกำลังประสบอยู่นั้นต่อให้เธอก็แก้ไม่ได้แล้วนับประสาอะไรกับขอทานม่อซ่อคนนี้
"ขอทาน?เ้าหมายถึงข้า?" ได้ยินหญิงสาวพูดอย่างนั้น หลินเทียนผงะไปเล็กน้อย 'ขอทาน? ข้าเป็เทพไม่ได้เป็ขอทานสงสัยต้องมีอะไรผิดพลาดกับดวงตาของผู้หญิงคนนี้แน่นอน'
"ในที่นี้มีนายกับฉัน แล้วนายคิดว่าฉันคุยกับใครล่ะ อีกอย่างนายแต่งตัวอย่างนี้ไม่ให้ฉันเรียกว่าขอทานแล้วให้ฉันเรียกว่าอะไร" หญิงสาวพูดออกมาด้วยความผ่อนคลาย อันที่จริงเธอก็ไม่อยากจะคิดว่าหลินเทียนเป็ขอทาน แต่การแต่งตัวของหลินเทียนมันทำให้เธออดคิดไม่ได้จริงๆ
หลินเทียนมีผมที่ยาวสวมชุดจีนโปราณที่ขาดรุ่งริ่ง เนื้อผ้าเก่าเป็อย่างมาก อันที่จริงเสื้อผ้าของหลินเทียนมันยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้วที่เอาไว้เช็ดเท้าซะอีก
หลินเทียนก้มหน้ามองเสื้อผ้าตัวเอง หลังจากที่เขามองดูสภาพตัวเองเขาก็ต้องใ!
ถึงว่าล่ะทำไมถึงมีคนชอบจ้องมองมาที่เขา 'บ้าเอ้ย ดันลืมเปลี่ยนเสื้อผ้าไปได้'
"เอ่อ...ข้า...คือว่า" หลังจากที่เห็นสภาพของตัวเองแล้วนั้น หลินเทียนไม่รู้จะเถียงหญิงสาวยังไง สภาพของเขาไม่ต่างจากขอทานจริงๆ อันที่จริงยิ่งกว่าขอทานซะอีก
เมื่อเห็นท่าทางเงอะงะไม่รู้จะพูดอะไรเเบบนั้นของหลินเทียน เซียวอยูซวนก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดว่า"เอาล่ะขอบใจนายมาก อันที่จริงไม่มีอะไรมากหรอก มันเกี่ยวข้องกับพ่อของฉันน่ะ"
"พ่อของเ้า เขาเป็อะไรอย่างงั้นหรือ?" หลินเทียนถามออกมาด้วยความสงสัย
"พ่อของฉันป่วยน่ะ" เมื่อพูดถึงพ่อของตนเองเซียวอยูซวนก็มีท่าทางหม่นหมองลงเล็กน้อย พ่อของเธอป่วยมาได้ 3 ปีแล้วแต่แพทย์ไม่สามารถวินิฉัยโรคที่พ่อของเธอเป็ได้เลย ในระยะเวลา3ปีมานี้เธอต้องหยุดเรียนเพื่อที่จะต้องคอยดูแลรักษาบริษัทพ่อของเธอ ทุกวันนี้เธอเหนื่อยล้าเป็อย่างมาก เธอต้องแบกรับความกดดันจากทุกๆด้าน และใน่ 2-3 วันมานี้พ่อของเธอก็เริ่มมีอาการทรุดขึ้นมาอย่างกระทันหัน ทำให้ตอนนี้เซียวอยูซวนเป็ห่วงอาการของพ่อเธออย่างมาก
"ป่วยหรอ? ถ้าเป็แบบนั้นข้าว่าข้าสามารถช่วยเ้าได้น่ะ"ได้ยินคำพูดของเซียวอยูซวนว่าพ่อของเธอป่วยพร้อมกับหน้าตาที่หม่นหมองของเธอแล้วหลินเทียนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอ
สำหรับหลินเทียนความเจ็บป่วยของมนุษย์ไม่มีอะไรให้พูดถึง เขาเพียงแค่ใช้พลังเทพเล็กน้อยก็สามารถช่วยพ่อของเซียวอยูซวนได้ สิ่งที่หลินเทียนกังวลคือ ทัณฑ์์ เขากลัวว่าถ้าเขาใช้พลังเทพขึ้นมามันจะเรียกทัณฑ์์ให้ผ่าลงมา 'ข้าใช้พลังเทพนิดเดียวคงไม่เป็อะไรหรอกมั้ง ถึงแม้ว่าข้าไม่สามารถใช้พลังเทพได้ ข้าก็ยังมีโอสถรักษาในแหวนมิติของข้า' หลินเทียนคิดกับตัวเอง
เมื่อเซียวอยูซวนได้ยินว่าหลินเทียนสามารถช่วยพ่อของเธอได้ ปฎิกริยาแรกของเธอไม่ใช่ท่าทางตื่นเต้นดีใจ แต่กลับกันสีหน้าของเธอยิ่งหม่นหมองขึ้นกว่าเดิม 'ขนาดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถรักษาอาการของพ่อฉันไม่ได้เลย แล้วขอทานน้อยอย่างนายจะช่วยอะไรได้ ' แน่นอนว่าเธอไม่ได้พูดออกมาตรงๆเพื่อทำร้ายความรู้สึกของหลินเทียน เธอเพียงพูดขึ้นเบาๆภายในใจตัวเอง
ส่วนทางด้านหลินเทียนเมื่อเห็นว่าสีหน้าของหญิงสาวยิ่งหม่นหมองขึ้นกว่าเดิม เขาก็พอ่ยออกมาว่า'' เ้าไม่ต้องเป็กังวลข้าสามารถช่วยเ้าได้แน่นอน "
"ไม่เป็ไรหรอก ขอบคุณในความมีน้ำใจของนาย" ถึงอย่างไรเซียวอยูซวนก็ไม่เชื่อว่าหลินเทียนสามารถช่วยพ่อของเธอได้
หลินเทียนที่เห็นว่าเซียวอยูซวนไม่อยากให้เขาช่วย เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หลินเทียนเพียงแค่เอามือไพล่หลังและพลิกเบาๆ จากนั้นขวดหยดก็ปรากฏขึ้นมาบนมือของเขา หลินเทียนยื่นขวดหยกไปที่เซียวอยูซวนและเอ่ยว่า " ในนี้มีโอสถรักษามันสามารถช่วยเหลือพ่อของเ้าได้"
เมื่อเซียวอยูซวนเห็นว่าหลินเทียนส่งขวดหยกให้กับเธอ เธอก็เเปลกใจเป็อย่างมาก ในฐานะที่เธออยู่ในเเวดวงจิวเวลรี่เธอดูออกว่าขวดหยกที่หลินเทียนยื่นมาให้เธอนั้นเป็หยกของจริง ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะเเพงเป็อย่างมาก
ไม่ทันที่เซียวอยูซวนจะได้หายแปลกใจ หลินเทียนก็คว้าไปที่มือของเธอ จากนั้นส่งขวดหยกไปที่มือของเธอและเอ่ยขึ้นมาว่า "ไม่ต้องขอบคุณข้า" หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้เดินจากไปโดยไม่ทันให้เซียวอยูซวนพูดอะไร
เซียวอยูซวนสตั้นไปสักพัก ทันทีที่เธอตั้งสติได้เธอก็มองไปที่หลินเทียนที่ตอนนี้เดินจากไปไกลแล้ว เธอมองไปที่ขวดหยกในมือตัวเอง จากนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า "ฉันไม่ได้อยากได้"
