แสงอาทิตย์รำไรยามรุ่งสางลอดผ่านรอยแตกของฝาผนังกระท่อม หลินชิงเหอลุกขึ้นขยับร่างกายที่ยังคงปวดเมื่อย แต่แววตาของเธอกลับแจ่มใสและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอหันไปมองลูกชายทั้งสองที่ยังคงหลับสนิท ก่อนจะหยิบห่อผ้าสีครามที่ซ่อนแหวนทองคำเอาไว้ออกมาพิจารณาอีกครั้ง
"วันนี้แหละ คือวันที่เราจะเปลี่ยนชะตาชีวิต" เธอกระซิบกับตัวเอง
เมื่อเด็กๆ ตื่นขึ้น ชิงเหอจัดการให้พวกเขาล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อปลุกความสดชื่น แม้จะไม่มีอาหารเช้าที่มีประโยชน์นัก แต่เธอก็สัญญากับพวกเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "อดทนหน่อยนะลูก วันนี้แม่จะพาเข้าเมือง และเราจะไปหาของกินดีๆ กัน"
"เข้าเมืองเหรอครับแม่!" เสี่ยวเป่าตื่นเต้นจนะโโลดเต้น "ผมไม่เคยเข้าเมืองมานานมากแล้ว!"
แต่ก่อนจะไปถึงเมือง ชิงเหอตัดสินใจพาลูกๆ อ้อมไปทางป่าหลังหมู่บ้านก่อน ความทรงจำของร่างเดิมบอกเธอว่าป่าแห่งนี้คือแหล่งอาหารที่คนในหมู่บ้านมักจะหวาดกลัวเพราะเื่เล่าเกี่ยวกับสัตว์ป่า แต่สำหรับนักธุรกิจที่มองเห็นโอกาสในวิกฤตอย่างเธอ ป่าคือ 'คลังวัตถุดิบ' ที่ไม่ต้องเสียค่าเช่า
ขุมทรัพย์ในผืนป่า
"ต้าเป่า เสี่ยวเป่า ดูแม่ไว้นะ" ชิงเหอเดินนำเข้าไปในชายป่าที่ชื้นแฉะ "ในป่าไม่ได้มีแค่ฟืน แต่มันมีเงินซ่อนอยู่ทุกที่ ถ้าเรารู้จักมอง"
ด้วยความรู้เื่สมุนไพรจีนที่เธอเคยศึกษาเพื่อใช้ในการทำธุรกิจอาหารเสริมในโลกอนาคต ชิงเหอกวาดสายตาไปตามโคนต้นไม้ใหญ่ที่เน่าเปื่อย ไม่นานนักเธอก็ยิ้มออกมา
"นั่นไง... เห็ดหูหนูป่า" เธอกล่าวพลางชี้ไปที่กลุ่มเห็ดสีน้ำตาลเข้มที่เกาะอยู่บนขอนไม้ "พวกนี้ถ้าเอาไปตากแห้งหรือขายสดในเมือง จะได้ราคาดีกว่าผักกาดทั่วไปหลายเท่า"
เด็กๆ ช่วยกันเก็บเห็ดอย่างสนุกสนาน แต่ชิงเหอไม่ได้หยุดแค่นั้น เธอเดินลึกเข้าไปในโซนที่แสงแดดรำไร เธอสังเกตลักษณะใบไม้รูปทรงประหลาดที่คล้ายกับห้าแฉก มันซ่อนตัวอยู่ใต้พุ่มไม้หนา
"โสมคน!" เธออุทานเบาๆ หัวใจเต้นแรง แม้มันจะเป็โสมป่าขนาดเล็กที่อายุไม่กี่ปี แต่มันคือ 'สินค้าเกรดพรีเมียม' ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจรักษาสุขภาพ
เธอค่อยๆ ใช้กิ่งไม้เหลาจนแหลมขุดลงไปในดินอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้รากฝอยอันบอบบางเสียหาย "จำไว้นะลูก สินค้าที่มีค่าที่สุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาด แต่มันอยู่ที่ความสมบูรณ์และความหายาก"
หลังจากได้เห็ดหูหนูเต็มตะกร้าและโสมคนขนาดพอเหมาะอีกสองสามหัว ชิงเหอก็พาลูกๆ มุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอโดยอาศัยรถเกวียนของคนในหมู่บ้านที่รู้จักกับเหม่ยหลิน
การเผชิญหน้าในตลาดมืด
ตัวอำเภอในยุค 80 เต็มไปด้วยความคึกคักที่ดูแปลกตา ตึกแถวสีเทาและผู้คนที่สวมชุดสีน้ำเงินเข้มหรือสีเขียวขี้ม้าเดินกันขวักไขว่ ชิงเหอไม่ได้มุ่งหน้าไปที่สหกรณ์ของรัฐที่ต้องใช้บัตรปันส่วน แต่เธอจูงมือลูกๆ เลี้ยวเข้าสู่ตรอกเล็กๆ หลังตลาดที่เรียกกันว่า 'ตลาดมืด'
ที่นี่คือพื้นที่สีเทาที่กฎหมายยังเอื้อมไม่ถึง และเป็ที่ที่เงินสดและความพึงพอใจมีอำนาจเหนือกว่าทุกสิ่ง
"แม่ครับ ที่นี่มืดจัง" เสี่ยวเป่ากระซิบพลางกอดแขนแม่แน่น
"ไม่ต้องกลัวลูก เดินตามแม่ไว้" ชิงเหอกล่าวอย่างมั่นใจ เธอปรับท่าทางให้ดูนิ่งขรึมและสง่างาม แม้เสื้อผ้าจะซอมซ่อแต่รัศมีของ 'นายหญิง' ยังคงแผ่ออกมา
เธอเดินตรงไปยังแผงรับซื้อของป่าและเครื่องประดับที่ดูใหญ่ที่สุดในตรอก เ้าของแผงคือชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่คนเรียกกันว่า 'เฒ่าเฉิน' เขากำลังนั่งเคี้ยวยาเส้นพลางนับฟ่อนเงินในมือ
"จะเอาอะไรมาปล่อยล่ะแม่หนู?" เฒ่าเฉินถามโดยไม่เงยหน้ามอง "ถ้าเป็แค่ผักป่าขยะๆ ไปแผงอื่นนะ"
ชิงเหอวางตะกร้าเห็ดหูหนูลงบนโต๊ะไม้ พร้อมกับวางห่อผ้าสีครามลงข้างๆ "ของป่าเกรดเอ และ... สมบัติเก่าค่ะ"
เฒ่าเฉินเงยหน้าขึ้น สายตาที่เป็ประกายเ้าเล่ห์กวาดมองเห็ดหูหนู ก่อนจะขยายกว้างเมื่อเห็นโสมคนและแหวนทองคำ เขาหยิบแหวนขึ้นมาส่องกับแสงแดด สลับกับพิจารณารากโสม
"อืม... เห็ดนี่ก็งั้นๆ โสมนี่ยังเล็กไปหน่อย ส่วนแหวนนี่... ทองมันหมอง ลายก็โหลๆ" เฒ่าเฉินแค่นยิ้ม "ทั้งหมดนี่ ฉันให้ได้แค่ 15 หยวน กับข้าวสารสองถัง เห็นใจที่หิ้วลูกมาด้วยหรอกนะ"
15 หยวน? สำหรับทองแท้และโสมป่า? ชิงเหอเกือบจะหลุดขำออกมาด้วยความสมเพช นี่คือเทคนิคการกดราคา พื้นฐานที่เธอเคยใช้จัดการกับคู่แข่งมานับไม่ถ้วน
"เถ้าแก่เฉินคะ" ชิงเหอเอ่ยเสียงเรียบแต่กังวาน "เรามาคุยเื่ความจริงกันดีกว่า ทองวงนี้เป็ทองบริสุทธิ์ 99% น้ำหนักสองสลึงเต็ม ในตลาดตอนนี้ทองหยวนหนึ่งพุ่งไปเกือบ 50 หยวนแล้ว ส่วนโสมป่านี่ แม้จะอายุไม่มากแต่มันคือโสมสดที่ยังมีรากครบถ้วน เหมาะสำหรับเอาไปทำยาบำรุงให้นายทหารหรือข้าราชการระดับสูงที่เถ้าแก่รู้จักดี"
เฒ่าเฉินชะงัก ยาเส้นแทบหลุดจากปาก เขาไม่คิดว่าผู้หญิงชนบทสภาพมอซอคนนี้จะรู้ราคาตลาดและรู้จักการจับกลุ่มเป้าหมายลูกค้า
"เธอ... เธอรู้ได้ยังไง?"
"ฉันรู้มากกว่าที่เถ้าแก่คิดค่ะ" ชิงเหอโน้มตัวลงไปใกล้ขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่าย "ถ้าเถ้าแก่ให้แค่ 15 หยวน ฉันจะถือตะกร้านี้ไปที่ร้านหัวมุมถนนถัดไป ฉันได้ยินมาว่าที่นั่นกำลังหาของขวัญไปกำนัลผู้ว่ามณฑลอยู่พอดี...เถ้าแก่คิดว่าเขาจะให้ฉันเท่าไหร่คะ?"
เฒ่าเฉินหน้าเปลี่ยนสีทันที ร้านหัวมุมคือคู่แข่งคนสำคัญของเขา และถ้าโสมนี้หลุดไปถึงมือผู้ว่าฯ กำไรที่เขาจะได้คงมหาศาลกว่าเงินที่เขาจ่ายหลายเท่า
"ใจเย็นๆ แม่หนู... ฉันแค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง" เฒ่าเฉินเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแย้ม "งั้นเอาแบบนี้ละกัน... ฉันให้ 80 หยวน! และข้าวสารแป้งขาวอีกสี่ถัง พร้อมน้ำมันพืชขวดใหญ่!"
"120 หยวน" ชิงเหอต่อรองทันควัน "พร้อมกับไข่ไก่หนึ่งแผง และผ้าห่มผืนใหม่สองผืน นี่คือราคาวิน-วินค่ะเถ้าแก่ ท่านได้โสมและทองไปทำกำไรต่อได้อีกโข ส่วนฉันก็ได้ทุนไปเลี้ยงลูก"
เฒ่าเฉินมองดูผู้หญิงตรงหน้าด้วยความทึ่ง "เธอนี่มัน... ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ ตกลง! 120 หยวนก็ 120 หยวน!"
ชัยชนะครั้งแรก
เมื่อเดินออกมาจากตลาดมืด ชิงเหอมีเงินปึกหนึ่งซ่อนอยู่ในอกเสื้อ พร้อมกับของกินของใช้เต็มสองมือ ต้าเป่าและเสี่ยวเป่ามองแม่ของพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน
"แม่เก่งที่สุดเลย! เถ้าแก่คนนั้นหน้าซีดไปเลยตอนแม่พูด" ต้าเป่าหัวเราะอย่างมีความสุข
ชิงเหอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน "จำไว้นะลูกว่าความรู้คืออาวุธที่น่ากลัวที่สุด และ ความกล้า คือกุญแจที่เปิดประตูทุกบาน ต่อไปนี้พวกเราจะไม่ต้องกินแค่ซุปผักกาดใสๆ อีกแล้ว"
เธอพาลูกๆ ไปที่ร้านขายบะหมี่ข้างทาง สั่งบะหมี่เนื้อชามโตให้เด็กทั้งสองคนได้กินจนอิ่มหนำเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี กลิ่นหอมของน้ำซุปเนื้อและแป้งนุ่มๆ ทำให้หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันคลอเบ้าตาของเด็กน้อย
หลินชิงเหอมองภาพนั้นด้วยความอิ่มใจ ในใจของเธอกำลังคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนครั้งนี้ เงิน 120 หยวนอาจจะดูไม่มากสำหรับมหาเศรษฐีในอนาคต แต่มันคือเมล็ดพันธุ์แห่งทรัพย์สินที่จะเติบโตเป็อาณาจักรหมื่นล้านในยุค 80 แห่งนี้
"บทเรียนที่ 1 จบลงแล้ว..." เธอกล่าวกับตัวเอง "พรุ่งนี้ บทเรียนที่ 2 เื่การบริหารกิจการ จะเริ่มขึ้น"
