### บทที่ 11: พันธสัญญาในสุสานและแผนการบำเพ็ญเพียร
คำพูดที่แ่เบาของเซี่ยหนิงฉางที่ว่า "เ้า...ช่วยชีวิตข้าไว้อีกแล้ว" ยังคงลอยค้างอยู่ในอากาศที่เงียบสงบของสุสานโบราณ มันเป็คำพูดที่เต็มไปด้วยความหมายและน้ำหนักที่มากมายเกินกว่าจะบรรยายได้
เย่เฟิงมองสตรีที่งดงามราวกับเทพธิดาเบื้องหน้า เขาส่ายศีรษะช้าๆ "ในสถานการณ์นั้น เราต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"
คำตอบที่ถ่อมตนของเขาทำให้เซี่ยหนิงฉางยิ่งประทับใจมากขึ้น นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วกล่าวว่า "ข้าเป็หนี้ชีวิตเ้า...และข้าไม่เคยติดค้างผู้ใด หากมีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยเหลือได้ในอนาคต ขอเพียงแค่เอ่ยปาก"
นี่คือพันธสัญญาที่หนักแน่นที่สุดจากสตรีผู้สูงศักดิ์เช่นนาง
เมื่อบรรยากาศผ่อนคลายลงแล้ว เย่เฟิงก็ได้เอ่ยถามในสิ่งที่เขาสงสัยมาโดยตลอด "ท่านบอกว่าศัตรูตามล่าท่าน...พวกเขาเป็ใครกันแน่? และเหตุใดจึงต้องตามล่าท่านถึงเพียงนี้?"
บัดนี้เขาไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าที่อยากรู้อยากเห็น แต่เป็สหายร่วมเป็ร่วมตายที่สมควรจะได้รับรู้ความจริง
เซี่ยหนิงฉางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางทอดสายตามองไปยังผนังหินที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองย้อนไปในอดีตที่เ็ป ก่อนจะตัดสินใจเล่าเื่ราวทั้งหมดให้เขาฟัง
นางได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของนาง...นางคือ เซี่ยหนิงฉาง บุตรีเพียงคนเดียวของอดีตประมุข "ตำหนักเจ็ดดาว" ขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในแดนบน บิดาของนางถูก "ศิษย์พี่ร่วมสาบาน" ซึ่งเป็ประมุขคนปัจจุบันลอบสังหารเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง
นางต้องหลบหนีออกมาพร้อมกับ "ดวงดาราพยากรณ์" ซึ่งเป็มรดกชิ้นสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ และเป็สิ่งที่ประมุขคนปัจจุบัน้าตัวกลับไปมากที่สุด นั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้หลี่เฟยและท่านลุงจ้าวต้องตามล่านางอย่างไม่ลดละ
เย่เฟิงรับฟังเื่ราวทั้งหมดอย่างเงียบงัน ยิ่งเขาได้ฟังมากเท่าไหร่ เปลวไฟแห่งความแค้นในใจของเขาก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมากเท่านั้น...โลกของผู้ฝึกตนช่างโหดร้ายและเต็มไปด้วยการทรยศหักหลังไม่ต่างอะไรกับชะตากรรมของสำนักเขาเลย
บัดนี้...เขารู้สึกผูกพันกับนางอย่างแท้จริง พวกเขาไม่ใช่แค่สหายร่วมรบ แต่คือผู้ที่แบกรับความแค้นและความสูญเสียที่คล้ายคลึงกัน
"ข้าเข้าใจแล้ว" เย่เฟิงกล่าวในที่สุด "เช่นนั้น...ตอนนี้เราต่างก็มีศัตรูที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะต่อกรได้ และเราต่างก็้าเวลาเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น"
"ถูกต้อง" เซี่ยหนิงฉางพยักหน้า "และดูเหมือนว่า...์จะมอบสถานที่และเวลาที่เหมาะสมที่สุดให้แก่เราแล้ว" นางมองไปรอบๆ สุสานโบราณที่กาลเวลาไหลผ่านอย่างเชื่องช้า
แผนการได้ถูกวางขึ้นอย่างรวดเร็วโดยคนทั้งสอง
เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน...คือการใช้ "ค่ายกลหน่วงเวลา" และทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตนเองให้ถึงขีดสุด!
หนึ่ง...เซี่ยหนิงฉางจะใช้เวลาทั้งหมดในการฟื้นฟูอาการาเ็สาหัสและเส้นชีพจรที่เสียหายของนางให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม ด้วยความช่วยเหลือจากพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ของหัวใจแก่นปฐีและสภาพแวดล้อมในสุสานแห่งนี้
สอง...เย่เฟิงจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างรากฐานของตนเองให้มั่นคง เขาจะฝึกฝนเคล็ดกายาวชิระและก้าวไร้เงาให้ชำนาญ และที่สำคัญที่สุด...เขาจะลองดูดซับพลังงานมหาศาลจาก "หัวใจแก่นปฐี" เพื่อทะลวงระดับพลังของตนเองให้ก้าวะโ!
และสาม...ในระหว่างที่เย่เฟิงฝึกฝน เซี่ยหนิงฉางผู้มีความรู้และประสบการณ์ที่เหนือกว่า ก็จะทำหน้าที่เป็ "อาจารย์" คอยให้คำชี้แนะและเตือนสติเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเดินบนเส้นทางที่ผิดพลาด
เมื่อแผนการทั้งหมดถูกกำหนดขึ้นแล้ว บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความสิ้นหวังก็ได้ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
"ข้าจะเริ่มจากการหลอมรวมกับหัวใจแก่นปฐีก่อน" เย่เฟิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว "ข้า้าพลังที่มากพอ"
เซี่ยหนิงฉางมองเขาด้วยแววตาที่จริงจัง "ระวังด้วย พลังงานของมันรุนแรงและป่าเถื่อนอย่างยิ่ง หากเ้าควบคุมพลาดแม้แต่น้อย ร่างของเ้าจะถูกพลังปฐีบดขยี้จนกลายเป็ผงธุลีในทันที"
เย่เฟิงเพียงแค่พยักหน้ารับ เขาเดินตรงไปยังใจกลางห้องโถง แล้วนั่งขัดสมาธิลงเบื้องหน้าหัวใจศิลาขนาดั์ที่กำลังเต้นเป็จังหวะ "ตุบ...ตุบ..."
เขาวางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนผิวของมัน...ััได้ถึงพลังงานธาตุดินอันยิ่งใหญ่ที่อัดแน่นอยู่ภายใน
เขาหลับตาลง...รวบรวมสมาธิทั้งหมด...
แล้วเริ่มกระบวนการบำเพ็ญเพียรที่อันตรายและท้าทายที่สุด...นับตั้
งแต่ที่เขาได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่!
(จบตอนที่ 11)