ตอนที่ 88 สิ่งที่หลับใหลอยู่
“อาฮวา!” ลู่เต้าะโ “เ้าได้ยินหรือไม่!”
บนโขดหินขนาดมหึมาริมแม่น้ำ มีชายหนุ่มคนหนึ่งโบกมือตอบกลับมา “นี่! พวกเราอยู่นี่!”
ลู่เต้าเห็นดังนั้นก็ดีใจยิ่งนัก เขารีบเร่งฝีเท้าวิ่งไปทางโขดหินที่อีกฝ่ายอยู่ เมื่อเห็นผู้รอดชีวิตคนอื่น ชายหนุ่มก็ดีใจไม่น้อยเช่นกัน เขาะโลงจากโขดหินมายืนอยู่ตรงหน้าลู่เต้า
ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเอ่ยปาก ลู่เต้าก็ถามขึ้นก่อนด้วยความร้อนใจ “เ้าเห็นหญิงสาวที่สวมหน้ากากสีเงินหรือไม่”
เขาครุ่นคิดตามลักษณะที่ลู่เต้าบอก ซึ่งพอจะเคยเห็นอยู่บ้างจึงเอ่ยว่า “เห็น”
ดวงตาของลู่เต้าฉายแววดีใจ รีบถามต่อ “อยู่ที่ไหนหรือ!?”
“ใจเย็นก่อน ข้ากำลังจะบอกเ้าอยู่พอดี” ชายหนุ่มผู้นั้นหันหลังให้แม่น้ำ นิ้วชี้ไปยังถ้ำบนหน้าผาที่ไกลออกไป “ผู้รอดชีวิตทั้งหมดหลบอยู่ในถ้ำนั้น”
“รอดชีวิต?” ลู่เต้าถามอย่างสงสัย
“นั่น” ชายหนุ่มผู้นั้นส่งสายตาไปด้านหลังโขดหิน เป็เชิงบอกให้ลู่เต้าไปดูด้วยตนเอง
ลู่เต้าอดใจไม่ไหว ก้าวเท้าอ้อมไปยังด้านหลังโขดหินทีละก้าว ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างศพเปียกโชกทั้งสิ้นหกศพ มีชายห้าคน หญิงหนึ่งคน ถูกวางเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบ
“จุดที่พวกเขาร่วงลงไปอยู่กลางแม่น้ำ เรือล่ม พวกเขาว่ายน้ำไม่เป็” ชายหนุ่มกล่าวอย่างจนใจ “สุดท้ายก็เป็เช่นนี้”
“น่าสงสาร… คนพวกนี้คงมีครอบครัวรอพวกเขากลับบ้านอยู่” ลู่เต้าอดรู้สึกเศร้าใจแทนพวกเขาไม่ได้
เมื่อเห็นว่าลู่เต้าเหม่อลอย ชายหนุ่มจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “เ้าไปดูที่ถ้ำก่อนเถอะว่าเพื่อนร่วมทางของเ้าอยู่หรือไม่ ข้าว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ”
ลู่เต้าถามอีกครั้ง “เหตุใดเล่า”
“ดูว่าจะมีศพลอยมาอีกหรือไม่ หากมีก็จะเก็บกู้ขึ้นมา และคอยบอกทางให้ผู้รอดชีวิตเช่นเ้า” ชายหนุ่มผู้นั้นผงกหัวไปทางถ้ำพลางยิ้ม “ไปเถอะ”
หลังจากขอบคุณแล้ว ลู่เต้าก็เดินผ่านชายหาดหินไปที่ถ้ำบนหน้าผา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเดินไปถึง ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากถ้ำพร้อมส่งเสียงดังโวยวาย คนที่อยู่ข้างๆ ต่างก็เกลี้ยกล่อม แต่คนกลุ่มนั้นกลับไม่สนใจไยดี
หงฮวาก็อยู่ในกลุ่มคนที่กำลังเกลี้ยกล่อมอยู่เช่นกัน เธอเหลือบไปเห็นลู่เต้าเข้าจึงรีบวิ่งมาหา “ท่านผู้มีพระคุณ ท่านปลอดภัยดี ข้าดีใจยิ่งนัก! ท่านช่วยมาเกลี้ยกล่อมคนพวกนี้หน่อยเถิด!”
ลู่เต้าที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์จึงถามอย่างงงงวย “ผู้ใดหรือ ข้าควรเกลี้ยกล่อมพวกเขาเื่อะไรเล่า”
ที่แท้ระหว่างที่ลู่เต้าหมดสติไป หงฮวาที่พลัดหลงกับเขาเหมือนกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ที่มาถึงชายหาดหินแห่งนี้ ต่อมาก็ตามคนอื่นๆ ไปหลบในถ้ำ และปรึกษาหารือเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นกับพวกเขา
เนื่องจากขาดประสบการณ์และมีวิชาไม่สูงส่ง จึงไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่าตอนกำลังหลับอยู่บนเรือ จู่ๆ ก็รู้สึกโลกหมุน เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตนเองมาอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้แล้ว
คนกลุ่มที่กำลังจะจากไปบอกว่าไม่อยากนั่งรอความตายอยู่ที่นี่ พวกเขาคิดจะขับเรือลำเดียวที่ยังสมบูรณ์อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ล่องไปตามน้ำเพื่อหาคนมาช่วยเหลือ
“หึ ผนึกเป็มิติที่แยกออกจากโลกภายนอก” ไป๋เสียเยาะเย้ย “พวกเขาหาคนมาช่วยไม่ได้หรอก”
“พวกเราไม่รู้อะไรเลย หากประมาทจะอันตรายนัก!” หงฮวาผู้ใจดีเกลี้ยกล่อมอย่างจริงใจ เธอหันไปพูดกับลู่เต้า “ท่านผู้มีพระคุณ ท่านช่วยพูดอะไรหน่อยเถิด!”
ลู่เต้าอ้าปากเล็กน้อย คิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไป๋เสียกลับควบคุมปากของเขา และบังคับให้เขาพูดว่า “งั้นก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะ”
เมื่อเห็นว่าลู่เต้าพูดเช่นนั้น ผู้ฝึกตนที่เป็ผู้นำจึงพาอีกสามคนเดินผ่านหน้าทั้งสองไปยังเรือลำเล็กที่จอดอยู่ริมฝั่ง
ขณะที่พวกเขากำลังจะออกเรือ หงฮวาก็ถามอย่างไม่เข้าใจ “ท่านผู้มีพระคุณ เหตุใดท่านจึงไม่ห้ามพวกเขาเล่าเ้าคะ”
“รอดูก่อนเถิด”
ไม่นานเรือก็ถูกผลักออกจากชายหาดไปยังแม่น้ำ คนทั้งสี่ขึ้นเรือแล้วกล่าวลาคนอื่นๆ “วางใจเถอะ พวกเราพบคนแล้วจะรีบส่งคนมาช่วยเหลือทันที”
เมื่อเห็นว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะไปแล้ว ทุกคนจึงไม่ขัดขวาง มองส่งพวกเขาล่องไปตามกระแสน้ำ แต่แล้วเื่น่าใก็เกิดขึ้น เรือลำเล็กที่หายไปทางปลายน้ำกลับปรากฏขึ้นที่ต้นน้ำอีกครั้งต่อหน้าทุกคน!
คนบนเรือล้วนตกตะลึง ปากขยับด้วยความงงงัน “ข้า...ข้าจำได้ว่าเรือแล่นไปข้างหน้าตลอด เหตุใดจึงกลับมาที่เดิม”
อีกสามคนต่างก็ส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้เช่นกัน หงฮวาจึงถามลู่เต้า “นี่...นี่มันเื่อะไรกัน”
ไป๋เสียใช้ปากของลู่เต้ากล่าวว่า “นี่เป็วิชาผนึกโบราณ ใช้การบิดเบี้ยวของมิติเพื่อไม่ให้ผู้ที่ถูกผนึกออกไปได้ ยกตัวอย่างเช่น…”
ลู่เต้าดึงผมของตัวเองออกมาเส้นหนึ่งเป็ตัวแทนของแม่น้ำ จากนั้นก็ต่อปลายทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน เป็วงกลมเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่เรือลำเล็กหายไปทางปลายน้ำ แล้วกลับมาปรากฏตัวที่ต้นน้ำอีกครั้ง
คนบนเรือไม่เชื่อ จึงขับเรือลำเล็กไปทางปลายน้ำอีกครั้ง เงาร่างของพวกเขาหายไปไม่ถึงสองวินาที เรือของพวกเขาก็กลับมาปรากฏตัวที่ต้นน้ำอีกครั้งต่อหน้าทุกคน
“ที่นี่มันที่ไหนกันแน่!!!”
“พวกเรายังมีชีวิตรอดออกไปได้หรือ…”
เดิมทีพวกเขาหวังจะนั่งเรือลำเล็กไปตามหาคนมาช่วยเหลือ แต่เรือกลับวนเวียนอยู่ในที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนบนเรือจึงอดรู้สึกท้อแท้ขึ้นมาไม่ได้
จู่ๆ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท้ายเรือพลันฉุนเฉียวขึ้น จนทะเลาะกับเพื่อนร่วมทางของตนเองอย่างรุนแรง เขากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายพลางต่อว่า “ทั้งหมดเป็เพราะเ้า! ยังจะเข้าร่วมการแข่งขันพ่อครัวิญญาอีก! ทั้งหมดเป็เพราะเ้า! เป็เพราะเ้า!”
เพื่อนร่วมทางรู้สึกน้อยใจยิ่งนัก ผลักเขาออกไปแล้วแย้งว่า “เ้าก็เห็นด้วยไม่ใช่หรือ ตอนนี้กลับมาโทษข้า”
เมื่อถูกผลัก ผู้ฝึกตนก็ยิ่งโมโห ทั้งสองคนจึงลงไม้ลงมือกันบนเรือ เรือลำเล็กโยกไหวอย่างรุนแรง
เพื่อไม่ให้เรือล่ม อีกสองคนจึงรีบเข้าไปห้ามปราม “นี่! อย่าทะเลาะกัน! เดี๋ยวเรือก็ล่มหรอก!”
ทั้งสองคนหาได้ฟังคำเตือนไม่ ยังคงต่อสู้กันต่อ ผู้ฝึกตนมีพลังเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่นานก็กดเพื่อนร่วมทางลงกับพื้นเรือ แล้วซัดระบายความโกรธออกมาอย่างรุนแรง
ไม่นานนัก เพื่อนร่วมทางก็มีเืไหลออกจากจมูกและปากจนหมดสติไป อีกสองคนเห็นว่าจะเกิดเื่ใหญ่ จึงรีบเข้าไปห้ามปราม แต่ผู้ฝึกตนกลับคลุ้มคลั่งทำร้ายทุกคนที่เข้าใกล้ ไม่ฟังคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้ฝึกตนอีกคนหนึ่งคิดจะเข้าไปควบคุมสถานการณ์ แต่กลับถูกต่อยเข้าที่จมูกจนเืไหลอาบ และถูกสอยคางอีกครั้งจนตาเหลือกตกน้ำไป
เขาลอยคว่ำหน้าอยู่บนผิวน้ำ เืค่อยๆ ไหลออกมา ละลายไปในน้ำราวกับหมึก
ขณะที่คนบนเรือกำลังทะเลาะวิวาทกันด้วยเื่ไร้สาระ จู่ๆ ที่ก้นแม่น้ำอันมืดมิดก็มีจุดสีแดงสองจุดปรากฏขึ้น ราวกับดวงตาที่เบิกกว้าง ก่อนจะกลอกไปมา
เหมือนกลิ่นคาวเืจะปลุกสิ่งที่หลับใหลอยู่ขึ้นมาแล้ว
ไป๋เสียััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากก้นแม่น้ำ จึงรีบเตือนทันใด “รีบหนีไปจากแม่น้ำเร็วเข้า!”
แต่คำเตือนนี้กลับช้าไปเสียแล้ว ผู้ฝึกตนที่หมดสติลอยอยู่บนผิวน้ำถูกแรงมหาศาลฉุดลงไปใต้น้ำต่อหน้าต่อตาทุกคน
ครู่ต่อมา น้ำก็ถูกย้อมเป็สีแดงฉาน ชิ้นส่วนของร่างและเสื้อผ้าของผู้ฝึกตนที่ปะปนผุดขึ้นจากน้ำ
ทุกคนรวมถึงคนบนเรือหยุดทะเลาะกัน ผู้ฝึกตนที่คลุ้มคลั่งมองเืสีแดงฉานในน้ำ ในที่สุดเขาก็ได้สติกลับคืนมา แล้วพูดด้วยใบหน้าตกตะลึงยิ่ง “ขะ...เขาหายไปไหน เกิดอะไรขึ้น”
บนฝั่งมีพายุรุนแรงพัดกระหน่ำ ฝุ่นละอองและก้อนหินปลิวว่อน พื้นดินสั่นะเือย่างรุนแรงจนทุกคนทรงตัวไม่อยู่ ท้องนภายังคงมืดมัวไร้แสงตะวัน
ภายในแม่น้ำมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากไหลวนปะทะกัน ก่อตัวเป็วังน้ำวน แรงดึงดูดมหาศาลคอยดึงเรือลำเล็กให้จมลงไปใต้น้ำ
“ระ...เร็วเข้า พายกลับไป!” เมื่อเห็นว่าเรือลำเล็กกำลังจะถูกดูดลงไปใต้น้ำ อีกคนหนึ่งจึงรีบคว้าไม้ไผ่ยาวกระวีกระวาดพายเรือ
ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้วยกันพายไปสองสามครั้ง พบว่าแรงของคนสองคนยังมิอาจต้านทานแรงดึงดูดของวังน้ำวนได้ เขาจึงตัดสินใจจะผลักเพื่อนร่วมทางที่หมดสติลงไปในน้ำ!
เมื่อเห็นดังนั้น อีกคนหนึ่งจึงร้องห้ามปรามทันที “เ้าคิดจะทำอะไรกัน!?”
