"ตระกูลเสิ่น?" ดวงตาของมู่หรงปิงเฟิงฉายแสงเ็า "เสิ่นเหวินต้วน! คิดไว้แล้วเชียว หากมันสังหารเฟยเฉินได้มันต้องรีบนำหัวมาขึ้นเงินกับข้าอย่างแน่นอน"
ไม่ว่าจะคิดอย่างไร คนที่มีความแค้นกับเฟยเฉินมากที่สุดในบรรดาผู้ไล่ตามก็คงหนีไม่พ้นเสิ่นเหวินต้วน
นางเชื่อเป็อย่างยิ่งว่าเฟยเฉินคงจะยังไม่ได้กลั่นเืั มิเช่นนั้นเขาคงไม่ตายโดยศีรษะถูกบดขยี้เช่นนี้
หลังจากตัดสินใจได้มู่หรงปิงเฟิงสั่งการด้วยสีหน้าโกรธจัด "หงเหนียงและสำนักวัง์ที่เหลือเคลื่อนทัพปิดล้อมตระกูลเสิ่นอย่าให้มีใครหนีไปได้"
นางเหลือบมองเจี้ยนเทียนกงและคนอื่นๆด้วยสีหน้ามืดมน "เจี้ยนเทียนกง เจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลง พวกเ้าไปจัดการกับตระกูลเสิ่นพร้อมกับข้า หากมันไม่ส่งมอบเืัมา ตระกูลเสิ่นก็ไม่มีความจำเป็ต้องมีอยู่อีกต่อไป!"
เจี้ยนเทียนกงและคนอื่นๆพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม บัดนี้ในเมื่อเืัอยู่ภายใต้การของตระกูลเสิ่น พวกมันจึงไม่ได้สนใจตระกูลหวงอีกต่อไป
ในเวลาเดียวกันกับที่มหาอำนาจจากแผ่นดินใหญ่กำลังเดินทางไปปิดล้อมตระกูลเสิ่น ภายในอาคารสูงแห่งหนึ่งที่สามารถมองสถานการณ์ได้ทั่วทั้งเมือง มีร่างสองร่างกำลังจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องล่างอย่างสำราญใจ โดยคนทางซ้ายคือไป๋ซวนที่กำลังจ้องมองอย่างแปลกใจ และคนทางขวาคือไป๋เฉินที่กำลังจิบไวน์อย่างใจเย็น
"น้องชาย เ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร?" ไป๋ซวนอยากจะรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและการไล่ลำดับเหตุการณ์ ซ้ำแล้วการเคลื่อนไหวครั้งเดียวอาจจะสามารถทำลายตระกูลเสิ่นให้ราบเป็หน้ากลองได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
ไป๋เฉินจิบไวน์ด้วยสีหน้าเพลิดเพลินก่อนกล่าวอธิบาย "ข้าเพียงแค่ลากคนผู้หนึ่งจากสำนักวัง์ที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับข้าและสวมชุดให้แก่มันและทำทุกอย่างให้เหมือนกับข้า นอกเสียจากว่าศีรษะเท่านั้นที่ข้าบดขยี้จนมิอาจรู้ได้ว่านั่นคือข้าตัวจริง"
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของไป๋ซวนมีแต่คำถาม ไป๋เฉินจึงอธิบายต่อ "บางทีพวกมันคงจะไม่มีทางเชื่อได้ว่านั่นเป็ข้าตัวจริง แต่ทว่าเศษผ้าของตระกูลเสิ่นนั้นเป็ร่องรอยยืนยันความบริสุทธิ์ใจได้เป็อย่างดี เพราะนอกจากเศษผ้านั้นแล้ว มู่หรงปิงเฟิงคงจะไม่มีเป้าหมายในการค้นหาเืัอีกต่อไป และยิ่งนางอยู่ในสภาวะที่อารมณ์ไม่คงที่แล้ว ตระกูลเสิ่นจะกลายเป็ที่ระบายอารมณ์อัดอั้นให้แก่นางได้... หากเสิ่นเหวินต้วนสามารถไกล่เกลี่ยสถานการณ์ได้มันก็คงจะโชคดีไป และมีโอกาสที่มันจะหยุดยั้งการทำลายล้างได้อย่างแน่นอน"
"ไกล่เกลี่ย? เ้าพวกแผ่นดินใหญ่เดือดดาลเสียขนาดนั้นยังมีวิธีการไกล่เกลี่ยและปัดป้องความรับผิดชอบอีกอย่างนั้นรึ?" ไป๋ซวนเหลือบมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ไป๋เฉินผงกศีรษะเบาๆ "แน่นอนว่ามี หากมันตอบว่าไม่ได้นำเืัไป มู่หรงปิงเฟิงจะเข้าโจมตีและสังหารหมู่ตระกูลเสิ่นทันที แต่หากมันบอกว่าเืัอยู่กับคนอื่นๆ ก็มีโอกาสที่มันจะรอดชีวิตประมาณ 2% และยังมีวิธีการเอาตัวรอดอีกสามวิธีที่จะทำให้มันรอดพ้นจากวิกฤตไปได้ แต่ทว่าต้องมีการเตรียมหลักฐานปลอมไว้ให้พร้อม แต่สำหรับเสิ่นเหวินต้วนหากมาเตรียมตอนนี้ก็สายเกินไป"
ไป๋ซวนที่มองเห็นจุดอ่อนก็จึงเอ่ยถาม "แล้วคนโง่ที่ไหนจะบอกว่าได้เอาเืัมาเล่า?"
ไป๋เฉินตอบกลับทันควัน "นั่นหละคือจุดแข็งที่จะทำให้เสิ่นเหวินต้วนดิ้นไม่หลุด! หากครั้งแรกมันตอบว่าไม่ได้นำเืัไป ตระกูลเสิ่นก็ถึงคราวล่มสลาย นอกเสียจากว่ามันไหวตัวทันว่ามีบางอย่างผิดปกติเท่านั้น"
ไป๋เฉินมาคิดแผนการนี้ได้เมื่อยามที่เสิ่นเหวินต้วนกำลังไล่ตามมา ไม่ว่าจะเป็แรงจูงใจ เหตุและผลมารองรับ และสุดท้ายคืออารมณ์
แผนการนี้จะไม่มีวันสำเร็จหากมองอารมณ์ของแต่ละบุคคลไม่แตกฉาน ไม่ว่าจะเป็อารมณ์ของมู่หรงปิงเฟิงที่สูญเสียเว่ยเส้าเทียนและเืั หงเหนียงที่สูญเสียพวกพ้องจึงทำให้แผนการครั้งนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า 98%
หากเสิ่นเหวินต้วนสามารถมองผ่านแผนการแพะรับบาปครั้งนี้ได้ก็ถือว่ามันไม่ใช่คนโง่เขลาและยังมีโอกาสรอดชีวิต
มันคือกลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน! ซึ่งคือการกำจัดศัตรูที่แข็งแกร่งโดยที่ไม่จำเป็ต้องลงมือเอง
"ช่างเป็ตระกูลเสิ่นที่น่าสงสาร" ไป๋ซวนถอนหายใจและอดไม่ได้ที่จะกุมขมับ แม้แต่เขาเองก็มิอาจคิดหาแผนการตลบแตลงในขณะที่กำลังถูกไล่ล่าได้เป็แน่
แต่จู่ๆไป๋ซวนก็ฉุกคิดขึ้นได้ก่อนจะเอ่ยถาม "เป็ไปได้ไหมว่าแผนการชั่วร้ายที่ถูกเผยแพร่ออกมาของมหาอำนาจก็เป็ฝีมือของเ้า?"
ไป๋เฉินหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนจะจิบไวน์อีกครั้ง "ทุกอย่างอยู่ในการคำนวณ"
ไป๋ซวนอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า "เ้าเก่งเื่สร้างความบาดหมางจริงๆ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเ้ามีอายุเพียงแค่ 16 ปึเท่านั้น"
เมื่อได้ฟังแผนการไป๋ซวนจึงได้ข้อสรุปว่าการเป็ศัตรูของไป๋เฉินเป็ความที่โง่เขลาที่สุดในชีวิต!
บุคคลเช่นนี้ห้ามทำให้ขุ่นเคืองเป็อันขาด!
ทั้งสองยังคงดื่มด่ำสำราญกับไวน์ในเวลาเดียวกัน ไป๋ซวนก็เห็นว่าหวงเทียนลู่ออกมาจากตระกูลเพื่อตรวจสอบสมาชิกที่เหลือ สิ่งที่เห็นทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย "น้องชาย แล้วเ้าจะปล่อยตระกูลหวงไปเช่นนั้นหรือ?"
ไป๋เฉินพยักหน้าเบาๆ "ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว เฟยเฉินตาย เสิ่นเหวินต้วนตกเป็แพะรับบาป สำนักวัง์สูญเสียกองกำลังไปมากมาย แผ่นดินใหญ่สูญเสียความเชื่อใจจากฝูงชน และข้าเองก็ได้เืัมา... หากข้าลงมือทำอะไรบางอย่างต่อจากนี้แผนการที่วางไว้จะไม่สมบูรณ์แบบ"
ไป๋ซวนลูบคางในขณะคิดตาม ทุกอย่างเป็ไปอย่างที่ไป๋เฉินวางแผนไว้จริงๆ การเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่ค้างคาได้ทุกอย่าง
จู่ๆไป๋เฉินก็เอ่ยขึ้น "แม้นยามบัดนี้ตระกูลหวงจะยังคงอยู่ แต่ก็คงยากที่จะยืนหยัดในฐานะตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเทียนเฟิงได้อีกต่อไป นอกเสียจากว่าใช้วิธีการแบบทรราชสังหารผู้ที่ขวางหน้าและไม่ใจอ่อนเท่านั้น"
"สมองเ้าทำด้วยอะไรกัน? ไฉนเ้าคิดไปได้ไกลถึงเพียงนั้น?" เมื่อได้ฟังคำอธิบายไป๋ซวนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"หากไม่มีวิธีการเอาตัวรอด ป่านนี้ข้าคงตายเป็พันๆครั้งแล้ว" ไป๋เฉินถอนหายใจก่อนจะหวนนึกไปถึงตัวของเขาในอดีตที่ต้องเอาตัวรอดในโลกที่โสมม
ไป๋ซวนส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ "เอาล่ะ เ้าคงจะหิวแล้ว ไปทานข้าวกันเถอะ แล้วพวกเราค่อยวางแผนกันต่อไป"
"นั่นก็ดีเช่นกัน" ไป๋เฉินลุกขึ้นยืนก่อนจะเหลือบมองอาคารตระกูลเสิ่นด้วยรอยยิ้มลึกลับก่อนจะหันหลังติดตามไป๋ซวนไป
.
.
.
มู่หรงปิงเฟิงและมหาอำนาจทั้งหมดล้อมรอบตระกูลเสิ่นไว้มิให้หลบหนีแม้แต่ผู้เดียว แต่ผู้ที่ปรากฏตัวต่อหน้ามีเพียงนางและเจี้ยนเทียนกงเท่านั้น ก่อนที่นางจะะโราวกับมาอย่างเป็มิตร "ผู้นำเสิ่น เ้าอยู่ที่นี่หรือไม่?"
จู่ๆประตูของคฤหาสน์หรูหราก็เปิดออกเผยให้เห็นร่างในอาภรณ์สีม่วงของเสิ่นเหวินต้วนออกมาอย่างสุภาพ
เมื่อเห็นมู่หรงปิงเฟิงและเจี้ยนเทียนกงปรากฏ มันจึงประสานมืออย่างรีบร้อน "ไม่ทราบว่าผู้าุโมู่หรงและผู้าุโเจี้ยนมีธุระอันใดกับข้าหรือไม่?"
สายตาที่เฉียบแหลมของมู่หรงปิงเฟิงก็สบเข้ากับตำแหน่งแขนเสื้อและเห็นว่าส่วนนั้นถูกฉีกขาดไป
เมื่อเห็นดังนั้นนางก็ไม่จำเป็ต้องอ้อมค้อมพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มและแสดงเศษผ้าให้ได้เห็น "นี่คือเศษผ้าที่มาจากชุดของเ้าหรือไม่?"
เสิ่นเหวินต้วนจ้องมองอย่างตั้งใจ เมื่อเห็นตราตระกูลเสิ่นมันก็พยักหน้า "ถูกต้อง นั่นคือเศษผ้าของข้าเอง"
"โอ้? เศษผ้าของเ้าหายไปั้แ่เมื่อใด?" มู่หรงปิงเฟิงถามอย่างเป็มิตร
แม้นจะไม่เข้าใจว่ามู่หรงปิงเฟิงถามด้วยเหตุอันใด แต่เสิ่นเหวินต้วนก็ไม่กล้าจะยอกย้อนพร้อมทั้งลูบคางและเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ "ข้าจำได้ว่าก่อนจะต่อสู้กับเฟยเฉินมันยังอยู่... ดูเหมือนว่าจะโดนเฟยเฉินดึงไปกระมัง"
มู่หรงปิงเฟิงถอนหายใจ "ข้าจะถามอีกครั้ง เ้าได้ไล่ล่าเฟยเฉินเข้าสู่ถ้ำสัตว์อสูรและกลับออกมาทางเดิมใช่หรือไม่?"
เสิ่นเหวินต้วนพยักหน้าอย่างมึนงง "ถูกต้อง หลังจากไปจนสุดทางข้าก็พบเข้ากับซากศพของคนเจ็ดคนและข้าเองก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้าย ข้าจึงรีบกลับออกมาทางเดิมทันที"
คำตอบของเสิ่นเหวินต้วนได้ยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตำแหน่งซากศพของเฟยเฉินและคำอธิบายของเจี้ยนเทียนกงได้ทันที มู่หรงปิงเฟิงจึงผายมือเอ่ยอย่างช้าๆ "เสิ่นเหวินต้วน ส่งมอบเืักลับคืนมาให้แก่ข้า แล้วข้าจะไม่ทำอะไรกับเ้า"
"หืม? เืั? สิ่งนั้นไม่ได้อยู่กับข้าเสียหน่อย" จู่ๆสีหน้าของเสิ่นเหวินต้วนมีการแสดงออกที่ร้ายแรง ราวกับว่ามันได้เอ่ยคำที่เป็ลางร้ายอย่างถึงที่สุด
คำว่า 'สิ่งนั้นไม่ได้อยู่กับข้า' เป็คำตอบในมุมมองของมู่หรงปิงเฟิงว่าเสิ่นเหวินต้วนอาจจะนำเอาเืัไปซ่อนไว้แล้ว!
มุมปากของมู่หรงปิงเฟิงฉีกยิ้มแสยะ คำตอบของเสิ่นเหวินต้วนไม่ต่างจากคำสารภาพ! นางค่อยๆยกแขนขึ้นด้วยเสียงพึมพำ
"เคล็ดวิชาวัง์—เขตแดนเหมันต์เยือกแข็ง!"
ปราณเยือกะเืเข้าปกคลุมเสิ่นเหวินต้วนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว จนมันกลับกลายเป็ประติมากรรมน้ำแข็งในชั่วพริบตา!
มู่หรงปิงเฟิงฟาดกระบี่ใส่ประติมากรรมเสิ่นเหวินต้วนก่อนที่มันจะแตกสลายเป็เสี่ยงๆ!
"สังหารตระกูลเสิ่นทั้งหมด!"
"และค้นหาเืักลับมาให้ได้!"
สิ้นสุดคำสั่งสังหารของมู่หรงปิงเฟิง สมาชิกสำนักวัง์และอีกสองมหาอำนาจหลั่งไหลเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลเสิ่นอย่างบ้าคลั่ง!
