“ท่านไม่ต้องมองข้าเช่นนั้น ข้าไม่รู้ว่ากลุ่มคนที่ท่านว่าเป็ใคร ข้าแค่เดินผ่านมาแล้วพบท่านนอนหมดสติอยู่ผู้เดียวจึงช่วยไว้” นางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่เขาพยักหน้าขึ้นลง
“ขอบใจเ้ามาก” ชายหนุ่มพยายามประคองตัวเองอีกครั้ง โดยมีหญิงสาวคอยช่วยไม่ห่าง ใบหน้างดงามนั้นยิ่งทำให้เขาประทับใจมากขึ้น
“เ้ามีนามว่าอะไร”
“ข้านามว่า หลิวเฉิงหนิง เป็บุตรสาวของหลิวฟู่ชุน”
“เ้าเป็ลูกสาวตระกูลหลิวเช่นนั้นฤา” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง เพราะโรงผลิต ซื้อสมุนไพรจากตระกูลหลิวมาเป็ระยะเวลายาวนาน ไม่คิดว่าบุตรสาวของหลิวฟู่ชุนจะงดงาม อ่อนหวานถึงเพียงนี้ เขาทอดสายตามองอยู่นาน จนหญิงสาวเขินอายพลางเบี่ยงหน้าหลบ
“ที่แท้ ก็เป็คุณหนูตระกูลหลิว ข้าไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้พบ” หญิงสาวก้มหน้ายิ้มเล็กน้อย
“แล้วท่านล่ะ มีนามว่ากระไร เป็คนเชียงหยางหรือว่าเดินทางมาจากเมืองอื่น” ชายหนุ่มส่ายศีรษะพร้อมปล่อยยิ้มออกมา
“ข้ามีนามว่าชวี่อิน”
“ชวี่..อิน” เฉิงหนิงทวนคำ ด้วยนึกคุ้นชื่อ ก่อนจะดวงตาเบิกกว้างเมื่อนึกบางอย่างได้
“ท่านคือ จ้าวชวี่อินเช่นนั้นฤา” ดวงตากลมโตทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มออกมา ก่อนพยักหน้าขึ้นลง
“แล้วเหตุใดท่านจึงมานอนตรงนั้นเพียงผู้เดียว คนติดตามท่านล่ะ อยู่ที่ใด” คำถามมากมายทำให้ชายหนุ่มตอบไม่ทัน
“ข้าแอบหนีออกมาเที่ยวเล่นกับชางอิน แต่วันนี้โชคร้ายเสียหน่อยที่ถูกกลุ่มอันธพาลตามมารีดไถ แต่ก็โชคดีที่เ้าช่วยข้าไว้” สายตาคมสบมองเฉิงหนิงอย่างมีความหมาย ก่อนหญิงสาวจะนึกบางอย่างได้ จึงรีบขอตัวลากลับ
“เห็นทีข้าต้องกลับก่อนแล้ว”
“เหตุใดจึงรีบ”
“ไม่มีเวลาแล้ว ป่านนี้ท่านพ่อคงโกรธที่ข้าออกมาเที่ยวเล่นนานเกินไป”
“แล้วเราจะได้พบกันอีกฤาไม่” คำถามของชายหนุ่มรูปงามกล่าวถาม ขณะที่ร่างบางกำลังจะหายลับไป เฉิงหนิงชะงักพลันหันมองชวี่อินครู่หนึ่ง
“หากชะตาต้องกัน เราต้องได้พบกันอีก” นางพูดจบจึงก้าวเท้าวิ่งตรงไปทางทิศเหนือ หัวใจของชายหนุ่มสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก นางเป็คนแรกที่ทำให้เขารู้สึกตัวเบาหวิวคล้ายจะลอยได้ แม้ร่างกายจะเ็ป ทว่าความรู้สึกภายใน กลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะเลื่อนสายตาไปเห็นบางอย่าง
“ปิ่นปักผมเช่นนั้นฤา” ชวี่อินพูดออกมาอย่างบางเบา พลางเอื้อมมือไปหยิบปิ่นนั้นขึ้นมา พร้อมใบหน้างดงามของนางยังคงประทับเป็ความทรงจำถึงตอนนี้
ผ่านมาแล้วหนึ่งปี เขายังคงจำทุก่เวลาได้ไม่มีวันลืม ยังคงเก็บปิ่นปักผมไว้แทนใจเสมอมา แม้รู้ว่านางเป็ลูกสาวของตระกูลหลิว แต่ด้วยธรรมเนียมแล้ว เขาทำได้เพียงแต่รอคอยวาสนาที่จะได้พบกับนางอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น
หลังจากขบวนของสามีภรรยาตระกูลจ้าว มุ่งหน้าตรงไปยังทิศเหนือของเมืองเชียงหยาง เพื่อไปทำการเจรจาค้าขายเกี่ยวกับสมุนไพรนานาชนิดนั้น ชางอินยืนมองขบวนรถม้าที่กำลังหายลับไปอย่างโล่งใจ พลางรีบรุดเข้ามาในจวนตามหาพี่ชายในทันที
“เ้าหยุดก่อน” เขาะโเรียกสาวใช้นางหนึ่ง
“มีอันใดกับข้าฤาเ้าคะ”
“เ้าเห็นพี่ชายข้าบ้างฤาไม่”
“คุณชายชวี่อินคุมโรงผลิตที่ใต้ต้นท้อเ้าค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะละจากสาวใช้ แล้วหันตัวกลับไปยังโรงผลิตสมุนไพรในทันที
ตอนนี้ชางอินมีอายุราวสิบเจ็ดปี เขาเป็ชายหนุ่มที่มีลักษณะนิสัยแตกต่างจากพี่ชายพอสมควร ด้วยเพราะชอบสนุกสนาน หาความสำราญใจอยู่เสมอ แม้จะเกียจคร้านอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังได้รับความรักจากครอบครัวเท่าเทียมกับพี่ชายเสมอมา
“ท่านพี่ ขบวนขนสมุนไพรของท่านพ่อกับท่านแม่ ออกไปแล้ว คราวนี้ท่านพร้อมจะออกไปเที่ยวเล่น เป็เพื่อนข้าได้ฤาไม่” น้ำเสียงตื่นเต้น ทำให้ชวี่อินรีบเก็บของบางอย่างใส่ซอกเสื้อไป ทันให้หางตาของชางอินเหลือบเห็น
