แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องลงบนหลังคาเมืองหลี่เฉิง บรรยากาศในตลาดเริ่มคึกคักด้วยเสียงพ่อค้าแม่ขาย แต่ที่หอโอสถเซียวกลับปกคลุมไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด
เซียวหลันและหลี่หยางเดินทางกลับมาถึงหน้าร้านในสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดวิ่นเปื้อนเืและโคลนตมแต่แววตาของทั้งคู่กลับเปี่ยมไปด้วยพลัง โดยเฉพาะหลี่หยางที่สีหน้าดูสดใสและมีเืฝาดอย่างเห็นได้ชัด
"คุณหนู! ท่านหลี่!!” เสี่ยวชุนวิ่งถลารับหน้าประตู น้ำตาคลอเบ้า "หายไปทั้งคืน ข้านึกว่าพวกท่านจะเป็อะไรไปเสียแล้ว"
"พวกเราปลอดภัยดี" เซียวหลันลูบหัวสาวใช้เบาๆ "อาหลงล่ะ?"
เสี่ยวชุนชะงัก สีหน้าดูลำบากใจ นางชี้มือเข้าไปในร้าน "อาหลงกำลังรับแขกอยู่เ้าค่ะ แขกมารอั้แ่เช้ามืด ไล่ก็ไม่ยอมไป บอกว่าเป็สหายเก่าของพวกท่าน"
เซียวหลันและหลี่หยางสบตากันทันที สัญชาตญาณระวังภัยทำงาน หลี่หยางก้าวเท้าเดินนำหน้า มือจับด้ามดาบแน่น เขาผลักประตูร้านเข้าไปอย่างแรง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือชายหนุ่มในชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตาราวกับไม่เคยแปดเปื้อนฝุ่นผง เขานั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ตัวโปรดของเซียวหลัน บนโต๊ะมีพัดจีบวางอยู่มันเป็พัดเล่มเดียวกับที่เห็นในงานประมูล
“กลับมาแล้วหรือ คู่รักนักต้มตุ๋นแห่งหุบเขาเงา"
ชายชุดขาววางถ้วยชาลง ใบหน้าภายใต้หน้ากากเงินครึ่งซีกเผยรอยยิ้มละไม "ข้ามารอพวกเ้านานจนชาจืดหมดแล้ว"
"ไป๋อวิ๋น" หลี่หยางเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงต่ำ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่าง "เ้า้าอะไรถึงกล้าบุกรุกเข้ามาในถิ่นข้า"
"ใจเย็นก่อนพี่ชาย" ไป๋อวิ๋นยกมือขึ้นเสมอไหล่ “ข้าไม่ได้มาหาเื่ ข้าแค่มาทวงของและมาเจรจาการค้าเท่านั้น"
"ทวงของ?" เซียวหลันเดินอ้อมออกมาจากด้านหลังหลี่หยาง "ข้าไม่ยักจำได้ว่าติดหนี้อะไรท่าน"
ไป๋อวิ๋นหัวเราะเบาๆ เขาหยิบถุงเงินใบหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบกันหนักแน่น “ข้าตรวจสอบยาเม็ดทองคำที่เ้าประมูลขายไปเมื่อคืนแล้ว รสชาติเหมือนน้ำตาลปั้นผสมผลไม้กวน สรรพคุณบำรุงผิวพรรณนิดหน่อย แต่ห่างไกลจากคำว่ายาอายุวัฒนะพันปีลิบลับ"
เซียวหลันเลิกคิ้ว "แล้วท่านจะมาขอเงินคืนหรือ การประมูลจบไปแล้ว ผู้ซื้อต้องรับความเสี่ยงเอง"
"เปล่าเลย" ไป๋อวิ๋นส่ายนิ้ว "ข้าไม่ได้มาขอเงินคืน แต่ข้ามาชื่นชมความกล้าบ้าบิ่นของเ้าต่างหากที่กล้าหลอกต้มตุ๋นคนทั้งหอประมูล รวมทั้งข้าด้วย"
เขาลุกขึ้นยืน รูปร่างสูงโปร่งสง่างามไม่แพ้หลี่หยาง เขาเดินเข้ามาใกล้เซียวหลันโดยไม่เกรงกลัวสายตาพิฆาตของหลี่หยางที่จ้องเขม็ง
“แม่นางเซียว ข้าคือคุณชายรองแห่งหอเมฆา กิจการของข้าครอบคลุมทั้งข่าวสารและการค้าขาย ข้ารู้ว่าเ้าเป็ใครและรู้ว่าเ้ากำลังงัดข้ออยู่กับใคร"
หอเมฆาคือองค์กรที่เป็กลางและลึกลับที่สุดในยุทธภพ ว่ากันว่าพวกเขารู้ทุกเื่ใต้หล้าแต่ไม่เคยเข้าข้างฝ่ายใด
"สำนักอัคคีทมิฬกำลังหมายหัวเ้า" ไป๋อวิ๋นกล่าวต่อ “การที่เ้าสังหารนักฆ่ามือดีของพวกมันเมื่อคืนยิ่งเหมือนเอาน้ำมันราดกองไฟอีกไม่นาน แม่เฒ่าพิษ มือขวาของเ้าสำนักจะมาที่นี่เพื่อเด็ดหัวเ้า"
"แล้วท่านมาบอกข้าทำไม" เซียวหลันถาม "หอเมฆาไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ชาวบ้านไม่ใช่หรือ"
"ปกติก็ใช่ แต่ข้าสนใจในตัวเ้า" ไป๋อวิ๋นจ้องตานาง "ข้าสนใจในครีมหยกหิมะที่เ้าขายให้ฮูหยินเ้าเมือง และสนใจในวิชาแพทย์อันแปลกประหลาดของเ้า ข้าเห็นแววว่ามันจะทำกำไรมหาศาล"
เขายื่นข้อเสนอ "ข้าจะให้ข่าวกรองเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของสำนักอัคคีทมิฬแก่เ้า และจะช่วยปิดข่าวเื่ที่เ้าไปป่วนงานประมูลแลกกับสิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้าของหอโอสถเซียวแต่เพียงผู้เดียวในเมืองหลวง"
เซียวหลันนิ่งคิดเรพาะนี่เป็ข้อเสนอที่เย้ายวนใจมาก การขยายตลาดไปเมืองหลวงคือก้าวต่อไปของนาง และการมีหอเมฆาหนุนหลังก็เท่ากับมีเกราะคุ้มกันชั้นดี
"ข้าตกลงเื่การค้า" เซียวหลันตอบ "แต่สิทธิ์ขาดต้องอยู่ที่ข้า ข้าจะเป็คนกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ท่านมีหน้าที่แค่กระจายสินค้าและส่งเงินมาให้ข้า แบ่งกำไร 70-30 ข้าเจ็ด ท่านสาม"
"โห~" ไป๋อวิ๋นทำท่าใ “หน้าเืใช้ได้ ปกติข้าแบ่ง 50-50 นะ"
"ถ้าไม่ตกลง เชิญกลับไปได้เลย ประตูอยู่ทางนู้น" เซียวหลันผายมือ
ไป๋อวิ๋นหัวเราะร่า "ตกลง! ข้าชอบคนคุยง่าย 70-30 ก็ได้ถือว่าเป็ค่าคุ้มครองจากหอเมฆาด้วยแล้วกัน"
เขาโยนป้ายหยกสีขาวสลักรูปเมฆให้เซียวหลัน "ถ้ามีปัญหาอะไร หรือ้าข่าวด่วน ให้ส่งคนเอาป้ายนี้ไปที่โรงเตี๊ยมเมฆาล่องลอยแล้วข้าจะมาหา"
ก่อนจะเดินจากไปไป๋อวิ๋นหันมามองหลี่หยางด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง “ส่วนเ้า พี่ชายหน้าน้ำแข็ง พิษไอเย็นของเ้าเบาบางลงมากแล้วแต่ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีเพราะราชครูที่เมืองหลวงเริ่มระแคะระคายเื่ทายาทตระกูลหลี่ที่หายสาบสูญแล้ว"
หลี่หยางกำหมัดแน่น แต่ไม่ได้พูดอะไร
เมื่อร่างชุดขาวของไป๋อวิ๋นหายลับไป หลี่หยางก็หันมาถามเซียวหลันทันที "เ้าไว้ใจมันรึ? เ้านั่นมันงูพิษชัดๆ"
"ข้าไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นแหละ ยกเว้นเ้า" เซียวหลันตอบพลางเก็บป้ายหยก "แต่ในวงการธุรกิจ ศัตรูของศัตรูคือมิตร หอเมฆา้าถ่วงดุลอำนาจกับสำนักอัคคีทมิฬ เราแค่ใช้ประโยชน์จากตรงนี้"
นางหันไปสั่งเสี่ยวชุน "เตรียมน้ำร้อน ข้าจะอาบน้ำ แล้วก็เตรียมห้องผ่าตัดด้วย ข้าสังหรณ์ใจว่าอีกไม่นานเราจะได้ต้อนรับแขกที่าเ็หนัก"
"ใครเ้าคะ"
"เหยื่อรายต่อไปของาครั้งนี้ไง"
สามวันต่อมาคำเตือนของไป๋อวิ๋นแม่นยำราวจับวาง ข่าวลือเริ่มแพร่สะพัดในตลาดว่ามีโรคประหลาดระบาดในหมู่ชาวบ้านแถบท่าเรือ คนป่วยจะมีอาการตัวร้อนจัด ิัพุพองเป็หนอง และตายภายในสามวัน ชาวบ้านต่างแตกตื่นและแห่กันไปซื้อยาที่ร้านขายยาทั่วไปแต่กินเท่าไหร่ก็ไม่หาย
"คุณหนู แย่แล้วเ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในร้าน "มีคนหามคนป่วยมาวางทิ้งไว้หน้าร้านเราเต็มไปหมดเลย ชาวบ้านบอกว่าเป็เพราะยาของหอโอสถเซียวทำให้เกิดโรคระบาด"
“อะไรนะ?" เซียวหลันวางมือจากการบดยาเดินออกไปดูหน้าร้าน
ภาพที่เห็นคือฝูงชนที่โกรธแค้นกำลังะโด่าทอและมีร่างคนป่วยนอนร้องครวญครางอยู่บนแคร่ไม้ ิัของพวกเขาเปื่อยยุ่ยและส่งกลิ่นเหม็นเน่า
"นี่ไง! หมอปีศาจ!! มันวางยาพิษในน้ำบ่อ เพื่อจะขายยาแก้พิษของตัวเอง!!!” ชายหน้าม้าคนหนึ่งะโปลุกระดม
"เผาร้านมัน! ฆ่ามัน!!”
ก้อนหินและไข่เน่าถูกระดมปาเข้ามา หลี่หยางก้าวออกมาขวางหน้าเซียวหลันปัดป้องสิ่งของเ่าั้ แต่จำนวนคนมากเกินกว่าจะต้านทานด้วยกำลังโดยไม่ให้มีคนาเ็
"หยุดเดี๋ยวนี้!" เซียวหลันะโเสียงก้อง "ใครกล้าเข้ามา ข้าจะถือว่าบุกรุก!!”
"อย่าไปฟังมัน มันเป็ปีศาจ!"
เซียวหลันมองดูอาการของคนป่วย ิัพุพองสีม่วงคล้ำ เส้นเืปูดโปน นางมั่นใจว่านี่ไม่ใช่โรคระบาดตามธรรมชาติ
'พิษกู่ พิษหนอนคุณไสยจากแดนใต้'
นางจำคำพูดของไป๋อวิ๋นได้ทันที
ฝีมือแม่เฒ่าพิษแน่ๆ
นี่ไม่ใช่การโจมตีด้วยอาวุธ แต่เป็การโจมตีด้วยาชีวภาพเพื่อทำลายชื่อเสียงและบีบให้นางจนมุม เซียวหลันถึงกับแสยะยิ้มเย็นท่ามกลางความโกลาหล "อยากเล่นสกปรกงั้นรึ" นางพึมพำ “ได้! เดี๋ยวหมอปีศาจจะสอนให้รู้ว่าการเล่นกับเชื้อโรคที่แท้จริงมันเป็ยังไง”
