“พลังป้องกันไฟแต่กำเนิด!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เหลยต้งที่กำลังต่อสู้กับเสี่ยวเหยียนรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาด สีหน้าตื่นใ เขารู้ว่าเสี่ยวเหยียนมีความลับ แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็พลังป้องกันไฟแต่กำเนิด
พลังป้องกันไฟแต่กำเนิดมีอยู่แต่ในตำนานเท่านั้น เขาไม่เคยเจอมาก่อนเลย
ส่วนเสี่ยวเหยียนก็ไม่ให้เวลาเขาได้ครุ่นคิดมากนัก มันอ้าปากกว้างกัดอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
เพราะเสี่ยวเหยียนมีพลังป้องกันไฟแต่กำเนิด ทำให้กระบวนท่าสังหารของพวกเขาทั้งสามไม่เป็ผลต่อเสี่ยวเหยียนเลย หลังจากต่อสู้ไปกว่ายี่สิบกระบวนท่าแล้ว พวกเขาทั้งสามต่างได้รับาเ็จึงคิดกระโจนออกไปด้านนอก แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ทำลายค่ายกลน้ำแข็งไม่ได้ ทำได้เพียงโดนเสี่ยวเหยียนโจมตีต่อไป
เหลยต้งไม่เคยขี้ขลาดขนาดนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้เขาแสดงพลังออกไปมากมาย เดิมทีคิดว่าจะทำลายเสิ่นเสวียนได้ ทว่าผลลัพธ์ไม่เป็อย่างที่คิดไว้ไม่พอ ยังทำให้พลังต่อสู้ของเสี่ยวเหยียนเพิ่มขึ้นด้วย
ในสถานการณ์พลิกผันเช่นนี้ ทั้งสามคนร่วมมือกันยังมิอาจเอาชนะเสี่ยวเหยียนได้เลย
“อ๊าก!!!”
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ผู้แข็งแกร่งขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดคนหนึ่งโดนเสี่ยวเหยียนกัดเข้าที่คอ ทำให้ร่วงหล่นลงไปจากท้องฟ้าพร้อมกับเสียงร้องดังก้อง
เสิ่นล่างที่อยู่ด้านล่างเห็นดังนั้น จึงรวบรวมพลังไปที่หมัดขวาโดยไม่สนใจอาการาเ็ของตนเอง โจมตีออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด พลังหมัดทะลุหน้าอกของอีกฝ่ายไปโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัว ทำให้กำปั้นของเสิ่นล่างโชกไปด้วยเื
“อ๊าก!”
ผู้แข็งแกร่งที่ยังตกลงไปไม่ถึงพื้นร้องครวญครางออกมาเป็ครั้งสุดท้าย ไอพลังบนร่างแผ่กระจายออกไปอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่กี่ลมหายใจ คนผู้นั้นก็ขาดใจตายทั้งที่ตาเบิกค้างอยู่บนแขนของเสิ่นล่างไปแล้ว
“ผู้เฒ่าล่างกล้าหาญยิ่งนัก!”
ได้เห็นการกระทำของเสิ่นล่าง ทำให้เสิ่นเสวียนกล่าวชื่นชมออกมาอย่างอดไม่ได้
“แต่ก็เป็เพียงการลอบสังหารเท่านั้น ไม่ได้เก่งกาจอะไร”
เสิ่นล่างยิ้มน้อยๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้เสี่ยวเหยียนจะยอดเยี่ยมมาก แต่อีกฝ่ายเป็ผู้แข็งแกร่งถึงสามคน เมื่อสามคนนี้รวมพลังกันเขารู้ดีว่าน่ากลัวมากแค่ไหน ตอนนี้อีกฝ่ายได้รับาเ็ รีบจัดการไปสักคนหนึ่งก่อน เท่ากับตัดแขนของเหลยต้งไปแล้วหนึ่งข้าง
ขอเพียงสังหารคนผู้นี้ได้ การต่อสู้ในตอนนี้จึงจะเท่าเทียมกัน
ที่้า เสี่ยวเหยียนโจมตีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับมันแล้วสามคนนี้เป็เพียงอาหารเสริมเท่านั้น ทุกครั้งที่เข้าปะทะกัน ขอเพียงได้ััตัวจะมีพลังส่วนหนึ่งโดนเสี่ยวเหยียนกลืนกินเข้าไป ไปๆ มาๆ พลังของทั้งสองฝ่ายเริ่มแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น
อีกไม่ช้าก็เร็วเหลยต้งที่เป็ผู้แข็งแกร่งแห่งยุคของสำนักตี้หยินจะต้องตาย
อำนาจทั้งหลายในเมืองอวี่ฮว่าต่างจ้องมองไปทางตระกูลเสิ่น
ตระกูลเสิ่นในตอนนี้ยังคงโดนม่านพลังน้ำแข็งปกคลุมอยู่ ทำให้อำนาจเหล่านี้เกิดความหวาดกลัวขึ้นมา ประชากรในเมืองอวี่ฮว่ามีมากกว่าสามแสนคน ตอนนี้พวกเขากำลังดูเหตุการณ์นี้อยู่ อีกทั้งพวกเขายังจำได้ว่าเสิ่นเสวียนกำลังต่อสู้กับอีกฝ่ายก่อนที่จะมีม่านพลังน้ำแข็งปกคลุม
บนยอดหอคอยตระกูลหาน หานหนานเทียนเหงื่อไหลเต็มหน้า แม้ไอพลังเย็นจากม่านพลังน้ำแข็งทำให้อากาศโดยรอบเย็นลงหลายส่วน แต่กลับไม่ทำให้เขาสบายตัวได้เลย
ตอนนี้เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไรนัก ราวกับว่าเหลยต้งจะพ่ายแพ้ไปจริงๆ
หากพ่ายแพ้ควรจะทำอย่างไรดี
“ผู้าุโหาน ข้าต้องไปหากำลังเสริมมาในตอนนี้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น”
บุรุษวัยกลางคนหน้าตาเหมือนโจรใจเหี้ยมผู้นั้นมองม่านพลังน้ำแข็งก่อนจะกล่าวกับหานหนานเทียน ในคำกล่าวของเขาเหมือน้าจะหลบหลีกออกไป
“ยังทันอยู่หรือ” หานหนานเทียนถาม
“ยังทัน ไม่ไกลจากที่นี่นัก ผู้าุโหานรออยู่ที่นี่ก็พอ ข้าจะรีบไปรีบกลับ”
เมื่อกล่าวจบบุรุษวัยกลางคนก็ส่งพลังไปที่ฝ่าเท้า พลันมีพลังพุ่งออกมาส่งให้ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไป มุ่งหน้าออกจากเมืองอวี่ฮว่าอย่างรวดเร็ว และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตาเดียว
หานหนานเทียนยังอยากกล่าวบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กล่าวอะไร เขากำมือแน่นจ้องเขม็งไปทางตระกูลเสิ่น
ทว่าในตอนนี้เขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เหลยต้งยากที่จะพ่ายแพ้ลงได้ หรือต่อให้แพ้และรู้ว่าตระกูลหานเป็คนทำแล้วอย่างไร
เขามีตระกูลซือหม่าเป็ที่พึ่ง ใครจะกล้าทำอะไรเขา
ตูม!
ตูม!!!
ในขณะที่หานหนานเทียนกำลังมั่นใจไร้กังวล ก้อนน้ำแข็งเหนือตระกูลเสิ่นพลันถูกทำลายและร่วงหล่นลงไปด้านล่าง แต่ก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงไปถึงพื้น ก้อนน้ำแข็งทั้งหมดพลันหลอมละลายกลายเป็น้ำไหลหลั่งเข้าไปภายในร่างของเสิ่นเสวียน
เสิ่นเสวียนในตอนนี้เหมือนเป็ต้นกำเนิดสายน้ำ น้ำสีฟ้าไหลเข้าไปในร่างของเขาจากทุกทิศทาง เหมือนว่าร่างของเขาเป็บ่อน้ำไร้ขอบเขต ใส่น้ำเข้าไปได้โดยไม่มีวันเต็ม
เมื่อน้ำสายสุดท้ายไหลเข้าไปในร่างแล้ว ท้องฟ้าเหนือตระกูลเสิ่นก็กลับมาเป็ปกติ
ร่างของเสี่ยวเหยียนลอยอยู่ไม่ไกลจากเสิ่นเสวียน มันยืนอยู่กลางอากาศด้วยสี่ขา ดูมีสง่าราศี ไอพลังของมันแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย
ทั่วบริเวณนั้นที่ขาดหายไปมีเพียงพวกของเหลยต้งสามคน แม้แต่ร่างไร้ิญญาก็ไม่มีเหลือ
หลังจากดูดซับน้ำแข็งเข้าไปแล้ว ไอพลังของเสิ่นเสวียนก็ค่อยๆ กลับมาเป็ปกติ จากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้น พลันมีลำแสงพุ่งออกไป
“น่าเสียดายยิ่งนัก ยังมิอาจเลื่อนระดับได้!”
เสิ่นเสวียนกล่าวพึมพำ เมื่อครู่เขาคิดจะใช้พลังเ่าั้ทะลวงเลื่อนระดับเป็ขั้นแก่นทองคำระดับกลาง ทว่าหลังจากทดลองดูสองครั้งกลับล้มเหลวไป แสดงว่าหากเสิ่นเสวียนอยากเลื่อนขั้นอีกคงไม่ใช่เื่ง่ายเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
พลังที่เขา้าเพิ่มขึ้นไปกี่เท่าก็ยังไม่อาจบอกได้ ส่วนปากขวดก็สูงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย
“เอ๋? เ้าได้กำไรไปไม่น้อยเลยนี่นา!”
เสิ่นเสวียนหันมองเสี่ยวเหยียนที่อยู่ข้างๆ พลางพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ
พลังของเสี่ยวเหยียนในตอนนี้เหมือนจะถึงขั้นหกแล้วจริงๆ ไอพลังยังปะทุออกมาเหนือกว่าก่อนหน้านี้มาก เทียบกันแล้วพลังดูหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม
ร่างไร้ิญญาของสามคนนั้น เสิ่นเสวียนบอกไว้แล้วว่าให้เหลือร่างของเหลยต้งเอาไว้ แต่อีกสองคนนั้นโดนเสี่ยวเหยียนกลืนลงท้องไปเลย เื่นี้เสี่ยวเหยียนเหมือนเสิ่นเสวียนมาก เพราะก่อนหน้านี้เสี่ยวเหยียนก็กลืนกินงูหน้าผีเข้าไปเหมือนกัน
ความสามารถในการกลืนกินเช่นนี้ไม่ใช่ใครก็จะได้รับสืบทอดมา หากควบคุมความแข็งแกร่งของร่างกายไม่ได้ อาจทำให้ร่างะเิจนตาย
“จี๊ดๆๆๆ”
เสี่ยวเหยียนส่งเสียงร้องให้เสิ่นเสวียนด้วยความดีใจ หางสีแดงเพลิงโบกสะบัดไปมาไม่หยุด
เสิ่นเสวียนกางแขนออก เสี่ยวเหยียนพลันกระโจนเข้าไปนอนบนหน้าอกของเสิ่นเสวียนทันที ดูน่าอึดอัดมาก
แล้วเสิ่นเสวียนก็กล่าวกับเสิ่นล่างที่อยู่ด้านล่าง
“ผู้เฒ่าล่าง ข้าต้องไปจัดการบางอย่างก่อน ที่นี่ให้ท่านจัดการต่อแล้วกัน”
“ได้ เ้าไปเถอะ ข้าดูแลที่นี่ต่อเอง”
เสิ่นล่างพยักหน้ารับทันที เหล่าผู้าุโตระกูลเสิ่นทั้งหลายต่างก็พยักหน้าให้กับเสิ่นเสวียนบนท้องฟ้า
เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พวกเขาได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว เสี่ยวเหยียนตัวเดียวจัดการได้ถึงสามคน และสัตว์ร้ายที่ไม่มีใครเทียบได้ตัวนั้นกำลังนอนอยู่ที่อกของเสิ่นเสวียนเหมือนเด็กทารก
พลังโจมตีที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ทำให้พวกเขาคิดต่อเสิ่นเสวียนได้เพียงคำเดียว นั่นคือ ‘ยอมจำนน’
ก่อนหน้านี้พวกเขายอมจำนนต่อพร์และกำลังแฝงของเสิ่นเสวียน แต่ตอนนี้พวกเขายอมจำนนต่อพลัง
จากนั้นเสิ่นเสวียนก็อุ้มเสี่ยวเหยียนเหาะไปยังท้องฟ้าเหนือตระกูลหานอย่างสบายๆ และประจันหน้ากับหานหนานเทียนผู้นำตระกูลหาน
“เดิมทีเ้ากับข้าสองตระกูลเกี่ยวดองกันอยู่ ข้าไม่ควรซักไซ้ไล่เลียง แต่ดูเหมือนหากปล่อยเ้าไปเช่นนี้ จิตใจของข้าคงข้ามผ่านมันไปไม่ได้ เ้าว่าควรทำอย่างไร”
เสิ่นเสวียนไม่ควบคุมเสียงของเขาเลย มันดังไกลไปครึ่งเมืองอวี่ฮว่า ทำให้คนนับแสนได้ยินอย่างชัดเจน
ลูกหลานทั่วไปในตระกูลหานได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าตื่นกลัว
พลังของอีกฝ่ายน่ากลัวเกินไป หากต้องสู้กันจริงๆ ตระกูลหานอาจถูกทำลายล้างตระกูลไปเลยก็ได้
“เป็ข้าแล้วอย่างไร อย่าคิดว่าเ้าสังหารเหลยต้งไปแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจได้ คิดจัดการข้า เ้ายังเด็กนัก”
หานหนานเทียนบนหอคอยเผชิญหน้ากับคำพูดโจมตีของเสิ่นเสวียน จึงกล่าวออกไปเสียงเย็น
