โจวเทียนหยวนที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศมองดูผู้คนค่อยๆ สลายตัวไป ผู้เข้าแข่งขันที่ยอมแพ้ั้แ่ก่อนการแข่งขันน่าจะมีสิบกว่าคนเห็นจะได้
แม้พวกเขาจะไม่ได้เอ่ยปาก แต่ก็พอจะเดาได้ว่าในบรรดาผู้เข้าแข่งขันนั้น น่าจะมีคนคอยกำจัดคู่แข่งอย่างลับๆ
หลังจากผู้คนสลายตัวไปแล้ว ลู่เต้าหันไปถามหงฮวา “พวกเขาเป็อะไรหรือ”
หงฮวาส่ายหน้า บอกว่าตนเองก็ไม่ทราบ “ข้าก็เพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรกเช่นกัน”
“ยังต้องถามอีกหรือ” เสียงของไป๋เสียดังขึ้น “มีคนแปลกปลอมแฝงตัวเข้ามาในหมู่ผู้เข้าสอบ ต่อไปต้องระวังให้มาก”
“ไม่มีใครจะถอนตัวแล้วใช่หรือไม่” เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้าน โจวเทียนหยวนจึงประกาศอย่างเป็ทางการ “การแข่งขันพ่อครัวิญญา จะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!”
สิ้นเสียงโจวเทียนหยวน ผู้ชมรอบๆ ก็หลีกทางออกเป็สองทาง ทางหนึ่งคือทางไปเขายลดาบและป่าผีคร่ำครวญ ให้ผู้เข้าแข่งขันไปจับสัตว์ป่า ส่วนอีกทางหนึ่งคือทางไปทะเลสาบัทมิฬ
เดิมทีลู่เต้าคิดว่าผู้คนจะแบ่งออกเป็สองกลุ่ม แต่กลับไม่คาดคิดว่าผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่เลือกที่จะไปทะเลสาบัทมิฬ เมื่อเขาที่เพิ่งเคยเข้าแข่งขันเป็ครั้งแรกเห็นผู้คนมากมายเช่นนี้ ก็กลัวว่าตนเองจะทิ้งห่าง จะลังเลอยู่ไย เขารีบคว้ามือหงฮวาวิ่งตามผู้คนไป
“พวกเราก็อย่าได้ลังเลเลย! ไปกันเถอะ!” ลู่เต้าจับมือหงฮวาวิ่งนำหน้าไปด้วยความร้อนรน
หงฮวาที่จู่ๆ ถูกจับมือก็ใบหน้าขึ้นสี ปล่อยให้ลู่เต้าจูงมือเดินไปข้างหน้า
โจวเทียนหยวนบรรลุหน้าที่ของตนแล้ว ก็รีบกลับไปที่ศาลาพักร้อนเพื่อเล่นหมากรุกที่ยังไม่จบกับเฉายวนิต่อ เขาหยิบหมากวางลงอย่างแ่เบา แล้วถามด้วยความคาดหวัง “พรุ่งนี้พวกเราจะได้ลิ้มลองอาหารรสเลิศแบบใดกันนะ”
ใครจะรู้ว่าหมากเพิ่งวางลง เฉายวนิก็เดินหมากสังหารโจวเทียนหยวนทันที ทำเอาเขาโกรธจนกระทืบเท้าด่าทอ “เ้านี่นะ!”
******
ณ ทะเลสาบัทมิฬที่ผู้คนพลุกพล่าน
ไม่เพียงแต่ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากเดินทางมาถึงริมทะเลสาบเท่านั้น แม้แต่ผู้ชมที่มามุงดูก็ตามมาด้วย ผู้คนต่างส่งเสียงให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันไม่หยุดหย่อน
ทางฝ่ายจัดเตรียมเรือและเบ็ดตกปลาไว้ให้ผู้เข้าแข่งขันแล้ว
เมื่อลู่เต้าและหงฮวามาถึงริมทะเลสาบก็พบว่าผู้เข้าแข่งขันแบ่งออกเป็สองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือผู้ฝึกตนที่กำลังต่อสู้กันที่ท่าเรือเพื่อแย่งชิงเรือ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือพ่อครัวที่กำลังแย่งเบ็ดตกปลา ช่างวุ่นวายชุลมุนนัก
ลู่เต้ามองไปทั้งสองฝั่ง เขาที่ไม่รู้ว่าควรไปฝั่งไหนดีจึงกระวนกระวาย “แย่แล้ว...เรือกับเบ็ดตกปลา อย่างไหนสำคัญกว่ากันเล่า”
“สำคัญทั้งสองอย่าง!” ไป๋เสียเอ่ยอย่างหนักแน่น
ลู่เต้าได้แต่โทษตัวเองที่ไม่อาจแยกร่างได้ ทว่าหงฮวากลับอาสา “บะ...เบ็ดตกปลาให้ข้าเอง!”
“เ้าทำได้จริงๆ หรือ” ลู่เต้ามองดูอีกครั้ง พ่อครัวเหล่านี้ ถึงแม้ตอนลงมือจะไม่ได้รุนแรงเท่าผู้ฝึกตน แต่พละกำลังที่ฝึกฝนมาจากการยกกระทะหนักๆ ก็น่าจะไม่ใช่เื่เล่นๆ
หงฮวาพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “อืม! วางใจข้าเถอะ! ข้าจะไม่เป็ตัวถ่วงเด็ดขาด!”
ลู่เต้าเห็นเปลวไฟที่ลุกโชนในดวงตาของหงฮวาก็ยอมรับความตั้งใจนี้ เขายิ้มรับสดใส “ตกลง!”
เขาหันหลังวิ่งไปทางท่าเรือที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด หงฮวาก็ปรับอารมณ์ หายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปทางกลุ่มเบ็ดตกปลา
เมื่อลู่เต้าไปถึง ก็มีผู้เข้าแข่งขันหลายคนพายเรือออกไปแล้ว ส่วนคนที่เหลือก็รวมตัวกันอยู่ที่ท่าเรือ ต่อสู้แย่งชิงเรือเล็กที่เหลืออีกสามลำ
“นี่! ลู่เต้า!” มีเสียงเรียกมาจากริมทะเลสาบ
ลู่เต้ามองไปก็พบว่าหวังเหล่ยกับหลี่หูได้เรือและเบ็ดตกปลามาก่อนแล้ว หวังเหล่ยหัวเราะด้วยความโอหัง “ขออภัย! ข้าไปก่อน! เ้าค่อยๆ แย่งก็แล้วกัน! ฮ่าๆๆๆ!”
ทั้งสองคนพายเรือเล็กไปยังจุดตกปลาที่เป็กิ่งไม้หักด้วยกันอย่างเริงร่า ร่วมกับเรือลำอื่นที่ได้เปรียบไปก่อนแล้ว
“เ้าบัดซบเอ๊ย...” ลู่เต้าสบถเบาๆ
ผู้คนบนฝั่งปฏิบัติตามกฎการแข่งขัน ใช้เพียงวิทยายุทธต่อสู้กัน ในขณะที่สมรภูมิกำลังเดือด ลู่เต้ากลับหลบอยู่ด้านข้าง รอให้พวกเขาต่อสู้กันจนาเ็ปางตาย เดี๋ยวค่อยเข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เอา
แต่พอมองไปมองมา เขาก็คิดได้ว่าในเมื่อไม่มีใครรู้ว่าเขามาที่นี่ ก็เลยย่องไปยังเรือเล็กที่เหลืออีกสามลำอย่างเงียบๆ
ตอนที่ลู่เต้าเดินไปตามท่าเรือ ก็พบว่ามีเรือหลายลำถูกทำลายจนใช้การไม่ได้
เขานับดูแล้ว เรือที่ใช้การได้นั้นน้อยกว่าจำนวนผู้เข้าแข่งขันที่มี มีคนจงใจทำลายเรือเพื่อลดจำนวนคู่แข่ง!
“มีคนคิดแผนชั่วๆ อยู่ตลอดเลยสินะ” เมื่อเห็นเรือลำใหม่ๆ ถูกทำลายโดยไม่ทราบสาเหตุ ลู่เต้าก็รู้สึกเสียดาย “ดูเหมือนว่าต้องระวังตัวไว้บ้างแล้ว”
ผู้คนยังคงต่อสู้กันอย่างเมามัน โดยไม่ทันสังเกตเห็นลู่เต้าที่ย่องเข้าไปใกล้เรือลำหนึ่งอย่างเงียบๆ
“เฮอะๆ!” ลู่เต้ารู้สึกยินดียิ่ง ในขณะที่คิดว่าตนเองกำลังจะได้เรือลำนั้นมา...
ตู้ม! ตู้ม!
ทันใดนั้น บนผิวน้ำก็มีน้ำพุ่งขึ้นสูงสองสาย คลื่นั์ที่ซัดเข้าหาฝั่งกลายเป็ละอองน้ำโปรยปรายตกกระทบร่างของผู้คน
ผู้คนที่เปียกปอนไปทั้งตัวมองดูผิวน้ำด้วยสีหน้าตกตะลึง
ในบรรดาเรือสามลำที่เหลือ มีสองลำถูกทำลายจากการะเิเมื่อครู่ ชิ้นส่วนต่างๆ ลอยอยู่เต็มผิวน้ำ
ลู่เต้าที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเอ่ยอย่างประหลาดใจ “นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
จิตสังหารแผ่ออกมา ไป๋เสียเตือน “ระวัง!”
สิ้นเสียงนั้น ชายผู้หนึ่งที่สวมชุดคลุมสีเขียวปักดิ้นทอง และสวมหน้ากากรากษสปิดบังใบหน้าจนเผยให้เห็นเพียงปากเท่านั้นเดินออกมาจากกลุ่มควันอย่างเชื่องช้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงผยอง “เรือลำนี้เป็ของข้า!”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเดินเข้าไปถามด้วยความโกรธ “เ้าทำผิดกฎ!! การแข่งขันครั้งนี้ห้ามใช้เคล็ดวิชาและศัสตราวุธิญญา!”
ชายสวมหน้ากากรากษสพองแก้มพ่นลมใส่เขา ผู้ฝึกตนคนนั้นมีสีหน้าบิดเบี้ยว และถูกแรงอันมหาศาลชนกระเด็นกลิ้งไปบนพื้นอยู่หลายตลบ เมื่อหงายหน้าขึ้น ดวงตาก็ขาวโพลน มุมปากมีเืไหลออกมา และสิ้นซึ่งสติไป
ชายสวมหน้ากากรากษสหันไปถามผู้ฝึกตนที่เหลือด้วยความอำมหิต “ยังมีใครคิดว่าข้าทำผิดกฎอีกหรือไม่”
พวกเขาพลันกลายเป็ใบ้ขึ้นมา พูดไม่ออกทันที ในหมู่คนนั้นมีคนจำชุดของชายสวมหน้ากากรากษสได้
เขาเอ่ยเบาๆ อย่างระมัดระวัง “นี่มันชุดแคว้นกิเลนมิใช่หรือ”
ผู้คนมองดูชายสวมหน้ากากรากษสอย่างพิจารณา ก็พบว่าเป็เช่นนั้นจริงๆ ชาวแคว้นกิเลนขึ้นชื่อเื่ใจแคบและเ้าคิดเ้าแค้น หากทำให้พวกเขาไม่พอใจก็จะนำหายนะมาสู่ตน ดังนั้นผู้คนในยุทธภพจึงไม่ค่อยไปมาหาสู่กับพวกเขา
“อย่างไรเล่า ไม่พอใจหรือ” ชายสวมหน้ากากรากษสถามอีกครั้ง
ในหมู่คนนั้นเงียบกริบ สักพักก็มีคนเริ่มถอย “ช่างเถอะ ข้าจะไปล่าสัตว์ที่ป่าผีคร่ำครวญก็แล้วกัน”
“ข้าก็เหมือนกัน”
“ไปยุ่งกับพวกเขา ไม่คุ้มค่าหรอก”
เมื่อเห็นว่าผู้คนค่อยๆ สลายตัวไป ชายสวมหน้ากากรากษสก็ยิ้มอย่างพอใจ เขาหันไปแกะเชือกเรือเตรียมจะออกเรือ แต่กลับถูกคนจับมือขวางเอาไว้
“นี่!” ลู่เต้าถามอย่างไม่พอใจ “เ้าจะแย่งเรือก็แย่งไป! ทำไมต้องพังเรือด้วยเล่า”
ชายสวมหน้ากากรากษสตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ลดจำนวนคู่แข่งก็สมเหตุสมผลมิใช่หรือ”
พูดจบ ชายสวมหน้ากากรากษสก็พองแก้มเม้มปาก และพ่นลมใส่ลู่เต้าอย่างแรง
ลู่เต้าเห็นว่ามีลมพัดเข้าหาหน้าจึงรีบหลบทันใด เขาไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงเหมือนผู้ฝึกตนคนนั้นที่ล้มลงไปกับพื้น
แต่น่าเสียดายที่แก้มของเขายังคงโดนลมเฉียดไปเล็กน้อยจนเกิดแผลเืไหลทันที! เื้ัเกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้น หากโดนเข้าไปเต็มๆ ถึงไม่ตายก็ต้องพิการแน่
ไป๋เสียกล่าว “จากเสื้อผ้าอาภรณ์และ ‘วิชาพ่นวายุ’ นี้แล้ว น่าจะเป็คนของแคว้นกิเลนไม่ผิดแน่”
ชายสวมหน้ากากรากษสเห็นว่าลู่เต้าหลบได้ก็รู้สึกประหลาดใจ “โอ้? ฝีมือไม่เลว!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยั้งมือ ลู่เต้าก็ไม่เกรงใจเช่นกัน เขาทำหน้าเคร่งขรึมแล้วกล่าว “ข้าจะเอาเรือลำนี้”
