เมื่อเห็นแบบนี้ ตอร์เรสก็ยิ่งตื่นตระหนกขึ้นกว่าเดิม
มือขวาของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ทองรีบยกคันธนูขึ้นมา มือซ้ายก็จับลูกธนูที่มีปลายขนนกสีขาวไว้แน่น เสียงง้างคันธนูดังเอี๊ยด คันธนูถูกง้างจนกลายเป็รูปพระจันทร์เต็มดวง ปลายลูกธนูพลันสะท้อนแสงเปล่งประกายขึ้นมา ตอร์เรสเล็งไปทางร่างของคนที่ทะเล่อทะล่าวิ่งพรวดพราดเข้ามา ก่อนจะะโเตือนไปอีกครั้งว่า “ข้าจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย ที่นี่คือค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด หากยังไม่หยุดเข้ามา ตาย!”
“ไม่...ไม่ใช่...ข้าเป็...ข้า...อยากพบฝ่าา...ข้า..." เด็กหนุ่มที่เืท่วมร่างเดินโซเซเข้ามาอย่างอ่อนแรง เขาไม่สนคำเตือนของตอร์เรส ยังคงมุ่งหน้าวิ่งเข้ามาที่ค่าย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจคำเตือนของตัวเอง ตอร์เรสก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างเ็า มือจับคันธนูมั่น เตรียมที่จะปล่อยลูกธนูออกไป ทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็พลันชะงัก เมื่อมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เด็กหนุ่มเืท่วมร่างดึงออกมาจากอ้อมแขน เพียงกวาดสายตามองครู่เดียวตอร์เรสก็พลันเข้าใจขึ้นมา นั่นคือตราสัญลักษณ์ของฝ่าา ตอร์เรสเข้าใจในทันทีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือมิตรไม่ใช่ศัตรู เขารีบวิ่งเข้าไปประคองร่างนั้นทันที หลังจากพิจารณาอย่างละเอียดก็พบว่าเป็คนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ด้านหลังของเขามีรอยฟันลากยาวและลึกจนเห็นไปถึงกระดูก เืไหลทะลักออกมาประหนึ่งสายน้ำ เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับาเ็อย่างรุนแรง
“เ้าเป็ใคร? ทำไมถึงมีตราสัญลักษณ์ของฝ่าาได้?” ตอร์เรสใช้เสื้อคลุมของตัวเองรัดรอยาแที่ด้านหลังของเด็กหนุ่มพลางถามออกมา
“ข้า...ฝ่าา...อาจารย์...ข้าเป็...ช่วย...ช่วยด้วย...”
เด็กหนุ่มพลันกระอักเืออกมาอย่างเ็ป เขาพูดออกมาได้เป็คำๆ เท่านั้น เนื่องจากอาการาเ็ที่หนักหนาสาหัสทำให้สติของเขาเริ่มเลือนรางและสลบไป ดูเหมือนว่าเขาจะใช้พละกำลังทั้งหมดในการวิ่งมาที่นี่ ตอนนี้เด็กคนนี้ไม่อาจประคองสติตัวเองเอาไว้ได้แล้ว
ตอร์เรสขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกสับสนเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอุ้มร่างของเด็กคนนี้ไปที่ค่ายแล้วรายงานฝ่าา ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาทางนี้อย่างกระชั้นชิด อีกทั้งยังได้ยินประโยคพูดคุยเสียงดังขึ้นมาว่า
“นายท่าน ทางนี้มีรอยเื ไอ้สวะชั้นต่ำต้องอยู่ด้านหน้าอย่างแน่นอน...”
“ฮึ ได้รับาเ็หนักขนาดนั้นยังมีแรงวิ่งไหวอีกนะ ไปจับตัวมันมาให้ข้า คอยดูเถอะ ข้าจะถลกหนังของมันเสีย กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายข้า อ้อ อย่าให้มันตายเชียวล่ะ ข้ายังอยากทรมานมันอยู่...”
“ฮ่าๆๆ นายน้อย ท่านวางใจเถอะ มันวิ่งไปไม่ไกลเท่าไรหรอก”
“…”
ตอร์เรสหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย แม้จะเป็เพียงประโยคสั้นๆ ไม่กี่ประโยค แต่เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ทองก็พอจะจับที่มาที่ไปได้ ดูเหมือนว่าคนกลุ่มนั้นจะตามไล่ล่าเด็กหนุ่มที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา ตอร์เรสวางเด็กคนนั้นลงข้างๆ ตัวเองอย่างเบามือ จากนั้นก็หันไปส่งสัญญาณลับกลับไปที่ค่าย ในขณะเดียวกันก็ขยับคันธนูในมือของตัวเองแล้วปักหลักอยู่กับที่
ไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีร่างของบุรุษประมานสี่สิบห้าสิบคนค่อยๆ ควบม้าวิ่งออกมาจากหมอก บนร่างของพวกมันสวมชุดเกราะโลหะอย่างดี ดูท่าแล้วน่าจะเป็ทหาร และคนที่สะดุดตามากที่สุดก็คงเป็ชายร่างั์ที่สูงกว่าสองเมตรคนนั้น กล้ามเนื้อของเขาราวกับก้อนหินที่แข็งแกร่ง ครึ่งบนสวมแค่เกราะหุ้มหน้าอก ระหว่างไหล่และเอวมีโซ่เหล็กสีดำพันเป็รูปเลขแปด ปลายโซ่เชื่อมติดกับค้อนั์สีดำแปดเหลี่ยมที่มีเส้นศูนย์กลางครึ่งเมตร และหนักประมานเจ็ดแปดร้อยจิน (สี่ร้อยกิโลกรัม) ตัวค้อนชโลมไปด้วยโลหิตยิ่งเสริมให้เขาดูราวกับพญามัจจุราชก็ไม่ปาน
ข้างๆ ชายร่างั์เป็เด็กหนุ่มในชุดหรูหราคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้า ท่าทางดูเย่อหยิ่งจองหอง นิ้วของเขาชี้ไปทางเด็กหนุ่มที่นอนสลบอยู่ข้างกายตอร์เรส
“อยู่นั่น ข้าเห็นแล้ว ฮ่าๆๆๆ รีบไปลากตัวมันมาให้ข้า!” เด็กหนุ่มชุดหรูหรานั่นไม่แม้แต่จะปรายตามองตอร์เรสด้วยซ้ำ ราวกับว่าตอร์เรสเป็เพียงธาตุอากาศเท่านั้น เขาดึงบังเหียนให้ม้าหยุด
“ได้ขอรับนายน้อยคูลอมบ์”
ทหารที่อยากประจบประแจงเด็กหนุ่มชุดหรูหราคนนั้นพลันตอบรับคำสั่งออกมาด้วยเสียงที่ดังกระหึ่ม พวกเขารีบพุ่งไปทางเด็กหนุ่มที่ได้รับาเ็สาหัสคนนั้นทันที แต่ก้าวเข้าไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงดังฟุ่บๆๆ ขึ้นมา ลูกธนูนับสิบดอกถูกปล่อยออกมาปักลงบนดินอย่างรุนแรงห่างจากเท้าของพวกเขาไม่ถึงคืบ ลูกธนูพวกนั้นเรียงกันเป็แนวเส้นตรง เว้นระยะห่างจากกันไม่ถึงห้านิ้วแบบไม่ขาดไม่เกิน เห็นได้ชัดว่านักธนูตรงหน้ามีทักษะการยิงธนูที่ล้ำเลิศมาก
“ผึงๆๆ...” สายคันธนูในมือของเด็กหนุ่มผมบลอน์ดสั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาของเขากวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าอย่างรวดเร็วพลางพูดย้ำออกมาอย่างชัดเจนว่า “ที่นี่เป็ค่ายของเมืองแซมบอร์ด ใครก้าวเข้ามาภายในรัศมียี่สิบเมตร ตาย!”
“สมควรตาย! เ้านับเป็ตัวอะไร? เฮอะ ทหารเมืองแซมบอร์ดตูดหมาอะไรกัน? ยังไม่รีบไสหัวไปอีก...” เด็กหนุ่มที่สวมชุดหรูหราะโออกมาอย่างโมโห
ดวงตาของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ถือค้อนั์สีดำแปดเหลี่ยมไว้ในมือกลับเผยแววตาครุ่นคิดบางอย่าง ทักษะการยิงธนูของเด็กหนุ่มตรงหน้าสร้างความแปลกใจให้กับเขาเป็อย่างมาก หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็พบว่าเด็กผมบลอนด์ทองตรงหน้าต้องแข็งแกร่งไม่น้อย ยิ่งตอนที่ง้างคันธนูจนกลายเป็รูปพระจันทร์เต็มดวงนั้น ร่างของเขาก็แผ่รังสีคุกคามที่น่าใออกมา นี่คือยอดฝีมือคนหนึ่งที่ไม่อาจดูแคลนได้
“น้องชาย พวกข้าไม่ได้มีเจตนาที่จะบุกรุกค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด แต่เด็กที่อยู่ข้างกายเ้าเป็นักโทษของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' ข้าคือแอนดรูว์ เป็ยอดฝีมือลำดับที่สาม 'ขวานั์' แห่ง 'กองกำลังพายุคลั่ง' ขอให้เ้าส่งตัวเด็กคนนั้นมาให้พวกข้าเถอะ” บนใบหน้าของชายร่างสูงนั่นปรากฏรอยดาบจางๆ เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาด้านหน้าอย่างช้าๆ ประหนึ่งเป็ก้อนหินั์ที่กำลังกลิ้งเข้ามา
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” ตอร์เรสะโออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า “บนร่างของเด็กหนุ่มคนนี้มีตราสัญลักษณ์ของฝ่าาอเล็กซานเดอร์ พวกเ้าจะนำเขาไปไม่ได้!”
“ไอ้เวรเอ๊ย!” เด็กหนุ่มในชุดหรูหราสถบด่าออกมาอย่างเกรี้ยวกราด “จะตราสัญลักษณ์าาบ้าบออะไรก็ช่าง ข้าไม่สน! ที่นี่คือเมืองน้ำพุร้อน ทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่อยู่ภายใต้การปกครองของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' ข้าอยากจะพาใครไปก็เื่ของข้า าาอาณาจักรเล็กๆ อย่างเ้า ใจกล้าไม่เจียมกะลาหัวจริงๆ รีบไสหัวไปเสีย ไม่อย่างนั้นเ้าก็ต้องไปกับข้าด้วย!”
“ดูถูกาาข้า...ตาย!” ตอร์เรสตวาดออกมาอย่างโมโห เมื่อสิ้นเสียง ไหล่ของเขาก็ขยับทันทีพร้อมลูกธนูถึงสามดอกที่พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกธนูทั้งสามดอกต่างเล็งไปที่หน้าผาก ลำคอและหัวใจของเด็กหนุ่มคนนั้น
“อ๊า...ช่วยข้า!” เมื่อเห็นลูกธนูกำลังพุ่งเข้ามาหา เด็กคนนั้นก็กรีดร้องออกมาอย่างตื่นใ ก่อนจะหงายหลังตกจากหลังม้าทันที
ในตอนนั้นเองก็เกิดเสียงะเิดังสนั่นขึ้นมา กระแสอากาศพลันสั่นกระเพื่อมขึ้นมาประหนึ่งมีก้อนหินตกลงไปในน้ำ ทำให้เกิดระลอกคลื่นขยายเป็วงกว้าง เงาสีดำๆ ขนาดั์ก็ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นเมื่อควันจางลง มันเป็ค้อนั์ที่ขวางกั้นเส้นทางของลูกธนูไว้ เมื่อลูกธนูปะทะเข้ากับค้อนั์ มันก็ส่งเสียงดังติ้งๆ พร้อมสะเก็ดไฟที่กระจายไปทั่วบริเวณ
แอนดรูว์ ยอดฝีมือลำดับที่สาม 'ขวานั์' แห่ง 'กองกำลังพายุคลั่ง' เป็คนยกค้อนขึ้นมาขวางไว้
“เฮอะ คิดจะกันลูกธนูของข้าได้ก็ลองดู!”
สำหรับคนที่กล้ามาดูถูกาา ตอร์เรสเคียดแค้นมันทุกตัว ดังนั้นเขาจะไม่หยุดจนกว่าพวกปากพล่อยจะตาย! เมื่อพูดจบตอร์เรสก็ปล่อยลูกธนูไปอีกสามดอกทันที ทุกดอกต่างเล็งไปที่หน้าผาก ลำคอและหัวใจของเด็กหนุ่มที่หงายหลังตกม้าคนนั้น เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะให้เด็กหนุ่มปากพล่อยคนนั้นตาย เสียงปล่อยลูกธนูดังอีกระลอก พร้อมกับเสียงกรีดแทงอากาศที่ดังตามมา
“ไอ้หนู ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด!”
แอนดรูว์ตวาดออกมาด้วยความโมโห โซ่ที่พันอยู่บนตัวเขาพลันเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับงู แอนดรูว์จับตัวโซ่แล้วเหวี่ยงค้อนั์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ค้อนั์จะกลายเป็แสงสีดำขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเข้าปะทะกับลูกธนูที่ลอยเข้ามา
ติ้ง!
ลูกธนูดอกแรกปะทะกับค้อนั์จนส่งเสียงดัง
แอนดรูว์หน้าเปลี่ยนสีทันที เขารู้สึกได้ถึงพลังที่น่าเกรงขามของอีกฝ่ายที่แฝงมากับลูกธนูดอกนี้ ลูกธนูดอกเล็กๆ เพียงดอกเดียวก็ทำให้ค้อนั์ที่หนักกว่าร้อยจินต้องสั่นไหวจนทำให้วิถีของค้อนต้องเบี่ยงออกไปเล็กน้อย
ข้อมือของเขาขยับเล็กน้อยก่อนที่จะเหวี่ยงค้อนออกมาอีกครั้ง...
เสียง ‘ติ้ง’ ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็การปะทะกันของธนูดอกที่สองและดอกที่สาม และเื่ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อลูกธนูทั้งสองดอกชนกัน วิถีโค้งของลูกธนูก็เปลี่ยนไปทันที มันลอยข้ามค้อนั์นั่นได้และพุ่งทะยานไปทางเด็กหนุ่มในชุดหรูหราที่กำลังนั่งมึนงงอยู่บนพื้น
สีหน้าแอนดรูว์พลันตกตะลึง ก่อนที่จะแผดเสียงร้องออกมาอย่างเกรี้ยวกราดและขยับข้อมืออย่างรวดเร็ว เสียงหวืดๆ ดังขึ้นมา ค้อนกลายเป็เงาเลือนลางพุ่งทะยานไปยังลูกธนูนั่นอีกครั้ง
แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป
แม้ว่าค้อนแปดเหลี่ยมจะไล่ตามไปได้แต่ก็ทำได้เพียงเบี่ยงวิถีของลูกธนูเท่านั้น ลูกธนูพวกนี้ทะลุผ่านร่างของทหารทั้งสามนายที่ถูกเด็กหนุ่มในชุดหรูหรากระชากเข้ามาขวางทางไว้ และพุ่งเข้าไปปักไหล่สะบ้าทั้งสองข้างของเขา เืสดพลันไหลออกมา
“เ้าท้าทายความอดทนของข้า โจมตีทหารของเมืองน้ำพุร้อน สมควรตาย อย่าได้ตำหนิว่าข้าไม่เกรงใจ!”
แอนดรูว์ตะเบ็งเสียงออกมาอย่างโมโห ไหล่ของเขาขยับอย่างรวดเร็ว เสียงกระชากโซ่ดังขึ้น พร้อมกับถอดโซ่ที่พันรอบกายออกมา โซ่นี้ราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นควบคุมให้ลอยขึ้นมาในอากาศ บนร่างของเขาปรากฏเปลวไฟสีเหลืองธาตุดินออกมา โซ่เหล็กนี้เหมือนงูตัวหนึ่งกำลังขดตัวเป็วงกลมและชูหัวขึ้นมา
“ไอ้หนู เ้ารู้หรือไม่ว่า รสชาติของการโดนงูั์รัดมันเป็อย่างไร?” แอนดรูว์แสยะยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมโหด ในขณะที่โซ่ก็ขยับจนเกิดเสียงเสียดสีกันของโซ่ “นี่เป็เพราะเ้าวอนหาที่ตายเอง ตายไปเสีย! จุม...พิต...มรณะ...งู...เหลือม!”
ในอากาศก็เกิดเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่ว อากาศเริ่มปั่นป่วนและแผ่นดินปริแตก
นี่คือทักษะคลื่นพลัง
สำหรับทักษะคลื่นพลังนั้น เป็สิ่งที่ยอดฝีมือของกองทัพเมืองแซมบอร์ดขาดแคลน แม้จะพยายามสร้างม้วนคัมภีร์คลื่นพลังออกมาทดแทนไม่น้อย แต่ตอร์เรสก็ยังไม่มีทักษะคลื่นพลังสำหรับตัวเองเลย เขารู้สึกแค่ว่าพลังอันบ้าคลั่งที่แฝงมากับค้อนั์นั้นช่างรุนแรงนัก เขาไม่อาจหลบหนีการโจมตีนี้ได้เพราะด้านหลังของเขายังมีเด็กหนุ่มที่ได้รับาเ็หนักสลบอยู่ มือของเขากำคันธนูไว้แน่น ก่อนจะตัดสินใจปล่อยห่าธนูออกไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อหยุดค้อนั์ของฝ่ายตรงข้าม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก
ในตอนนั้นเอง
“หมัด...หิมะ...เยือก...แข็ง...ไสหัวไป!”
เสียงตวาดดังขึ้น บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมัดโปร่งแสงขนาดใหญ่ ไม่มีเปลวไฟคลื่นพลังใดๆ ทันทีที่หมัดโปร่งแสงปะทะเข้ากับค้อนั์ ราวกับว่าห้วงเวลาได้หยุดชะงักลง ก่อนจะเกิดการะเิ โซ่เหล็กและค้อนั์พลันแตกสลายไปในทันที ประหนึ่งเป็หิมะบางๆ ที่ถูกแสงแดดแผดเผาจนระเหยกลายเป็ไอ ค้อนแปดเหลี่ยมที่หนักกว่าเจ็ดแปดร้อยจิน (สี่ร้อยกิโลกรัม) ก็ส่งเสียงดังแกร๊กๆ ขึ้นมา ก่อนจะมีรอยร้าวผุดขึ้นมาทั่วค้อนั์ ก่อนจะแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ แล้วร่วงลงมาราวกับฝน
หมัดที่ทรงอำนาจ ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เงาร่างที่สูงโปร่งองอาจค่อยๆ ก้าวออกมาจากหมอกหนา ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าทุกคน
------------------------------
