ในหุบเขา เผยฉีฉีและสือชิงต่างก็มองด้วยอาการตาค้าง
ก่อนหน้านี้เผยฉีฉีแค่เคยเห็นเนี่ยเทียนใช้เรือนกายที่แข็งแกร่งต่อสู้กับพวกหยางหลิงเท่านั้น
ส่วนสือชิงก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเนี่ยเทียนสักอย่าง
ทั้งๆ ที่สามารถใช้สนามแม่เหล็กรอบกายทำลายม่านน้ำสีเขียวเข้มซึ่งหลี่หลางเฟิงสร้างขึ้นมาแล้วเผ่นหนีไปได้โดยเร็ว ทว่าเนี่ยเทียนกลับไม่เพียงแต่ไม่หนีไป ยังกล้าปะทะกับคนจิตใจอำมหิตอย่างหลี่หลางเฟิงโดยตรงอีกด้วย
ด้านในลูกปราณิญญามากมายที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นมีพลังสกปรกหลายชนิด หลังจากที่ถูกชุบหลอมเข้าด้วยกันจึงยิ่งพลุ่งพล่านดุเดือด
ลูกปราณิญญาหลายลูกะเิออกกลางทาง ปกคลุมร่างของหลี่หลางเฟิงไว้จนมิด สะเก็ดแสงห้าหกสีสันเ่าั้ต่างก็เกิดจากการรวมตัวกันของสิ่งสกปรกนอกอาณาจักร แฝงเร้นไว้ด้วยพลังคุกคามกัดกร่อนเืเนื้อที่น่าหวาดกลัว
สือชิงตกตะลึงอยู่กับตัวเอง
ในความรู้สึกของเขา หากตนอยู่ในพื้นที่ที่พลังงานพลุ่งพล่านแล้วถูกเนี่ยเทียนขว้างะเิใส่เช่นนี้เกรงว่าคงต้องาเ็หนักแน่นอน
ทว่าเนี่ยเทียนกลับมีตบะแค่กลาง์่ต้นเท่านั้น...
ผู้ฝึกลมปราณที่มีตบะแค่นี้ยังไม่ทันยืมใช้อาวุธวิเศษที่แข็งแกร่งก็สามารถสร้างการจู่โจมที่บ้าระห่ำขนาดนี้ได้ในเทือกเขาฮว้านคง ทำให้สือชิงมีสีหน้าเหลือเชื่อ
“แค่ตบะกลาง์ก็มีพลังในการสู้รบที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้! หากให้เ้าเด็กนี่ฝ่าทะลุถึงขั้นต้น์ แล้วมีวันใดได้เหยียบย่างเข้าสู่เขตสามัญ เขาจะน่ากลัวขนาดไหน?” คิดมาถึงตรงนี้พลังงานที่สือชิงกรอกลงไปในม่านแสงพลังิญญาอย่างต่อเนื่องก็เกิดคลื่นผิดปกติเพราะใจที่ไม่สงบของเขา
“มิน่าล่ะนายน้อยถึงได้ใช้ตัวตนของบุตรชายผู้นำกะโหลกเืสั่งให้กู๋อวี่มอบป้ายขุนนางต่างถิ่นให้แก่เขาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน!”
“ยังดี ยังดีที่เขาเป็ขุนนางต่างถิ่นของกะโหลกเื ยังดีที่กะโหลกเืดึงตัวเขาเข้ามาเป็พวกก่อน”
“หากเขาถูกเดือนดับหรือเปลวอัคคีรับตัวไป รอจนเขาเติบโตขึ้นไปถึงระดับที่สูงกว่านี้ เขาต้องกลายมาเป็ฝันร้ายของกะโหลกเือย่างแน่นอน!”
ขณะที่สือชิงตะลึงพรึงเพริด เนี่ยเทียนก็หยุดลงมือแล้ว
เขาไม่ได้สร้างลูกปราณิญญาขึ้นมาอีก
อันที่จริงการใช้เวทลับของดินแดนลึกลับมารวบรวมปราณิญญาฟ้าดินสกปรกให้ก่อตัวเป็ลูกปราณิญญาไม่ได้เผาผลาญพลังงานของเขาไปเท่าใดนัก
เพราะเขายืมใช้พลังจากภายนอก
หากเขา้า เขายังสามารถสร้างลูกปราณิญญาให้มากกว่าเดิมต่อไปได้
หากมีเวลาที่มากพอ บางทีเขาอาจจะสร้างขึ้นมาได้อีกหลายสิบลูก หรืออาจจะมากถึงร้อยลูกเพื่อใช้โจมตีคนผู้นั้น
ที่เนี่ยเทียนหยุดลงมือไม่ใช่เพราะพละกำลังไม่เพียงพอ แต่เป็เพราะ...ทิพย์จักษุข้างหนึ่งทำให้เขาััได้ถึงความผิดปกติ
เมื่อสะเก็ดแสงนับพันนับหมื่น รวมไปถึงควันพิษและลำแสงห้าหกสีสันะเิกระจายออกมาจากลูกปราณิญญา พื้นที่ส่วนนั้นจึงกลายมาเป็หลุมเป็บ่อนับร้อยนับพันหลุม อีกทั้งพลังงานมากมายก็ปะปนกันจนแยกไม่ออก
แม้แต่ทิพย์จักษุก็ยังไม่สามารถมองเห็นหลี่หลางเฟิงที่อยู่ท่ามกลางสะเก็ดแสงมากมายพวกนั้นได้อย่างชัดเจน
ทว่าในทิพย์จักษุมีิญญาดวงดาวเส้นหนึ่งแฝงเร้นอยู่ ิญญาดวงดาวเป็พลังิญญาที่มหัศจรรย์มาก มันสามารถััทิศทางการเคลื่อนไหวของชีวิตหลี่หลางเฟิงที่อยู่ด้านในได้!
ทิศทางชีวิตของหลี่หลางเฟิงนั้นแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด เดี๋ยวก็อ่อนแอไร้พลัง เดี๋ยวก็พลันแข็งแกร่ง!
ตอนที่ทิศทางชีวิตของหลี่หลางเฟิงแข็งแกร่งทรงพลัง เห็นได้ชัดว่าเขามีโอกาสพุ่งออกไปให้พ้นจากพื้นที่นั้นได้อย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
แต่หลี่หลางเฟิงกลับไม่ทำเช่นนั้น
ในความเป็จริงแล้ว ตอนแรกเริ่มเนี่ยเทียนยังรู้สึกว่าหลี่หลางเฟิงควรจะทำเช่นนี้ เพราะเขาอาศัยทิพย์จักษุข้างนั้นจึงพอจะจับได้ว่าหลี่หลางเฟิงกำลังรวบรวมพลังงานอยู่ในร่างกาย
แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใดหลี่หลางเฟิงถึงได้หยุดชะงักไปเสียก่อน
เขาจงใจหยุดรออยู่ที่เดิม รอให้เนี่ยเทียนสร้างลูกปราณิญญาขึ้นมาใหม่เพื่อโจมตีเขา
ดูเหมือนว่าเขากำลังรอให้เนี่ยเทียนทำเช่นนี้
เนี่ยเทียนที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ หลังจากหยุดมือแล้วจึงมีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องนิ่งไปยังพื้นที่ที่หลี่หลางเฟิงยืนอยู่
ตอนที่เนี่ยเทียนโจมตีอย่างบ้าคลั่งนั้น ความกดดันของเผยฉีฉีและสือชิงจึงพลันหายวับไป
ควันพิษสีเขียวเข้มหลายกลุ่มที่กระจายตัวอยู่ในหุบเขา เดิมทียังคงกลบทับร่างของพวกเขาไว้จนมิด
ทว่าเมื่อเนี่ยเทียนใช้ลูกปราณิญญามากมายโจมตีหลี่หลางเฟิง ควันพิษสีเขียวเข้มที่กระจายตัวอยู่ในหุบเขาจึงพากันมารวมตัวกันตรงจุดที่หลี่หลางเฟิงอยู่อย่างเงียบเชียบ
เมื่อเป็เช่นนี้เผยฉีฉีและสือชิงจึงไม่จำเป็ต้องต้านทานการรุกเข้ากัดกินของควันพิษอย่างยากลำบากอีก
คนทั้งสามต่างก็ขมวดคิ้วมองประเมินพื้นที่ที่หลี่หลางเฟิงยืนอยู่ด้วยความคิดที่ต่างกันออกไป
พวกเขาสังเกตเห็นว่าพลังงานสกปรกมากมายที่สาดกระเซ็นอยู่รอบกายหลี่หลางเฟิงและกลบทับพื้นที่ตรงนั้นไว้จนมิด หนึ่งในนั้นมีหลายกลุ่มที่เป็สีเขียวกำลังสลายหายไปช้าๆ
ควันพิษสะเก็ดแสงสีเขียวเ่าั้มีที่มาจากปราณิญญาสกปรก มีต้นกำเนิดมาจากนอกอาณาจักรลึกลับ
ผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงต่างก็รู้ว่าในปราณิญญาที่สกปรกนั้นมีพลังงานส่วนหนึ่งที่แฝงไว้ด้วยพิษร้ายซึ่งสามารถกัดกร่อนเืเนื้อได้
ทว่าเวลานี้กลับมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าสะเก็ดแสงที่มีพิษร้ายเ่าั้ได้หายวับไปอย่างรวดเร็ว
ตรงจุดที่สะเก็ดแสงและควันพิษมากมายยังไม่สลายไป คลื่นพลังงานบนร่างของหลี่หลางเฟิงค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็ไหลทะลักพลุ่งพล่านราวกับน้ำขึ้น!
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง
พลังงานหลายชนิดจากต่างอาณาจักรที่ะเิออกจึงค่อยๆ สลายจาง และในที่สุดหลี่หลางเฟิงก็เผยกายออกมาให้คนทั้งสามเห็น
หลี่หลางเฟิงที่ถูกเนี่ยเทียนใช้ลูกปราณิญญาโจมตีมีสภาพน่าเวทนาอย่างถึงที่สุด ทั่วกายเต็มไปด้วยรอยาแ อาภรณ์ขาดกะรุ่งกะริ่ง ิัที่เปิดเปลือยออกมาเต็มไปด้วยรูเื
ทว่าในรูเืเ่าั้กลับมีแสงสีเขียวเล็กละเอียดราวกับงูที่เลื้อยขยุกขยิก
แสงสีเขียวหลายกลุ่มเดิมทีเกิดจากการที่เนี่ยเทียนใช้เวทลับดึงปราณิญญาสกปรกมาสร้างลูกปราณิญญาเพื่อโจมตีหลี่หลางเฟิง
แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม แสงสีเขียวเ่าั้ถึงได้ถูกหลี่หลางเฟิงดูดซับเอาไปในผิวเนื้อที่ปริแตก
หลี่หลางเฟิงที่มองดูแล้วสภาพอเนจอนาถเต็มไปด้วยาแเหวอะหวะ พอเผยตัวก็ไอออกมาอย่างรุนแรง
ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ ก่อนหน้านั้นเขาแค่ไอแห้งๆ ไม่มีน้ำลายและเืสดกระเด็นออกมาจากปากเวลาไอ
ทว่าตอนนี้ทุกครั้งที่ไอเขาก็จะกระอักเืสกปรกออกมาด้วย
เมื่อเืสกปรกเ่าั้สาดลงบนพื้น สามารถมองเห็นได้ว่ามีน้ำเหนียวหนืดที่เป็สีเทา สีดำ และสีม่วงอ่อนปะปนอยู่
เวลานี้เนี่ยเทียนจึงพลันนึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมา
เขาจำได้ว่าตอนที่เขาใช้เวทหลอมโลหิตของสำนักโลหิตไปชุบหลอมเืสดของแรดหินทอง วัตถุที่เหลืออยู่ในก้นถังที่บรรจุเืสดพวกนั้นก็คือสิ่งของที่หลี่หลางเฟิงพ่นออกมา
สิ่งเ่าั้คือคราบสกปรกของปราณิญญาฟ้าดิน มีต้นกำเนิดมาจากอาณาจักรอื่นที่ลึกลับ
เห็นได้ชัดว่าวัตถุประหลาดที่หลี่หลางเฟิงกระอักออกมาเป็วัตถุเดียวกับที่สาดกระเซ็นจากในลูกปราณิญญาที่ะเิออก
สีเดียวที่ไม่มีอยู่ในบรรดาวัตถุเหนียวหนืดพวกนั้นก็คือสีเขียว
ทว่าแสงที่เลื้อยขยุกขยิกคล้ายงูตัวเล็กอยู่ในรอยแผลของหลี่หลางเฟิงกลับเป็แสงสีเขียว
“ไม่คิดเลยว่าเขาจะมีความสามารถชุบหลอมพลังสกปรกที่แฝงพิษร้ายไว้ได้!”
เห็นวัตถุประหลาดที่เหมือนกับวัตถุที่ตกตะกอนอยู่ก้นถังอย่างไม่มีผิดเพี้ยนถูกพ่นออกมาจากปากของหลี่หลางเฟิง เนี่ยเทียนก็เข้าใจได้โดยพลัน
“ทำไมถึงหยุดเสียแล้วเล่า?”
หลี่หลางเฟิงท่าทางดุดันราวผีร้าย เขาแสยะปากออกกว้าง ไอโขลกๆ อย่างรุนแรงแล้วกระอักวัตถุประหลาดออกมาอีกครั้ง
“เ้าชื่อหัวเทียนใช่หรือไม่?” เขาพยักหน้า ดวงตาส่องประกายแสงรุบรู่ “ไม่เลว เ้าไม่เลวเลยจริงๆ ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้า้าให้เ้าใช้ลูกปราณิญญาพวกนั้นมาโจมตีข้าอีกครั้ง ข้า้าเ้าที่มีชีวิตอยู่ ้าให้เ้าโจมตีข้าอย่างต่อเนื่อง”
เขาโบกมือแล้วไออีกสองที ก่อนจะกล่าวกับเผยฉีฉีว่า “เ้าไปได้แล้ว ค่ายกลนำส่งของเดือนดับหลังนั้นข้าก็ไม่้าแล้ว ข้า้าแค่เ้าหัวเทียนผู้นี้เท่านั้น หัวเทียนที่มีชีวิตอยู่!”
หลี่หลางเฟิงที่ถูกลูกปราณิญญามากมายโจมตีติดต่อกันมีสภาพกระเซอะกระเซิงอย่างถึงที่สุด พลังเืลมก็ไม่มั่นคง
ทว่าพลังิญญาในร่างของเขากลับคล้ายจะทะยานขึ้นสูงทีละนิด แสงสีเขียวที่เลื้อยขยุกขยิกที่อยู่ในาแทั่วร่างของเขาทำให้ความดุร้ายของเขาเพิ่มมากขึ้นจนเปลี่ยนมาเป็น่าหวาดกลัวถึงขีดสุด
เื่มาถึงตอนนี้ไม่ว่าจะเป็เผยฉีฉีหรือสือชิงก็ล้วนมองออกว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
ดูเหมือนว่าลูกปราณิญญาที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นจะมีประโยชน์สูงสุดกับวิชาพิษร้ายที่หลี่หลางเฟิงฝึกฝน!
หลี่หลางเฟิงสามารถดูดซับเอาสารพิษสีเขียวที่รวบรวมอยู่ในลูกปราณิญญาไปได้ และสามารถทำให้พลังของเขาเพิ่มสูงอีกหลายเท่า!
และก็เพราะเื่น่ายินดีที่มีมาอย่างไม่คาดคิดนี้ที่ทำให้หลี่หลางเฟิงเป็ฝ่ายละทิ้งค่ายกลนำส่งของเดือนดับ ขับไล่เผยฉีฉี และมุ่งมั่น้าจับตัวเนี่ยเทียนเป็ๆ แทน
การทิ้งะเิตามใจชอบของเนี่ยเทียนที่มองดูเหมือนดุร้ายอย่างถึงที่สุดไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำให้หลี่หลางเฟิงาเ็หนัก กลับกลายเป็ว่าไปช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาเสียอีก
“คุณหนูเผย เอ่อ...ในเมื่อหัวเทียนไม่ใช่ลูกศิษย์ของอาจารย์เ้า เ้าเองก็ไม่จำเป็ต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะเขา” สือชิงพูดขึ้นกะทันหัน “แม้แต่ค่ายกลนำส่งหลี่หลางเฟิงยังยอมละทิ้ง ก็ไม่มีเหตุผลให้เ้าอยู่ต่อแล้วไม่ใช่หรือ? ในเมื่อเป็เช่นนี้ เ้าก็ไปซะเถอะ ข้ากับหัวเทียนจะค่อยๆ รับมือกับเขาเอง”
หากเกิดเื่กับเผยฉีฉี อาจารย์ของนางต้องคลั่งแค้นมากแน่นอน เพราะนางมากับกะโหลกเื นั่นจึงอาจจะทำให้กะโหลกเืเดือดร้อนไปด้วย
หลังจากที่พบว่าความดุร้ายของหลี่หลางเฟิงเพิ่มขึ้นจากเดิม สือชิงก็ยิ่งสิ้นหวังและจนใจ ทว่าตัวเขาเป็สมาชิกของกะโหลกเื ก่อนที่จะตายเขาก็ยังต้องคิดเพื่อกะโหลกเื
เผยฉีฉีที่ได้ยินคำเกลี้ยกล่อมของสือชิงไม่ได้เอ่ยอะไร แต่หันกลับมามองเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ กล่าวว่า “เ้าไม่ต้องสนใจข้า”
-----
