เมื่อดวงตะวันคล้อยต่ำลาลับขอบฟ้า และมีดวงจันทราขึ้นมาแทนที่ ฉวนเวิ่นคนสนิทของใต้เท้าฉือผู้ช่วยกรมขุนนาง ถูกบุตรสาวของเ้านายเรียกพบเพื่อมอบภารกิจครั้งสุดท้ายในคืนนี้
“คารวะคุณหนูรอง ไม่ทราบว่ามีเื่อันใดให้บ่าวรับใช้หรือขอรับ”
“ข้ามีภารกิจสำคัญจะให้เ้าไปจัดการ หากไม่กำจัดพวกมันงานมงคลจะไม่มีวันเกิดขึ้น”
“เชิญคุณหนูสั่งการขอรับ”
“กลางดึกคืนนี้เ้านำคน ลอบเข้าไปยังจวนตระกูลเหลียง สังหารพวกมันให้หมดทุกคน ทุกอย่างต้องลงมืออย่างรวดเร็ว และเผาทำลายจวนนั่นอย่าทิ้งหลักฐานไว้เด็ดขาด อีกไม่กี่วันเกี้ยวเ้าสาวจะมาถึงเมืองหลวงแล้ว”
“บ่าวทราบแล้วขอรับ” ฉวนเวิ่นคนสนิทของบิดานาง มีหน้าที่ทำเื่สกปรกมากมาย คอยกำจัดคนที่เป็ก้างขวางคออยู่ลับ ๆ
“เ้ากลับไปได้แล้ว”
“บ่าวขอตัวขอรับ” เมื่อรับคำสั่งจากฉือตานถิงเขาจึงขอตัวเพื่อไปเตรียมคน สำหรับลงมือกับตระกูลเหลียงในกลางดึกคืนนี้
“หึ เหลียงรุ่ยหาน หากครั้งนี้เ้ายังรอดไปได้อีกครั้งละก็ ข้าขอสาบานจะกี่ภพกี่ชาติจะตามไปแก้แค้น คอยขัดขวางไม่ให้เ้าสมหวังในความรักเช่นชาตินี้แน่ ฮ่า ๆ ๆ” ฉือตานถิงเลิกมองหาเหตุผลที่ตนถูกปฏิเสธ และมองสิ่งที่ได้รับเป็ความโกรธแค้นเข้ามาแทนที่
บรรยากาศยามค่ำคืนล่วงเลยไป จนถึงเวลาที่ฉวนเวิ่นต้องลงมือ ภายใต้เงามืดฉวนเวิ่นนำลูกน้องฝีมือดียี่สิบคน ฝ่าความมืดไปอย่างเงียบ ๆ พยายามไม่ส่งเสียงให้ชาวบ้านได้ยิน พวกเขาทั้งหมดข้ามกำแพงมาอย่างง่ายดาย ไม่มีผู้ใดเอะใจหรือสงสัยแม้สักคน
ฉวนเวิ่นจำได้ดีว่า เรือนของเหลียงรุ่ยหานอยู่ที่ใด เมื่อพบสถานที่แต่อุปสรรคคือองครักษ์ขององค์หญิงสาม แต่ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้ทุกคนในจวนตระกูลเหลียงต้องตายเท่านั้น
“พวกเ้าลงมือพร้อมกันอย่าให้มีเสียงดังมากเกินไป ทำงานให้ไวจะได้หลบหนี ก่อนเ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่จะมาถึงเข้าใจหรือไม่!” ฉวนเวิ่นสั่งลูกน้องเสียงเข้ม
“เข้าใจขอรับหัวหน้า”
“ลงมือได้!!”
“กระจายออกไปสังหารให้หมดทุกคน!”
ตึก ตึก ชิ้ง ตึก ตึก ชิ้ง ตึก ตึก ชิ้ง เคร้ง!! เคร้ง!!
“มีคนร้าย ๆ เ้ารีบไปเรียนใต้เท้าเหลียงเร็วเข้า เคร้ง!!” ทหารองครักษ์ที่คอยอารักขาเรือนขององค์หญิงสาม ะโบอกกับสหายให้ไปรายงานกับใต้เท้าเหลียง
“อย่าให้พวกมันรอดไปได้เด็ดขาด”
เคร้ง!! เคร้ง! ฉัวะ! ฉัวะ!
ฉวนเวิ่นเข้ามาช่วยทุกคนจัดการ เพื่อเปิดทางให้ตนได้เข้าไปด้านในเรือนของเหลียงรุ่ยหาน
ภายในห้องนอนเหลียงรุ่ยหานกอดสองแม่ลูกไว้ และพยายามพูดปลอบใจเพื่อมิให้ตื่นกลัวไปมากกว่านี้ โดยมีซีหม่ายืนขวางหน้าประตู รวมถึงองครักษ์อีกสองสามคนยืนคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง
“ท่านพี่เหตุใดนางถึงได้แค้นเคืองถึงเพียงนี้ แค่ท่านไม่ได้รักนางหรือข้ากับท่านรักกัน พวกเรามิได้ทำผิดอันใดเลยนะเ้าคะ”
“พี่เองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าทำไมนางถึงต้องลงมือหนักเช่นนี้”
“ท่านพ่อท่านแม่ซวนซวนกลัวขอยับ”
“โอ๋ ๆ ๆ ซวนเอ๋อร์ของพ่อไม่ต้องกลัวนะ นอกจากพ่อที่อยู่ตรงนี้ ด้านนอกยังมีเ้าหน้าที่กำลังช่วยกันจับคนร้าย พวกเราย่อมปลอดภัย” เหลียงรุ่ยหานปลอบบุตรชายและฟังเสียงด้านนอกไปพร้อมกัน
ตึก ตึก ชิ้ง ตึก ตึก ชิ้ง ตึก ตึก ชิ้ง
“ทุกคนจับคนร้ายให้ได้หากขัดขืนปะาได้ทันที” จ่างเกาอยู่บนตนไม้ใหญ่ย่อมเห็นทุกอย่าง เมื่อฉวนเวิ่นเริ่มลงมือจึงนำกำลังมาปิดล้อมไว้อีกชั้นหนึ่ง
“แย่แล้วหัวหน้า!! พวกเราติดกับของพวกมันแล้วขอรับ เอาเช่นไรต่อดีขอรับ”
บัดซบเอ๊ย!! “ทำอย่างไรต่อก็ฆ่าพวกมันให้หมดน่ะสิ ย๊า!!” ฉวนเวิ่นคิดหาหนทางหลบหนีไม่ได้อีก นอกจากต้องต่อสู้จนตัวตายเท่านั้น
“ตัวหัวหน้าข้าจัดการเองคนที่เหลือพวกเ้าจัดการให้ดี” จ่างเกาสั่งลูกน้องแล้วก็พุ่งเข้าไปขวางฉวนเวิ่นทันที
“เคร้ง! อย่างเ้าต้องเจอกับข้า”
เคร้ง!! ผัวะ! พลั่ก อั่ก เคร้ง!! เคร้ง!!ฉัวะ! อ่ะ ปึก ผัวะ! แค่ก ๆ ๆ
“หึ ชั่วทั้งนายทั้งบ่าวคิดทำร้ายได้แม้แต่เด็กตัวเล็ก ๆ มันจบแล้วครั้งนี้ตระกูลฉือไม่มีวันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีก เอาเชือกมามัดพวกมันและนำตัวไปที่กรมอาญา” จ่างเกาได้ชื่อว่าเป็มือปราบที่เก่งกาจ ฉวนเวิ่นไม่มีทางต้านทานฝีมือการต่อสู้ได้อยู่แล้ว
ตึก ตึก ตึก “เป็อย่างไรจับตัวคนร้ายได้ทั้งหมดหรือไม่” ใต้เท้าเหลียงรีบมายังเรือนของบุตรชาย เมื่อการลงมือสำเร็จตามแผนที่วางไว้
“เรียนใต้เท้าเหลียง คนร้ายบางส่วนถูกสังหารส่วนที่เหลือ ถูกพวกเราจับตัวไว้ได้ โดยเฉพาะคนสนิทของใต้เท้าฉือขอรับ” จ่างเการายงานพร้อมชี้ไปที่ตัวหัวหน้าอย่างฉวนเวิ่น
“ไว้ข้ากับบุตรชายจะตามไปที่กรมอาญานะ เ้านำตัวคนร้ายกลับไปก่อนเถิด ป่านนี้ใต้เท้าทั้งสองคงรออยู่” ใต้เท้าเหลียงรู้สึกโล่งอก
“ใต้เท้าและราชบุตรเขยพักผ่อนอย่างสบายใจเถิดขอรับ เนื่องจากฝ่าาทรงมีพระกระแสรับสั่งผ่านฉีกงกง เมื่อจับตับตัวคนร้ายที่ทำร้ายพระนัดดาได้ ให้ลงโทษปะาชีวิตทันที รวมถึงครอบครัวของคนร้าย ถ้าเป็ขุนนางในราชสำนักมีรับสั่งปลดออกจากตำแหน่งทุกคนขอรับ” คนร้ายลงมือหนักถึงเพียงนี้และรู้ตัวผู้สั่งการจะไต่สวนให้เสียเวลาไปทำไม
“เชิญเ้าทำตามหน้าที่เถิด”
“ข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ”
จ่างเกานำตัวฉวนเวิ่นกับลูกน้องที่าเ็ ไปยังกรมอาญาถือว่าสถานการณ์ของจวนตระกูลเหลียงคลี่คลายแล้ว ทางด้านจวนตระกูลฉือใต้เท้ากวนได้นำเ้าหน้าที่ ไปจับตัวคนร้ายอย่างฉือตานถิงและสาวใช้ ในคดีลอบสังหารคนตระกูลเหลียง แม้ใต้เท้าฉือจะอ้างว่าบุตรสาวมิได้ทำแต่ต้องยอมจำนน เมื่อฉวนเวิ่นถูกจับตัวอยู่ที่กรมอาญาเขาก็ไม่สามารถแก้ตัวได้อีก
ปัง!!
“นี่มันเื่อันใดกันใต้เท้ากวน เหตุใดถึงพาเ้าหน้าที่มากมาย บุกมาในจวนของข้ายามวิกาล จะไม่เป็การกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือ ข้าสามารถถวายฎีการ้องเรียนการกระทำของท่านได้นะ” ใต้เท้าฉือรีบรุดออกมารับหน้าเมื่อพ่อบ้านนำเื่ไปรายงานกับตน
“หึ เื่อันใดงั้นรึใต้เท้าฉือ ท่านช่างอบรมสั่งสอนบุตรสาวสนับสนุนนางในทางที่ดีจริง ๆ ส่งตัวบุตรสาวคนรองของท่านฉือตานถิงกับสาวใช้ออกมา พวกนางสองคนถูกจับในคดีลอบสังหารตระกูลเหลียง รวมถึงพระนัดดาขององค์ฮ่องเต้ หากผู้ใดขัดขวางการจับกุม ย่อมได้รับโทษตามกฎหมายด้วยเช่นกัน” ใต้เท้ากวนพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องไปทั่วจวน
“อะไรนะ!! ลอบสังหารจะเป็ไปได้อย่างไร บุตรสาวของข้านางจะทำร้ายผู้ใดได้ ใต้เท้ากวนข้าวน่ะกินมั่วได้แต่คำพูดซี้ซั้วไม่ได้นะ” อย่างไรใต้เท้าฉือก็ไม่ยอมให้บุตรสาวถูกจับ
“ใต้เท้าฉือ ข้าขอเตือนท่านด้วยความหวังดี จะยอมสละเบี้ยเพียงหนึ่งหรือจะตายทั้งกระดาน” ใต้เท้ากวนกำลังให้โอกาสกับฉือไป่หาน
“แล้วถ้าหากข้าไม่ยอมรับทั้งสองอย่างเล่า จะเป็เช่นไรรึ” ใต้เท้าฉือยังคงปากกล้า
“หึ ฝ่าามีรับสั่งคนร้ายที่ลอบสังหารเชื้อพระวงศ์ มีโทษปะาชีวิตทันที เมื่อเป็บุตรหลานขุนนาง ให้ปลดทุกคนออกจากตำแหน่ง เ้าหน้าที่ไปจับตัวคนร้ายออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!!” ในเมื่อเตือนไปแล้วไม่ยอมฟังก็จบลงเช่นนี้ก็แล้วกัน
“เ้าอย่าแอบอ้างว่าเป็รับสั่งจากฝ่าานะกวนหยี่เหิง!!”
“ท่านก็เป็ขุนนางมาหลายปีย่อมรู้กฎเกณฑ์ดีว่า การแอบอ้างเบื้องสูงมีโทษหนักถึงปะาชีวิต ข้าจะกล้าพูดโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างไร ฝ่าารับสั่งผ่านฉีกงกงให้นำพระกระแสรับสั่งนี้ มาถ่ายทอดต่อเ้ากรมอาญา และข้าเพื่อนำตัวคนร้ายกลับไปลงโทษ”
“ปล่อยข้านะ!! ข้าเดินเองได้”
“ฮือ ๆ ๆ คุณหนูบ่าวยังไม่อยากตายเ้าค่ะ”
“ท่านพ่อจะ...ฉาด!!”
“นางลูกไม่รักดี!! เ้ากล้าทำเื่ใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร แค่บุรุษเพียงคนเดียวถึง กับทำให้คนทั้งตระกูลเดือดร้อน นางลูกชั่ว!!” ใต้เท้าฉือที่จนปัญญาหันกลับมากล่าวโทษฉือตานถิง ที่เ้าหน้าที่จับตัวเดินออกมาด้านหน้าเรือนใหญ่พร้อมสาวใช้
“เหอะ ข้าชั่วงั้นหรือ? แล้วผู้ใดกันที่สั่งสอนข้าให้เป็เช่นนี้!! มิใช่คนเป็บิดาเช่นท่านหรืออย่างไร ห๊า!! ในเมื่อข้าไม่มีความสุขพวกท่านก็ต้องไม่มีเช่นกัน ฮ่า ๆ ๆ”
“บ้าไปแล้วนางเป็บ้าไปแล้ว โฮ ๆ ๆ ข้าทำเวรกรรมอันใดไว้ถึงได้มีบุตรสาวเช่นนี้ ตระกูลฉือของข้าต้องมาด่างพร้อยเพราะนาง ฮือ ๆ” ใต้เท้าฉือพูดอะไรไม่ออก เมื่อถูกบุตรสาวพูดจาตอกหน้า ทำได้แค่เพียงร้องไห้เป็เด็กและกล่าวโทษผู้อื่น
“ใต้เท้าฉือมีอะไรจะบอกลาบุตรสาวผู้นี้หรือไม่ หากนางพ้นประตูจวนออกไปแล้ว นางจะได้รับโทษปะาทันที ส่วนท่านกับคนในตระกูลจะอยู่ในเมืองหลวงต่อ หรือจะย้ายไปอยู่เมืองอื่นก็ตัดสินใจเอาเองเถิด” อยู่ได้สิแปลกจะทนไหวรึถูกชาวบ้านรุมประณามทุกวัน
“ลูกชั่วเช่นนี้ข้าไม่มีอะไรจะพูดกันนาง เอาตัวนางไปให้พ้นหน้าข้าตระกูลฉือไม่มีบุตรหลานเช่นนาง ไป๊!!” ใต้เท้าฉือไม่สนใจบุตรสาวอีก เขาสนใจเพียงเื่ที่ถูกปลดจากตำแหน่งขุนนาง
“โชคดีใต้ทะ ไม่ใช่สิต้องเรียกว่านายท่านฉือ เอาตัวพวกนางไปรับโทษที่กรมอาญาบัดเดี๋ยวนี้”
“ขอรับใต้เท้า”
คนที่ปองร้ายตระกูลเหลียงถูกจัดการไปแล้ว แต่ยังคงเหลือผู้ถูกกำหนดให้เป็เป้าสังหารอีกหนึ่งคน ที่ยามนี้กำลังนั่งสัปหงกรอมือสังหารมาจัดการตนเองอยู่ในเรือน ยังมีพี่ชายและองครักษ์ส่วนตัว คอยดูแลอวี้จิ่นอย่างเงียบ ๆ ส่วนรอบจวนแม่ทัพใหญ่มีคำสั่ง มิให้บ่าวไพร่เดินตรวจตราเช่นทุกวัน
แม่ทัพใหญ่สั่งพ่อบ้านเจียงและคนของตนส่วนหนึ่ง คอยดูแลที่เรือนชุ่ยฮวาของฮูหยินผู้เฒ่า ส่วนตนเองกับเจียงเล่อจะอยู่ที่เรือนใหญ่ดูแลจางฮูหยิน เพราะที่เรือนของบุตรสาวไม่น่าเป็ห่วง นางมีทั้งพี่ชาย รวมถึงคนของฟู่หลงเหยียนคอยอารักขาอย่างดี แค่บุตรชายของเขาคนเดียวก็รับมือได้พร้อมกันถึงห้าคนแล้ว
“ฟุบ! อืม พี่หย่ายยยย เมื่อไหร่พวกมันจะมากันเสียทีเ้าคะ ข้าเริ่มง่วงนอนเข้าไปทุกทีแล้วนะ หากอีกหนึ่งเค่อยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราไปสมทบกับพี่ชายฟู่ ที่สำนักพยากรณ์ดีกว่าเ้าค่ะ มีอะไรให้ทำจะได้หายง่วงนอนนะเ้าคะ”
“เอาน่า จิ่นเอ๋อร์น้องพี่รออีกไม่นานพวกมันต้องลงมะ...”
แกร็ก! แกร็ก! แกร็ก!
เจียงหยวนยังพูดไม่จบเกิดเสียงดังขึ้น้าหลังคาเรือน เขาจึงส่งสัญญาณบอกน้องสาวให้เงียบไว้ เพราะคนร้ายมาถึงเรือนของนางเรียบร้อยแล้ว
“ชู่ว์!! คนที่เ้าถามหาพวกมันมาถึงแล้ว หลบอยู่ในห้องเงียบ ๆ พี่กับพวกตงลู่จะจัดการเอง”
“เ้าค่ะข้าจะอยู่เงียบ ๆ” เมื่อคนร้ายที่ตนเองถามมาถึงเรือนเข้าจริง ๆ อวี้จิ่นก็รู้สึกตื่นเต้นและกลัวอยู่เล็กน้อย
เจียงหยวนสั่งให้ทั้งสามคน กระจายกันหลบอยู่ในห้องโถง ซึ่งตอนนี้ภายในเรือนดับตะเกียงทั้งหมด จึงเหลือแต่ความมืดมีเพียงแสงจากดวงจันทร์ ที่สาดส่องเข้ามาเล็กน้อยเท่านั้น จากการฝึกฝนที่หนักหน่วง ทั้งสามคนมีประสาทััที่ดีมาก ยิ่งอยู่ในความเงียบเสียงของคนร้ายยิ่งได้ยินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเสียงของซาโฉวกับจี๋เสียงที่พูดถึงอวี้จิ่น
“นี่อาเสียงเ้าคิดเหมือนข้าไหม ก่อนจะสังหารคุณหนูนั่น มิสู้พวกเราเล่นสนุกกับนางเสียหน่อย ตอนตายนางจะได้มีความสุขเป็อย่างไร”
“ความคิดของเ้านี่มัน!! ดีมากสหายข้าเื่อะไรจะให้นางตายง่าย ๆ เช่นนั้นก็เสียดายแย่ นางควรมอบพรหมจรรย์ให้เราเสียก่อน”
“รีบเข้าไปในห้องของนางกันเถิด ส่วนเ้าพวกนี้เฝ้าด้านนอกให้ดี หากมีคนมารีบเข้าไปเตือนพวกข้าเข้าใจไหม” ซาโฉวเอ่ยชวนสหายและสั่งลูกน้องอีกหกเจ็ดคนให้คอยอยู่ด้านนอก
“แหม หัวหน้าไม่คิดจะแบ่งนางให้พวกข้าสักหน่อยหรือขอรับ”
“หือ ครั้งนี้ไม่ได้เด็ดขาด ไว้ข้ากับอาเสียงจะพาไปหอคณิกาก็แล้วกัน อย่าถามมากอีกทำหน้าที่ของพวกเ้าให้ดี” ซาโฉวไม่อยากให้ร่างของอวี้จิ่นถึงมือลูกน้อง มิเช่นนั้นคงยับเยินจนไม่น่าดูยามต้องกลายเป็ศพ
“ขอรับหัวหน้า”
ทั้งนายทั้งบ่าวที่ซ่อนตัวอยู่แทบจะพุ่งตัวออกมา และสังหารซาโฉวกับจี๋เสียงทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น เมื่อได้ยินสิ่งที่พวกมันสองคนคิดจะทำกับอวี้จิ่น ถึงแม้จะสังหารให้ตกตายไม่ได้ แต่สั่งสอนก่อนจะปล่อยให้หนีไป ไม่น่ามีปัญหากับการเป็พยานชี้ตัวผู้บงการกระมัง
เจียงหยวนรออย่างใจเย็น ให้คนร้ายมาถึงจุดที่ใกล้กับตนเอง จนได้ระยะที่เหมาะสมร่างในเงามืดก็พุ่งออกมา พร้อมกับหมัดที่กำแน่นต่อยไปที่ใบหน้าของซาโฉวอย่างแรง ฝ่ายจี๋เสียงก็โดนหมัดของตงลู่ที่ใบหน้าเช่นกัน ส่วนหลี่อี้ตีลังกาไปจัดการกับลูกน้องที่เหลือกับเฟยอิน
พรึ่บ!! ผัวะ! อ๊ะ! ผัวะ! โอ๊ย! ผัวะ เคร้ง! ฉัวะ! อึก ตุบ
“แย่แล้ว!! มีคนคุ้มกันอยู่ในเรือนของนาง พวกเราเสียรู้ศัตรูเข้าแล้วทุกคนรีบหนีเร็ว!” ซาโฉวรีบะโสั่งลูกน้องให้หลบหนีไปก่อน รวมถึงตนเองกับสหายที่สะบักสะบอมเหลือเกิน แต่ยังตะเกียกตะกายพาร่างอันบอบช้ำหนีออกมาได้
เจียงหยวนปล่อยพวกซาโฉวหลบหนีได้ตามสะดวก แต่ในยามที่เข้าไปประชิดตัวเพื่อทำการสั่งสอน ตงลู่กับเฟยอินได้ใช้ผงหอมที่ได้รับจากอวี้จิ่น แอบสาดลงไปบนเสื้อผ้าของซาโฉวกับจี๋เสียงและลูกน้อง เพื่อง่ายต่อการตามจับตัวคนเหล่านี้ พร้อมผู้บงการที่กลุ่มของซาโฉวกำลังจะกลับไปหา
ตึก ตึก ตึก
“พี่ใหญ่!! จัดการเรียบร้อยแล้วหรือเ้าคะ” อวี้จิ่นวิ่งออกจากห้องเมื่อเสียงทุกอย่างเงียบลง
“จัดการตามแผนของอาเหยียนปล่อยคนไปแล้ว เ้าอยากตามไปสำนักพยากรณ์เลยหรือไม่”
“ตามสิเ้าคะ หากไปถึงช้าก็อดดูเื่สนุกกันพอดี น้าตงลู่ช่วยพาเ้าเสี่ยวหงมาให้ข้าด้วยนะเ้าคะ” อวี้จิ่นไม่อยากนั่งรถม้าตอนนี้เพราะช้ากว่าขี่ม้าไปเอง
“ข้าน้อยจะไปนำเ้าเสี่ยวหงมาให้เดี๋ยวนี้ขอรับ”
หนึ่งจิบชาต่อมาม้าทั้งห้าตัวก็พร้อมอยู่หน้าจวน พวกเขาะโขึ้นม้าของตนก่อนจะพุ่งทะยาน มุ่งหน้าไปยังสำนักพยากรณ์ ซึ่งมีฟู่หลงเหยียนเฝ้ารอจับเหยื่อ ที่ถูกปล่อยให้กลับมาตายรังมิหนำซ้ำ ยังพาเ้าของรังตายไปพร้อมกันอีกด้วย
