“อะไรหรือ?”
เจิ้งปินเองก็ถูกดึงดูดความสนใจ ลุกขึ้นยืนในทันที เดินเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน
และเวลานี้เอง รูปประตู์บนหลังมือของเจี่ยเผิงที่ตายไปพลันมีจุดแสงเปล่งวาบออกมา
ประกายแสงเป็จุดๆ เ่าั้คล้ายหิ่งห้อยที่บินเข้ามาหาเจิ้งปินอย่างเงียบเชียบ
เพียงแค่ครู่เดียว จุดแสงพวกนั้นก็หายวับเข้าไปในรูปประตู์บนหลังมือของเจิ้งปิน
กลับมามองเจี่ยเผิง รูปประตู์บนหลังมือของเขากลับค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็มืดสลัวพร่าเลือน และหายวับไปในที่สุด
เหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี มองไปที่เจิ้งปินด้วยความใคร่รู้
เจิ้งปินยื่นมือออกมา มองจุดแสงมากมายบนหลังมือแล้วนับอยู่กับตัวเองเงียบๆ เอ่ยอย่างเลื่อนลอย “มีจุดแสงเพิ่มขึ้นมาอีกเจ็ดจุด...”
เขาสะบัดแขนของตัวเองเพื่อรับััอย่างละเอียด พบว่าหลังจากที่จุดแสงพวกนั้นแทรกซึมเข้าไปในรูปประตู์ก็ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้น
ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความงงงัน ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น
“จุดแสงพวกนั้นน่าจะเป็ของคนที่ตายไปแล้ว หกจุดมาจากคนที่เจี่ยเผิงสังหารไป ส่วนอีกจุดหนึ่งเป็ของเจี่ยเผิงเอง” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยดวงตาเป็ประกาย
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาประมือกับเจี่ยเผิงก็สังเกตเห็นแล้วว่าในรูปประตู์บนหลังมือของเขามีจุดแสงเล็กๆ หกจุด
แต่ตอนนั้นเขากลับไม่ได้คิดอะไรมาก
ตอนนี้เจี่ยเผิงตายแล้ว อีกทั้งสุดท้ายยังถูกกระดูกหางของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าในมือเจิ้งปินแทงทะลุร่างจนตาย นี่จึงทำให้จุดแสงเ่าั้ที่เจี่ยเผิงสะสมมา รวมไปถึงจุดแสงของตัวเจี่ยเผิงเองมารวมตัวกันกลายเป็กลุ่มแสงที่แทรกซึมเข้าไปในร่างของเจิ้งปิน
“ทุกครั้งที่ฆ่าผู้ประลองหนึ่งคน นั่นหมายถึงว่าจะได้กุญแจประตู์ที่อีกฝ่ายสะสมมาด้วย? นี่หมายความว่าอะไร?” เจิ้งปินตื่นตะลึง
เนี่ยเทียนส่ายหัว “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตามความเห็นข้า นี่ไม่น่าจะใช่เื่ไม่ดี”
สีหน้าเขากระตุก กล่าวขึ้นมาอีกว่า “เมื่อเป็เช่นนี้ เกรงว่าเ้าพวกคนต่างอาณาจักรคงรู้ความลึกลับของประตู์มาั้แ่แรกแล้ว เมื่อพวกเขาเข้ามาได้ไม่นานจึงไล่ตามหาผู้ประลองคนอื่นๆ แล้วเปิดฉากสังหารทันที”
“ที่พวกเขาทำเช่นนั้น อาจไม่เพียงแค่เพื่อได้ทรัพย์สมบัติของอีกฝ่าย บางทีจุดแสงเหล่านี้ต่างหาก... ถึงจะเป็เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา!”
“การประลองของประตู์สนับสนุนให้ผู้ที่เข้ามาฆ่าแกงกันเองชัดๆ!”
เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งเครียด
เจิ้งปินเย็นเยือกไปทั้งใจ “หากเป็เช่นนี้ ต่อไปไม่ว่าใครก็ตามที่พวกเราพบเจอล้วนต้องลงมือกับพวกเรา? ไม่ว่ามีความแค้นต่อกันหรือไม่ ไม่ว่ารู้จักกันหรือไม่?”
“เกรงว่าคงเป็เช่นนั้น” เนี่ยเทียนถอนหายใจ
เจิ้งปินลังเลอยู่ครู่หนึ่งพลันพูดขึ้นว่า “การตายของเจี่ยเผิง เ้าต่างหากถึงเป็คนที่ออกแรงมากที่สุด จุดแสงเจ็ดดวงนั้นอย่างน้อยต้องมีสี่ดวงที่เป็ของเ้า แต่ข้าไม่รู้ว่าควรจะมอบให้เ้าอย่างไร?”
เมื่อได้รับฟังคำอธิบายจากเนี่ยเทียน เขาเองก็แอบรู้สึกได้ว่าผู้ที่ยิ่งสะสมจุดแสงได้มากเท่าใด ต่อไปอาจจะยิ่งได้รับผลประโยชน์มากเท่านั้น
เจี่ยเผิงถูกฆ่า เนี่ยเทียนเอาไข่มุกน้ำแข็งะเิออกมาใช้ ทั้งยังสร้างสนามแม่เหล็กลึกลับเกินคาดเดาขึ้นมาด้วย อีกทั้งสุดท้ายยังได้รับาเ็ไม่น้อย
เขาก็แค่โจมตีครั้งสุดท้ายใน่เวลาที่เจี่ยเผิงใกล้จะหมดลมหายใจแล้วเท่านั้น นึกไม่ถึงว่ากลับเป็การยึดสิ่งที่ควรเป็ของเนี่ยเทียนมาครองทั้งหมด
เขารู้สึกผิดต่อเนี่ยเทียนไม่น้อย
เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ กล่าว “ไม่เป็ไร พวกมันควรเป็ของเ้า หากไม่มีการโจมตีครั้งนั้นของเ้า ข้าไม่เพียงแต่มิอาจเอาจุดแสงประหลาดพวกนี้มาได้ ทั้งอาจถูกเจี่ยเผิงฆ่าด้วย"
“เ้าเองก็ถือว่าช่วยชีวิตข้าไว้ ไม่จำเป็ต้องโทษตัวเอง”
เมื่อพูดเช่นนี้ เขาก็หัวเราะหึหึ กล่าว “จะให้เ้าดูของที่เจี่ยเผิงสะสมเอาไว้!”
กล่าวจบ วัตถุวิเศษมากมายก็ทยอยกันบินออกมาจากกำไลเก็บของของเจี่ยเผิง
เพียงแค่เวลาสั้นๆ สิบกว่าวินาที พื้นที่บนก้อนหินเย็นเยียบระหว่างเขากับเจิ้งปินก็กองเต็มไปด้วยทรัพย์สินเป็พะเนิน
ทรัพย์สินเ่าั้มีทั้งวัตถุวิเศษ หินวิเศษ ยา และยังมีอาวุธวิเศษอีกหกชิ้นที่ไม่น่าจะเป็ระดับต่ำ
“เก็บสะสมของไว้ได้เยอะขนาดนี้เชียวรึ?” เจิ้งปินตะลึงก่อนเป็อันดับแรก ทว่าหลังจากนั้นหน้าก็มืดคล้ำลงอย่างรวดเร็ว กล่าวขึ้นว่า “มีดสีแดงทองเล่มนั้นเป็ของศิษย์พี่คนหนึ่งในอารามเสวียนอู้ของข้า และยังมีวัตถุวิเศษบางอย่างที่เป็ของอารามเสวียนอู้...”
เห็นได้ชัดว่าสิ่งของที่เจี่ยเผิงเก็บเอาไว้ไม่ได้มีแค่ของของเขาคนเดียวเท่านั้น
หกคนที่เขาสังหารไป ทรัพย์สินและอาวุธวิเศษทั้งหมดที่อยู่บนตัวพวกเขาก็ล้วนถูกเจี่ยเผิงฮุบมาเป็ของตัวเองอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจ
“ข้านับครบแล้ว วัตถุวิเศษระดับไม่เท่ากันมีทั้งหมดสามสิบสองชนิด หินวิเศษแปดพันก้อน ยามีห้าขวด อาวุธวิเศษหกชิ้น” หลังจากที่เนี่ยเทียนแยกประเภทของสิ่งเ่าั้เรียบร้อยแล้วก็พูดกับเจิ้งปินว่า “เ้ากับข้าแบ่งกันคนละครึ่งก็แล้วกัน”
“นี่ แบบนี้ไม่ค่อยดีกระมัง?” เจิ้งปินมีสีหน้าใเพราะได้รับความเมตตาอย่างไม่ทันคาดคิด โบกมือปฏิเสธพัลวัน “เ้าต่างหากถึงจะเป็กุญแจสำคัญในการสังหารเจี่ยเผิง อีกอย่างข้าก็ได้จุดแสงประตู์มาเจ็ดดวงแล้ว หากจะแบ่งสิ่งของของเจี่ยเผิงอีก ข้ารู้สึกละอายใจ”
“อย่าขี้บ่นเป็คนแก่นักเลยน่า” เนี่ยเทียนเริ่มไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
เจิ้งปินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็แอบรู้สึกประทับใจ กล่าว “ถ้าอย่างนั้นข้าจะเอาสิ่งของที่เป็ของอารามเสวียนอู้มา แล้วก็เลือกอีกสองสามชิ้นที่เหมาะกับข้าก็แล้วกัน ดีหรือไม่?”
เขาไม่เหมือนกับเนี่ยเทียน
เื้ัเนี่ยเทียนก็คืออูจี้แห่งสำนักหลิงอวิ๋น นี่ทำให้ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนจะเข้ามาในประตู์ ในมือของเขาก็มียาและวัตถุวิเศษที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
แม้ว่าตัวเขาเองก็เป็ลูกศิษย์คนสำคัญของอารามเสวียนอู้เหมือนกัน ทว่าครั้งนี้คนของอารามเสวียนอู้ที่เข้ามาในประตู์ขอบเขตสูงกว่าเขาเกือบทุกคน อีกทั้งฐานะของพวกเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทัดเทียมได้
นี่จึงทำให้วัตถุวิเศษที่เขาอยู่ในมือมีน้อยจนมิอาจเทียบเคียงกับเนี่ยเทียนได้ เมื่อเขาพบว่าทางช้างเผือกนอกอาณาจักรที่หนาวเย็นแห่งนี้ไม่มีปราณิญญาฟ้าดินให้ใช้แม้แต่เส้นเดียว อีกทั้งเขาเองอาจต้องอยู่ที่นี่อีกนาน ซึ่งเขาก็กำลังปวดหัวว่าจะทำอย่างไรถึงจะสะสมสมบัติที่จำเป็ได้
อยู่ๆ ทรัพย์สินมหาศาลที่มาจากเจี่ยเผิงก็มากองตรงหน้าเขาแบบนี้ หากจะบอกว่าเขาไม่สนใจเลยสักนิดก็ย่อมเป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว
“ไม่มีปัญหา เ้าเลือกก่อนเลย” เนี่ยเทียนยอมถอยให้อย่างใจกว้าง
“ขอบคุณมาก ข้าเองก็มีของจำเป็บางอย่างที่ต้องใช้จริงๆ” สายตาของเจิ้งปินแสดงความยินดี ในที่สุดก็ไม่อิดออดอีกต่อไป เขาเก็บเอาวัตถุบางชิ้นที่จำได้ว่าเป็ของอารามเสวียนอู้มาไว้ แล้วก็เลือกวัตถุวิเศษบางอย่างที่เหมาะสมกับการฝึกฝนของเขา รวมไปถึงหินวิเศษและยาอีกเล็กน้อย เสร็จแล้วจึงเป็ฝ่ายวางมือไปเอง
สิ่งของที่เขาเอาไปมีแค่ประมาณหนึ่งในห้าจากของทั้งหมดเท่านั้น
เขาไม่โลภมาก
เนี่ยเทียนแอบพยักหน้ากับตัวเอง หลังจากที่เขาเลือกเสร็จก็กวาดเอาของทั้งหมดที่เหลืออยู่มาไว้ในกำไลเก็บของของตัวเองอย่างไม่เกรงใจ
มีประสบการณ์ร่วมมือกันในการสังหารเจี่ยเผิง ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจึงคลี่คลายลงมากอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะสำหรับเจิ้งปิน
การต่อสู้ร่วมกับเนี่ยเทียนในครั้งนี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วตอนอยู่ในโลกมายามรกต เขาไม่เข้าใจเนี่ยเทียนแม้แต่น้อย
เวลานี้เขาอดย้อนนึกถึงรายละเอียดมากมายในโลกมายามรกตไม่ได้ นั่นทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนแปลงกะทันหัน “ตอนนั้นที่อยู่ในโลกมายามรกต ตาข่ายปฐีที่นางมารอวี๋ถงสร้างขึ้น เ้าเป็คนค้นพบคนแรกใช่หรือไม่? แล้วที่อยู่ๆ นางมารอวี๋ถงสลบไป จำต้องหนีหัวซุกหัวซุน เกี่ยวข้องกับเ้าด้วยหรือเปล่า?”
เขาไม่เข้าใจเนี่ยเทียน แต่กลับคุ้นเคยกับพันเทาดีมาก ตอนนั้นที่พันเทาบอกว่าตัวเองััได้ถึงความผิดปกติของใต้ดิน เขาก็รู้สึกประหลาดใจแล้ว
---อีกทั้งตอนนั้นพันเทาก็จากไปพร้อมเนี่ยเทียนด้วย
“ฮ่าๆ เื่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป อย่าคิดมากอีกเลย” เนี่ยเทียนหัวเราะฮ่าๆ ไม่ได้ตอบรับตรงๆ
ทว่าเจิ้งปินกลับมองออกถึงความลึกลับได้จากประโยคนี้ของเขา
เจิ้งปินพยักหน้าเบาๆ กล่าว “เมื่อก่อนนี้ข้าไม่คุ้นเคยกับเ้า จึงไม่เข้าใจเ้าเลยสักนิดเดียว หากตอนที่อยู่โลกมายามรกตแล้วข้ารู้ว่าเ้าเป็คนเช่นไร มีความสามารถแบบใด ตอนนั้นข้าจะไม่มีทางทอดทิ้งเ้าเด็ดขาด”
เนี่ยเทียนยิ้ม ไม่ได้อธิบายอะไร จากนั้นจึงนั่งลง หยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษที่เก็บไว้ออกมาแล้วเริ่มกินเพื่อรักษาอาการาเ็ของเส้นชีพจรและเืเนื้อในร่างกาย
“ครั้งนี้ขอบคุณมากนะ” เจิ้งปินกล่าวหนึ่งประโยคแล้วจึงเดินไปหยุดอยู่ข้างกายเจี่ยเผิง ดึงเอากระดูกหางสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าออกมาจากในร่างของเขา
“อู้!”
หินผลึกอัคคีใสแวววาวมากมายที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังเปลวเพลิงกองอยู่ตรงเท้าของเนี่ยเทียน
หินผลึกอัคคีเ่าั้มีมากมายหลายสิบก้อน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนได้มาจากเจี่ยเผิง
เขาเชื่อว่าหกคนที่เจี่ยเผิงสังหารไปน่าจะเป็คนของสำนักภูตผีและสำนักโลหิต ตอนนั้นที่อยู่เทือกเขาชื่อเหยียน ลูกศิษย์สำนักภูตผีและสำนักโลหิตเองก็ได้เก็บเอาหินผลึกอัคคีไปส่วนหนึ่งเช่นกัน
ตอนนี้หินผลึกอัคคีล้วนตกมาอยู่ในกำมือเขาทั้งหมด ทำให้เขาสามารถฝึกคาถาวิเศษเพลิงร้อนได้ต่อ
“สังหารขอบเขตต้น์คนหนึ่ง วัตถุวิเศษและหินวิเศษที่ได้รับมาสามารถช่วยให้ดำรงอยู่ได้อีกนานมาก ครั้งนี้ถือว่าไม่เสียเปรียบเลยแม้แต่นิดเดียว...”
แอบพึมพำอยู่กับตัวเอง จากนั้นเนี่ยเทียนก็กำหินผลึกอัคคีหนึ่งก้อนไว้ในมือ รวบรวมสมาธิฝึกบำเพ็ญตน
-----
