แม้ว่าการต่อสู้ระหว่างเรือล่าสัตว์จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ทว่าตราบใดที่อยู่ท่ามกลางมหาสมุทร มันก็เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ปกติแล้วการต่อสู้ระหว่างเรือล่าสัตว์นั้นขึ้นอยู่กับความเร็วของเรือเป็หลัก รองลงมาก็คือความแข็งแกร่งของลำเรือและคันศรั์ ลำพังแค่สามข้อนี้ เรือล่าสัตว์ของจูชิงก็ได้เปรียบโดยมิต้องสงสัย เพราะเหตุนี้การมีอยู่ของเรือล่าสัตว์จึงทำให้ขั้นบำเพ็ญเพียรของจอมยุทธ์บนเรือไม่สูงเท่าไหร่นัก
ยามนี้มันเป็เพียงการประจัญหน้ากันเท่านั้น เมื่อใดที่เรือล่าสัตว์ถูกยึดครอง ผลจักเป็อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับจอมยุทธ์
สกุลซินมีจอมยุทธ์อยู่เพียงแค่หนึ่งร้อยกว่าคน ส่วนเรือล่าสัตว์สองลำนั้นมีจอมยุทธ์สี่ร้อยคนเป็อย่างน้อย ซึ่งสกุลซินเสียเปรียบในแง่ของจำนวน
จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดบนเรือล่าสัตว์ก็คือซินต้าลี่ ขั้นสร้างลมปราณแปดชั้นฟ้า แต่เมื่อเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ตาเดียว เขายังคงเสียเปรียบอยู่!
จอมยุทธ์ตาเดียวเป็ผู้มีหน้ามีตาในหมู่เกาะนักล่า ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า เรียกว่าเป็จอมยุทธ์ยี่สิบอันดับต้นๆ ของหมู่เกาะนักล่าเลยก็ว่าได้
เมื่อไหร่ที่จอมยุทธ์ตาเดียวเข้าใกล้เรือได้ ลำพังแค่เขาเพียงคนเดียวก็สามารถสังหารจอมยุทธ์ทั้งหมดบนเรือล่าสัตว์ได้!
“หวืด!” ลูกศรพุ่งเฉียดผ่านร่างจอมยุทธ์ตาเดียว ทะลวงเข้าบริเวณส่วนหลังของตัวเรือ เกราะที่แข็งแกร่งแสนพรรณนา ครั้นอยู่เบื้องหน้าลูกศรของจูชิงกลับบอบบางไม่ต่างอะไรกับกระดาษ เรือลำใหญ่ถูกทำลายจนกลายเป็ช่องว่างขนาดใหญ่
“เป็ไปได้ยังไง อาจารย์เวิงสลักอักขระิญญาแกร่งกล้าสามสิบอักขระบนเรือของข้า มันจะพังทลายง่ายดายเฉกเช่นนี้ได้อย่างไร” จอมยุทธ์ตาเดียวใมาก
เรือล่าสัตว์ของเขาเป็เรือที่ยอดเยี่ยมยิ่งยวดในหมู่เกาะนักล่า เขาทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อขอให้อาจารย์เวิงวาดอักขระิญญาแกร่งกล้าให้ใหม่ ทุกหนึ่งตารางมีอักขระิญญาแกร่งกล้าถึงสามสิบอักขระ แม้ว่าจะพบเจอเข้ากับสัตว์อสูรทะเลที่ทรงพลังก็สามารถต้านทานได้สักพักหนึ่ง ทว่าเกราะที่แข็งแกร่งนี้กลับต่อต้านลูกศรนั่นมิได้เลยสักนิด
“เล็งให้ดีก่อนแล้วค่อยยิงสิ!” ซินต้าลี่สบถด่า ในการต่อสู้ท่ามกลางมหาสมุทร ลูกศรกลายเป็วัสดุสิ้นเปลืองไปโดยปริยาย ยิงหนึ่งลูกก็หายไปหนึ่งลูก แม้ว่าซินต้าซานจะหลอมขึ้นใหม่ได้ ทว่าซินต้าลี่ก็ััได้ถึงความเ็ปของซินต้าซานที่หยิบลูกศรลูกแล้วลูกเล่าออกมาจากถุงเอกภพเพื่อระดมยิงเรือล่าสัตว์ของจอมยุทธ์ตาเดียว!
“ตู้มม!” คันศรั์เล็งไปที่เรือล่าสัตว์ ลูกศรพุ่งออกไปด้วยความเร็วแสง รวดเร็วเสียจนตาเดียวยังหลบไม่ทัน!
“แหลกไปซะ!” ตาเดียวคำราม พริ้วกายทะยานขึ้นฟ้าพร้อมกับฉมวก ลมปราณสีฟ้าครามสาดแสงจรัสแจ้งพุ่งเข้าจู่โจมลูกศร
ลูกศรนั้นถูกลมปราณของจอมยุทธ์ตาเดียวหยุดยั้ง มันเคลื่อนไหวช้าลงเล็กน้อย ทิศทางหักเหแปรเปลี่ยนตกลงไปใต้ทะเลแทน
ตาเดียวตัวสั่นสะท้าน เมื่อครู่เกือบพลาดท่าได้รับาเ็จากลูกศร ปลายเท้าติดแนบอยู่กับพื้นเรือเพียงชั่วครู่ก่อนจะะโหมุนตัวกลางอากาศประหนึ่งนกสยายปีกบิน
ม่านตาของจูชิงหดเล็กเหลือเท่ารูเข็ม สมกับที่เป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ยังสามารถใช้พลังกายหลีกหนีหาทางรอดได้ด้วยตัวเอง
คันศรั์กับลูกศรที่จูชิงสร้างขึ้นแข็งแกร่งพอที่จะกดดันจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณได้ ทว่าก็ทำได้เพียงกดดันเท่านั้น
ขนาดตาเดียวเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้ายังสามารถคิดหาวิธีหลบลูกศรนั้นได้ ถ้าเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณสองชั้นฟ้าก็คงใช้ลมปราณต่อต้าน ไม่ต้องพูดถึงจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณสามชั้นฟ้าหรือสี่ชั้นฟ้าเลย พวกเขาสามารถทำลายลูกศรทิ้งได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
“ตู้มมม!” เสียงกัมปนาทอึกทึก เรือล่าสัตว์อีกลำหนึ่งถูกลูกศรสองลูกกระหน่ำยิงจมลงสู่ก้นทะเล
“ช่วยด้วย!” จอมยุทธ์ที่อยู่บนเรือะโขอความช่วยเหลือ พริบตาเดียวสัตว์อสูรทะเลก็ห้อมล้อมรอบกายพวกเขาแล้ว!
จอมยุทธ์มิอาจสำแดงพลานุภาพได้เมื่ออยู่ในมหาสมุทร ถ้าตกลงไปในน้ำนั่นเท่ากับว่ากลายเป็อาหารของสัตว์อสูรทะเลไปแล้ว
“ซึ่ม!” ปลาทะเลตัวใหญ่กระโจนจากผิวน้ำ โฉบลงมากลืนจอมยุทธ์ที่ลอยอยู่ในทะเลลงไปในท้อง
“กรอบแกรบ” ปลาตัวนั้นขบเคี้ยวจอมยุทธ์ที่เพิ่งกินเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย ไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูก
สกุลซินโจมตีเรือล่าสัตว์ล่มไปแล้วสองลำ ยามนี้เหลือแค่เรือล่าสัตว์ของตาเดียวเพียงลำเดียวแล้ว
“ลูกศรหมดแล้ว!” ทันใดนั้นจอมยุทธ์คนหนึ่งะโดังขึ้น
“ข้าก็เหมือนกัน!”
“ข้าด้วย!”
ปกติแล้วเรือล่าสัตว์มิได้มีลูกศรสำรองเอาไว้มากนัก ถึงเป็สกุลซินที่มีคันศรั์สิบคันก็มีลูกศรแค่ยี่สิบลูก พริบตาเดียวก็ใช้หมดแล้ว
เมื่อคันศรั์ไม่มีลูกศร เรือล่าสัตว์ของตาเดียวก็ไม่อยู่ในวิกฤติอีกต่อไป พวกเขาทำได้เพียงมองเรือล่าสัตว์ของตาเดียวเคลื่อนเข้ามาใกล้ ถ้าตาเดียวขึ้นเรือล่าสัตว์มาได้ นั่นจักกลายเป็วันสุดท้ายของพวกเขา
“ไม่มีลูกศรเหลือแล้วสินะ ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเ้ายังมีลูกไม้อะไรซ่อนเอาไว้อีก!” ตาเดียวแสยะยิ้ม เรือล่าสัตว์ที่ไม่มีลูกศรก็ไร้ประโยชน์ ตราบใดที่ขึ้นไปบนเรือสำเร็จ เขาสามารถฆ่าคนทั้งเรือได้ด้วยตัวคนเดียว
ถึงแม้ซินต้าลี่กับตาเดียวจะห่างกันเพียงสองขั้นพลังย่อย แต่จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณนั้นต่างชั้นกับขั้นหลอมลมปราณราวฟ้ากับเหว เขามิได้เห็นซินต้าลี่อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย!
ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาทุกทีๆ ขณะนั้นเรือล่าสัตว์ทั้งสองลำอยู่ห่างกันเพียงแค่ร้อยจั้งเท่านั้น!
ตาเดียวคำราม พุ่งทะยานลงมาราวกับลูกศรมาดหมายะโข้ามระยะทางร้อยจั้ง!
สำหรับจอมยุทธ์ทั่วไปมันอาจเป็เื่ที่เป็ไปมิได้ แต่มิใช่กับจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ
เขา้าสำแดงพลานุภาพสยบจอมยุทธ์สกุลซิน ยึดครองเรือลำนี้ให้เร็วที่สุด
ตาเดียวถือว่าเรือลำนี้เป็ของตัวเองแล้ว เขาไม่้าให้เรือได้รับความเสียหายใดๆ
ขณะนั้นตาเดียวเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนเรือ เขาไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มคนนั้นยิ้มทำไม จะตายอยู่รอมร่อยังยิ้มออกอีกรึ!
ทว่าเมื่อเห็นลูกศรสาดแสงเย็นเยือกบนคันศรั์ ตาเดียวก็หน้าเปลี่ยนสี!
“ข้าอยากรู้นักว่าเ้าจะหลบอย่างไร!” จูชิงคำรามแล้วยิงลูกศรออกไปในทันที
ั้แ่เริ่ม จูชิงรู้อยู่แล้วว่าภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดก็คือตาเดียว ถ้าตาเดียวไม่ตาย พวกเขาทั้งหมดก็จะเป็ฝ่ายตายแทน
เดิมทีเขาก็คิดอยู่ว่าจะจัดการกับตาเดียวอย่างไร ใครเล่าจะไปคิดว่าตาเดียวจักหาที่ตายถึงที่ ะโขึ้นไปกลางอากาศ!
ใช่แล้ว ตาเดียวเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ เขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนเรือลำนี้ แต่ถึงจักแข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็แค่ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในอากาศเฉกเช่นขั้นเหินนภา
การที่ตาเดียวตัดสินใจะโขึ้นไปในอากาศนั่นเท่ากับว่าเปลี่ยนตัวเองเป็เป้าที่มีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญหน้ากับลูกศรของจูชิง!
ตาเดียวมองลูกศรที่พุ่งตรงเข้ามาใกล้ด้วยความกลัว เขาขับเคลื่อนลมปราณตามสัญชาตญาณมาดหมายหยุดลูกศรในฝ่ามือเดียว
“ตู้มมม!” สมกับที่เป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ เสี้ยววินาทีแห่งความเป็ตาย เขายังสามารถขับเคลื่อนลมปราณทั้งหมดต่อต้านลูกศรเอาไว้ได้ชั่วขณะ
“แคร่ก!” อย่างไรก็ตามเขาเป็แค่จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า ถ้าเขาเป็ขั้นหลอมลมปราณสองชั้นฟ้าอาจสกัดกั้นสำเร็จ
“ฉัวะ!” เืสาดกระเซ็นอาบย้อมนภาลัย ภายใต้พลานุภาพของลูกศร พริบตาเดียวตาเดียวก็ตัวะเิกลายเป็หมอกโลหิต!
ตาเดียวตายแล้ว เรือล่าสัตว์ของเขาก็ถูกสกุลซินถล่มจมลงสู่ก้นทะเล!
“เหตุใดพวกตาเดียวถึงไล่ล่าพวกเรา?” ซินต้าลี่ขมวดคิ้ว
“ลุงสอง หรือว่าจะมีคนหมายตาเรือล่าสัตว์ของพวกเรา?” ซินิจูเอ่ยถาม
เรือล่าสัตว์ของสกุลซินเปิดตัวอึกทึกเกินไป เป็ไปได้ว่าอาจมีใครบางคนอิจฉาริษยา
“กลับ!” ซินต้าลี่คำราม
เมื่อสกุลซินกลับมาถึงท่าเรือ จอมยุทธ์ที่อยู่แถวท่าเรือพอเห็นว่าพวกเขาลากเต่าฉกมาด้วย ดวงตาทั้งสองพลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เต่าฉกเปรียบดั่งเ้าแห่งความตาย ไม่มีใครอยากเจอกับสัตว์อสูรอย่างมัน แค่มีชีวิตรอดจากเต่าฉกได้ก็นับว่าเป็ปาฏิหาริย์แล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงเื่ล่าสังหารเต่าฉกเลย
อาจารย์เวิงมองเรือล่าสัตว์สกุลซินจอดเทียบท่า ใบหน้าพลันเขียวปั๊ด
“ตาเดียวไอ้ขยะ มีเรือล่าสัตว์ตั้งสามลำยังทำอะไรสกุลซินไม่ได้!” อาจารย์เวิงด่ากราด
เรือของสกุลซินมีร่องรอยการถูกลูกศรโจมตีอย่างเห็นได้ชัด ทว่ามันก็แค่เป็รอยเท่านั้น ไม่มีอะไรเสียหายแต่อย่างใด
“พลังป้องกันของเรือนั่นแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวรึ?” อาจารย์เวิงอ้าปากค้างอย่างอดไม่ได้
ถ้าเป็เช่นนั้นจริง นั่นเป็ข้อพิสูจน์ได้ว่ามีนักหลอมอักขระิญญาเกิดขึ้นในหมู่เกาะนักล่าจริงๆ อีกทั้งยังเป็นักหลอมอักขระิญญาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเขา สำหรับอาจารย์เวิงแล้วนั้นมันเป็สิ่งที่ยอมรับไม่ได้
“สกุลซิน กล้าดีอย่างไรมาขโมยผลงานของข้า!” เสียงของอาจารย์เวิงดังเอ็ดอึงทั่วทั้งท่าเรือ!
ไม่มีใครในหมู่เกาะนักล่าที่ไม่รู้จักอาจารย์เวิง แม้แต่เ้าของเกาะยังต้องให้ความเคารพกับเขา บ่งบอกได้ว่าสถานะของอาจารย์เวิงนั้นไม่ธรรมดา
แค่อาจารย์เวิงเอ่ยคำเดียว ตระกูลนั้นอาจดับสิ้นในหนึ่งราตรี
“ไม่ว่านักหลอมอักขระิญญาของพวกเ้าเป็ใคร ตราบใดที่ยังอยู่บนหมู่เกาะนักล่า พวกเ้าจักต้องตาย!” อาจารย์เวิงแสยะยิ้ม
ด้วยบารมีที่สั่งสมมานานหลายสิบปี แม้ว่าสกุลซินจักมีนักหลอมอักขระิญญาอยู่เื้ัจริง ทว่าจอมยุทธ์ในหมู่เกาะนักล่าย่อมสนับสนุนเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ถ้านักหลอมอักขระิญญาผู้นั้นถูกฆ่าตาย บัลลังก์ของเขาก็ไม่มีทางสั่นคลอน
ซินต้าลี่ได้ยินเสียงของอาจารย์เวิง ทันใดนั้นใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็อัปลักษณ์
“สกุลซินหน้าไม่อาย ขโมยผลงานของอาจารย์เวิง!” จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณคนหนึ่งเป็โทสะ
“มิน่าล่ะ ข้าละสงสัยอยู่แล้ว อย่างสกุลซินจะซื้อเรือลำใหญ่ขนาดนั้นได้อย่างไร!” มีคนพูด
“ส่งเรือลำนั้นมา หากยอมจำนนเชื่อฟังสกุลซินจะได้อยู่อย่างสงบสุข ไม่เช่นนั้นสกุลซินต้องเผชิญกับหายนะ!” จอมยุทธ์คนหนึ่งทะยานข้ามน้ำมา เขาเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ!
