ิหยวนกับหยางจวินเดินเคียงคู่กันกลับมายังตรอกเป่ยเซี่ยง มาถึงมุมกำแพงด้านนอกหอพักของเฉาอู๋จิ่วกับหม่านสือชี ตรงนั้นเองที่เด็กคนเมื่อครู่กำลังนั่งขดตัวอยู่ เด็กคนนั้นหลับตาปี๋กอดเข่าซุกตัวอยู่ในเงามืด หากไม่สังเกตดีๆ คงไม่มีทางหาพบ
พอทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ในระยะสิบจั้ง เด็กคนนั้นก็ลืมตาขึ้นอย่างรู้ตัว เมื่อเห็นว่าเป็ใคร ใบหน้าเล็กๆ ก็พลันฉายแววดีใจ รีบคุกเข่าคำนับ
“เอาล่ะ ลุกขึ้นเถิด เ้าชื่ออะไร?”
เด็กน้อยผมเผ้ารุงรัง ใบหน้ามอมแมม มีเพียงดวงตากลมโตที่ดูฉลาดปราดเปรื่องเป็พิเศษ
“เรียนคุณชาย ผู้น้อยชื่อลิ่วจื่อขอรับ!”
“ตกลง ตามข้าเข้าไปก่อน ล้างหน้าล้างตาให้สะอาด อย่าเอาหมัดเข้าบ้านข้าก็แล้วกัน”
เด็กน้อยยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสะอาด ดูตลกไม่น้อย
พอิหยวนกับหยางจวินเข้าไปในจวนก็พบิเยี่ยกำลังเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นทั้งสองเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ในที่สุดพวกเ้าก็กลับมา! เป็อย่างไรบ้าง? เอ๊ะ? แล้วนี่ผู้ใดกัน?”
“ลิ่วจื่อ” ิหยวนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร “รบกวนเ้าหาคนพาเขาไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนเถิด”
ิเยี่ยจึงรีบเรียกบ่าวรับใช้ของตน ระหว่างรอ หยางจวินก็ฉุกคิดขึ้นได้ “ไม่กลัวเอาหมัดเข้าบ้านหรือไร?”
ิหยวนตอบหน้าตาเฉย “ไม่เห็นต้องสนใจ ที่นี่มิใช่บ้านข้า”
หยางจวินถึงกับอึ้งไป สองครั้งที่พบกันิหยวนดูเป็สุภาพชน บัณฑิตแสนเรียบร้อย แต่เมื่อครู่นี้ ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววเ้าเล่ห์ ราวกับเด็กหนุ่มซุกซนทั่วไป มันทำให้ใบหน้ารูปงามดูมีชีวิตชีวายิ่งนัก หยางจวินมองอย่างนั้นจนเผลอตะลึงไป
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นจากด้านนอก ทุกคนรีบวิ่งออกไปดู ก็พบว่าเป็หม่านสือชีกำลังควบม้ามาพร้อมกับเฉาอู๋จิ่วพอมาถึงหน้าประตูทั้งสองก็ะโลงจากหลังม้า ทุกคนเห็นว่าทั้งสองปลอดภัยก็โล่งใจ
เฉาอู๋จิ่วร่างสูงสง่า สวมชุดผ้าแพรสีขาวคาดเข็มขัดสีขาว ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยก ท่าทางสงบเยือกเย็น ทุกคนรีบโผเข้าไปหาเขา
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
“ไม่...” เฉาอู๋จิ่วยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างสูงใหญ่ก็ทรุดลงทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในเรือน
“สหายเฉา!”
หม่านสือชีรีบพุ่งตัวเข้าไปประคอง ทว่าพอััร่างอีกฝ่ายก็พบว่าเสื้อผ้าของเฉาอู๋จิ่วเปียกเหงื่อ มือที่ประคองร่างอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเื “เหล่าเฉา!”
ทุกคนช่วยกันพยุงเฉาอู๋จิ่วไปที่เตียง หม่านสือชีนำผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบเืบนตัวเฉาอู๋จิ่วอย่างร้อนรน ส่วนิหยวนเปลี่ยนยาให้เขา ก่อนจะตรวจชีพจร
“เป็อย่างไรบ้าง?”
ิหยวนขมวดคิ้ว
“หยวนเก้อเอ๋อร์ เ้าพูดมาเถิดว่าท่านพี่ของข้าเป็อย่างไรบ้าง!”
ิหยวนอึกอัก “พลังลมปราณและโลหิตอ่อนแอ เป็อันตรายต่อชีวิต”
“ห๊ะ!” หม่านสือชีร้องเสียงดัง ก่อนจะทรุดลงกับพื้น
“พี่สือชี!”
ทุกคนเข้าไปประคองไม่ทัน หม่านสือชีจึงล้มกองกับพื้น โชคดีที่เพียงแค่วิตกเกินไป หม่านสือชีเป็ลมเพียงครู่เดียวก็รู้สึกตัว เขาคลานเข้าไปกอดขาเฉาอู๋จิ่วและร้องไห้โฮ “เหล่าเฉา! เหตุใดเ้าถึงอาภัพเช่นนี้! เหตุใดเราสองถึงอาภัพเช่นนี้! หากไม่มีเ้าคอยเตือนสติ ข้าคงเอาแต่เที่ยวเตร่จนเมาหัวราน้ำจมตายอยู่ในแม่น้ำฉินหวยแล้ว! เหตุใดวันนี้ข้าได้อยู่อย่างสุขสบาย แต่เ้าต้องมาพบเจอเื่เช่นนี้! ์ช่างไม่ยุติธรรม! ์ไม่มีตา!”
หยางจวินรำคาญเสียงร้องไห้จึงเอ่ยเสียงเ็า “จะร้องฟูมฟายไปไย เขายังไม่ตายสักหน่อย!”
“ใช่! เขายังไม่ตาย แต่ข้าไม่โง่ แต่ชีพจรนี้แสดงว่าเขาใกล้ตายแล้วมิใช่หรือ?” หม่านสือชีเถียงกลับพลางใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา “หยวนเก้อเอ๋อร์ เ้าว่ายังพอมีวิธีอื่นอีกหรือไม่? ให้ข้าทำสิ่งใดข้ายอมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็การชำแหละกายต้มยาบำรุง ข้าทำได้ทุกอย่าง”
“พูดเื่ไร้สาระ!” ิหยวนเอ่ยตำหนิ เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจด้วยความกังวล “ตอนนี้ทำได้เพียงใช้โสมและเขากวางชั้นเลิศมาช่วยยืดชีวิตเขา ส่วนที่เหลือก็ต้องให้เขาสู้เอง แต่โสมร้อยปีเป็ของล้ำค่าหายาก ส่วนใหญ่เป็ของชั้นสูงและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ระยะเวลาอันสั้นนี้พวกเราจะไปหาจากที่ใด?”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็สิ้นหวัง หากพูดถึงโสมล้ำค่า ตระกูลิและตระกูลเฉามีแน่นอน แต่นั่นมันอยู่ไกลตั้งพันลี้ ของล้ำค่าเช่นนั้น พวกผู้ใหญ่จะให้เด็กๆ ติดตัวมาได้อย่างไร ยามนี้พวกเขาทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น
ทันใดนั้นหม่านสือชีก็หันไปมองหยางจวิน
“ข้าจะลองไปหาดู รอข้า”
ิหยวนได้แต่เงียบ จริงๆ แล้วเขากำลังโกรธหยางจวินอยู่ แต่ยามนี้ชีวิตเฉาอู๋จิ่วแขวนอยู่บนเส้นด้าย พวกเขาต้องคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ ิหยวนไม่กล้าพูดว่าเป็เื่ของโชคชะตา หากหยางจวินหาโสมมาได้จริง ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น เขายินดีรับบุญคุณครั้งนี้จากหยางจวิน และจะตอบแทนบุญคุณครั้งนี้อย่างแน่นอน
ิหยวนจึงลุกขึ้นยืน ก้มหัวคำนับหยางจวินอย่างนอบน้อม ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงมองส่งหยางจวินออกไป
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม หยางจวินก็กลับมา
ิหยวนเปิดกล่องกำมะหยี่ออก ดวงตาก็พลันเบิกกว้าง โสมต้นนี้อวบใหญ่ รากหนาแน่นและสมบูรณ์ เป็โสมพันปีจากเขาไท่ไป๋ซาน[1] อย่างแน่นอน ิหยวนไม่รอช้า รีบนำโสมมาหั่นเป็แผ่นบางๆ แล้วนำไปต้มเป็ยา รีบช่วยเฉาอู๋จิ่วให้รอดพ้นจากอันตราย
หม่านสือชีไม่พูดพร่ำทำเพลง คุกเข่าคำนับหยางจวินทันที “บุญคุณในครั้งนี้ ข้าจะไม่มีวันลืม ขอสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อท่านป๋อน้อยตลอดไป”
“ลุกขึ้น!” หยางจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “บุรุษเข้มแข็งต้องไม่คุกเข่าง่ายๆ เพียงเพื่อโสมต้นเดียว เ้าถึงขั้นทำเช่นนี้กับข้า หาก้าตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ จงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อบ้านเมืองเถิด”
“ขอรับ!” หม่านสือชีขานรับเสียงดังฟังชัด
ิหยวนเฝ้ามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปนเป
-----
เชิงอรรถ
[1] เขาไท่ไป๋ซาน หมายถึง ที่สูงที่สุดในภาคตะวันออกของจีนตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี เป็แหล่งกำเนิดของสมุนไพรจีนหายากหลายชนิดรวมถึงโสมด้วย
