ขนาดตอนที่รับมือกับซั่งกวานจือหนิงจูชิงยังไม่ใจอ่อน นับประสาอะไรกับจ้าวจิ้ง
“อั่ก!” จูชิงผสานลมปราณที่ไว้ปลายนิ้ว ภายใต้การชี้แนะของเฒ่าปีศาจ ลมปราณนั้นสร้างพันธนาการในกายาของจ้าวจิ้ง ปิดผนึกตันเถียนของนางเอาไว้!
“เ้าทำอะไรกับข้า?” จ้าวจิ้งใเป็อย่างมาก นางััมิได้ถึงลมปราณในร่างกายแม้แต่น้อย
“เ้าทำลายขั้นบำเพ็ญเพียรของข้ารึ!” จ้าวจิ้งตัวสั่นเทา สำหรับจอมยุทธ์แล้วนั้นการสูญเสียขั้นบำเพ็ญเพียรไปเปรียบเสมือนโศกนาฏกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนางที่เป็ยอดหญิงแห่งหอสุราลัย
จูชิงยิ้มเล็กน้อย “วางใจเถอะ ข้าแค่ปิดผนึกตันเถียนเ้าเอาไว้!”
เดิมทีจูชิงกะว่าจะทำลายตันเถียนของจ้าวจิ้งทิ้งจริงๆ ทว่าพอนึกขึ้นได้ว่าจ้าวจิ้งเป็อัญมณีแห่งหอสุราลัย มีความเป็ไปได้สูงมากที่ผู้เยี่ยมยุทธ์จักผนึกสิ่งต้องห้ามเอาไว้ หากจ้าวจิ้งเผชิญกับอันตรายถึงกับชีวิตอาจไปกระตุ้นสิ่งต้องห้ามนั้นเข้า
จ้าวจิ้งผิดหวังเล็กน้อย ผู้เยี่ยมยุทธ์ผนึกสิ่งต้องห้ามไว้ในร่างกายของนาง เมื่อใดที่นางตกอยู่ในอันตราย สิ่งต้องห้ามนั้นก็จะถูกเปิดใช้งาน เบื้องหน้าสิ่งต้องห้ามนี้ ถึงเป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณก็ต้องาเ็สาหัสแทบปางตาย
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ก่อนหน้านี้ข้าเคยพลาดท่าให้กับผู้หญิงคนหนึ่งมาเหมือนกัน” จูชิงพูด
“หน้าด้านไร้ยางอาย เ้ามันไม่ใช่ผู้ชาย!” จ้าวจิ้งจ้องเขม็งมองจูชิง แววตาเต็มไปด้วยโทสะ
“เ้าจะด่าว่าข้าอย่างไรก็ได้ แต่อย่าพูดว่าข้าไม่ใช่ผู้ชาย หากเ้ายังยืนกรานคำเดิม ข้าจะพิสูจน์ให้เ้าเห็นว่าข้าเป็ผู้ชายจริงหรือไม่!” จูชิงมองหน้าอกอิ่มเอิบของจ้าวจิ้งพลางยิ้มเ้าเล่ห์
“บัดซบ!” จ้าวจิ้งยกมือปิดหน้าอกมองจูชิงอย่างระแวดระวังกลัวว่าจูชิงจะทำอะไรนาง
จูชิงจับจ้าวจิ้งเป็เชลยก็ทำให้คนหลายคนใมากพอแล้ว ทว่าเขายังกล้าลวนลามจ้าวจิ้งด้วยคำพูด ช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก!
แม้ว่าจอมยุทธ์ลัทธิเต๋าจักเดือดดาลเพียงใดทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ นับั้แ่วินาทีที่เข้าไปในเขาพันจั้ง ชะตากรรมของเหล่าศิษย์ก็ตกอยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว กระทั่งผู้าุโก็มิอาจแทรกแซง
ถึงจอมยุทธ์ลัทธิเต๋าจะอยากแข็งข้อกับขุนเขากระบี่เทียนหยวนมากแค่ไหน สุดท้ายก็ทำได้แค่สบถด่าเพียงเท่านั้น
จูชิงมองนิ้วชี้ที่เหลือแต่กระดูกพลางขมวดคิ้ว หยิบผลไม้ผลหนึ่งออกมาจากถุงเอกภพ เขาทุบมันแล้วห่อด้วยผ้าขาว จากนั้นก็นำมาพันบริเวณนิ้วชี้
อาการปวดแสบปวดร้อนลดลงมากโดยพลันทันใด นอกจากนี้ยังรู้สึกเย็นสบายราวกับแช่อยู่ในน้ำเย็นก็มิปาน
จ้าวจิ้งมองซากผลไม้ที่เหลืออยู่แล้วพูดว่า “ผลสร้างเืสมานแผล ล่ำซำไม่เบานี่”
“เ้าเองก็รอบรู้ไม่เลว!” จูชิงยิ้มบางๆ
“แน่นอนว่ารู้เยอะกว่าคนหน้าด้านแบบเ้า” จ้าวจิ้งแค่นเสียง
“รู้มากแล้วอย่างไร สุดท้ายก็เป็แค่เชลยของข้า!” จูชิงชำเลืองมอง
“ปล่อยข้าไปตอนนี้ยังทัน ขืนเ้ายังดื้อดึง ระวังจะตายไม่รู้ตัว!” จ้าวจิ้งกล่าว
จูชิงแสยะยิ้ม “เ้าอย่าใช้คำพูดพวกนั้นมาข่มขู่ข้าจะดีกว่า มันยิ่งทำให้ข้าอยากฆ่าเ้ามากกว่าเดิม!”
“เ้ากล้ารึ?” แสงเ้าเล่ห์สาดสะท้อนผ่านแววตาของจ้าวจิ้ง
“ไม่ต้องใช้วิธีนี้ยั่วยุข้า ถ้าเ้าอยากตายมากนัก ข้ามีวิธีการมากมายที่จักพาเ้าไปลงนรกด้วยกัน ฉะนั้นอย่าได้สงสัยในคำพูดของข้าอีก!” จูชิงทำหน้าขึงขังมองจ้าวจิ้ง
จ้าวจิ้งใจสั่นสะท้าน นางเหมือนเห็นปีศาจกระหายเือยู่ตรงหน้า สายตาของจูชิงที่มองมาทำให้จ้าวจิ้งรู้สึกราวกับถูกกระบี่นับพันหมื่นเล่มทิ่มแทง
ลมปราณที่พันธนาการตันเถียนของจ้าวจิ้งมิใช่ลมปราณสามัญ หากเป็ลมปราณั เมื่อใดที่สูญเสียการควบคุมของจูชิง ลมปราณัจักะเิในร่างของจ้าวจิ้ง ถึงจ้าวจิ้งจะมีสิ่งต้องห้ามของผู้เยี่ยมยุทธ์สลักฝังอยู่ก็ช่วยชีวิตนางไม่ได้!
“ดูเหมือนจะมีคนที่ไม่ได้สนใจว่าเ้าจะเป็หรือจะตาย!” จูชิงแสยะยิ้ม จับตัวจ้าวจิ้งไว้แน่น สายตาเหลือบมองไปอีกฝากหนึ่ง!
“เ้าทำอะไร!” จ้าวจิ้งใมาก
“จูชิงส่งตัวจ้าวจิ้งมาซะ แล้วข้าจะเหลือศพไว้ให้กลบฝัง!” ที่แท้แล้วมีคนแอบตามทั้งคู่มาจนได้ ศิษย์ลัทธิเต๋าคนนั้นคำราม
“โง่เง่า!” จูชิงสบถพลางเหยียดเท้าถอยไปพร้อมกับจ้าวจิ้ง
“อย่าหนีนะ!” ศิษย์ลัทธิเต๋ามีโทสะ ฟาดฟันแสงกระบี่โดยไม่ได้คำนึงว่าจูชิงจักดึงตัวจ้าวจิ้งมาบังหรือไม่!
แม้ว่าแสงกระบี่นั่นจักฆ่าจูชิงได้ ทว่าจ้าวจิ้งที่ยืนอยู่ข้างหน้าจูชิงก็ย่อมต้องถูกแสงกระบี่ฆ่าตายเช่นเดียวกัน!
ทว่าจูชิงหรือจักยอมตายง่ายๆ แขนขวาแปรเปลี่ยนเป็กระบี่โลหิตทำลายแสงกระบี่แหลกสลายในพริบตา
“รนหาที่ตาย!” ศิษย์ลัทธิเต๋าเหยียดยิ้มแล้วทิ้งกระบี่จากมือ!
“โฮกกกก!” เสียงเสือคำรามเอ็ดอึง คนผู้นั้นกลายร่างเป็เสือโจนทะยานผ่านระยะห้าหกจั้งในชั่วพริบตาเดียว เขาปรากฏกายด้านหลังของจูชิงในชั่วพริบตา
“นักรบิญญาอสูร สมกับที่เป็ลัทธิเต๋า หนึ่งในสามขุมพลังอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปเฉียนหยวน!” คนที่ดูสถานการณ์อยู่ข้างนอกเขาพันจั้งอุทานเสียงหลง
พวกเขาเองก็มีนักรบิญญาอสูร นักรบิญญาอสูรเป็ดั่งความหวัง เป็ดั่งเสาหลักที่ขุมพลังอำนาจยอมทุ่มเททรัพยากรเพื่อเลี้ยงดูพวกเขา
ทว่าศิษย์ผู้นั้นเป็ที่รู้จักไม่มากนักในลัทธิเต๋า กระทั่งศิษย์เช่นนั้นยังเป็นักรบิญญาอสูรได้ กล่าวได้ว่าฐานพลังของลัทธิเต๋านั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเขาหลายเท่า
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาถึงกล้ามาหาจูชิงคนเดียว ที่แท้ก็มีไพ่ตายซ่อนอยู่นี่เอง
“นักรบิญญาอสูร เข้ามาสิ ข้าจะสู้กับเ้าเอง!” จูชิงหัวเราะลั่น เขาปล่อยจ้าวจิ้งทิ้งไว้อีกด้าน เอี้ยวตัวหลบกรงเล็บและเหวี่ยงเท้าเตะออกไปในเวลาเดียวกัน
“ครืนนน!” ศิษย์ลัทธิเต๋าผู้นั้นััได้ว่าอกของตัวเองสั่นสะท้าน พลังมหาศาลอัดกระแทกใส่จนตัวกระเด็น
ทว่านักรบิญญาอสูรที่แปลงกายเป็สัตว์อสูรได้มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าตอนที่เป็มนุษย์หลายเท่านัก ลูกเตะนั้นเพียงแค่ทำให้เขาตัวกระเด็นลอยไปไม่กี่จั้งเท่านั้น
ศิษย์ลัทธิเต๋าคำราม กายาเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง รูปลักษณ์ค่อยๆ วิวัฒน์กลับกลายเป็มนุษย์ ทว่ายังคงมีท่าทางเหมือนกับสัตว์อสูริญญา หางยาวพันล้อมรอบเอว!
“คิดไม่ถึงว่านักรบิญญาอสูรจักสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตาม้า!” จูชิงยิ้ม
“เป็แค่ขั้นหลอมกายาหากกลับมีพลังเหนือชั้น ดูเหมือนเ้าจะมิได้ฝึกฝนวิชาทั่วไปสินะ” ศิษย์ลัทธิเต๋าผู้นั้นแสยะยิ้ม
“ไม่เท่าไหร่ แค่แข็งแกร่งกว่าเ้านิดหน่อย” จูชิงพูดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ศิษย์ลัทธิเต๋าหน้าเปลี่ยนสี “จะตายอยู่รอมร่อยังปากดีอยู่อีก จำหน้าข้าให้ดี ว่าข้าเหลียนเฉิงลัทธิเต๋าผู้นี้เป็คนสังหารเ้า!” สิ้นเสียงนั้นเหลียนเฉิงก็เคลื่อนไหวทิ้งไว้เพียงร่างเงา ก่อนที่กายาแกร่งกล้าจะปรากฏเหนือศีรษะของจูชิง!
“กรงเล็บทลายทองคำ!” เหลียนเฉิงเปล่งเสียงทุ้ม แสงสีฟ้าสว่างวาบผ่านกรงเล็บ!
มวลอากาศเบื้องหน้าจูชิงหยุดนิ่งชั่วขณะ กรงเล็บฟ้าครามทำลายทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า กระทั่งจูชิงก็สามารถถูกฉีกเป็ชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ!
นี่คือพลังของนักรบิญญาอสูร นอกจากมีความเร็วและความแข็งแกร่งของสัตว์อสูริญญาแล้ว ยังสามารถใช้ลมปราณของมนุษย์ได้อีกด้วย เมื่อทั้งสองสิ่งผสานรวมกันเป็หนึ่งแล้วทำให้ยากยิ่งที่จักรับมือ
“จูชิง ถึงคราวตายของเ้าแล้ว!” เหลียนเฉิงคำราม จ้าวจิ่งที่ถูกผลักไปอยู่อีกทางหนึ่งก็คิดเช่นนั้น จอมยุทธ์ที่ดูสถานการณ์อยู่ข้างนอกเขาพันจั้งก็คิดเช่นเดียวกัน
แต่มีอยู่หนึ่งคน...ไม่สิ มีอยู่สองคนที่ไม่ได้คิดแบบนั้น
“ข้า/เขา รับกระบวนท่านี้ได้แน่!” จูชิงกับซั่งกวานจือหนิงกล่าวในใจพร้อมกัน
“ครืนน!” ลมปราณครอบคลุมทั่วทั้งแขนขวา พลังปราณัว่ายวนเวียน
“พฤฒาสามเสียง!” จูชิงคำราม เืัในกายาส่งเสียงอึกทึก เหวี่ยงหมัดปะทะกับกรงเล็บสีฟ้า
โลหิตไหลตีในลำคอของจูชิง เขากระอักเืออกมา ตัวกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่
เหลียนเฉิงเหยียดเท้าถอยเพียงสองก้าว ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง!
“เป็หมัดที่แข็งแกร่งมาก ไม่น่าจะใช่พลังของขั้นหลอมกายา!” เหลียนเฉิงสูดลมหายใจเข้าลึก
ไม่ว่าจะเป็ลมปราณหรือพละกำลัง สิ่งที่จูชิงสำแดงออกมานั้นเกิดขีดจำกัดขั้นหลอมกายาไปแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณถึงจักทำได้
“เ้าซ่อนขั้นบำเพ็ญเพียรของตัวเองอย่างนั้นรึ!” เหลียนเฉิงแค่นเสียงเย็น
“คิดมากไปกระมัง!” จูชิงเช็ดคราบเืที่มุมปาก นอกจากเืที่กระอักออกมาก่อนหน้านี้แล้ว ดูเหมือนจะมิได้รับาเ็สาหัส
ระหว่างที่ถูกกรงเล็บตะปบฟาด จูชิงใช้ลมปราณปัดป้องต่อต้านพลังไว้ส่วนหนึ่ง จังหวะที่กระแทกกับต้นไม้นั้นก็ใช้ลมปราณปัดป้องเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้น ถึงจักไม่ตายกระดูกน่าจะแหลกสลายเป็ผุยผงไปแล้ว!
“เ้าแค่อ่อนแอ!” จูชิงเลิกคิ้ว
“ยังปากดีได้อีก ถึงเ้าจักซ่อนขั้นบำเพ็ญเพียรไว้แล้วอย่างไร สุดท้ายเ้าก็เป็แค่มนุษย์ธรรมดา มิใช่คู่ประมือของข้า!” เหลียนเฉิงคำรณ
เหลียนเฉิงรวดเร็วดั่งสายลม เขาเปลี่ยนรูปร่างไม่ขาดสาย ทิ้งร่างเงาตกค้างนับสิบร่างไว้ทั่งบริเวณ ขณะนั้นจูชิงไม่สามารถแยกออกว่าร่างไหนคือร่างจริง
“กรงเล็บราชันอสูร!” กรงเล็บไขว้อำมหิตปิดกั้นเส้นทางหนีของจูชิง
เหลียนเฉิงกลั่นหลอมิญญาอสูรเสือดำ ทั้งยังฝึกฝน《กรงเล็บราชันอสูร》วรยุทธ์บุษราระดับต่ำ สามารถเสริมพลังให้กับิญญาอสูรเสือดำได้สูงสุด
กรงเล็บราชันอสูรเป็กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของวรยุทธ์ที่เขามี พลังของจูชิงสร้างความระแวดระวังให้กับเขาไม่น้อย จักต้องฆ่าจูชิงให้เร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต!
“ถ้าเป็ข้าก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้กลั่นเืั แน่นอนว่าข้าไม่ใช่คู่ประมือของเ้า ทว่าตอนนี้...” จูชิงเปล่งเสียงทุ้ม พู่กันเขาแรดประจักษ์ในมือ
“ฟึ่บ!” ขนนกสีทองลอยออกมาจากถุงเอกภพ จูชิงวาดอักขระิญญาปราณกระบี่ลงบนขนนกทองคำ!
ครั้นอักขระิญญาปรากฏ ขนนกทองคำเสมือนคมกระบี่ อานุภาพกล้าแกร่งราวกับจักทลายฟ้าถล่มผืนปฐี!
“นักหลอมอักขระิญญา!” เหลียนเฉิงเบิกตาทั้งสองกว้าง
เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ที่เฝ้าดูผ่านกระดานหยกหน้าเปลี่ยนสี นักหลอมอักขระิญญา! จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาเป็นักหลอมอักขระิญญาอย่างนั้นรึ!
หลิ่วซานกับผู้าุโลองกระบี่แทบกระอักโลหิต พวกเขาส่งนักหลอมอักขระิญญาเข้าไปในเขาพันจั้งอย่างั้นรึ!
ศิษย์ที่มีพร์ด้านการหลอมอักขระิญญาพบเจอได้ยากยิ่งยวด เมื่อใดที่สำนักค้นพบ พวกเขาย่อมฟูมฟักราวกับไข่ในหิน จักยอมปล่อยให้ตกอยู่ในอันตรายเยี่ยงนี้ได้อย่างไร!
