การนั่งรถไฟจากฉางชาตรงมายังเย้ว์หยางใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น
วันนี้มีฝนตกโปรยปรายทำให้สภาพอากาศเต็มไปด้วยหมอกบางๆเหนือบริเวณทะเลสาบจึงถูกปกคลุมไปด้วยไอหมอก แม้ว่าจะเข้าสู่่ศตวรรษที่ 21 แล้วแต่ก็ยังคงมีเรือประมงหางยาวแบบเรียบง่ายที่ติดตั้งเครื่องยนต์แล้วล่องไปมาอยู่บนแม่น้ำ
หลินลั่วหรานและหรงตงหลินยืนอยู่บนเขื่อนทะเลสาบต้งถิงลมทะเลสาบแ่เบาพัดพาละอองฝนมาทางพวกเขาทั้งสอง แม้ว่าจะเป็เพียงแค่การพัดผ่านแต่ก็ทำให้เสื้อผ้าของพวกเขาเปียกโชกเช่นกัน
เกลียวคลื่นสั่นไหว ในทะเลสาบต้งถิงที่มีขนาดกว่าแปดร้อยลี้แห่งนี้อย่าได้พูดเพียงแค่พื้นที่ของทะเลสาบที่หดเล็กลงเลยแม้แต่สายน้ำเองก็ไม่ได้ใสสะอาดเหมือนแต่ก่อนแล้ว หากว่ามีวังัอยู่จริงก็ไม่รู้ว่ามันจะยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในน้ำแบบนี้ต่อไปได้อย่างไร
หลินลั่วหรานไม่ได้เห็นั แต่กลับเห็นเรือประมงมากมายที่เริ่มนำเอาผลผลิตที่ได้ในวันนี้ขึ้นมากองไว้บริเวณริมทะเลสาบการห้ามจับปลาใน่ฤดูใบไม้ผลิใกล้จะเริ่มต้นขึ้นดังนั้นชาวประมงจึงรีบใช้เวลา่สุดท้ายนี้ในการจับปลาดังนั้นแล้วพวกปลาจึงถูกลากดึงกลับมาพร้อมกับเสียงดัง ‘แต่กๆ’ของเครื่องยนต์ หลังจากนั้นพวกมันก็ถูกกองเอาไว้ที่ข้างทะเลสาบรอให้พวกคนในครอบครัวที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็คนแก่หญิงสาวหรือเด็กมาช่วยกันคัดแยกปลา
่ฤดูนี้ไม่ใช่ฤดูแห่งการกินปูแต่ว่าที่ทะเลสาบต้งถิงก็ยังมีกุ้งแดงอยู่มากมาย่เดือนมีนาคมและเมษายนต่างก็เป็่ที่กุ้งแดงจะออกวางไข่ดังนั้นในกองปลาที่พวกชาวประมงที่อาศัย่เวลาที่ยังไม่เข้าสู่่ห้ามจับปลาอย่างเป็ทางการจับมาพวกนี้ ส่วนมากก็จะเป็พวกกุ้งแดงทั้งนั้น
หลังจากที่ตายไปแล้ว พวกกุ้งแดงนั้นจะมีฤทธิ์เป็พิษ และไม่สามารถกินได้พวกกุ้งที่ตายแล้วต่างก็ถูกวางทิ้งไว้ที่บริเวณด้านข้างทะเลสาบหลังจากโดนแดดเผาในวันที่ฟ้าสดใสของฤดูใบไม้ผลิ่เดือนมีนาคมพวกมันที่ถูกกองเอาไว้เป็ูเาก็เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าที่ทำให้คนรู้สึกอยากจะอ้วกออกมา
หลินลั่วหรานโปรดปรานการกินหมาล่ากุ้งแดงมากแต่ว่าเมื่อเห็นการจับปลาแบบนี้แล้ว เธอก็ต้องถอนหายใจหนักๆ ออกมา
ดูเหมือนว่าหรงตงหลินจะดูออกว่าเธอกำลังถอนหายใจกับเื่อะไรเขาจึงส่ายหน้าไปมา “มีพี่คนหนึ่งที่พักอยู่ห้องเดียวกันเคยบอกเอาไว้ว่าพวกกุ้งแดงที่เย้ว์หยางมีราคาถูกที่สุดเลยนะครับ ใน่ฤดูร้อนครึ่งกิโลก็ราคาแค่สามถึงสี่หยวนเท่านั้นเองพอราคาตกต่ำขนาดนี้ ก็ได้แต่เอาจำนวนเข้าสู้น่ะครับ”
หลินลั่วหรานยิ้มขึ้นมาโดยที่ไม่ได้คิดมากกับเื่นี้นักเธอจับถือร่มเอาไว้ในมือ และเดินเข้าไปทางนั้นทันที
“พี่สาว กุ้งปลาพวกนี้ขายไหมคะ?
หญิงสาวชาวประมงกำลังก้มหน้าทำงานอย่างหนัก เธอยกมือขึ้นโบกปฏิเสธไปมา
“ไม่แยกขาย ไม่แยกขาย”
หลินลั่วหรานเองก็ไม่ได้ขอร้องอ้อนวอนอะไร เธอค่อยๆ เดินถามไปเรื่อยๆบนเขื่อนทะเลสาบแห่งนี้มีร้านชาวประมงอยู่สิบกว่าร้านและในที่สุดก็มีชายแก่ที่กำลังสูบยาสูบคนหนึ่งสนใจเธอขึ้นมา
ด้วยการทำงานหนักมาหลายปีทำให้ิัของชายแก่คนนี้ปรากฏขึ้นเป็สีแทนทั่วทั้งตัวของเขาส่งกลิ่นคาวปลาออกมา เขากำลังยืนสูบยาสูบคุณภาพต่ำอยู่ข้างๆเรือเล็กเก่าๆ
“คุณตาคะวันนี้จับได้เยอะไหมคะ?”
สถานที่แห่งนี้เดิมทีก็ไม่ได้ใหญ่เสียเท่าไรหลินลั่วหรานเดินขอซื้อปลามาตลอดทาง เดิมทีชาวประมงแก่คนนี้ก็ได้ยินเข้าแล้วและเขาก็รอให้หนุ่มสาววัยรุ่นคู่นี้เอ่ยปากขอซื้อปลาจากเขาอยู่แต่หลินลั่วหรานกลับถามเขาว่า วันนี้จับปลาได้เยอะหรือไม่ ทำให้เขาต้องมองไปที่หนุ่มสาวคู่นี้อย่างชัดๆอีกครั้ง
ดูจากลักษณะท่าทางแล้ว ทั้งสองน่าจะอายุประมาณยี่สิบต้นๆเด็กชายหน้าตาดูธรรมดา แต่เด็กสาวนั้นกลับมีหน้าตาที่สวยงามมาก
“สาวน้อยหนูจะมาซื้อปลาจริงๆ เหรอ?” ชาวประมงแก่สูดยาสูบเข้าไปก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ในใจของหรงตงหลินเต้นระรัวมาตลอด เขาไม่รู้ว่ารุ่นพี่หลินเป็อะไรไปตลอดทางที่ผ่านมา พวกเขารีบร้อนมาโดยตลอด พวกเขาทั้งสองบินตรงมาที่ฉางชาก่อนจะขึ้นรถไฟมายังเย้ว์หยางโดยไม่ได้หยุดพักหายใจเลยแม้แต่น้อยแต่เมื่อมาถึงบริเวณข้างทะเลสาบต้งถิงแล้วหลินลั่วหรานกลับอยากจะกินปลาขึ้นมาเสียเฉยๆ
เมื่อได้ยินการถามกลับของชายแก่คนนี้ หรงตงหลินก็เข้าใจได้ในทันทีคนฉลาดอย่างรุ่นพี่หลินคงไม่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลเขาจึงได้แต่ทำไปตามที่รุ่นพี่หลินได้วางแผนเอาไว้
หลินลั่วหรานขยับดวงตาของเธอไปมาช่างดูไร้เดียงสาราวกับเด็กนักเรียนที่ไม่รู้เื่ราวอะไร
“คุณตา แน่นอนว่าพวกเราต้องมาซื้อปลาสิคะกุ้งปลาของคุณพวกนี้ขายหรือเปล่าคะ?”
ชาวประมงแก่กวาดสายตามองไปยังกุ้งปลาตัวเล็ก และปูแม่น้ำตัวใหญ่อีกไม่กี่ตัวในตัวเรือของเขาก่อนที่จะดับยาสูบในมือลง “เ้าพวกปลาเล็กกุ้งน้อยเหล่านี้ฉันคงจะขายให้กับพวกเธอไม่ได้ ถ้าใครเล่าลือไปก็คงจะหาว่าเหล่าเลี่ยวรังแกเด็ก”
เมื่อเขาเห็นว่าหลินลั่วหรานดูไม่ได้ผิดหวัง และก็ไม่ได้โมโหอะไรเขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไป “แต่ว่าถ้าเด็กน้อยทั้งสองไม่ได้ใส่ใจเื่ความสกปรกแบบนี้ฉันก็พอจะต้มปลาให้พวกเธอกินได้นะ”
หรงตงหลินเหลียวมองไปยังเรือหางยาวสีดำของเขาดูเหมือนว่ามันจะถูกใช้ทั้งจับปลาและใช้เป็บ้านของเขาด้วยดังนั้นจึงสามารถเห็นอุปกรณ์การใช้ชีวิตประจำวันถูกวางเอาไว้ในมุมเรือมันดูดำมืดราวกับผิวของชาวประมงแก่คนนี้ ถ้าจะให้พูดมันก็เป็เรือจับปลาที่ดูสกปรกรกรุงรังลำหนึ่ง
เกรงว่ารุ่นที่หลินจะกินข้าวในสถานที่แบบนี้ไม่ลงหรอก
ในขณะที่หรงตงหลินคิดว่าเธอจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของชาวประมงแก่ใบหน้าของเธอกลับดูสบายใจขึ้นมา
“ถ้าแบบนั้น หนูก็จะขอกินข้าวโดยไม่เกรงใจแล้วนะคะ คุณตา”
เธอเก็บร่มลง ก่อนที่จะะโขึ้นไปบนกระดานเรือแน่นอนว่าหรงตงหลินก็ได้แต่ตามขึ้นเรือไปด้วยความมึนงง
ชาวประมงแก่ก็ไม่ได้เขินอายอะไร เขาใช้ไม้จุดเตาเล็กขึ้นมาและนำเอาหม้อขึ้นมาวางลงไป พร้อมกับต้มน้ำให้เรียบร้อย เขาเลือกเอาปลา กุ้งและปูออกมาจากในแห ก่อนที่จะจัดการควักไส้ทำความสะอาดปลา เอาหัวของกุ้งแดงออกและจัดการกับขาเล็กๆ ของพวกปูออกอย่างรวดเร็วไม่นานนักเขาก็จัดการวางมันลงไปในหม้อ
ไม่มีขิง ไม่มีหอม ไม่มีเครื่องปรุงรสและกลิ่นใดๆหรงตงหลินไม่ได้คาดหวังอะไรกับพวกปลาที่ใช้น้ำเปล่าต้มเหล่านี้นักแต่หลังจากที่ชาวประมงแก่เติมเกลือลงไป มันก็ปรากฏกลิ่นแห่งความสดใหม่ออกมา
ชาวประมงแก่นำเอาชามเซรามิกที่สีตกแล้ว ตักต้มปลาไปให้เขาคนละหนึ่งชามใหญ่
“กินเถอะ”
หลินลั่วหรานยกชามเซรามิกขึ้นเพื่อทานต้มปลาพวกนี้โดยไม่ได้เกรงใจบางทีอาจจะเป็เพราะนอกจากใส่เกลือแล้วก็ไม่ได้ใส่เครื่องปรุงใดๆ ลงไปอีกดังนั้นสำหรับคนที่ชอบกินอาหารรสจัดอย่างคนเมืองหรงเฉิงจึงรู้สึกว่าต้มเหล่านี้ดูจืดชืดแต่เมื่อรับรู้รสชาติแล้วก็สามารถััได้ถึงความสดใหม่ของที่เป็เอกลักษณ์เฉพาะของอาหารสด
“หอมมาก ใช่ไหมรุ่นน้องหรง?”
หลินลั่วหรานทานเข้าไปอย่างพึงพอใจ หรงตงหลินได้แต่ตอบกลับไปด้วยความมึนงงและความจริงก็เป็เพราะว่าในปากของเขาเต็มไปด้วยเนื้อปลาอยู่ด้วย
เมื่อเห็นว่าทั้งสองต่างก็พากันกินอย่างเอร็ดอร่อยใบหน้าของชาวประมงแก่ก็ปรากฏความโลภขึ้นมาในทันที
“คุณตา ขอบคุณที่ชวนให้พวกเรากินปลา...”
“ด้วยความยินดี เธอทั้งสองคนกินปลาไปแล้วสองชาม แถมเขายังดื่มซุปไปอีกถ้วยให้ฉันแค่สามร้อยก็พอแล้ว”
ชาวประมงแก่กวักมือเรียกเงินโดยที่ไม่ได้สนใจคำพูดของหลินลั่วหรานเลยแม้แต่น้อยคนคนนี้อย่าได้พูดถึงเื่ความรู้สึกเลย นี่มันหลอกเอาเงินกันชัดๆ!
“แก...” เมื่อได้ยินดังนั้นหรงตงหลินก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาทันทีเงินสามร้อยกับการกินปลาเล็กๆ พวกนี้สองชาม นี่มันชาวประมงจิตใจดีเสียที่ไหนกันคนคนนี้มันสิบแปดมงกุฎชัดๆ
“ฉันทำไมเหรอ? ฉันบอกเหรอว่าจะชวนให้พวกเธอมากินฟรีๆ?ปลาของฉันพวกนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พวกเธอก็เห็นตอนทำนี่ว่าฉันไม่ได้ใส่สารอะไรลงไปเลย มันก็คุ้มค่ากับเงินสามร้อยแล้วไง” ดวงตาของชาวประมงแก่ขยับกวาดไปทั่ว คำพูดของเขาทำเอาหรงตงหลินหมดคำจะพูด
เขาโต้แย้งกับคนอื่นไม่เก่งนักเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำก็ทำให้เขาโมโหจนหน้าแดงขึ้นมาแต่ก็ไม่รู้จะแย้งกลับไปอย่างไร ถ้าหากว่าไม่กลัวว่าจะเกิดเื่อะไรไม่ดีขึ้นหรงตงหลินก็คงจะสะบัดหน้าเดินหนีไปนานแล้ว
ธนบัตรสีแดงสามใบถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าเงินด้วยมือขาวนุ่มนวลและส่งมันไปให้ชาวประมงแก่ที่เอาเปรียบคนอื่นคนนั้น
ริ้วรอยบนใบหน้าของชายแก่ต่างพากันเบิกบานขึ้น มือที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวรับเอาธนบัตรเ่าั้ไปก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “สาวน้อยหนูนี่พูดรู้เื่ดีจัง ดีมาก ดีมาก”
หลินลั่วหรานส่งสายตาให้หรงตงหลินใจเย็นเอาไว้ก่อนที่เธอจะนั่งลงบนเก้าอี้บนดาดฟ้าเรือ และเริ่มพูดคุยกับชาวประมงแก่ขึ้นมา
บางทีอาจจะเป็เพราะได้รับเงินไปแล้ว ดังนั้นเมื่อเธอถามอะไรชาวประมงแก่ก็จำเป็ที่จะต้องตอบเธอหลินลั่วหรานจึงเริ่มถามขึ้นจากเื่ธรรมดาทั่วไป
“คุณตา คุณน่าจะจับปลาอยู่ที่ทะเลสาบต้งถิงแห่งนี้มาหลายปีแล้วใช่ไหมคะ?”
“ตาดีนี่สาวน้อย...ั้แ่ฉันอายุเก้าขวบก็อยู่บนทะเลสาบต้งถิงนี่มาตลอดจนกระทั่งตอนนี้น่าจะประมาณหกสิบปีได้แล้วล่ะ”
หกสิบปี ประเทศจีนเพิ่งจะก่อตั้งขึ้นเพียงแค่หกสิบสองปีเท่านั้นเขาถือได้ว่าเป็คนเก่าคนแก่จริงๆ
ทั้งสองนั้นพูดคุยกันมาตลอดจนกระทั่งท้องฟ้าดูมืดครึ้มลงชาวประมงแก่เริ่มรู้สึกว่าเงินสามร้อยที่พวกเขาจ่ายมาคุ้มค่ากับเวลาเพียงเท่านี้แล้วเขาจึงเริ่มออกอาการไม่พอใจออกมา
“พวกเธอคงไม่ได้คิดจะนอนบนเรือของฉันใช่ไหม?”
หรงตงหลินนึกไปถึงบริเวณด้านในตัวเรือที่มองสีดั้งเดิมไม่ออกอีกทั้งยังให้ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะแบบนั้น หากว่าจะจำเป็ต้องนอนที่นั่นจริงๆต้มปลาที่กินเข้าไปเมื่อตอนกลางวันก็คงจะกินเข้าไปเสียเปล่าแล้วล่ะ
สายฝนตกหนัก คลื่นลมแรงพัดผ่านมายังบริเวณข้างแม่น้ำมันพัดให้เรือประมงลำเล็กสั่นไหวไปมา บ้างก็มีคลื่นซัดเข้ามาในตัวเรือวันนี้มีฝนพายุตกหนักอย่างที่หาได้น้อยใน่ฤดูใบไม้ผลิ
น้ำเสียงของหลินลั่วหรานถูกสายลมทำให้พัดพาให้แตกขาดออกแต่น้ำเสียงของเธอก็ยังคงเต็มไปด้วยความสบายๆ เช่นเดิม
“คุณตา คุณเป็คนที่ได้เห็นเื่ราวมากมายบนทะเลสาบต้งถิงแห่งนี้คุณว่าถ้าเกิดใต้ทะเลสาบแห่งนี้มีราชวังัอยู่จริง...มันน่าจะอยู่ที่ไหนเหรอคะ?”
ที่รุ่นพี่หลินวางแผนทำมาทั้งหมดก็เพื่อที่จะถามหาตำแหน่งของราชวังัแห่งต้งถิงจากชาวประมงที่ดูนิสัยแปลกประหลาดคนนี้อย่างนั้นเหรอ?
หรงตงหลินรู้สึกว่าในหัวสมองของเขาเต็มไปด้วยความมึนงงคงจะไม่ใช่เพราะว่าบริเวณข้างทะเลสาบแห่งนี้มีลมแรงเกินไป แถมฝนก็ยังตกจนทำให้หนาวแล้วรุ่นพี่หลินเป็หวัด หรือเป็ไข้ขึ้นมาแล้วใช่ไหม...
