พลังอันตรายพุ่งออกมาจากระหว่างคิ้วของชิงอี้หยุน เต้าหลิงหรี่ตาลง จะต้องมีจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งใส่วิชามหาอำนาจบางอย่างลงไปในหว่างคิ้วของเขาเป็แน่ พอถึงยามวิกฤตมันจะสามารถช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้ ทว่าถ้าหากไม่ลงมือฆ่าจริงๆ วิชามหาอำนาจนี้ก็จะไม่สำแดงให้เห็น
ร่างของเต้าหลิงหายวับดุจแสง พลางเหยียดฝีเท้าตรงดิ่งไปข้างใน
วิหคเพลิงที่กำลังจะลงมือสังหารชิงอี้หยุน เมื่อเห็นดังนั้นมันก็แผดเสียงร้องแหลมก่อนจะโยนร่างของชิงอี้หยุนทิ้งพร้อมกระพือปีกทั้งสองพุ่งเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
“สมุนไพริญญา!” ดวงตาของเต้าหลิงเป็ประกาย เขามองเห็นสมุนไพริญญาต้นหนึ่งถูกโอบล้อมไปด้วยแสงดาราจึงรีบคว้ามือออกไป
สมุนไพริญญาทั้งสามต้นนี้มีลักษณะเหมือนกัน รูปร่างของมันคล้ายกับใบดอกไม้ ต้นแรกสูงสิบห้าเิเ มีใบไม้ทั้งหมดห้าใบ แต่ละใบมีลวดลายอักขระสีเงิน ภายในยังมีดวงดาราสลัวๆ จนทำให้เต้าหลิงถึงกับชะงัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นที่สาม มันโอบล้อมไปด้วยพลังดาราบริสุทธิ์ ใบทั้งหกมีแม่น้ำดาราขนาดเล็กร่วงหล่นลงมาจนสามารถมองเห็นดวงดาราแต่ละดวงลอยเคว้งอยู่ ลึกลับจนไม่อาจหยั่งถึง
“อ๊ะ นั่นมันหญ้าดาราหกใบ!” วิหคเพลิงใมาก มันส่งเสียงร้องกล่าวออกมาอย่างห้ามไม่ได้ หญ้าดาราหกใบนั้นหายากเป็อย่างยิ่ง ในโลกภายนอกนั้น มีแค่ต้นเดียวก็สามารถทำให้เกิดานองเืขึ้นได้
หญ้าดาราชนิดนี้เมื่อโตเต็มที่สามารถมีใบได้มากที่สุดถึงเก้าใบ ทว่ายาศักดิ์สิทธิ์เก้าใบที่ว่านั้น คาดว่าคงไม่มีอยู่ ขนาดแค่หกใบยังพบเจอได้ยากมาก แต่ละต้นต่างมีราคาสูงเฉียดฟ้า
เต้าหลิงเหลือบสายตามองไปที่วิหคเพลิงแว็บหนึ่ง พลางเก็บสมุนไพริญญาทั้งสามลงไป ของสิ่งนี้ก่อตัวขึ้นมาจากดารา ซึ่งมันอยู่ในระดับที่สูงยิ่งกว่าหญ้าดาราหลายต่อหลายเท่า
“แบ่งให้ข้าสักอันสิ” วิหคเพลิงฉีกยิ้มพลางหัวเราะฮี่ๆ
“ดูท่าทีของเ้าก่อน ไปได้แล้ว” เต้าหลิงะโขึ้นมาบนหลังของมัน วิหคเพลิงแทบจะสำรอกเื มันใช้ปีกขนาดใหญ่ของมันขึ้นมาเกาหัวพลางกล่าว “เ้าพูดจริงอย่างนั้นหรือ”
ของสิ่งนี้มีค่ามากโข ถ้าหากหล่อหลอมสักต้นหนึ่งพลังจะต้องเพิ่มขึ้นสูงมากแน่ วิหคเพลิงใจสั่นอย่างไม่อาจระงับ อย่างไรเสียาาปีศาจนี่ก็เป็ยอดฝีมือ ถ้าตามเขาไปจะต้องได้ผลพลอยได้ไม่น้อย
“รีบไปสิ อย่าพล่ามมาก” เต้าหลิงกล่าวเร่ง ข้างในนี้จะต้องมีของล้ำค่าอยู่อีกแน่ อีกประการเพราะยังไม่เจอเด็กหนุ่มเขา์โบราณคนนั้น เดาว่าน่าจะกำลังหาของอยู่
ในตอนที่ออกมา เต้าหลิงก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังสนั่น แม่น้ำดาราตรงหน้าะเิออก ไม่ต่างจากสายน้ำบ่าไหลทะลัก กลุ่มดวงดาราปรากฏขึ้นเหมือนกับว่าวิหาร์ได้ถูกเปิดขึ้นแล้ว
วิหคเพลิงกลืนน้ำลายลงคอ ดวงตาของมันแดงก่ำ ก่อนจะรีบบินเข้าไปในวิหาร์
เมื่อพวกเขาไปถึง ข้างในกำลังบังเกิดาขนาดใหญ่ ยอดยุทธ์ของสำนักซิงเฉินเองก็อยู่ที่นั่น เด็กหนุ่มเขา์โบราณนั้นแข็งแกร่งมาก ทั่วร่างของเขาโอบล้อมไปด้วยแสง์ พลังรุนแรงปั่นป่วนตลบอบอวลไปทั่ว ฝ่ามือปล่อยการโจมตีออกไปหมายจะสังหารุ์ตนหนึ่งเสีย
กันเหยาก็อยู่ที่นั่นเช่นเดียวกัน รูปร่างของนางอรชรอ้อนแอ้น ผิวสีขาวดุจหิมะสะท้อนแสงดวงตะวัน และในตอนนั้นนางกำลัง่ชิงหนังสัตว์อสูรชิ้นหนึ่งอยู่
หนังสัตว์อสูรสีเงินทั้งสามชิ้น ปลดปล่อยแสงดารา ดูไม่ชัดเจนเท่าไหร่นักว่าบันทึกอะไรเอาไว้ ทว่าทุกคนในที่แห่งนั้นต่างก็แย่งชิงหนังสัตว์อสูรทั้งสามชิ้นนี้ เป็ไปได้ว่ามันจะต้องเป็ของดีที่สุดยอดมากแน่
“ไสหัวไปซะ!” เด็กหนุ่มเขา์โบราณแข็งแกร่งยิ่งนัก พลังทั่วร่างของเขาเดือดพล่าน คลื่นลูกใหญ่เอ่อล้นทะลัก ก่อนที่ผู้คนเจ็ดแปดคนจะสำรอกเืกองใหญ่ออกมา
“คนคนนี้น่ากลัวเสียจริง เขามาจากที่ไหนกัน” ยอดยุทธ์ของสำนักซิงเฉินมองอย่างตกตะลึง ในกลุ่มคนซึ่งตะลุมบอนต่อสู้ก็มีอัจฉริยะของสำนักซิงเฉินอยู่ แต่พวกเขาไม่อาจจะทำอะไรเด็กหนุ่มได้เลย
เด็กหนุ่มผมสีม่วงเองก็อยู่ที่นั่น เขากำลังประมืออยู่กับเด็กหนุ่มเขา์โบราณ คนที่อยู่โดยรอบไม่กล้าที่จะเข้าใกล้พวกเขา ซ้ำร้ายยังรีบแยกย้ายกันไปต่อสู้ที่อื่น
“ทำอย่างไรดี คนที่นี่แข็งแกร่งกันทุกคนเลย” วิหคเพลิงบินอยู่กลางอากาศพูดเสียงต่ำออกมา “มีแค่ชิ้นที่สามน่าจะแย่งได้ง่ายที่สุด”
“เข้าไป” สายตาของเต้าหลิงจ้องมองไปยังหนังสัตว์อสูรชิ้นที่สาม ชิ้นที่สองกันเหยากำลังแย่งชิงอยู่กับกลุ่มคน มีเพียงชิ้นที่สามเท่านั้นที่เขาพอจะมีโอกาส วิหคเพลิงชะโงกหัวพลางบินเข้าไป ตำแหน่งดังกล่าวมีคนอยู่สิบกว่าคนกำลังแย่งชิงหนังสัตว์อสูร พวกเขาเข้าห้ำหั่นกันอย่างหน้ามืดตามัว เืสาดกระเด็นเปรอะเปื้อนไปทั่ว เ้าของของหนังอสูรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ซ้ำหน้า
“ถ้าพวกเราแย่งชิงมันมาได้ จะต้องถูกล้อมแน่ คนพวกนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะอ่อนแอ” วิหคเพลิงกล่าวเสียงเบา
“เ้าไปดึงดูดความสนใจของพวกเขา ข้าจะไปเอาหนังสัตว์อสูรมาเอง พอถึงตอนนั้นก็ค่อยออกไปจากที่นี่” เต้าหลิงพูด
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของวิหคเพลิงก็พลันดำมืดขึ้น มันตะเบ็งเสียงออกไปว่า “อย่างนี้ข้าก็กลายเป็ตัวล่อน่ะสิ เ้าเก่งนักเ้าก็ไปเองสิ!”
“อย่างนั้นก็ได้ ข้าจะไปเป็ตัวล่อให้ แล้วเ้าคิดว่าเ้าจะแย่งชิงหนังสัตว์อสูรมาได้หรือไม่” เต้าหลิงเขม่น
วิหคเพลิงหน้าคล้ำเครียด มันครุ่นคิดลังเล จากนั้นเต้าหลิงก็กล่าวต่อ “ที่นี่เป็วิหารดาราโบราณที่ถูกปิดผนึกเอาไว้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีมรดกล้ำค่าที่น่าหวาดหวั่นอยู่ ไม่ต้องลังเลแล้ว ถ้าเ้าพลาดโอกาสนี้ไป เ้าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ เ้าลองคิดดูนะขนาดคนของเขา์โบราณยังอยากได้ แค่คิดก็รู้แล้วว่ามันมีค่ามากขนาดไหน โอกาสมาถึงมือขนาดนี้แล้วไม่รีบคว้าเอาไว้ เ้านี่ช่างโง่เขลาเสียจริงๆ”
“เ้าว่าใครโง่เขลา ข้ากำลังเตรียมตัวอยู่ต่างหากล่ะ” วิหคเพลิงคำรามดัง มันอ้าปากคายตราล้ำค่าออกมา ฉับพลันเปลวเพลิงร้อนแรงลุกโชนชัชวาล
เต้าหลิงซ่อนอยู่ภายใต้ปีกั์ ส่วนวิหคเพลิงดูวิตกเป็อย่างมาก ดวงตาของมันจ้องมองไปที่านองเืตรงหน้า เมื่อเห็นว่าบัดนี้หนังสัตว์อสูรได้เปลี่ยนเ้าของแล้ว มันก็กล่าวเสียงเบาออกมา “หยุดเสีย ของสิ่งนี้เป็ของข้าแล้ว”
เสียงที่กล่าวออกมา ทำให้ผู้คนหลายสิบคนอึ้งไป พวกเขาใช้สายตาแปลกประหลาดมองไปที่มันแว็บหนึ่งก่อนที่จะเมินเฉย ไม่สนใจมัน
“น่าสงสาร ถูกเมินเสียได้ เฮ้อ”
เต้าหลิงถอนหายใจทำให้วิหคเพลิงบังเกิดโทสะขึ้น มันตะคอกลั่นวาจาออกไปว่า “เ้าพวกโง่ ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรืออย่างไร ไสหัวไปซะ!!”
มีเสียงครืนดังขึ้น ตราล้ำค่าหมุนกลับ เปลวเพลิงปกคลุมไปทั่วพื้นที่ มวลอากาศบีบอัดด้วยความหนักอึ้ง หมายที่จะสยบผู้คนทั้งหมดเสีย
พลังของวิหคเพลิงนั้นรุนแรงเข้มข้น ในเวลาเดียวกันร่างของมันก็พุ่งตรงเข้าไปหาหนังสัตว์อสูรสีเงินซึ่งคนหลายสิบคนกำลังแย่งชิงกันอยู่ ท่าทีเช่นนั้นทำให้พวกเขาโมโหพลุ่งพล่าน เ้านกนี่สามหาวยิ่งนัก มันจะกำราบกลุ่มคนทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรือ นี่มันหยามกันชัดๆ
แรงหมัดแต่ละหมัดมุ่งออกไปหมายที่จะฆ่าวิหคเพลิงให้ตายเสีย กระนั้นความเร็วของมันก็ไม่ใช่ว่าช้า เพียงพริบตามันก็ทะลวงฝ่าออกมา ดึงดูดความสนใจของพวกเขาทั้งหมดได้สำเร็จ
เต้าหลิงะโออกมาจากปีกของวิหคเพลิง พลางโฉบหยิบเอาหนังสัตว์อสูรสีเงินไป แล้ววิ่งออกไปข้างนอกอย่างว่องไว
คนหลายสิบคนที่โจมตีเข้าใส่วิหคเพลิงจนร่างของมันชุ่มไปด้วยเื ในตอนนั้น มีคนมองเห็นเงาซึ่งวิ่งออกไป เขาก็ะโลั่น “แย่ละสิ นี่มันเป็กับดัก เ้านกนั่นก็แค่ตัวล่อ”
กลุ่มคนโกรธเป็อย่างมาก พวกเขาปล่อยตราหมัดทะลวงฝ่าอากาศออกไป พลังโจมตีหลายสิบเส้นเอ่อล้นทะลักออกมาปกคลุมทั่วพื้นดิน
ร่างของเต้าหลิงกลายเป็สีทองแดง ลมปราณอัดแน่นไปทั่วแผ่นหลัง ในเวลาเดียวกันอักขระเรืองแสงก็ปรากฏขึ้น เพลิงโอสถแก้วได้ปกคลุมร่างของเขาเอาไว้
ตูม ตูม ตูม!
การโจมตีหลายสิบกระบวนท่าถาโถมกระหน่ำ ทำให้เพลิงโอสถแก้วที่แปรเปลี่ยนรูปร่างเป็ชุดเกราะาบิดเบี้ยว ก่อนแตกกระจาย พลังแต่ละเส้นกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของเขา อักขระสีทองสูญสลายเป็ผุยผง จนมันพุ่งเข้าปะทะกับเนื้อของเขา
ทั่วร่างของเต้าหลิงสะท้าน มุมปากมีเืไหลออกมา เขาถูกโจมตีจนเกือบจะล้มลง ทว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขา ทำให้ยังสามารถต้านทานไว้ได้ และตอนนั้นเขาวิ่งมาจนเกือบจะถึงหน้าประตูแล้ว
ทันใดนั้น ก็มีร่างเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาดุจสายฟ้า เด็กหนุ่มเขา์โบราณแข็งแกร่งมาก ฝ่ามือของเขาพุ่งเข้าใส่กะโหลกของเต้าหลิงหมายจะฆ่าให้ตายเสีย
ฝ่ามือนี้แข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง แรงกดดันนั้นสามารถทลายูเาทั้งลูกได้
เต้าหลิงพลันใจสั่น เขาััได้ถึงแรงกดดันที่หนักอึ้ง ถ้าโดนโจมตีเข้าจะต้องเจ็บหนักสาหัสแน่แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เตรียมตัวตั้งรับ ฝ่ามือกระชับหมัดแน่น ลมปราณภายในร่างเดือดพล่านขึ้น ก่อนที่จะสวนกำปั้นซัดกลับไป
ตูม! เสียงดังสนั่นกึกก้องจนแก้วหูสั่นคลอน เหมือนกับูเาสองลูกปะทะเข้าด้วยกัน บริเวณโดยรอบะเืไหวโยก
“หืม ไม่เลวเลย” เด็กหนุ่มเขา์โบราณประหลาดใจเป็อย่างมาก เขาััได้ว่าคนคนนี้แข็งแกร่ง จิตสังหารเผยขึ้นมาภายในแววตา ขั้นพลังของเขาสูงกว่าเต้าหลิงมากอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่ายืนอยู่บนขั้นสถิติญญาสูงสุด พลังเปี่ยมล้นยอดเยี่ยมเหมือนกับแม่น้ำขนาดใหญ่ที่พุ่งทะลักออกมาจากแขน เขาเพ่งเล็งโจมตีเข้าใส่เต้าหลิงหมายจะฆ่าให้ตาย
เต้าหลิงไม่ได้โต้กลับ กระนั้นร่างของเขากลับกลายเป็สีทองแดง ลมปราณอัดแน่นอยู่ใต้ิั อักขระทอประกายอร่ามรวมกันเป็แผ่นเดียว ร่างทั้งร่างกระเด็นลอยออกไป
เด็กหนุ่มเขา์ส่งเสียงฮึ จากนั้นก้าวเท้าอย่างไม่รีบร้อน คนหลายสิบคนที่ไล่ตามเต้าหลิงมาต่างก็กัดฟันกรอด ก่อนต้องหันกลับไปแย่งชิงหนังสัตว์อสูรชิ้นที่สองเสียแทน
ทว่าในตอนที่เดินออกมาจากวิหาร สีหน้าของเขากลับขึงขังขึ้น ตรงนั้นไม่มีคนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
“หาที่ตาย” เด็กหนุ่มเขา์โบราณเอ่ยเสียงเย็น พลังที่น่ากลัวโคจรไปทั่วร่าง ดวงตากร้าวน่าหวั่นเกรงมากยิ่งขึ้นราวกับน้ำวนที่สามารถดูดกลืนจิติญญาของมนุษย์ ทำเอาคนที่มองเห็นใจสั่นสะท้าน
