ภายในส่วนลึกของสำนักซิงเฉิน กลุ่มคนกลุ่มใหญ่ทยอยเดินเข้าไป เมื่อไปถึงพวกเขาก็ะโข้ามผ่านรอยแตก
เต้าหลิงเองก็ะโเข้าไปเช่นเดียวกัน ร่างของเขาปรากฏขึ้นภายในพื้นที่หนึ่ง ความรู้สึกราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นดึงดูด
“ดูเหมือนว่าจะเป็อย่างที่เขาพูด เมื่อเข้าไปข้างใน ก็จะถูกดึงดูดเข้าไปในสถานที่โบราณ มหัศจรรย์จริงๆ” เต้าหลิงพยักหน้าส่งเสียงพึมพำ เขาััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
“หยุดตื่นเต้นได้แล้ว รีบจับข้าไว้เร็ว” หลินซือซือบอกอย่างร้อนรนเพราะร่างของนางกำลังจะหายไปแล้ว
เมื่อสิ้นสุดประโยคของนาง ฝ่ามือของเต้าหลิงก็คว้าจับข้อมือขาวนวลเอาไว้ ก่อนที่ร่างของพวกเขาทั้งสองจะหายไปพร้อมกัน
เต้าหลิงััได้ว่าตนได้มาอยู่ท่ามกลางท้องนภา ดวงดาราลอยสูง แสง์ร่วงหล่นลงมา สุกใสละลานตายิ่ง ดวงดาราแต่ละดวงหมุนวนไปมาจนเกิดเสียงดังวิ้งๆ ดูแล้วพิศวงซับซ้อนเป็อย่างมาก
กลุ่มดวงดาราหมุนโคจรไปมา พลังมหาศาลแผ่ซ่าน ทำให้ทั่วทั้งฟ้าดินสั่นไหว จากนั้นก็เลื่อนไหลเข้ามาแล้วเรียงตัวกันอยู่ท่ามกลางห้วงมิติ น่าอัศจรรย์เหนือสิ่งใด
เสียง์ดังะเิลั่นออกมาที่ข้างหูดวงดาราแต่ละดวงใหญ่โตและแข็งแกร่ง ทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยคลื่นพลังโบราณเก่าแก่ พลังซึ่งอยู่รายรอบหนาแน่นหนักหน่วงคล้ายสามารถบดทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง
พวกเขาทั้งสองมาถึงดินแดนอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง ดอกไม้ใบหญ้าเขียวขจีดุจหยก ล้อมรอบด้วยธารน้ำตก สถานที่แห่งนั้นมีพลังิญญาปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้าดิน ที่ไกลออกไปมีหมอกหนาเป็ชั้นๆ ทั้งยังมีขุนเขาปรากฏให้เห็นอยู่ลิบๆ คล้ายกับดินแดนเซียนอย่างไรอย่างนั้น
ใบหน้าของหลินซือซือเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นางสูดลมหายใจเข้าลึก ััได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ที่ไหลแล่นเข้าไปในร่างกาย ทั่วร่างของนางโอบล้อมด้วยแสงอ่อนๆ ทั้งสงบและอบอุ่น นางยิ้มออกมาจนดวงตากลมโตโค้งเว้าเช่นพระจันทร์ข้างแรม
“เป็พลังที่เข้มข้นมาก ถึงจะเป็เขาิญญาโบราณ พลังงานก็คงจะไม่เข้มข้นขนาดนี้ ที่นี่จะต้องมีถ้ำิญญาอยู่แน่นอน ถ้าหาเจอพลังจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็แน่”
ผมดำขลับของนางปลิวพลิ้วไปตามสายลม ชายเสื้อกระพือขึ้น ในขณะที่นางกำลังจะยกแขนแล้วก้าวฝีเท้าเดินออกไปนั้น สายตาของนางชำเลืองไปเห็นฝ่ามือกว้างของเต้าหลิงซึ่งจับข้อมือของนางเอาไว้ ใบหน้าของนางกลายเป็สีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตเหลือบมองไปที่เขาแว็บหนึ่ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังหลับตา นางก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าวออกมา “เ้าคิดอะไรอยู่อย่างนั้นหรือ?”
เต้าหลิงเหมือนกับบรรลุแล้ว พลังภายในร่างของเขาไหลเชี่ยว ดวงดาราแต่ละดวงในห้วงมิติกว้างใหญ่นั้นทำให้เขาหยั่งรู้ความหมายที่แท้จริงของดวงดารา
ดวงดาราดวงเล็กๆ ที่อยู่ภายในร่างหมุนไปมาทั้งยังอัดแน่นไปด้วยคลื่นพลังลี้ลับ คล้ายกับว่าได้ผสานพลังเข้าด้วยกัน
เสียงเรียกของหลินซือซือทำให้เต้าหลิงตื่นขึ้นมาจากภวังค์ เขาลืมตาแต่ยังดูดซับพลังโดยรอบเข้าไปในร่าง ในตอนนั้นเอง เขาก็ััได้ว่าภายในพลังงานที่ดูดซับเข้าไปนั้นมีพลังต้นกำเนิดแอบแฝงอยู่เล็กน้อย
“ฟ้าดินของที่นี่สามารถให้กำเนิดพลังต้นกำเนิดได้ สมแล้วที่เป็ฟ้าดินสมัยโบราณ” เต้าหลิงอึ้งไป เขารู้สึกอิจฉาคนสมัยนั้นเป็อย่างมากที่สามารถฝึกฝนยุทธ์และกลายเป็ยอดยุทธ์ได้อย่างง่ายๆ
ทว่าโลกในตอนนี้นั้นมีพลังต้นกำเนิดอยู่น้อยมาก การที่จะเป็ยอดยุทธ์ที่มีฝีมือได้จึงเป็เื่ลำบากแสนเข็ญ
พลังต้นกำเนิดสำหรับผู้ฝึกยุทธ์เป็พลังที่สำคัญมากเพราะในขั้นที่สองจำต้องเปิดพลังศักยภาพของกล้ามเนื้อเพื่อสร้างโลกเล็กขึ้นมา ถ้าหากในโลกเล็กไม่มีพลังต้นกำเนิด เช่นนั้นจะกลายเป็โลกที่สมบูรณ์ได้อย่างไร
“อย่ามัวแต่เหม่อสิ พวกเราไปหาถ้ำิญญากัน ที่นี่จะต้องมีถ้ำิญญาอยู่แน่” หลินซือซือเดินนำไปก่อน นางกวักมือเรียกเร่งให้เขาเดินเร็วขึ้นมาอีก
“ใช่แล้ว ถ้ำิญญา” ภายในหัวใจของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาเคยเห็นคำอธิบายเื่ของถ้ำิญญาในตำราโบราณเล่มหนึ่งที่หอคัมภีร์ยุทธ์ การที่จะถ้ำิญญาจะเกิดขึ้นมาได้นั้นจะต้องใช้พลังที่เข้มข้นเป็อย่างมากของฟ้าดิน ทั้งยังต้องใช้ระยะเวลายาวนานนับหลายร้อยปี
ถ้ำิญญาก็เหมือนกับชีพจรั เมื่อได้กลายสภาพก็เท่ากับผ่านจิต มันสามารถดูดซับพลังฟ้าดินได้ด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ดังนั้นยิ่งเป็ถ้ำิญญาที่แข็งแกร่งมากเท่าไร พลังต้นกำเนิดก็จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น
โถงวิหารดารามีอยู่มาั้แ่สมัยโบราณ รวมถึงเวลาที่เปิดขั้นในแต่ละครั้งนั้นสั้นเป็อย่างมาก ดังนั้นถ้ำิญญาในที่แห่งนี้จึงไม่มีทางที่จะเหือดแห้ง มีแต่จะแข็งแกร่งมากขึ้น
“ดูสิ พลังตรงนั้นเข้มข้นมาก ลองไปดูกันเถอะ ไม่แน่ว่าอาจจะมีถ้ำิญญาอยู่ก็ได้” หลินซือซือก้าวเท้าเดินออกไป ชายกระโปรงของนางพลิ้วไสว นางแย้มยิ้มชวนคุยว่า “จะต้องหาถ้ำิญญาระดับสูงให้เจอ ถ้าได้ฝึกฝนอยู่ข้างในนั้นสักระยะ พลังจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่”
เต้าหลิงพยักหน้า ทุกครั้งที่โถงวิหารดาราเปิด คนส่วนใหญ่ก็จะมาหาถ้ำิญญาเพื่อใช้ในการฝึกฝน เพราะพลังต้นกำเนิดในโลกภายนอกนั้นเป็สิ่งที่หาได้ยากเป็อย่างยิ่ง ทว่าที่นี่กลับหาได้ง่ายมาก
เมื่อเดินเข้าไปข้างในได้ครึ่งทาง สายตาของเต้าหลิงก็เป็ประกายวาบ บนเขาเล็กๆ เขามองเห็นต้นสมุนไพริญญาสีม่วงอยู่ต้นหนึ่ง มันโอบล้อมไปด้วยหมอกควันสีม่วง ทั้งยังปลดปล่อยพลังฟ้าดินบริสุทธิ์เข้มข้น
“เป็สมุนไพริญญาที่ยอดเยี่ยมมาก” สีหน้าของเขาตื่นเต้นยินดี ก้าวเข้าไปหาสมุนไพริญญาสีม่วงอย่างรวดเร็ว
“ระวัง! ข้างหลังมีงู” หลินซือซือร้องเตือนเสียงหลง นางเห็นงูิญญาตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากพื้นดิน สีของ มันมีสีเดียวกันกับดินคล้ายกับก้อนหินประหลาดก้อนหนึ่ง
งูิญญาเป็สัตว์อสูรของโลกนี้ ทว่าที่นี่มีกฎฟ้าดินควบคุมอยู่ ถ้าหากออกเกินขอบเขตที่กำหนดเอาไว้ก็จะถูกสังหารในทันที
งูดินแลบลิ้นสีแดงสดของมันออกมา ดวงตาจ้องมองเงาด้านหลังของเขา ก่อนโฉบหัวฉกทำร้าย ภายในร่างเล็กะเิเสียงร้องคำราม ประหนึ่งกระบี่ิญญาทำการโจมตีใส่เต้าหลิง
เต้าหลิงเองก็ััได้ถึงภัยอันตรายที่คุกคามเข้าใกล้ จิต์ของเขาล้นเอ่อทำให้สามารถมองเห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ชั่วพริบตา ฝ่ามือของเขาก็ยื่นออกไปจับร่างของงูิญญาเอาไว้
พึ่บ
งูิญญาคล่องแคล่วว่องไวเป็ที่สุด ร่างของมันหมุนอยู่กลางอากาศคล้ายกับแส้ที่ถูกตวัด แรงพลังนั้นสามารถบดขยีู้เาลูกเล็กได้อย่างไม่ต้องสงสัย
แรงหมัดของเต้าหลิงปะทะเข้ากับงูิญญา เ้าเดรัจฉานพลันสั่นสะท้าน กระดูกแต่ละชิ้นปริแตก มันใเป็อย่างมากก่อนที่จะรีบมุดหนีลงดินไป
“เ้ามุดดินได้ด้วยอย่างนั้นหรือ” มุมปากของเต้าหลิงบิดเบี้ยว ฝ่าเท้าของเขากระทืบลงพื้น เป็ผลให้แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าแตกออกเป็ชั้นๆ ทั่วทั้งูเาเล็กราวกับจะทรุดตัวลงมา
ทันใดนั้นกลับมีแสงสว่างจ้าฉายฉานประหนึ่งแม่น้ำิญญาพวยพุ่งจากใต้ดิน พลังบริสุทธิ์ฟ้าดินเข้มข้นถึงขีดสุดม้วนตัวออกมาเข้าปกคลุมทั่วทั้งฟ้าดิน
พลังงานนี้เข้มข้นเป็อย่างมากซึ่งพวกมันได้แปรสภาพกลายเป็ของเหลว
“พระเ้า พลังงานข้างล่างนี้ทำไมถึงได้เข้มข้นมากขนาดนี้กัน หรือว่าจะเป็ของล้ำค่า” หลินซือซือรีบวิ่งเข้ามา ดวงตากลมโตจ้องมองแสงสว่างเจิดจรัสพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ในแต่ละชั้นโอบล้อมไปด้วยหมอก เหมือนกับบ่อน้ำโบราณ
“โง่เขลาเสียจริง นี่ก็คือถ้ำิญญา ใช่ของล้ำค่าที่ไหนกัน ทว่าโชคของพวกเรานี่ดีจริงๆ จู่ๆ ก็หาถ้ำิญญาเจอเช่นนี้” เต้าหลิงหัวเราะฮ่าๆ เมื่อครู่งูิญญานั้นจะต้องแอบซ่อนถ้ำิญญาเอาไว้ข้างในดิน ถ้าไม่ใช่เพราะเขา้าที่จะจับมัน ก็คงจะไม่เจอถ้ำิญญาที่ซ่อนอยู่ใต้ล่างนี้ “เ้านั่นแหละที่โง่” หลินซือซือส่งเสียงฮึ ดวงตากลมโตจ้องมองไปข้างล่างพลางกล่าวด้วยความปีติ “ดูจากความแข็งแกร่งแล้ว จะต้องเป็ถ้ำิญญาระดับสูงเป็แน่ ลึกจนมองไม่เห็นก้นแบบนี้ น่าจะเปลี่ยนสภาพมานานหลายปี”
“ใช่ พลังต้นกำเนิดที่อยู่ด้านล่างนี้นั้นเข้มข้นเป็อย่างมาก” ดวงตาของเต้าหลิงร้อนผ่าว ถ้าได้ฝึกฝนอยู่ที่นี่สักระยะ เดาว่าพลังศักยภาพของเขานั้นจะต้องพัฒนาขึ้นอีก
“อย่างที่พวกเ้าพูด ถ้าได้ฝึกฝนอยู่ที่นี่พลังจะต้องพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวะโ”
ไม่ไกลมากนักมีชายหนุ่มสามคนเดินเข้ามา พวกเขาถูกแสงสว่างพร่างพรายดึงดูด แต่คิดไม่ถึงว่าจะโชคดีพบเจอเข้ากับถ้ำิญญา
“พวกเ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฝ่ามือเรียวสวยของหลินซือซือกระชับขึ้น สายตาจดจ้องไปที่พวกเขาสามคนพร้อมตวาดแว้ด “ถ้ำิญญานี้พวกเราเป็คนเจอก่อน พวกเ้าคิดจะแย่งอย่างนั้นหรือ?”
“โอ้ ยังมีสาวงามอีกคน” หนังตาของหวังจวิ้นอี้กระตุกยิก กวาดมองสำรวจร่างของนางด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ยแล้วหัวเราะฮ่าๆ ดังลั่น “โชคดีจริงๆ การฝึกฝนครั้งนี้ดูท่าจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ฮ่าๆ”
สีหน้าของหลินซือซือถมึงทึงทันควัน เต้าหลิงพลันรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา เขาหันหน้าไปมองหวังจวิ้นอี้แล้วกล่าวออกมา “บังเอิญจริงๆ“
“เ้า!” เมื่อเห็นเด็กหนุ่ม หวังจวิ้นอี้ก็เกิดโทสะตามด้วยเสียงคำรามคั่งแค้น “เ้า เ้าเดรัจฉาน ที่แท้ก็เป็เ้านี่เอง ข้าจะฆ่าเ้าซะ”
ประโยคดังกล่าวทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบ หวังจวิ้นอี้จะลืมเขาได้อย่างไร เขาเป็คนฆ่าหวังจวิ้นเฟย อีกทั้งยังอัดเขาจนน่วม เป็เื่อัปยศที่เขาไม่มีวันลืม
คิดไม่ถึงว่าจะโชคดี ได้มาเจอเขาที่นี่
“เ้ารู้จักเขาด้วยอย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งเอ่ยปากถาม ท่วงท่าดูโอหัง เดาว่าน่าจะเป็คนที่มีสถานะสูง
“ถึงแม้ว่าเขาจะกลายเป็เถ้าธุลี ข้าก็จำได้” หวังจวิ้นอี้ขบฟันกรอด “เสี่ยวเฟยตายเพราะน้ำมือของเขา! เขาเป็คนฆ่า!“
“อะไรนะ หวังจวิ้นเฟยตายแล้วอย่างนั้นหรือ?!” หวังหยวนจงใเป็อย่างมาก ปู่ของสองพี่น้องหวังจวิ้นเฟยเป็ผู้มีอำนาจของตระกูลหวัง ถึงแม้ว่าปู่ของเขาจะปิดขั้นพลังไปหลายสิบปี ทว่าพลังบารมีนั้นก็ยังคงอยู่ ถ้าหากเื่ดังกล่าวแพร่งพรายออกไป ทั้งตระกูลหวังจะต้องสั่นะเืเป็แน่
สีหน้าของหวังจวิ้นอี้ดูไม่สบอารมณ์อย่างที่สุด เขารู้ว่าเต้าหลิงมีผลึกหินฟ้าอยู่ ซึ่งเขาได้ปิดเื่นี้เอาไว้เพราะอยากจะแย่งชิงผลึกหินฟ้ากลับคืนมา เขารอคอยโอกาสนี้มาตลอด คิดไม่ถึงว่าจู่ๆ จะได้มาพบในสถานการณ์เช่นนี้
“สหาย ถ้าหากเ้าช่วยข้าจับเขาเอาไว้ ข้าจะตกรางวัลให้อย่างงาม” หวังจวิ้นอี้ขบฟันกรอด ใจหนึ่งก็อยากจะแย่งชิงผลึกหินฟ้ามา โดยไม่ให้พวกเขาทั้งสองรู้
“เขาอย่างนั้นหรือ” สีหน้าของหวังหยวนจงดูไม่ดีนัก พลังทั่วร่างเดือดพล่านขึ้น คลื่นพลังรุนแรงแต่ละชั้นม้วนตัวพุ่งออกไปรอบทิศ ทำเอาูเาสั่นะเืพลางแผดเสียงคำรามลั่น “ข้าหวังหยวนจงอยากจะรู้นัก ว่าเ้ามีสิทธิ์อะไรถึงได้กล้าฆ่าคนของตระกูลหวัง!”
“อีกอย่าง อย่าได้เผลอทำร้ายสาวงามเข้าล่ะ ไม่เช่นนั้นจะไม่สนุกเอา” หวังจวิ้นอี้ยังไม่ลืมสาวงาม เขากำชับกับหวังหยวนจง
