ผ่านไปอีกหนึ่งวัน เยี่ยเฉินเฟิงที่ควบคุมเขตแดนให้มั่นคงได้แล้วก็จบการฝึกหนักลงด้วยระยะเวลายี่สิบห้าวัน
ก่อนเขาจะจากไป เขาได้แอบปรายตามองไปทางสตรีชุดดำที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงมุมมืด แสงสีฟ้าอ่อนเลือนรางที่ปรากฏอยู่บนร่างของสตรีชุดดำนั้นทำให้เขารู้สึกทึ่งในพลังของนางเป็อย่างมาก
“สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์มีแต่เสือซ่อนัเร้นจริงแท้ ด้วยพลังของข้าในยามนี้ต่อให้ใช้ไพ่ลับอย่างครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ก็คงไม่ใช่คู่ต่อกรของนางอย่างแน่นอน” เยี่ยเฉินเฟิงส่ายศีรษะไปมา ดึงสายตากลับมาจากสตรีชุดดำที่ยากจะคาดเดาผู้นั้นและเดินออกจากถ้ำแรงโน้มถ่วง
“อ้าว จีชิงเสวี่ยนี่นา นางมาหาข้าทำไมกัน?”
ในตอนที่เยี่ยเฉินเฟิงเดินกลับมาที่เรือนหลังเล็กริมหน้าผา ประสาทััอันเฉียบคมของเขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของจีชิงเสวี่ยที่โชยมาไม่ไกลจากเรือนที่พักของตนเอง
นอกจากจีชิงเสวี่ยแล้ว ยังมีกลิ่นอายแปลกๆ ของอีกสามคน หนึ่งในนั้นเป็ผู้ที่อยู่ในระดับปรมาจารย์อสูรมายาระดับหก
“จีชิงเสวี่ย เ้าอย่าหวังว่าเ้าเยี่ยเฉินเฟิงจะโผล่ออกมาช่วยเ้าเลย ตัวเขาเองยังยากจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ไม่มีทางมาช่วยเ้าหรอก” ชายหนุ่มเ้าของใบหน้าที่มีดวงตาร่องลึก ร่างกายสูงโปร่งผ่าเผย สวมใส่อาภรณ์หรูหราราคาแพงกำลังมองรูปร่างผอมเพรียวอันมีเสน่ห์เย้ายวนใจของจีชิงเสวี่ยด้วยสายตาหื่นกระหาย พูดขึ้นอย่างประสงค์ร้าย
“ซั่งกวนเซินหย่วน เ้าอย่าเข้ามานะ ไม่งั้นข้าจะไปฟ้องผู้าุโคุมกฎให้ลงโทษเ้า” เมื่อสังเกตเห็นแววตาร้อนแรงของชายสวมชุดหรูหรา จีชิงเสวี่ยก็ข่มขู่อีกฝ่ายด้วยสีหน้าซีดขาวทันที
“ฟ้องข้า? ฟ้องข้าเื่อะไรล่ะ?” ซั่งกวนเซินหย่วนเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยพลางกล่าว “ก็ข้าชอบเ้า ทำไมข้าจะตามเกี้ยวเ้าไม่ได้ล่ะ? ผู้าุโคุมกฎจะสนใจเื่พวกนี้หรือ?”
“จีชิงเสวี่ย ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสเ้า แค่เ้ายอมเป็ผู้หญิงของข้า ปรนนิบัติรับใช้ข้าให้สำราญใจ ข้ารับประกันว่าจะไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายกับเ้าอีก”
“เ้า เ้ามันไร้ยางอาย ข้าไม่มีทางตอบตกลงเด็ดขาด เ้าลืมไปได้เลย”
จีชิงเสวี่ยโกรธจนตาแดงก่ำ ทั่วร่างสั่นสะท้าน แต่เพราะซั่งกวนเซินหย่วนเป็ปรมาจารย์อสูรมายาระดับหกและเป็ยอดฝีมืออันดับที่สามสิบห้าบนป้ายพลังยุทธ์อัคคี์ นางจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลยสักนิด
“ไม่ยอมตกลง?” ซั่งกวนเซินหย่วนเผยรอยยิ้มเ็าพลางเอ่ยขึ้น “เ้ารู้ไหมว่าผลลัพธ์ของเื่นี้จะเป็เช่นไร”
“ข้าอยากจะรู้เหลือเกินว่าถ้านางไม่ตอบตกลงจะมีผลลัพธ์เช่นไร”
ไม่รอให้จีชิงเสวี่ยได้เอ่ยโต้กลับ น้ำเสียงเย็นเยียบถึงกระดูกก็ลอยมากระทบโสตประสาทของซั่งกวนเซินหย่วน เมื่อมองไปตามทิศทางต้นเสียง ซั่งกวนเซินหย่วนก็พบว่าเยี่ยเฉินเฟิงกำลังเดินตรงมาด้วยก้าวย่างที่หนักแน่นมั่นคง
“เยี่ยเฉินเฟิง”
ซั่งกวนเซินหย่วนไม่คิดว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะออกมาจากการปิดด่านฝึกฝนแล้ว เมื่อััได้ถึงแรงกดดันจากร่างของอีกฝ่าย ม่านตาของเขาก็หดเล็กลงทันที ใบหน้าฉายแววเคร่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อย
“ทำไมถึงเป็ใบ้ไปแล้วล่ะ ข้ากำลังถามเ้าอยู่นะ ตอบมาสิ ถ้านางไม่ตอมตกลงจะเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”
แม้เยี่ยเฉินเฟิงจะไม่อยากเกี่ยวข้องกับจีชิงเสวี่ยอีก แต่เขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยทนดูอีกฝ่ายถูกรังแกได้
อีกอย่างเขายังแอบรู้สึกด้วยว่าการที่จีชิงเสวี่ยถูกผู้อื่นรังแกมันเป็เพราะผลพวงมาจากเขาเอง
“เยี่ยเฉินเฟิง เ้าอย่าคิดว่าขึ้นไปอยู่บนป้ายพลังยุทธ์อัคคี์ได้ แล้วจะไม่เห็นหัวผู้อื่นอยู่ในสายตาได้ทั้งหมดนะ ข้าจะบอกเ้าให้รู้ไว้ ข้าต่างหากล่ะที่ไม่เห็นหัวเ้าอยู่ในสายตา”
“ข้าก็ไม่เห็นหัวเ้าอยู่ในสายตาเช่นกัน” เยี่ยเฉินเฟิงแสยะยิ้มเ็า ใต้ฝ่าเท้าเกิดแสงสว่างวาบ พุ่งตัวออกไปจู่โจมใส่ซั่งกวนเซินหย่วนอย่างฉับพลัน
เมื่ออยู่ห่างกับซั่งกวนเซินหย่วนเพียงสามเมตร เยี่ยเฉินเฟิงก็ะเิพละกำลังทั่วร่างออกมา พลังนับสองหมื่นห้าพันจินไหลทะลักไปรวมตัวอยู่ในกำปั้นของเขา แล้วจู่โจมหมัดไปทางหน้าอกของซั่งกวนเซินหย่วน
ซั่งกวนเซินหย่วนไม่คิดว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ ถึงกับเมินเฉยต่อกฎสำนักที่ห้ามต่อสู้กันในที่สาธารณะ เขารีบร้อนยกสองฝ่ามือขึ้นมาป้องกันตรงหน้าอกต้านทานหมัดที่เยี่ยเฉินเฟิงชกเข้าใส่
“ตูม!”
เมื่อฝ่ามือและหมัดประสานกัน พลังงานน่ากลัวขุมหนึ่งจึงะเิออกมา พลังงานมหาศาลสั่นกระแทกจนแขนสองข้างของซั่งกวนเซินหย่วนชาหนึบ เืลมไหลย้อนกลับ ร่างกายก้าวถอยหลังอย่างไม่อาจควบคุมได้
“เยี่ยเฉินเฟิงเ้าบ้าไปแล้วรึ เ้ารู้หรือไม่ว่าการเมินเฉยต่อกฎสำนัก และลงไม้ลงมือกันในที่สาธารณะจะมีจุดจบเช่นไร” ซั่งกวนเซินหย่วนรีบโคจรทักษะิญญาเพื่อขับไล่อาการชาวาบตามแขนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะคอกเสียงใส่อีกฝ่าย
“ดรรชนีสะท้านจิต ทลายจิต”
เยี่ยเฉินเฟิงไม่สนใจคำเตือนของซั่งกวนเซินหย่วน เพียงวาดนิ้วชี้ขึ้นบนอากาศเบาๆ กระตุ้นระลอกคลื่นพลังงานออกมา ปรากฏเป็ลำแสงดรรชนีที่คล้ายงูอัสนียาวหนึ่งฉื่อ ห้วงอากาศพลันบิดเบี้ยวลำแสงดรรชนีก็พุ่งออกไปทางซั่งกวนเซินหย่วนทันที
“เยี่ยเฉินเฟิง เ้ายังไม่คิดจะหยุดอีกเรอะ ถ้าเ้ายังไม่ยอมหยุดอีกข้าก็จะไม่เกรงใจเ้าแล้วนะ” ซั่งกวนเซินหย่วนใช้ท่าเท้าแปดก้าวไล่จักจั่น พลิ้วกายหลบจากการโจมตีจากกระบวนท่าดรรชนีทลายจิต พร้อมกับะโด่าทอด้วยความเดือดดาล
ส่วนพรรคพวกที่มาด้วยกันอีกสองคน ก็ใเื่ที่เยี่ยเฉินเฟิงกล้าลงมือโจมตีอย่างกะทันหันจนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“เคลื่อนย้ายเงาพราย!”
เสี้ยววินาทีที่ซั่งกวนเซินหย่วนพลิ้วกายหลบหนี ร่างของเยี่ยเฉินเฟิงก็หายวับไปก่อนจะก้าวทะยานมาอยู่ตรงหน้าของซั่งกวนเซินหย่วนแล้วลงมือโจมตีอย่างต่อเนื่อง
“เยี่ยเฉินเฟิง ในเมื่อเ้าอยากตายนักข้าจะจัดให้เอง”
ซั่งกวนเซินหย่วนถูกเยี่ยเฉินเฟิงโจมตีไล่ต้อนจนเริ่มจะมีโทสะ เงาร่างของจิตอสูรหมีดำปรากฏขึ้นซ้อนทับร่างกายของเขา
เมื่อผสานร่างกับจิตอสูรหมีดำแล้ว พลังที่แท้จริงของซั่งกวนเซินหย่วนก็เพิ่มขึ้นสูงหลายเท่าตัว กลุ่มก้อนพลังิญญาซึมซาบเข้าไปในขาข้างขวาของเขา
“ลูกเตะรุ่งอรุณ”
ซั่งกวนเซินหย่วนกระโจนสูงขึ้นไปบนอากาศก่อนจะตวัดเตะเงาขาอันคมกริบและน่าตื่นตะลึงออกมา เสียงะเิอากาศชั้นแล้วชั้นเล่าฟังดูน่าตระหนก พลังงานมหาศาลพุ่งแหวกอากาศลงมาโจมตีใส่เยี่ยเฉินเฟิง
“พละกำลังสี่หมื่นจิน ทลายไปซะ”
เมื่อเผชิญหน้ากับเคล็ดิญญาที่ซั่งกวนเซินหย่วนร่ายออกมา เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่ได้หลบเลี่ยง เขาควบคุมพลังิญญาภายในร่างให้ผสานรวมเป็หนึ่งกับพลังกาย ก่อนจะะเิพละกำลังสี่หมื่นจินออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่
“ตูม!”
เสียงกัมปนาทที่คล้ายกับอัสนีบาตรดังสนั่น เยี่ยเฉินเฟิงอาศัยเพียงพลังกายเพียงอย่างเดียวในการรับมือกับลูกเตะรุ่งอรุณ เคล็ดิญญาระดับหลิงขั้นกลางที่ซั่งกวนเซินหย่วนใช้ออกมา
แรงสะท้อนกลับอันรุนแรงที่มีพวกเขาทั้งสองคนเป็จุดศูนย์กลาง แผ่ซ่านออกไปทั่วทุกทิศอย่างรวดเร็ว สั่นสะท้านจนจีชิงเสวี่ยและอีกสองคนต้องก้าวถอยหลังอย่างต่อเนื่อง
“อะไรกัน...”
เมื่อเห็นว่าเยี่ยเฉินเฟิงสามารถใช้มือเปล่าๆ รับมือกับลูกเตะรุ่งอรุณได้ ในใจของซั่งกวนเซินหย่วนก็เหมือนมีคลื่นซัดโถมขึ้นฟ้า
ในฐานะที่เป็ยอดฝีมืออันดับที่สามสิบห้าบนป้ายพลังยุทธ์อัคคี์ ซั่งกวนเซินหย่วนรู้สึกมั่นใจในพลังที่แท้จริงของตนเองมาก เขาไม่มีทางจำใจยอมรับได้หรอกว่าเพียงเดือนเดียวเยี่ยเฉินเฟิงจะมีพลังมากพอมาต่อกรกับตนเองได้แล้ว
ในขณะที่เขากำลังอึ้งอยู่นั้น เขาก็พลันรู้สึกตัวว่าเยี่ยเฉินเฟิงได้หายตัวไปจากสายตาของเขาแล้ว
ครู่ต่อมา เขารับรู้ได้ถึงอันตรายจากข้างหลังเตรียมจะพลิ้วกายหลบหนีตามสัญชาตญาณและหยิบอาวุธิญญาออกมาต่อสู้
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เขาพลิ้วกายหลบหนีนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงมือขนาดใหญ่ที่ล็อคคอของเขาไว้ พลังอันน่าหวาดกลัวกดทับจนเขาไม่อาจต้านทานได้ โดนกระชากร่างจนลอยขึ้นไปเหมือนหัวไชเท้าที่ถูกขุดดึง จากนั้นก็โดนทุ่มลงจากที่สูงจนแผ่นหลังกระแทกพื้นอย่างรุนแรง เกิดเป็หลุมขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้น
ในขณะที่ซั่งกวนเซินหย่วนกำลังสับสนมึนงงจากการตกกระแทกอยู่นั้น ข้อเท้าของเขาก็ถูกเยี่ยเฉินเฟิงคว้าจับแล้วกระชากขึ้นจนเขาตัวลอย ในตอนที่เขาร้องะโด้วยความใ ร่างกายก็ถูกอัดกระแทกพื้นลงไปอีกครั้งอย่างโเี้ เืจำนวนมากรินไหลออกมาตามร่างกายของเขา
“ยะ...หยุดนะ” ซั่งกวนเซินหย่วนที่พังยับเยินไปทั้งตัว เ็ปรวดร้าวจนแทบทนไม่ไหวก็เกิดกลัวขึ้นมาจริงๆ จึงเอ่ยห้ามด้วยความทุกข์ทรมาน “ถ้าเ้ายังไม่ยอมหยุด ข้าจะไปฟ้องผู้าุโคุมกฎให้เขาลงโทษเ้า”
“ฟ้อง?” เยี่ยเฉินเฟิงแสยะยิ้มเย็น “เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้เ้าเป็ฝ่ายหาเื่ข้าก่อน ข้าก็แค่ลงมือเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น”
“เ้าคิดว่าผู้าุโคุมกฎจะเชื่อคำพูดของเ้าหรือไง?” ซั่งกวยเซินหย่วนที่ร่างโชกเืเอ่ยขึ้นอย่างเดือดดาล ดวงตาทอประกายดุร้าย
“ไม่ว่าผู้าุโคุมกฎจะเชื่อหรือไม่ แต่มีอย่างหนึ่งที่เ้าจะต้องจำใส่สมองไว้ หากเื่นี้มีการสืบสาวราวเื่ขึ้นมาจริงๆ คนที่จะต้องซวยย่อมไม่ใช่ข้าแน่นอน” เยี่ยเฉินเฟิงเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น “เ้าคิดว่าสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์จะยอมลงทัณฑ์ข้าเพื่อขยะที่ใช้ไม่ได้อย่างเ้าน่ะหรือ?”
“เ้า...”
แม้ว่าซั่งกวนเซินหย่วนจะอยากตอบโต้อีกฝ่ายเพียงใด แต่เขารู้ดีแก่ใจว่าสิ่งที่เยี่ยเฉินเฟิงพูดมาเป็เื่จริง ด้วยพร์ที่สะกิดความสนใจของท่านเ้าสำนักของเยี่ยเฉินเฟิง เื่นี้หากปล่อยให้ลุกลามต่อไป คนที่จะต้องโชคร้ายอาจเป็ตัวเขาเอง”
“เ้ามันร้ายกาจ!”
เมื่อสิ้นไร้ทางเลือก ซั่งกวนเซินหย่วนจึงทำได้เพียงกัดฟันกลืนความแค้นเคืองลงท้องไปแล้วให้พรรคพวกอีกสองคนช่วยกันประคองร่าง เดินจากไปอย่างอัปยศอดสู
