เจียงเฉิงทำท่าเหมือนจะพูดบางสิ่งต่อ แต่หลี่อันหรานไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูด นางตัดบทว่า “ทำตามที่ข้าบอกก็พอ ไม่ต้องสนใจเื่ของข้าหรือไปหาหนิงเชินผู้นั้นอีก” สิ้นเสียง นางก็หันตัวเดินเข้าไปในบ้านทันที
แต่เจียงเฉิงไม่ยอมลดละ เขาอยากจัดการหนิงเชินเพื่อแก้แค้นให้หลี่อันหรานมาเป็เวลานานมาก สิ่งเดียวที่พะวงคือเขากลัวว่าหากทำลงไปแล้วจะทำให้เื่ที่นางถูกข่มเหงถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง
นั่นไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายนาง ซึ่งเป็สิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุด
นี่จึงเป็สาเหตุที่เขายังไม่ได้ลงมือกระทำ เขาอยากรอโอกาสที่จะช่วยแก้แค้นให้นางได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อนาง
“หนิงเชินเป็ผู้ทำร้ายเ้า เ้าไม่อยากแก้แค้นหรือ?” เจียงเฉิงขวางนางไว้
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนไม่เคยคุยเื่นี้อย่างจริงจัง นอกเสียจากที่เจียงเฉิงเคยพูดเพียงว่าจะแก้แค้นให้นางเพื่อตอบแทนบุญคุณ
ทว่าหลี่อันหรานกลับปฏิเสธทันที นางห้ามไม่ให้เขายุ่งกับตัวเอง แม้ว่าทั้งสองคนจะคิดเห็นไม่ตรงกันแต่เจียงเฉิงก็คอยจดจำเื่นี้มาโดยตลอด ไม่เคยคิดจะล้มเลิก
หลี่อันหรานขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ “เื่นี้เกี่ยวอะไรกับท่านกันแน่? เหตุใดท่านต้องยึดติดกับมันไม่ปล่อยด้วย?”
เจียงเฉิงขบกรามแน่น เขาเตรียมที่จะตอบแต่กลับถูกนางตัดบทอีกครั้ง
สีหน้าของหลี่อันหรานเ็า มันเจือไปด้วยความรำคาญและไม่พอใจอย่างเด่นชัด “ท่านช่วยเลิกปฏิบัติต่อเื่นี้ด้วยทัศนคติของการตอบแทนบุญคุณได้หรือไม่? ข้าเคยบอกไปหลายรอบแล้วว่าไม่้าให้ท่านตอบแทน ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งต่างๆ ที่ท่านทำให้ใน่เวลาที่ผ่านมาก็มากพอแล้ว”
หลี่อันหรานร่ายยาวใส่เขาไม่หยุด นางไม่ชอบให้อีกฝ่ายมีท่าทีแบบนี้กับตัวเองที่สุดแล้ว นางจะหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดว่าเขายังอยู่เพราะ้าตอบแทนบุญคุณ
“ตอนนี้ระหว่างเราไม่มีอะไรติดค้างกัน หากท่านอยากไปก็รีบไปเถิด ข้าจะไม่รั้งไว้ แต่ข้าขอบอกให้ท่านรู้ว่าข้าไม่้าให้ท่านยุ่งเื่ของข้าแม้แต่นิดเดียว นี่ไม่ใช่การตอบแทนบุญคุณ หากแต่เป็การทำร้ายข้าต่างหาก”
นางหันหลังกลับเข้าห้องนอนทันทีที่เอ่ยจบ ขังตัวเองอยู่ในนั้นไม่ยอมออกมา
เจียงเฉิงได้แต่ยืนนิ่งค้างด้วยสายตาเลื่อนลอย เขามองประตูห้องที่ปิดสนิทพร้อมกับไตร่ตรองคำพูดเมื่อครู่ของนาง ที่แท้นางก็ไม่อยากคุยเื่ในอดีต ความจริงเขาก็พอจะเข้าใจนางอยู่บ้าง รู้ว่าหากตัวเองทำเช่นนั้นคงไม่ต่างอะไรกับทำร้ายนาง
แต่นางปล่อยวางความแค้นระดับนี้ได้ง่ายแบบนั้นเลยหรือ?
เขาค่อยๆ เดินกลับไปยังห้องของตัวเอง ระหว่างที่กำลังนั่งไตร่ตรองถึงคำพูดเมื่อครู่ของหลี่อันหรานโดยละเอียดบนเตียง อยู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าภายในหัวใจมีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ผุดขึ้นมา
อันที่จริงแล้ว หากเขาอยากตอบแทนบุญคุณก็ตอบแทนได้ด้วยหลายวิธี เขาสามารถช่วยเหลือนางในด้านอื่นๆ ได้ เหตุใดต้องเลือกตอบแทนด้วยการจัดการหนิงเชินเท่านั้นด้วย?
เขาทิ้งตัวนอนลงบนเตียง สายตาเหม่อมองไปยังเบื้องหน้า หากจะว่าด้วยการตอบแทนบุญคุณ เขาก็คงตอบแทนนางไปหมดแล้ว หากจะไปจากที่นี่ก็สามารถไปได้ในทันที
คงจะจริงดังที่หลี่อันหรานว่า เขาไม่จำเป็ต้องซ้ำแผลเดิมของนางด้วยเื่ของหนิงเชิน
ถ้าเช่นนั้น เหตุใดเขายังต้องใช้มันเป็ข้ออ้างในการอยู่ที่นี่ต่ออีก?
เจียงเฉิงนอนพลิกตัวไปมา เขาไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเลยแม้แต่น้อย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่
เขาอยากช่วยหลี่อันหราน แต่ไม่รู้เหตุใดนางจึงเอาแต่ปฏิเสธเขาอยู่ตลอด จะให้ไปยุ่งเื่หนิงเชินก็ดูจะไม่เหมาะสมอีก
หรือว่าเขาต้องหาเื่อื่นมาตอบแทนแล้วค่อยไปจากที่นี่จริงๆ ?
เจียงเฉิงมั่นใจว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเอง้า ทว่าขณะเดียวกันก็ตอบไม่ได้ว่าตัวเองอยากทำอะไรกันแน่
หลังจากวันนั้น หลี่อันหรานไม่สนใจเขาไปสองสามวัน นางดูเหมือนว่าจะจงใจโกรธเคืองเขา เจียงเฉิงทำได้เพียงตีตัวเข้าใกล้ไปช่วยงาน ทว่านางกลับเอาแต่หลบเลี่ยง นี่ทำให้เจียงเฉิงกระอักกระอ่วนมาก
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ยอมแพ้ อย่างน้อยเขาก็ยังไม่อยากไปจากที่นี่โดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกเช่นไรกันแน่
นับจากวันที่ไปไหว้พระที่วัดเทียนหยวนจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสิบกว่าวันแล้ว เจียงเฉิงจะคอยช่วยหลี่อันหรานทำงานที่พอจะช่วยทำได้ที่บ้าน แต่นอกเหนือจากนี้แล้วเขาจะใช้เวลาที่เหลืออยู่นอกบ้านเป็ส่วนใหญ่
หลี่อันหรานยังงานยุ่งเหมือนเคย แม้นางจะคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเจียงเฉิงอยู่ตลอดแต่กลับไม่เคยไถ่ถามอะไร นางมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาเป็แน่ เขาคงมีงานที่ต้องไปจัดการและไม่สะดวกใจที่จะเปิดเผยให้นางรู้
นางเองก็มีงานที่ต้องเตรียมเกี่ยวกับน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดเยอะมากเช่นกัน จึงพยายามทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดเื่ของเขา
ในวันนี้ ขณะที่หลี่อันหรานกำลังทำงานอยู่ตรงลานบ้าน ท่านป้าหวางก็ได้วิ่งะโเรียกนางจากด้านนอก
นางใเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง “เป็อะไรไปหรือเ้าคะท่านป้า? เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
ท่านป้าหวางหยุดหอบหายใจตรงหน้า นางกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอก่อนรีบแจ้งเื่ที่เพิ่งรู้ให้นางฟัง “เกิดเื่ใหญ่แล้ว ตอนที่ป้าขึ้นเขาไปเก็บพริกเมื่อวันนี้ ป้าได้ยินคนในหมู่บ้านพูดกันว่าครอบครัวป้าสะใภ้รองของพวกเ้าเริ่มทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดแล้วเช่นกัน พวกคนที่ขึ้นเขาไปเก็บพริกเมื่อเช้านี้ก็คือเก็บไปให้พวกเขานั่นแหละ”
หลี่อันหรานฟังแล้วก็ใ นางเตรียมจะตอบกลับไปแต่พลันนึกอะไรขึ้นได้ จากนั้นค่อยตอบด้วยรอยยิ้ม “จะเป็ไปได้อย่างไร นอกจากพวกข้าแล้วไม่มีผู้ใดทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดเป็ทั้งนั้น”
“ป้าเองก็ไม่รู้เื่นี้” ท่านป้าหวางขมวดคิ้วเหมือนตระหนักได้ว่าเื่นี้เป็ปัญหาอย่างใหญ่หลวง “แต่พวกเขากำลังทำกันจริงๆ”
น้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของหลี่อันหรานเคยสร้างความโกลาหลขึ้นในหมู่บ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง ชาวบ้านต่างลือกันว่าบ้านใหญ่กับบ้านรองต่างก็้าสูตรจากบ้านสาม ทว่าสุดท้ายก็ชิงมาไม่สำเร็จ
อยู่ๆ ตอนนี้บ้านรองก็เกิดทำเป็ขึ้นมา เป็ธรรมดาที่ท่านป้าหวางจะร้อนใจ “สูตรที่ถูกขโมยไปของพวกเ้ายังคงหาไม่เจอ เป็ไปได้หรือไม่ว่าจะถูกขโมยไปโดยบ้านรอง? นางเป็คนแบบนั้น นี่อาจเป็ฝีมือนางก็ได้”
ทว่าหลี่อันหรานกลับทำเพียงยิ้มบางๆ “ท่านไม่ต้องร้อนใจเ้าค่ะ บ้านรองไม่น่าเป็คนขโมยไป นางไม่มีโอกาสทำอย่างนั้นสักหน่อย นอกจากนี้หัวหน้าหมู่บ้านก็คอยช่วยหาอยู่ตลอด ไม่พบว่าพวกนางเป็คนขโมยไป”
“ถ้าเช่นนั้นพวกนางทำเป็ได้อย่างไร? หรือว่าพวกเ้ามอบสูตรให้?” ท่านป้าหวางเป็คนซื่อตรง การได้สนิทสนมกับครอบครัวของหลี่อันหรานทำให้นางไม่พอใจในท่าทีและพฤติกรรมของบ้านใหญ่กับบ้านรองตามไปด้วย
ด้วยเหตุนี้จึงพูดเข้าข้างพวกหลี่อันหรานเสมอ
“พวกเขาอาจคิดค้นออกมาเองก็ได้เ้าค่ะ อาจไม่เหมือนน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของข้าเสียทีเดียว ท่านป้าไม่ต้องร้อนใจไป”
ท่านป้าหวางตั้งใจะพูดอะไรต่อแต่ถูกหลี่อันหรานห้ามไว้ก่อน “ต่อให้พวกนางจะทำออกมาจริง ของที่ทำออกมาจะไม่มีทางเหมือนของข้าแน่นอน เป็ได้มากสุดแค่ของเลียนแบบ ท่านป้าไม่ต้องกังวลหรอกเ้าค่ะ”
