บทที่ 2 : ศึกชิงห้องอาบน้ำและอาภรณ์ห่อหุ้มความลับ
เสียงลงกลอนประตูไม้ดัง แกร๊ก! ตามด้วยเสียงลากเก้าอี้ไม้ตัวหนักอึ้งมาขวางประตูไว้อีกชั้นหนึ่ง
ถังอวี้หลาน ยืนหอบหายใจแฮกๆ อยู่หลังบานประตูห้องอาบน้ำ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงราวกับกลองศึก นางแนบหูลงกับบานประตู พยายามฟังความเคลื่อนไหวภายนอก เมื่อได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินห่างออกไป นางจึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาได้อย่างเต็มปอด
"เกือบไปแล้ว... เกือบไปแล้วจริงๆ"
นางหันกลับมาสำรวจห้องอาบน้ำของเรือนเหมันต์ แล้วก็ต้องอ้าปากค้างอีกคำรบ
นี่มันไม่ใช่ห้องอาบน้ำธรรมดา แต่มันคือสระสปาส่วนตัวชัดๆ! ตรงกลางห้องมีถังไม้ขนาดใหญ่ที่กว้างพอจะลงไปแช่ได้ถึงสามคน น้ำอุ่นจัดส่งไอลอยกรุ่นขึ้นมาอบอวล ผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรหอมสดชื่นที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ข้างถังมีชั้นวางสบู่หอม ใยบวบขัดตัว และน้ำมันหอมระเหยเรียงรายอยู่อย่างเป็ระเบียบ
"คนรวยนี่มันใช้ชีวิตกันแบบนี้สินะ" นางบ่นพึมพำด้วยความหมั่นไส้ระคนอิจฉา
แต่เวลาไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยสำหรับนาง อวี้หลานรีบวางเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้บนตั่งไม้แห้งๆ ที่อยู่ใกล้มือที่สุด ก่อนจะเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากกายด้วยมือไม้ที่สั่นเทา
เมื่อเสื้อคลุมตัวนอกและเสื้อตัวในหลุดพ้นจากร่าง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือผ้าแถบสีขาวตุ่นๆ ที่รัดพันรอบทรวงอกจนแน่นตึง ผิวเนื้อขาวผ่องบริเวณขอบผ้ามีรอยแดงช้ำจากการเสียดสี
"อูย..." นางสูดปากด้วยความเจ็บยามค่อยๆ คลายปมผ้าออก วินาทีที่ความอึดอัดคลายตัวลง ความรู้สึกโล่งสบายราวกับยกูเาออกจากอกก็เข้ามาแทนที่
หน้าอกอวบอิ่มที่เป็ความภาคภูมิใจของสตรี (แต่เป็หายนะของนางในตอนนี้) ดีดตัวคืนรูปทรงตามธรรมชาติ อวี้หลานรีบก้าวลงไปในถังน้ำอุ่น ย่อตัวลงต่ำจนน้ำมิดคอ
"สบายจัง..." นางหลับตาพริ้ม ปล่อยให้สายน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลและความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
แต่ความสุขมักผ่านไปไวเสมอ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่หนักหน่วงราวกับจะพังประตูเข้ามาดังขึ้น ทำเอาอวี้หลานสะดุ้งสุดตัว น้ำในถังกระเพื่อมแรงจนล้นออกมา
"เ้าเข้าไปตายในนั้นหรือไง?" เสียงทุ้มต่ำของเซี่ยหยางจินดังลอดเข้ามา "ข้าให้เวลาเ้าแค่หนึ่งก้านธูป นี่มันจะหมดเวลาแล้ว!"
"ขะ... ข้าเพิ่งเข้ามาเองนะขอรับ!" อวี้หลานะโตอบเสียงหลง พลางเอามือกอดอกตัวเองแน่น
"คนสกปรกมักข้ออ้างเยอะ" เสียงบ่นอย่างหงุดหงิดดังขึ้น "รีบๆ อาบแล้วไสหัวออกมา ข้าจะได้อาบต่อ หากข้านับถึงสิบแล้วเ้ายังไม่ออกมา ข้าจะพังประตูเข้าไปลากเ้าออกมาขัดตัวให้เอง!"
"จะ... จะเสร็จแล้วขอรับ! อย่าพังนะขอรับ!"
อวี้หลานรีบคว้าสบู่มาถูตัวอย่างลวกๆ ความสุนทรีย์เมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นางรีบวักน้ำล้างตัวแล้วกระโจนขึ้นจากถังน้ำราวกับลูกลิง
ขั้นตอนที่ยากลำบากที่สุดไม่ใช่การอาบน้ำ แต่คือการ 'พันผ้า' กลับเข้าไปใหม่
นางยืนตัวสั่นด้วยความหนาว (หรือความกลัวก็ไม่แน่ใจ) รีบคว้าผ้าแถบผืนยาวมาพันรอบอก การทำเช่นนี้ในขณะที่ตัวยังหมาดๆ และต้องเร่งรีบแข่งกับเวลานั้นยากลำบากแสนสาหัส ปมผ้าลื่นหลุดจากมือครั้งแล้วครั้งเล่า
"หนึ่ง..." เสียงนับเลขดังขึ้นจากหน้าประตู ราวกับเสียงมัจจุราช
"เดี๋ยวสิขอรับ!"
"สอง..."
อวี้หลานกัดฟันแน่น กลั้นใจรัดผ้าเฮือกสุดท้ายจนหน้าเขียว ก่อนจะรีบสวมเสื้อตัวในทับลงไป
"สาม..."
นางสวมเสื้อคลุมตัวนอกอย่างลวกๆ คว้าสายคาดเอวมาผูกเงื่อนตาย
"สี่... ห้า..."
อวี้หลานรีบใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมที่เปียกโชกให้หมาดที่สุด ก่อนจะคว้าข้าวของที่เหลือแล้ววิ่งไปที่ประตู
โครม!
เสียงนางเตะเก้าอี้ที่เอามาขวางประตูไว้ดังสนั่น อวี้หลานร้อง "โอ๊ย" เบาๆ แต่ก็รีบกัดฟันลากเก้าอี้ออกแล้วเปิดประตูผัวะออกไป
ทันใดนั้น นางก็ประจันหน้ากับแผงอกกว้างของเซี่ยหยางจินที่ยืนกอดอกรออยู่หน้าประตูพอดิบพอดี
ท่านอ๋องหนุ่มเลิกคิ้วมองสภาพของ 'รูมเมท' ตรงหน้า
ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกชื้น เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อย แก้มสองข้างแดงปลั่งเพราะความร้อนจากน้ำอุ่น และดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก... มองดูแล้วเหมือนลูกแมวตกน้ำมากกว่าชายหนุ่มอกสามศอก
"ขะ... ข้าเสร็จแล้วขอรับ" อวี้หลานรีบก้มหน้าหลบสายตา กลัวว่าเขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติ
เซี่ยหยางจินย่นจมูกเล็กน้อย ทำท่าสูดดมกลิ่นในอากาศ "อย่างน้อยกลิ่นสาบขอทานก็หายไปบ้าง... แต่เ้าแต่งตัวอะไรของเ้า?"
อวี้หลานใจหายวาบ "ตะ... แต่งตัว? ข้าก็แต่งตัวปกตินะขอรับ"
"นี่มันฤดูร้อน" เขาชี้มาที่คอเสื้อของนางที่ปิดมิดชิดจนถึงลูกกระเดือก (ที่ไม่มีจริง) "เ้าใส่เสื้อซ้อนกันถึงสามชั้น แล้วยังรัดสายคาดเอวแน่นจนเอวกิ่วเหมือนสตรี... ไม่ร้อนหรือไง?"
อวี้หลานหัวเราะแห้งๆ เหงื่อเม็ดโป้งเริ่มผุดซึมตามไรผม "ขะ... ข้าเป็คนขี้หนาวขอรับ! ร่างกายข้าอ่อนแอมาั้แ่เด็ก โดนลมพัดนิดเดียวก็จับไข้แล้ว ท่านแม่เลยสั่งให้ข้าใส่เสื้อหนาๆ เข้าไว้"
"อ่อนแอ" เซี่ยหยางจินพ่นลมหายใจออกมาอย่างดูแคลน "บุรุษที่ร่างกายอ่อนแอ จิตใจย่อมเปราะบางตามไปด้วย... หลบไป ข้าจะอาบน้ำ"
เขากระแทกไหล่นางเบาๆ เดินสวนเข้าไปในห้องอาบน้ำ ก่อนจะชะงักแล้วหันกลับมา
"อ้อ... ระหว่างที่ข้าอาบน้ำ ห้ามเ้าทำเสียงดังรบกวนสมาธิข้า และห้ามแอบดูเด็ดขาด หากข้าจับได้ว่าเ้าถ้ำมอง..." เขาทำท่าปาดคอตัวเองประกอบ "เ้าคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
ปัง!
ประตูห้องอาบน้ำปิดลงทิ้งให้อวี้หลานยืนขาแข็งอยู่ที่เดิม
"ใครจะไปอยากดูของท่านกัน!" นางแลบลิ้นใส่ประตู "ให้ดูฟรียังต้องคิดดูก่อนเลย ตาคนหลงตัวเอง!"
นางรีบเดินกลับไปที่เตียงของตนเอง ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายของฉากกั้น อวี้หลานทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง พลางสำรวจเสื้อผ้าของตัวเองอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งใดๆ เล็ดลอดออกมา
"คืนนี้จะนอนยังไงดี..."
นางกุมขมับ ปกติเวลานอนที่บ้าน นางจะถอดผ้ารัดหน้าอกออกเพื่อให้หายใจสะดวก แต่ที่นี่... ในห้องที่มีผู้ชายอันตรายนอนอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบก้าว นางจะกล้าเสี่ยงได้อย่างไร?
แต่หากไม่ถอด พรุ่งนี้เช้านางคงตื่นมาพร้อมกับรอยช้ำเืและอาการหายใจไม่ออกแน่ๆ
"เอาวะ... ถังอวี้หลาน เพื่อความอยู่รอด อดทนหน่อย!"
นางตัดสินใจว่าจะนอนทั้งที่รัดหน้าอกนี่แหละ แต่จะคลายปมให้หลวมขึ้นนิดหน่อยพอให้หายใจได้ แล้วสวมเสื้อคลุมตัวหนาทับอีกชั้นเพื่ออำพราง
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) ประตูห้องอาบน้ำก็เปิดออก
เซี่ยหยางจินเดินออกมาในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวตัวบางที่หลวมโคร่ง เผยให้เห็นแผงอกแกร่งรำไรและกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงาม ผมยาวสลวยที่เปียกชื้นถูกปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยฟุ้งมาจากตัวเขา
อวี้หลานที่กำลังจัดของอยู่เผลอเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องรีบหันขวับหนีด้วยความใ
บ้าจริง... ทำไมหมอนี่ถึงได้ดูดีขนาดนี้!
ถึงนางจะเกลียดขี้หน้าเขา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านอ๋องผู้นี้มีรูปโฉมที่งดงามราวกับปีศาจจิ้งจอกจำแลงมา ผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดยิ่งกว่าสตรีเสียอีก
"มองอะไร?" เสียงเ็าถามขึ้น
"มะ... ไม่ได้มองขอรับ! ข้ากำลัง... เอ่อ กำลังสวดมนต์ก่อนนอน!" นางรีบหลับตาปี๋ พนมมือไหว้ฟ้าดินมั่วซั่ว
เซี่ยหยางจินเดินผ่านฉากกั้นไปยังเตียงของตน เขาดับเทียนในห้องจนเหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียง
"จำกฎข้อแรกได้ใช่ไหม?" เขาถามเสียงเรียบขณะเอนตัวลงนอน "ห้ามข้ามเขตแดน"
"จำได้แม่นเลยขอรับ ข้าจะไม่ก้าวเท้าข้ามไปแม้แต่ปลายเล็บ!"
"ดี... แล้วก็ห้ามนอนกรน ห้ามละเมอ และห้ามกัดฟัน"
"ท่านอ๋อง... นั่นมันเื่ที่บังคับกันไม่ได้นะขอรับ!" อวี้หลานโอดครวญ
"ถ้ารู้ตัวว่าจะทำเสียงดัง ก็อมผ้าไว้ในปากซะ" เขาตัดบท แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายอย่างสง่างาม "นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ไปรวมพล"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักเรือนเหมันต์
อวี้หลานนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด นางนอนตัวแข็งทื่ออยู่ริมสุดของเตียง หันหลังให้ฉากกั้น มือข้างหนึ่งกำปิ่นปักผมปลายแหลมไว้ใต้หมอนเพื่อความอุ่นใจ
ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอจากฝั่งตรงข้ามบ่งบอกว่าอีกฝ่ายคงหลับไปแล้ว
ความง่วงเริ่มเข้าครอบงำ นางค่อยๆ เคลิ้มหลับไป...
. .
กลางดึกสงัด
เซี่ยหยางจินลืมตาโพลงขึ้นในความมืด เขาเป็คนหลับยาก ตื่นง่าย และมักระแวงภัยอยู่เสมอ เพียงแค่เสียงจิ้งหรีดเปลี่ยนจังหวะร้อง เขาก็พร้อมจะชักกระบี่ออกมาทันที
แต่สิ่งที่ปลุกเขาในคืนนี้ไม่ใช่เสียงจิ้งหรีด แต่เป็เสียง... คราง?
"อือ..."
เสียงหวานใสแ่เบาดังลอดมาจากอีกฝากของฉากกั้น
เซี่ยหยางจินขมวดคิ้ว เขาพลิกตัวตะแคง เพ่งมองผ่านช่องลายฉลุของฉากกั้น แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เห็นเงาร่างเล็กบนเตียงฝั่งตรงข้ามกำลังดิ้นรนไปมาด้วยความอึดอัด
"แน่น... อึดอัด..." เสียงละเมอพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ แต่กระแสเสียงนั้นหวานหยดย้อยผิดวิสัยบุรุษ
เซี่ยหยางจินลุกขึ้นนั่งเงียบๆ เขาถือวิสาสะลุกเดินอ้อมฉากกั้นไปหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียงของรูมเมทคนใหม่
ภาพที่เห็นทำให้ท่านอ๋องหนุ่มต้องหรี่ตามอง
เ้าหนุ่ม 'ถังอวี้เฟิง' นอนดิ้นจนผ้าห่มเลื่อนหลุด เผยให้เห็นใบหน้ายามหลับใหลที่ไร้การป้องกัน ขนตายาวงอนทาบลงบนแก้มใส ริมฝีปากสีระเรื่อเผยอน้อยๆ ... ช่างดูงดงามและเปราะบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
แต่สิ่งที่สะดุดตาเขาที่สุด คือมือเล็กๆ ที่พยายามตะกุยคอเสื้อตัวเอง เหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ
"ช่วยด้วย... หายใจ... ไม่ออก..."
เซี่ยหยางจินขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
เหตุใดเ้าเด็กนี่ถึงดูทรมานยามนอนหลับ? แล้วทำไมถึงต้องใส่เสื้อหนาเตอะนอนในคืนฤดูร้อนเช่นนี้?
มือเรียวยาวของท่านอ๋องเอื้อมออกไป หมายจะช่วยดึงคอเสื้อที่รัดแน่นนั้นให้คลายออก เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนร่วมห้อง
ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะถูกสาบเสื้อ
หมับ!
มือเล็กที่ดูบอบบางนั้นกลับคว้าข้อมือของเขาหมับอย่างรวดเร็ว!
ดวงตาของถังอวี้หลานเบิกโพลงขึ้นในความมืด จ้องมองเขาเขม็ง แววตาที่เคยขี้ขลาดกลับเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวและตื่นตระหนกสุดขีด
"ท่านจะทำอะไร!" นางตวาดเสียงแหลม (ที่ลืมดัดเสียง) พร้อมกับกระชากตัวถอยหนีไปชิดหัวเตียง มือกุมสาบเสื้อแน่น
เซี่ยหยางจินชะงัก สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาวาวโรจน์
"เ้าละเมอว่าหายใจไม่ออก ข้าแค่จะช่วย..." เขาเอ่ยเสียงเรียบ "ทำไมต้องทำท่าทางราวกับสตรีที่กำลังจะถูกข่มเหงด้วยเล่า?"
คำถามนั้นทิ่มแทงใจดำจนอวี้หลานหน้าซีดเผือด
ความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งสอง ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว ความลับของนางกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ!
