พื้นที่ที่มีชื่อเสียงว่าอันตรายที่สุดในเทือกเขาฮ่วนคง แม้แต่สัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งก็ยังไม่กล้าเข้ามาใกล้
ผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่มีหม่าจิ่วเป็หัวหน้าเพิ่งจะเหยียบย่างเข้ามาได้ไม่นาน เนื่องด้วยร้อนใจอยากไล่ตามพวกเนี่ยเทียนสามคนให้ทันจึงเริ่มมีคนที่ทั้งาเ็และล้มตาย
ทว่าต่อให้เป็เช่นนี้พวกเนี่ยเทียนสามคนก็ยังค่อยๆ หายไปจากเส้นสายตาของพวกเขา
เผยฉีฉีที่นำทางเนี่ยเทียนและไช่โยวเผาผลาญพลังงานและพลังจิตไปมหาศาล สุดท้ายก็พาคนทั้งสองลอดผ่านพื้นที่ต้องห้ามสำหรับสิ่งมีชีวิตนั้นมาได้สำเร็จ
พอออกจากที่แห่งนั้นมาได้เผยฉีฉีก็ถอนหายใจยาวเหยียด เอ่ยกับไช่โยวด้วยความเหนื่อยล้า “จากนี้คงต้องให้เ้านำทางแล้ว พวกเราแค่เลือกทิศทางหนึ่งที่พวกหม่าจิ่วจะแยกไม่ออก หาสถานที่เปลี่ยวร้างมาฟื้นคืนพลังที่สูญหายไปก็พอ”
“ฉีฉี ลำบากเ้าแล้ว หลังจากนี้มอบให้ข้าจัดการเองเถอะ” ไช่โยวตบอกรับรอง
เขาที่อยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงมาเป็เวลานานรู้สภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนของที่แห่งนี้ดีกว่าเผยฉีฉีอยู่มากนัก
ภายใต้การนำทางของเขา คนทั้งสามก็ลอดผ่านูเาลูกเตี้ยๆ อยู่สองสามลูกแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งของกะโหลกเื
ก่อนที่ฟ้าจะมืด ไช่โยวก็มาหยุดอยู่ตรง่กลางของูเาที่เล็กเตี้ยแห่งหนึ่ง ใช้เวทลับเปิดูเานั้นแล้วพาพวกเขาเข้าไปในตำหนักหินที่กว้างขวาง
“นี่คือหนึ่งในพื้นที่ลับของกะโหลกเืเรา”
พอเข้ามาได้ไช่โยวก็คลายใจลงในที่สุด เขาหยิบเอาน้ำสะอาด และเนื้อที่สุกแล้ว รวมไปถึงผลไม้สดใหม่ออกมาจากในแหวนเก็บของแล้ววางลงบนโต๊ะหินในตำหนัก
เนี่ยเทียนและเผยฉีฉีต่างก็ไม่เกรงใจ หลังจากที่นั่งล้อมโต๊ะหินแล้วก็เริ่มลงมือกินทันที
เนี่ยเทียนกินไปพลางมองตำหนักหินแห่งนั้นไปด้วย พบว่าตำหนักหินแห่งนี้ไม่เพียงแต่กว้างขวาง ปากทางถ้ำที่เข้ามายังมีเขตแดนที่ใช้พลังิญญาพิเศษบางอย่างแบ่งพื้นที่เอาไว้ด้วย
เขตแดนพลังิญญาชั้นนั้นแม้แต่ทิพย์จักษุที่มหัศจรรย์ของเขาก็ยังมองทะลุเข้ามาไม่ได้ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
คล้ายสังเกตเห็นสายตาของเขา ไช่โยวที่กัดกินเนื้อสุกจึงพูดอธิบายให้ฟัง “ตำหนักหินแห่งนี้ผ่านการจัดวางโดยยอดฝีมือเขตสามัญคนหนึ่งของกะโหลกเืเรา ไม่เพียงแต่ตัดขาดเสียงจากภายนอกได้ทั้งหมด ทั้งยังสามารถสกัดกั้นการตรวจสอบโดยพลังจิตได้ด้วย ผู้ฝึกลมปราณที่เคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณใกล้เคียงนี้นอกจากจะเป็ผู้ที่มีตบะสูงล้ำกว่าเขาแล้ว ก็ไม่มีทางใช้พลังจิตมามองเห็นพื้นที่แห่งนี้ของพวกเราได้”
“หม่าจิ่วเองก็มีเพียงตบะต้น์่ท้าย ต่อให้เขามาปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่สามารถหาตำหนักหินที่ซุกซ่อนอยู่กลางูเาแห่งนี้เจอ”
พอพูดจบไช่โยวก็เริ่มจัดวางค่ายกลเล็กๆ ตรงมุมหนึ่งของตำหนักหิน
เนี่ยเทียนมองเขาด้วยความใคร่รู้ แล้วก็พบว่าริมฝีปากของเขาขมุบขมิบ ใช้เสียงรวมกันให้เป็เส้นเส้นหนึ่งจากนั้นก็ส่งเข้าไปในค่ายกลหลังนั้น
ไม่นานนักไช่โยวก็กลับมานั่งทีเดิมแล้วยิ้มสดใสให้กับเนี่ยเทียน “เรียบร้อยแล้ว คนของกะโหลกเืรู้ตำแหน่งของพวกเราแล้ว และแน่นอนว่าย่อมพากำลังเสริมมารวมกันอยู่ที่นี่”
“ค่ายกลนั้น?” เนี่ยเทียนสงสัย
“มันเป็ประเภทเดียวกันกับหินส่งข้อความเสียงน่ะ” ไช่โยวอารมณ์ดีไม่น้อยจึงอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด “หินส่งข้อความเสียงสามารถพกติดตัวได้ตลอดเวลา สะดวกอย่างมาก ทว่าขอบเขตการส่งข้อความของหินส่งข้อความเสียงมีจำกัด ค่ายกลนั้นคือหินส่งข้อความเสียงฉบับที่ทรงพลังยิ่งกว่า เมื่อใช้ค่ายกลนั้น พวกเราก็จะสามารถส่งข้อความไปให้กับฐานที่มั่นของกะโหลกเืในเทือกเขาฮ่วนคงได้โดยตรง”
“ขอบเขตของค่ายกลส่งข้อความกว้างขวางมาก มากพอจะปกคลุมไปทั่วทั้งเทือกเขาฮ่วนคง ข้อเสียอยู่ที่ไม่สามารถพกไว้ในแหวนเก็บของได้”
เวลานี้เผยฉีฉีที่แม้จะหิวโหยอย่างถึงที่สุดทว่ายังคงกิริยาสง่างามเอาไว้โดยการกัดกินผลไม้คำเล็กๆ ก็พลันเอ่ยแทรกขึ้นมา “ไช่โยว เ้าค่อนข้างคุ้นเคยกับเทือกเขาฮ่วนคง จุดที่ข้าจัดวางค่ายกลนำส่งห้วงมิตินั้นถูกหูหันเปิดโปงไปแล้ว ข้า้าหาสถานที่ใหม่ที่ค่อนข้างพิเศษเพื่อนำค่ายกลนำส่งห้วงมิติของข้าไปสร้างไว้อีกครั้ง”
“ข้าจัดการให้เอง!” ไช่โยวตกปากรับคำทันที
เนี่ยเทียนตะลึง “การจัดวางค่ายกลนำส่งห้วงมิติยังต้องใช้สถานที่ที่พิเศษด้วยหรือ?”
เผยฉีฉีกลอกตาใส่เขาหนึ่งครั้ง คล้ายรู้สึกว่าเขาไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง แถมยังอยากรู้อยากเห็นมากเกินไปอีกด้วย
เนี่ยเทียนที่ถูกสายตาของนางดูิ่ได้แต่ลูบคลำจมูกแล้วหัวเราะแหะๆ “ข้าเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน ไม่คุ้นเคยกับอาณาจักรเลี่ยคงเลยแม้แต่นิดเดียว มีหลายเื่ที่ไม่เข้าใจก็ถือว่าเป็เื่ที่ปกตินี่นา”
“อืม ปกติมากเลยล่ะ เพราะถึงอย่างไรอาณาจักรเลี่ยคงก็ไม่เหมือนกับเก้าอาณาจักรที่เหลือ” ไช่โยวกระตือรือร้นอย่างมาก แล้วก็เป็ฝ่ายอธิบายให้ฟังอีกครั้ง “โดยทั่วไปแล้วการจัดวางค่ายกลนำส่งห้วงมิติไม่จำเป็ต้องหาสถานที่ที่พิเศษหรอก ยกตัวอย่างเช่นค่ายกลขนาดใหญ่ในเมืองโพ่เมี่ยนั่นอย่างไร มันสามารถนำส่งข้ามไปยังอาณาจักรอื่นๆ ได้ และสามารถจัดวางไว้ที่ใดในเมืองโพ่เมี่ยก็ได้”
“ที่เลือกลานกว้างกลางเมืองก็เพราะว่าสะดวกสำหรับผู้ฝึกลมปราณที่อยู่อาศัยในเมืองทุกคน ทำให้พวกเขาได้ยืมใช้ค่ายกลนำส่งห้วงมิติกันใกล้ๆ”
“ทว่าในเทือกเขาฮ่วนคงนั้นไม่เหมือนกัน”
“ที่นี่มีรอยแยกห้วงมิติที่เล็กละเอียดอยู่มากมาย คลื่นห้วงมิติก็ไม่มั่นคงเอามากๆ คิดจะสร้างค่ายกลนำส่งขึ้นที่นี่ไม่เพียงแต่ยากลำบากถึงขีดสุด ยังจำเป็ต้องเลือกสถานที่ที่เหมาะสมด้วย”
“และก็ด้วยเหตุนี้ ค่ายกลนำส่งขนาดเล็กที่ฉีฉีพกพามาด้วยจึงไม่สามารถจัดวางได้ตามใจชอบ”
เนี่ยเทียนพยักหน้ากล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง คราวนี้ข้าเข้าใจแล้วล่ะ”
“เอาล่ะ ข้าไม่มีเวลามาพูดจาไร้สาระกับพวกเ้า ข้าจำเป็ต้องฟื้นตัวให้ได้โดยเร็วที่สุด” เผยฉีฉีกินผลไม้ไปเล็กน้อยก็หยุดกิน พอเลือกตำแหน่งที่ค่อนข้างสงบในตำหนักหินได้ก็นั่งลงเงียบๆ หยิบเอายาและหินวิเศษออกมาฟื้นคืนกำลังกายและพลังจิตทั้งหมดที่นางเผาผลาญไป
“หัวเทียน มีเื่อะไรรอพวกเราฟื้นตัวแล้วค่อยว่ากันเถอะนะ” ไช่โยวก็ไม่พูดมากอีก ใช้วิธีเดียวกับเผยฉีฉีมาพักฟื้น
เห็นว่าพวกเขาพากันเงียบสงบลงไปแล้ว เนี่ยเทียนก็จัดการน้ำสะอาด เนื้อสุกและผลไม้ที่ไช่โยวเอามาวางไว้บนโต๊ะจนเกลี้ยงเงียบๆ จากนั้นถึงได้หยิบเอาหินวิเศษออกมาฟื้นพละกำลังของตัวเองบ้าง
เมื่อใช้หินวิเศษมาฟื้นพลังิญญาในร่างกาย เขาก็ััได้อย่างรวดเร็วว่าผลไม้และเนื้อสุกที่เขากินเข้าไปก่อนหน้านี้คล้ายจะมีพลังงานบางอย่างซุกซ่อนอยู่
พอผ่านการย่อยจากกระเพาะของเขา ไม่นานหลังจากนั้นก็มีปราณเืเนื้อเป็เส้นๆ ก่อกำเนิดขึ้นมาและกระจายไปทั่วร่างของเขา
เขาจึงเข้าใจได้ในทันทีว่าที่ไช่โยวเอาออกมาก็น่าจะไม่ใช่เนื้อและผลไม้ธรรมดา
เมื่อเทียบกับเผยฉีฉีและไช่โยวแล้ว แม้ว่าเขาจะสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับไปสิบกว่าคน ทว่าพลังงานที่เผาผลาญไปยังอยู่ไกลเกินกว่าจะทำให้พลังิญญาแห้งขอดได้
และก็ด้วยเหตุนี้ ความเร็วในการฟื้นตัวของเขาจึงมากกว่าคนทั้งสอง
เมื่อเขาััได้ว่ามหาสมุทริญญาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานและมีกำลังวังชากระปรี้กระเปร่าดีแล้ว คนทั้งสองนั้นยังคงตั้งสมาธิฝึกตน อีกทั้งยังไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมาใน่ระยะเวลาสั้นๆ นี้
เขาที่อยู่ว่างๆ แล้วรู้สึกเบื่อจึงหยิบเอาถุงหนังขึ้นมาและหยิบกำไลเก็บของสิบกว่าชิ้นที่อยู่ในนั้นออกมา
ไม่นานหลังจากนั้นเบื้องหน้าของเขาก็มีวัตถุดิบวิเศษ หินวิเศษ ยาและคัมภีร์วางกองเป็พะเนิน
จากนั้นเขาก็หยิบเอาแหวนเก็บของที่ได้มาจากหยางหลิงซึ่งเขาพกติดตัวเอาไว้ออกมาแล้วเก็บหินวิเศษทั้งหมดไปไว้ในแหวนเก็บของนั่นก่อน
จากตัวของผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์สิบกว่าคน เขาได้หินวิเศษมาทั้งหมดเจ็ดพันก้อน และยังมีหยกวิเศษอีกสิบสามก้อน
หยกวิเศษเ่าั้น่าจะเป็สิ่งของที่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์เตรียมไว้สำหรับการฝ่าทะลุขอบเขตของตัวเอง
หลังจากนั้นเขาก็เลือกเอาวัตถุดิบวิเศษธาตุไฟ ธาตุไม้ออกมาแล้วเก็บเข้าไปไว้ในแหวนเก็บของเช่นกัน
ที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือในกำไลเก็บของของคนตาย เขายังได้รับหินประหลาดแปดก้อนที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังของดวงดาวเล็กน้อยด้วย
หินประหลาดแปดก้อนนี้มาจากกำไลเก็บของของผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นไปเก็บได้จากที่ใดในเทือกเขาฮ่วนคง แต่สรุปแล้วก็คือเขาเป็ผู้ที่ได้มันมาครอง
หลังจากที่เก็บเอาวัตถุดิบที่มีธาตุไฟ ธาตุไม้และดวงดาวไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็เอาพวกคาถาวิเศษเกี่ยวกับธาตุไฟและธาตุไม้ที่ไม่ถือว่าเป็ระดับสูงนักแยกออกมาแล้วเก็บเข้าไว้ด้วยกัน
สุดท้ายเขาก็เลือกยาวิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังจิต และช่วยทำให้เกิดปราณเืเนื้อมาไว้เป็ของตัวเอง
ของที่เหลืออยู่เขาตรวจสอบดูอีกครู่หนึ่งก็ไม่เจอสิ่งของที่เหมาะให้เขานำมาใช้ฝึกบำเพ็ญตบะได้อีก
วัตถุดิบวิเศษเ่าั้ต่างก็กระจัดกระจายกันอยู่ในกำไลเก็บของชิ้นต่างๆ ซึ่งเขาเตรียมจะมอบให้กับไช่โยวทั้งหมด ให้ไช่โยวนำไปแลกหินวิเศษมาจากกะโหลกเื
“เทือกเขาฮ่วนคงเป็สถานที่วิเศษจริงๆ”
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งล่องลอยอยู่ในแหวนเก็บของของหยางหลิง แล้วปากเขาก็แย้มยิ้มเบิกบาน มีความรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็มหาเศรษฐี
การมาฝึกบำเพ็ญตบะในเทือกเขาฮ่วนคงครั้งนี้ เขาฝ่าขั้นเป็กลาง์ได้สำเร็จ ทั้งยังได้ทรัพย์สินไม่น้อยมาจากคนที่ถูกเขาสังหารด้วย
เขาเชื่อว่าเมื่อมีวัตถุและหินวิเศษพวกนี้ เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยได้อีกนานมากๆ และไม่จำเป็ต้องกลัดกลุ้มเพราะเื่ขาดหินวิเศษอีกแล้ว
และขณะที่เขากำลังลำพองใจอยู่นั้น เผยฉีฉีกลับฟื้นตื่นขึ้นมาจากการบำเพ็ญตบะก่อนไช่โยว
พอเห็นรอยยิ้มที่ผลิบานเต็มหน้าของเขาและกำไลเก็บของที่วางเอาไว้เต็มโต๊ะ เผยฉีฉีก็แอบมีใจดูิ่เขาอีกครั้ง แล้วจึงกล่าวว่า “นิสัยเด็กชะมัด”
“เ้าว่าอะไรนะ?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน
“หินวิเศษเ่าั้ และยังมีวัตถุดิบวิเศษมากมาย ยา คัมภีร์ รวมกันแล้วก็ได้ราคาไม่ถึงสามหมื่นหินวิเศษ หินวิเศษเหล่านี้คงอาจจะพอให้หลีเหย่รวบรวมวัตถุดิบมาหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงที่เหมาะสมกับเ้าจริงๆ ได้สักชิ้นกระมัง” เผยฉีฉีเอ่ยเหน็บแนม
“อาวุธวิเศษ อาวุธวิเศษที่เหมาะสมกับข้าจริงๆ แล้วก็เป็ระดับสูง...” เนี่ยเทียนใจกระตุก
-----
