“แย่แล้ว เ้าเยี่ยเฉินเฟิงมันแข็งแกร่งเกินไป พวกเราจะต้านเอาไว้ไม่ไหวแล้ว รีบส่งข่าวไปให้นายท่านรองโดยด่วนเลย ให้นายท่านรองรีบพากองกำลังสนับสนุนมาช่วยเหลือพวกเรา”
แม้จะเป็ฝ่ายได้เปรียบเื่จำนวนคน แต่พลังโจมตีของเยี่ยเฉินเฟิงก็น่าตื่นตะลึงมากเกินไป อำนาจกระบี่อันคมกริบโจมตีบดขยี้และปลิดชีพพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง เพียงไม่นาน แนวป้องกันของฝ่ายพวกตนก็ถูกเยี่ยเฉินเฟิงทำลายจนเกิดช่องโหว่
“ตายซะ”
หลังจากทำลายช่องโหว่ได้ เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่ได้ฝ่าวงล้อมออกไปในทันที เขายืนหยัดอยู่จุดเดิมและหมุนร่างกายเป็วงกลม คลื่นกระบี่จำนวนมากปรากฏขึ้นและแผ่ขยายออกไปสี่ด้านราวกับนกยูงรำแพนหาง
ชั่วพริบตา ยอดฝีมืออีกสี่คนก็ต้องสิ้นชีพภายใต้การโจมตีจากอำนาจกระบี่ ร่างกายถูกคลื่นกระบี่ผ่าออกเป็สองซีกก่อนจะทรุดลงกองกับแอ่งเืและแน่นิ่งไป
ในขณะที่การโจมตีดุจสายฟ้าฟาดของเยี่ยเฉินเฟิงเข่นฆ่ายอดฝีมือตระกูลเซินถูอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้คนที่เหลืออยู่เกิดความหวาดผวาขึ้นในใจและคิดจะถอยหนีอยู่นั้น น้ำเสียงกรีดร้องของนกตัวหนึ่งก็ดังขึ้น
อินทรีดำที่มีร่างกายสีดำสนิท ดวงตาคมกริบดุจใบมีดและปีกที่กว้างใหญ่ราวห้าเมตรก็กระพือปีกอันใหญ่โตของมัน บินโฉบเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูงจนกลายเป็ลำแสงสีดำ
บนหลังของอินทรีดำตัวนั้น ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนในชุดสีดำสนิท ใบหน้าเ็าเคร่งขรึม มือข้างหนึ่งถือทวนยาวสีแดงเพลิงและแผ่พลังกดดันมหาศาลออกมาจากร่าง
“อินทรีหยกดำ”
เยี่ยเฉินเฟิงแสดงความดีอกดีใจออกมาอย่างไม่คาดคิด เมื่อมองเห็นอินทรีสีดำที่บินถลาเข้ามาด้วยความเร็วสูง เขากำลังขาดแคลนสัตว์พาหนะที่ความเร็วสูงและบินติดต่อกันได้เป็เวลานานอย่างอินทรีหยกดำตัวนี้อยู่พอดีเชียว
“เยี่ยเฉินเฟิง เ้ากล้าสังหารสมาชิกของตระกูลเซินถูอย่างนั้นเรอะ ข้าจะปลิดชีพเ้าซะ”
เมื่อเห็นร่างไร้ิญญาของสมาชิกของตระกูลเซินถูจำนวนกว่าสิบสองคนรวมทั้งเซินถูเหิงนอนจมกองเือยู่ เซินถูจือมิ่งที่อยู่ในเขตแดนจอมพลอสูรโลกาและดำรงตำแหน่งรองประมุขตระกูล ก็โกรธแค้นเสียจนเพลิงโทสะลุกโชนท่วมศีรษะ กระโจนร่างลงมาจากอินทรีหยกดำ ยกทวนสีเปลวเพลิงในมือพุ่งแทงใส่เยี่ยเฉินเฟิง
“จอมพลอสูรโลการะดับสาม!”
เยี่ยเฉินเฟิงรับมือยากขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อทราบพลังที่แท้จริงของเซินถูจือมิ่ง ทว่าเขาปักใจแล้วว่าชิงอินทรีหยกดำตัวนั้นมาให้จงได้ เขาต้องฆ่าเซินถูจือมิ่งเท่านั้นถึงจะมีโอกาส่ชิงอินทรีหยกดำมาได้
“อำนาจกระบี่!”
เยี่ยเฉินเฟิงะเิเสียงคำราม พลังอำนาจทั่วร่างะเิออกมาอย่างฉับพลัน อำนาจกระบี่ไหลทะลักออกมาหลอมรวมเข้ากับกระบี่หัก จนเกิดเป็คลื่นกระบี่คมกริบเคลือบอยู่บนพื้นผิว ก่อนจะฟาดฟันกระบี่ออกไปประจันหน้า
รัศมีทวนและคลื่นกระบี่เข้าปะทะกันจนเกิดสะเก็ดไฟวาววับสาดกระเซ็นออกมา พลังจู่โจมอันคมกริบส่งผลให้มวลอากาศรอบข้างถูกฟันจนขาดกระจาย
“ตึง ตึง!”
หลังปะทะการโจมตีกับเซินถูจือมิ่ง ร่างกายของเยี่ยเฉินเฟิงก็กระเด็นถอยหลังออกมาสองก้าว และในขณะที่เขาก้าวถอยหลังมานั้น สองฝ่าเท้าของเขาก็ฝังลึกลงไปในพื้นดินลึก จนปรากฏรอยเท้าจมลึกสองรอยขึ้นบนพื้น
แต่ทางฝั่งของเซินถูจือมิ่งก็ไม่ได้เป็ฝ่ายเหนือกว่าสักเท่าไหร่นัก มือข้างที่จับด้ามทวนยาวสีเพลิงเอาไว้แน่นถูกแรงะเืจนชาหนึบ เืลมทั่วร่างปั่นป่วนอย่างรุนแรง
“เป็ไปได้อย่างไร ทำไมพลังโจมตีของเขาถึงได้น่ากลัวเช่นนี้ได้ล่ะ”
เมื่อััได้ถึงความชาหนึบที่แล่นมาตามแขน ในใจของเซินถูจือมิ่งก็ก่อเกิดคลื่นั์ซัดโถม เขาไม่มีทางยอมรับได้หรอกว่าเยี่ยเฉินเฟิงที่เป็เพียงเขตแดนปรมาจารย์อสูริญญาระดับหก จะสามารถปลดปล่อยพลังโจมตีที่ทัดเทียมกันตนเองออกมาได้
“อำนาจกระบี่”
อำนาจกระบี่เทียมฟ้าขุมหนึ่งหลั่งไหลออกมาจากร่างของเยี่ยเฉินเฟิง เสียงกรีดร้องแหลมแสบแก้วหูของกระบี่ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
“ฉัวะ!”
มวลอากาศถูกหนึ่งกระบี่ของเยี่ยเฉินเฟิงตัดขาด คลื่นกระบี่ที่หลอมรวมอำนาจกระบี่อยู่ภายใน ฟาดฟันไปทางหน้าอกของเซินถูจือมิ่ง
“ทำลาย!”
ม่านตาของเซินถูจือมิ่งหดวูบในทันใด แมงป่องั์ตัวหนึ่งปรากฏขึ้นซ้อนทับกับร่างกายของเขา พลังิญญาของเขาจึงเพิ่มพูนขึ้นจนถึงขีดสุด ก่อนจะแทงพลังทวนทรงอานุภาพร้ายกาจออกมา
กระบวนท่าทวนของเซินถูจือมิ่งมีพลังอำนาจมากพอจะผ่าแยกสายน้ำได้ การโจมตีอันแหลมคมได้กรีดผ่านอากาศและทิ้งรอยบากเอาไว้ และชนปะทะกับคลื่นกระบี่ของเยี่ยเฉินเฟิง
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน
เสี้ยวพริบตาที่พลังโจมตีทั้งสองสายเข้าปะทะกัน ก็พลันเกิดคลื่นสะท้อนรุนแรงนับพันระลอก
แรงสะท้อนอันมหาศาลส่งผลให้พื้นดินเกิดการสั่นะเืเล็กน้อย กำแพงกั้นพรมแดนที่ตั้งตระหง่านปรากฏรอยร้าวขนาดใหญ่ขึ้นจำนวนมาก และยังคงแผ่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง
“แข็งแกร่งมาก พลังที่แท้จริงของทั้งสองคนนั้นแข็งแกร่งเกินไปแล้ว เพียงแค่เศษเสี้ยวอานุภาพยังทำให้ป้อมปราการอันแกร่งกล้าเกิดรอยแตกร้าวได้เลย”
“นั่นสิ ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็ใครมาจากไหนกัน ถึงสามารถต่อกรกับเซินถูจือมิ่งได้อย่างดุเดือดและไม่ตกเป็รองสักนิด”
“เคลื่อนย้ายเงาพราย!”
เมื่อการปะทะกันด้วยพลังซึ่งๆ หน้าไม่อาจเป็ฝ่ายเหนือกว่าได้ เยี่ยเฉินเฟิงจึงเปลี่ยนกลยุทธ์การต่อสู้อย่างฉับพลัน แสงสว่างวาบปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเขา ร่างกลายก็แปรเปลี่ยนเป็เงาลวงตาความเร็วสูงทันที พุ่งประชิดตัวเซินถูจือมิ่งและจู่โจมใส่เขาอย่างรวดเร็วดุดัน
เพื่อจะสร้างาแสาหัสให้กับเซินถูจือมิ่ง เยี่ยเฉินเฟิงจึงอัดพลังโจมตีจนถึงขีดสุดทุกครั้งที่ออกกระบวนท่าโจมตี เมื่อรวมกับการเพิ่มพูนพลังของอำนาจกระบี่ คลื่นกระบี่ของเขาจึงคมกริบเป็อย่างมาก และสามารถฝากรอยแผลมากมายไว้บนร่างของเซินถูจือมิ่งได้ เืจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากปากแผล
“เกราะจิตอสูร!”
เมื่อััได้ถึงความน่าหวาดกลัวของอำนาจกระบี่ เซินถูจือมิ่งก็รีบควบคุมจิตอสูรให้กลายเป็ชุดเกราะปกคลุมทั่วร่างกายทันที เพื่อต้านทานการโจมตีอันรุนแรงดุดันของเยี่ยเฉินเฟิง
“กระบวนท่าทวนไร้เงา”
เมื่อกระบวนท่าทวนถูกใช้ออกมา ทวนสีเปลวเพลิงในมือของเซินถูจือมิ่งก็พลันเปล่งแสงเจิดจ้าแสบตาออกมา รัศมีทวนแหลมคมรวมตัวและปลดปล่อยออกมาปกคลุมทั่วผืนฟ้าแผ่นดิน หนาแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่างหลุดรอด
“พละกำลังเจ็ดหมื่นจิน!”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบวนท่าโจมตีทวนไร้เงาของเซินถูจือมิ่ง เยี่ยเฉินเฟิงจึงเพิ่มพละกำลังกายจนถึงขีดสุด มือประคองกระบี่หักที่เปี่ยมพละกำลังเจ็ดหมื่นจินฟาดฟันโจมตีสวนกลับ
“เวรเอ๊ย ไอ้เด็กเวรนี่เป็สัตว์ประหลาดหรืออย่างไร พละกำลังกายของมันถึงได้ผิดแผกขนาดนี้”
เซินถูจือมิ่งเห็นว่าเยี่ยเฉินเฟิงใช้พละกำลังทุบทำลายรัศมีทวนได้ ซ้ำยังตัดทอนการโจมตีของเขาได้อย่างต่อเนื่อง จึงเผยสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา
ทว่าฝีมือของเยี่ยเฉินเฟิงยิ่งพลิกฟ้ามากเท่าไหร่ ความคิดที่จะปลิดชีพเขาทิ้งของเซินถูจือมิ่งก็ยิ่งหนักแน่นขึ้นเท่านั้น
เซินถูจือมิ่งเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าหากวันนี้เขาไม่อาจสังหารเยี่ยเฉินเฟิงได้ จะเท่ากับการดับสูญของเขาและตระกูลเซินถูในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน
“ไปตายซะ!”
เซินถูจือมิ่งขบกรามแน่น ส่งพลังิญญาทั้งหมดที่มีในร่างเข้าสู่ทวนสีเปลวเพลิงในมือ พุ่งแทงใส่กลางอกของเยี่ยเฉินเฟิงด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล
เสียง “ฉัวะ” ดังขึ้น หน้าอกของเยี่ยเฉินเฟิงถูกกระบวนท่าทวนของเซินถูจือมิ่งแทงเข้าอย่างจัง ทว่าสีหน้าของเขากลับปราศจากร่องรอยของความเ็ปอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังไม่มีเืไหลซึมออกจากาแเลยสักนิด
“ซวยแล้ว ภาพติดตา”
เซินถูจือมิ่งใจกระตุกวูบ ก่อนจะััได้ถึงอันตรายร้ายแรงจากเื้ัของตน จึงหันหลังกลับโจมตีด้วยทวนโดยสัญชาตญาณ คิดอยากจะกดดันให้เยี่ยเฉินเฟิงต้องล่าถอยออกไป
“จบกันสักที”
แม้ว่ากระบวนท่าทวนของเซินถูจือมิ่งในครานี้จะน่าหวาดกลัวเป็อย่างมาก แต่เยี่ยเฉินเฟิงกลับไม่คิดจะหลบเลี่ยง และเลือกที่จะเผชิญหน้ากับเซินถูจือมิ่งด้วยการฟาดกระบี่ออกไป
ซึ่งการฟาดกระบี่ในครั้งนี้ เป็กระบี่ขั้นสูงสุดที่เขาจะสามารถใช้ออกมาได้แล้ว ก่อเกิดขึ้นจากการหลอมรวมอำนาจกระบี่ พละกำลังที่แข็งแกร่งสูงสุดและพลังิญญาจากไข่โลหิตปริศนาเข้าไว้ด้วยกัน
หนึ่งกระบี่ที่ฟาดฟันออกไป คล้ายกับว่าตัวตนของเยี่ยเฉินเฟิงได้หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับกระบี่หักในมือ คนคือกระบี่ กระบี่คือคน เป็การโจมตีที่สมบูรณ์แบบอย่างถึงที่สุด
“ฉัวะ!”
คลื่นกระบี่สีแดงฉานตัดเฉือนแผ่นฟ้าอันกว้างไกล ทะลวงผ่านเกราะจิตอสูรและแฉลบผ่านกลางร่างของเซินถูจือมิ่งไป ผ่าร่างกายทั้งหมดของเขาออกเป็สองซีก สิ้นลมหายใจในทันที
เยี่ยเฉินเฟิงใช้กระบี่ขั้นสูงสุดจัดการสังหารเซินถูจือมิ่งได้สำเร็จ แต่ส่วนท้องของเขาก็ถูกกระบวนท่าแทงกลับหลังของเซินถูจือมิ่งเข้าอย่างจังเช่นกัน เกิดเป็แผลถูกแทงทะลุขนาดใหญ่ เืไหลทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ทว่าในยามคับขันเช่นนี้ เยี่ยเฉินเฟิงไม่มีเวลาไปสนใจาแตรงหน้าท้องเท่าไหร่นัก สองขาะเิพลังออกมาอย่างฉับพลัน พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้าราวกับสุดยอดกระบี่แหลมคม ก่อนจะทิ้งตัวลงบนหลังของอินทรีหยกดำที่ตื่นตระหนกกับอำนาจกระบี่ และกำลังพยายามกระพือปีกอย่างเอาเป็เอาตายเพื่อโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าไกล
“ไป!”
เยี่ยเฉินเฟิงปลดปล่อยอำนาจกระบี่อันแกร่งกล้าออกมา ก่อนจะส่งมันเข้าไปในร่างของอินทรีหยกดำ ใช้อำนาจบังคับข่มขู่ให้มันกระพือปีกโผทะยานขึ้นสูง และเลือนหายไปท่ามกลางเส้นขอบฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล
