เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าจวนเมิ่ง เริ่มถูกพูดถึงเป็วงกว้าง จากปากผู้หนึ่งส่งต่อถึงผู้หนึ่ง สงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแม่ทัพน้อยเมิ่งกับเมิ่งฮูหยิน ว่าคนทั้งสองดูแนบชิดสนิทสนม เกินกว่าจะเป็แค่น้องสามีกับพี่สะใภ้หรือไม่
ทั้งเื่นี้ยังไม่ได้ถูกพูดถึงแค่เพียงชาวบ้าน แต่ถูกส่งต่อไปยังจวนใหญ่ต่าง ๆ แล้วด้วย ทำให้เหล่าฮูหยินที่เคยไปมาหาสู่กับเมิ่งฮูหยิน เริ่มคิดไตร่ตรองว่าข่าวที่ได้ยินมีมูลเหตุมากน้อยแค่ไหน จะได้หาวิธีแก้ไข และหาหนทางผลักดันบุตรสาวเข้าไปแทนที่
ทางด้านจื่อหานที่เป็ตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดข่าวลือขึ้น ยิ้มรับระหว่างฟังรายงานความเคลื่อนไหว ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอันใด เพราะถึงแม้เื่ที่เกิดจะไม่ได้อยู่ในแผนที่ตั้งใจไว้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับเป็ไปในทิศทางที่เขา้า
ไม่ว่าช้าหรือเร็ว ทุกคนก็ต้องได้รับรู้อยู่ดี ว่าจางลี่หลินเป็สตรีของเมิ่งจื่อหาน หาใช่สตรีของเมิ่งจื่อหยาง พี่ชายที่ล่วงลับของเขา
"นายท่าน เจอตัวแล้วขอรับ"
"ที่ใด" จื่อหานปรายตามองลูกน้องที่เข้ามารายงาน ก่อนจะวางสมุดรายชื่อคนตระกูลหยางทั้งหมดลงบนโต๊ะ
"เมืองเป่ยขอรับ ตอนนี้รอให้นายท่านไปสอบสวนอยู่ขอรับ" กลุ่มเงาได้รับคำสั่งให้ตามหาตัวคนผู้หนึ่ง แต่เพราะเข้าใจว่าหลบหนีไปซ่อนตัวในเมืองห่างไกล พวกเขาเลยเลือกที่จะตีวงค้นหาจากเมืองรอบนอกก่อน
แต่ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะเลือกมาแอบอยู่ในเมืองเป่ยที่ห่างจากเมืองหลวงแค่ไม่กี่สิบลี้ ทำให้พวกเขาต้องเสียเวลาไปเป็ปี กว่าจะได้ตัวมาให้เ้านาย
จื่อหานได้ฟังสถานที่ที่พบตัวคน ก็อดจะส่งเสียงหัวเราะในลำคออกมาไม่ได้ เสียเวลาตามหาอยู่นาน สุดท้ายอยู่ภายใต้จมูกแค่คืบ ทั้งยังซ่อนตัวอยู่ได้โดยที่คนของเขาไม่เคยสังเกตเห็น ช่างเป็คนที่มีความสามารถดียิ่งนัก
ลี่หลินที่คิดนอนพักแค่เพียงชั่วยาม ปรากฎว่ากว่านางจะฟื้นตัวก็รุ่งเข้าเช้าของอีกวัน ครั้นจะไปถามฮูหยินผู้เฒ่าถึงเหตุผลที่ยกเลิกไปงานเลี้ยงจวนสกุลหยาง ก็ต้องพบกับเื่ที่ทำให้แปลกใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าที่้าพบ ไม่ได้อยู่ในจวนเสียแล้ว
"ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดไห่หนาน ั้แ่เมื่อใด"
"ออกเดินทางั้แ่ฟ้ายังไม่สางเ้าค่ะ ตอนนี้คาดว่าน่าจะออกจากประตูเมืองไปไกลแล้ว"
"ท่านแม่ได้บอกหรือไม่ ว่าจะกลับเมื่อใด" วัดไห่หนานตั้งอยู่ไกลจากเมืองหลวงมาก กว่าจะเดินทางไปถึงก็ใช้ระยะเวลาเกือบสัปดาห์
แม้เดิมฮูหยินผู้เฒ่าจะเป็คนที่ศรัทธาในพุทธศาสนา แต่ส่วนใหญ่ก็เลือกบำเพ็ญกุศลแค่วัดในตัวเมืองเท่านั้น การที่อยู่ ๆ จะเดินทางไปวัดห่างไกลอย่างวัดไห่หนานเช่นนี้ จะต้องมีสาเหตุอื่นอย่างแน่นอน
"ไม่ได้แจ้งไว้เ้าค่ะ"
ลี่หลินพยักหน้ารับ ไม่ได้ซักไซ้ถามต่อ เพราะรู้ดีว่าถึงจะถามไป สาวใช้ตรงหน้าก็คงไม่รู้อะไรที่มากไปกว่านี้
เมื่อไม่ต้องไปงานเลี้ยงจวนสกุลหยาง ทั้งในจวนใหญ่ยังเหลือเพียงนางผู้เดียว ลี่หลินจึงเลือกใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ในสวน ที่เริ่มมีใบไม้สีเขียวอ่อนผลิบานออกมาให้เห็น เป็ความงามของธรรมชาติที่น้อยครั้งนักที่นางจะให้ความสนใจ
ปรกติถ้าไม่ได้มานั่งพร้อมเหล่าฮูหยินกับบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่ตอนจัดงานเลี้ยงน้ำชา สวนแห่งนี้ก็เป็แค่ทางผ่านของนางระหว่างเดินไปเรือนฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้น ไม่คิดว่าพอได้มานั่งตอนไร้เสียงพูดเจื้อยแจ้วรบกวน สวนแห่งนี้ก็ถือว่าเป็สถานที่ที่เงียบสงบที่หนึ่ง
ร่างบางนั่งทิ้งแผ่นหลังกับพนักผิงเก้าอี้ เงยใบหน้าขึ้นเพื่อใช้จมูกสูดดมกลิ่นธรรมชาติ ดวงตาหลับพริ้มฟังเสียงนกขับร้องกับเสียงสายลมพัดผ่านต้นไม้ใหญ่
ทว่านางนั่งอยู่ในท่านั้นได้ไม่นาน ก็ััได้ถึงความชื้นแฉะที่ริมฝีปาก มาพร้อมความหอมของกลิ่นกายที่คุ้นเคยจากทางด้านหลัง
ลี่หลินไม่ได้ใหรือถอยหนี นางเผยอริมฝีปากรับเรียวลิ้นหยาบ เปิดทางให้เข้าสำรวจตามไรฟันขาว ส่งเรียวลิ้นเล็กตอบรับเกี่ยวตวัดพัวพัน ก่อนจะถูกร่างหนาที่อยู่ด้านหลังเปลี่ยนท่ามาอุ้มนางขึ้นนั่งตัก ทั้งที่ริมฝีปากยังโรมรันกันดูดดื่มไม่ปล่อย
"อื้มม อืออ" หญิงสาวััได้ว่าวันนี้จุมพิตจากชายหนุ่มแปลกไปกว่าทุกครั้ง แม้จะยังเร่าร้อน แต่ก็มีความอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
"ทำไมมานั่งตรงนี้" จื่อหานโรมรันริมฝีปากหอมหวานของร่างบางอยู่นาน ถึงยอมปล่อยให้เป็อิสระ
ชายหนุ่มใช้นิ้วหัวแม่มือช่วยเช็ดคราบน้ำใสข้างมุมปากสวยให้อย่างใจเย็นระหว่างรอคำตอบ ทั้งยังพยายามกดข่มใจให้สงบ หลังถูกจางลี่หลินใช้ดวงตากลมโตจ้องมองอย่างใคร่สงสัย ทำให้นางดูน่ารักและเย้ายวนไม่ต่างจากลูกแมวตัวน้อย
"ท่านแม่เดินทางไปวัดไห่หนาน ท่านรู้หรือไม่" ลี่หลินมองเมิ่งจื่อหานที่ดูแปลกไป ไม่ใช่เพียงแค่จุมพิตก่อนหน้า แต่นางยังััได้ถึงความอ่อนโยน เหมือนที่เคยได้รับเมื่อนานมาแล้ว
"รู้"
เขาย่อมต้องรู้อย่างแน่นอน
'เ้าว่ากระไรนะ'
'ข้าบอกให้ท่านแม่ยกเลิกความคิดที่จะจับคู่ข้ากับคุณหนูหยางเสีย ข้าไม่้า'
'เสี่ยวหาน เ้าก็รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันผิด แล้วเหตุใดถึงยังดึงดันจะทำเล่า ปล่อยพวกนางสองแม่ลูกไปเถอะ ในเมื่อชะตาลิขิตแล้ว เ้าก็ควรต้องยอมรับความจริง
เ้าลองเปิดใจให้กับสตรีอื่นดูบ้าง ทุกอย่างมันอาจจะดีขึ้น คุณหนูหยางก็ไม่ได้แย่ นางมีใบหน้างดงาม กิริยาเหมาะสม
หากเ้าได้ลองพบและพูดคุยกับคุณหนูหยางสักครั้ง อาจจะทำให้เ้าเปลี่ยนใจก็เป็ได้' หญิงชราพยายามหว่านล้อมบุตรชายอย่างเต็มที่ เพราะนางอยากให้ทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางตามที่ควรจะเป็
'ท่านแม่เลิกล้มความคิดเสียเถิด ไม่ว่าจะเป็คุณหนูหยางหรือสตรีใด ข้าก็ไม่ยอมรับอย่างแน่นอน
เมิ่งฮูหยินต้องเป็จางลี่หลินคนเดียวเท่านั้น หวังว่าท่านแม่จะเข้าใจ' ชายหนุ่มไม่ได้รอคำตอบจากมารดา เพราะไม่ว่ามารดาจะเข้าใจหรือไม่ เขาก็ยังคงยืนยันความคิดเดิม
และเพราะแบบนี้ มารดาถึงเลือกจะเดินทางไปวันไห่หนาน
หนึ่งคือหมดความอดทนต่อเขา
สองคือหลีกทางให้เขาได้ทำตามที่้า
ั์ตาสีนิลมองร่างบางที่นั่งอยู่บนตัก ริมฝีปากฉ่ำวาวที่เพิ่งถูกดูดดึงขยับพูดไม่หยุด ทว่าไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรำคาญสักเพียงนิด ในทางกลับกัน เขายังมองว่ามันเหมือนกำลังเชิญชวนให้ขบกัดชิมความนุ่มนิ่มนั่นเสียมากกว่า
"แล้วทำไมท่านไม่ห้าม วัดไห่หนานอยู่ห่างตั้งไกล ทั้งยังต้องขึ้นเขา ท่านแม่อายุมากแล้ว เจ็บป่วยขึ้นมาจะทำยังไง ยังมีเื่งานเลี้ยงจะ..อ๊ะ อื้มม"
ในที่สุดจื่อหานก็หักห้ามความ้าไว้ไม่อยู่ ฝ่ามือใหญ่จับประคองท้ายทอยเล็ก โน้มใบหน้าเข้าจู่โจมริมฝีปากเย้ายวน ใช้ฟันขาวกัดเนื้อนิ่ม สอดเรียวลิ้นร้อนเข้าโพรงปากหวาน ที่ไม่ว่าจะได้สำรวจกี่ครั้งก็ไม่เคยรู้จักพอ
ฝ่ามือใหญ่อีกข้างดันแผ่นหลังเล็กไม่ให้หญิงสาวถอยหนี ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นยืนเต็มความสูง ให้นางใช้สองขาเรียวเกี่ยวรัดเอวหนาไว้ โดยมีเขาช่วยประคองแผ่นหลังกับช้อนอุ้มก้นกลมกลึง เพื่อจะได้จุมพิตริมฝีปากสวยดูดดื่มได้อย่างถนัดถนี่
บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์ได้แต่ก้มหน้างุดมองพื้นดิน กระทั่งเ้านายหนุ่มอุ้มพาฮูหยินเดินจากไปไกล ถึงได้กล้าเงยหน้าขึ้นมอง
ทุกคนในจวนเมิ่งต่างรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายท่านกับฮูหยินดี ว่าทั้งสองมิใช่เป็แค่น้องชายสามีกับพี่สะใภ้
แต่ไม่มีใครเคยเห็นนายท่านกระทำกับฮูหยินอย่างเปิดเผยเช่นนี้มาก่อน ที่ผ่านมามากสุดก็แค่อุ้มพาเข้าห้อง มีเพียงเสียงรัญจวนวาบหวิวเล็ดรอดออกมาให้ได้ยินเท่านั้น
วันนี้พอได้เห็นจุดเริ่มต้นของเสียงเ่าั้เต็มสองตา พวกเขาเลยต่างพากันทำตัวไม่ถูก
และคาดว่าจนกว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะเดินทางกลับมา พวกเขาคงได้เห็นอะไรที่มากกว่านี้จากเ้านายทั้งสองอีกเป็แน่
