หลังจากที่คุยโครงการการร่วมงานอยู่ในห้องทำงานของประธานสองชั่วโมงเต็มๆ แล้ว พวกโฮวหลงเพิ่งจะออกไป
หลังจากจบเื่แล้ว ไป๋เหวินหลิงยังได้รับสายของซวี่หงเฟย อีกฝ่ายไวต่อข่าวมาก และก็รู้เื่ที่ซูฮ่าวปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทเทียนเฉินมาหาบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเพื่อร่วมงาน ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความยินดีและอิจฉา รวมทั้งแสดงออกว่าบริษัทเจียงชานหรูฮั่วต่อไปจะคือผู้สนับสนุนที่จงรักภักดีที่สุดของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
สำหรับเื่นี้ แน่นอนว่าไป๋เหวินหลิงดีใจเกินคาด มีความร่วมมือของบริษัทเทียนเฉินกับบริษัทเจียงชานหรูฮั่วสนับสนุน บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวก็ยิ่งก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น
เธอเห็นเวลาคือตอนห้าโมงครึ่งแล้ว แม้แต่อาหารเที่ยงก็ยังไม่ได้ทาน เวลานี้ก็หิวแล้ว ดังนั้นจึงเรียกให้ซูฮ่าวไปทานอาหารมื้อใหญ่ที่ภัตตาคารที่อยู่บริเวณใกล้ๆ บริษัท
อาหารเย็นมื้อนี้เธอทานอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ใช่เพราะหิวแล้วจริงๆ แต่ยังคงเป็เพราะมีคนบางคนคอยอยู่เป็เพื่อนอยู่ข้างกาย
หลังจากทานเสร็จ ไป๋เหวินหลิงยังลากซูฮ่าวไปดูภาพยนตร์ และซื้อเสื้อผ้าให้เขาหนึ่งชุดแล้ว
ไม่พูดไม่ได้ว่า ซูฮ่าวที่เปลี่ยนเป็เสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว ก็ราวกับเ้าชายขี่ม้าขาวที่เดินออกมาจากโลกเทพนิยาย
ไป๋เหวินหลิงจำได้ว่ายังมีงานของบริษัทที่ยังจัดการไม่เสร็จ จึงไม่เที่ยวเล่นอยู่ด้านนอกกับซูฮ่าวนานๆ ตอนสองทุ่ม ทั้งสองคนก็กลับมาที่บ้านเดี่ยวแล้ว
ซูฮ่าวเห็นไป๋เหวินหลิงจะตั้งอกตั้งใจทำงาน เขาก็ไม่รบกวน และกลับห้อง ภายใต้การครุ่นคิด เขาเตรียมจะนำยาผนึกพลังที่เหลืออีกยี่สิบเม็ดมาแบ่งเป็ของเหลวผนึกพลังสองชุด เพื่อยกระดับกำลัง
วันนี้หลังจากที่เห็นกำลังของบอดี้การ์ดของมู่หรงฉินสองท่านนั้นที่ห้องส่วนตัวเทียนจื้อหลานของศาลาซวีสุ่ยหลานแล้ว ภายในใจของเขาเกิดความเลื่อมใสกับความรู้สึกใฝ่หาต่อยอดฝีมือพรแสวง นี่ก็ทำให้เขายิ่งรีบร้อนต่อการยกระดับของกำลัง
“ระบบเตือน แต้มขี้อวดสะสมคือสองร้อยสิบแต้ม จับรางวัลได้สองครั้ง ขอถามหน่อยเ้านายจะจับรางวัลไหม?”
ซูฮ่าวตะลึงงัน และเงียบกริบ แต่ก็พยักหน้าแล้ว “จับ!”
“เผาผลาญแต้มบารมีสองร้อยแต้มจับรางวัลแล้ว ยอดแต้มขี้อวดของเ้านายคือสิบแต้ม”
เสียงของระบบดังขึ้น ในขณะเดียวกันตรงหน้าของซูฮ่าวปรากฏรูเล็ตต์ขนาดใหญ่ทันที
บนรูเล็ตต์ขนาดใหญ่ปรากฏเข็มสองเข็ม หมุนไปอย่างรวดเร็ว
สักพัก เข็มสองเข็มก็หยุดอยู่บนแถบของที่เหมือนกัน
“ติงตัง ยินดีด้วยเ้านายจับได้รางวัลที่หายากมาก ยกระดับกำลังหนึ่งขั้นอย่างไร้เงื่อนไข ยกระดับถึงนักรบโบราณพรแสวง่หลัง”
“ติงตัง ยินดีด้วยเ้านายจับได้รางวัลที่หายากมาก ยกระดับกำลังหนึ่งขั้นอย่างไร้เงื่อนไข ยกระดับถึงนักรบโบราณพรแสวง่สุดยอด”
ยกระดับกำลังหนึ่งขั้นอย่างไร้เงื่อนไขติดต่อกันสองอัน ทำให้ซูฮ่าวตะลึงงัน และอึ้งอยู่กับที่ราวกับถูกฟ้าผ่า
เขากลืนน้ำลาย และขยี้ตาแล้ว ราวกับไม่กล้าเชื่อเหตุการณ์ทุกอย่างตรงหน้า
การจับรางวัลสองครั้ง ทำให้กำลังของตนเองก้าวเข้าสู่ขั้นพรแสวง่สุดยอดแล้ว?
“ผัวะ!”
ซูฮ่าวตบหน้าตนเอง ตอนที่รู้สึกถึงความเจ็บแสบที่เหมือนทาน้ำพริกบนใบหน้า นี่เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าไม่ใช่ความฝัน
นักรบโบราณที่ปกติ้ายกระดับจากพรแสวง่แรกถึงพรแสวง่สุดยอด หากไม่มีการยกระดับที่บ้าคลั่งครึ่งปีหรือหนึ่งปี ก็ไม่มีทางบรรลุถึงอย่างแน่นอน
แต่ตนเองจากเป็นักรบโบราณพรแสวง่แรกถึงนักรบโบราณพรแสวง่สุดยอด เวลาที่้ายังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ นี่หากแพร่ออกไป เกรงว่าจะสั่นะเืวงการวิทยายุทธได้
อย่างไรความเร็วของการยกระดับขั้นนี้ ใช้คำว่าปีศาจมาบรรยายได้แล้ว
เขาตื่นเต้นอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็มีคำร่วงลงมาจากปากของซูฮ่าวสองสามคำแล้ว “ระบบ ผมรักคุณ!”
“ขอโทษด้วย ระบบไม่รักผู้ชาย!”
เสียงของระบบดังขึ้นที่หู ทำให้ซูฮ่าวเคอะเขินมาก
“ระบบ ผมรักคุณสามคำนี้ ภายใต้สถานการณ์อย่างนี้ก็แค่การแสดงความหมายของการขอบคุณ”
“ขอโทษด้วย ระบบไม่รับคำขอบคุณของเพื่อนชาย!”
ซูฮ่าว “ … ”
ใครก็ได้ ให้ยาฆ่าแมลงเขาบ้วนปาก!
“ติงตัง ยินดีด้วยเ้านายสะสมยอดแต้มขี้อวดที่เผาผลาญทะลุด่านหนึ่งพันแต้ม ฉายาขี้อวดยกระดับ รางวัลทักษะวิทยายุทธ หมัดเจ็ดผงาดฟ้า กรุณาตรวจสอบแถบข้อมูลบุคคล”
ซูฮ่าวตะลึงงัน และเปิดแถบข้อมูลบุคคลทันที
เ้านาย : ซูฮ่าว
ฉายาขี้อวด : ดาวดวงใหม่
กำลังขี้อวด : พรแสวง่สุดยอด
อุปกรณ์ขี้อวด : เตาปรุงยาอัตโนมัติ เข็มเทพเหลยหั่ว หมัดเจ็ดผงาดฟ้า
แต้มขี้อวด : 10
คำวิจารณ์ของระบบ : ปลาเค็มพลิกตัวก้าวหน้าอีกขั้น
………………..
ซูฮ่าวมองข้อความสุดท้าย สีหน้าก็บูดบึ้ง มีความรู้สึกวู่วามที่อยากจะกดระบบลงกับพื้นและซัด
ปลาเค็มพลิกตัวก้าวหน้าอีกขั้น?
ให้ตายสินี่ก็ยังไม่ใช่ว่าคือปลาเค็มหรือ?!
คำวิจารณ์ที่ประสงค์ร้าย!
คือคำวิจารณ์ที่ประสงค์ร้ายอย่างแน่นอน!
ระบบนี้รับอั่งเปาจากนักประพันธ์แล้ว ตรวจประเมินสำเร็จ!
ซูฮ่าวมองทักษะวิทยายุทธที่ระบบให้เป็รางวัลแล้ว
(หมัดเจ็ดผงาดฟ้า : วิทยายุทธสุดยอดแห่งยุค มีหมัดทั้งหมดเจ็ดหมัด อานุภาพของหมัดโเี้ขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่ออกหมัดมีชื่อเสียงเรืองรอง พลังแข็งแกร่ง หมัดหนึ่งทำลายใจ หมัดสองทำลายปอด หมัดสามทำลายตับลำไส้ หมัดสี่อวัยวะภายในเคลื่อนย้าย หมัดห้าทำให้เสียสติ หมัดหกอวัยวะภายในส่วนบนกลางล่างสลับตำแหน่งกัน หมัดเจ็ดจบชีวิตจิติญญาแตกสลาย)
ซูฮ่าวทำความเข้าใจ ในดวงตาทั้งคู่ฉายแสงเจิดจ้า
ถึงเขาจะมีประสบการณ์การต่อสู้ทั้งชีวิตของยอดฝีมือสุดยอดแห่งยุค แต่ก็แค่มีความสูงของสภาพแวดล้อมที่เป็ใจคอยเอื้ออำนวยในด้านการต่อสู้ การเผชิญหน้ากับคนที่มีทักษะวิทยายุทธพลิกฟ้าโดยเฉพาะมีกำลังที่เด็ดขาด การมีแค่ประสบการณ์ในการต่อสู้ก็ไม่พอ
อย่างเช่นคุณรู้ว่าจะแก้ไขการโจมตีของศัตรูอย่างไร แต่ต้องพูดก่อนว่าคุณต้องมีกำลังนี้ มิฉะนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเก่งแต่ปาก
ทักษะวิทยายุทธที่แข็งแกร่งเล่มหนึ่ง ยกระดับกำลังของนักรบโบราณได้หลายขั้น โดยเฉพาะช่วยนักรบโบราณสู้ข้ามขั้นได้
มีประสบการณ์ในการต่อสู้ คู่กับทักษะวิทยายุทธที่แข็งแกร่งอีก นี่จึงจะก้าวเข้าสู่รายการของยอดฝีมือที่แท้จริงได้
ซูฮ่าวรู้สึกอย่างกะทันหันว่า มีวงแหวนของพระเอกก็ไม่เลว อย่างน้อยตอนที่ตนเองขาดแคลนอะไร ระบบก็จะมอบสิ่งนั้นให้กับตนเอง ช่างน่าดีใจสุดๆ
ซูฮ่าวมีความรักและเอาใจใส่ของที่มาจากระบบ เขาเดินออกมาจากประตูห้องอย่างฉับพลัน ออกไปจากบ้านเดี่ยว ไปยังสวนสาธารณะม้าหินที่อยู่ไม่ไกล
เพิ่งจะยกระดับกำลัง โดยเฉพาะยังคงถูกระบบฝืนให้ยกระดับ เขากังวลว่ารากฐานไม่มั่นคง ดังนั้นจึงอยากจะมั่นคงตบะสักหน่อย
สวนสาธารณะม้าหินในตอนสองทุ่มยังมีแสงไฟสว่างไสว ซูฮ่าวเดินไปยังสถานที่ที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง นั่งขัดสมาธิ หลับตาตั้งสมาธิ มือทั้งคู่โอบเป็วงกลมอยู่ตรงตำแหน่งตันเถียน
การหายใจของเขาจากช้าๆ ค่อยๆ ลึกและยาว ราวกับมีและไม่มี ราวกับการหายใจของเต่า
ตามด้วยกฎของการหายใจขึ้นลง เห็นแค่พลังฟ้าดินมารวมกันจากทั่วทุกสารทิศ โดยมีซูฮ่าวเป็ต้นตอ ปรากฏสภาพวังวนหลั่งไหลเข้าสู่ในตัวเขาอย่างไม่หยุด
ภายใต้การควบคุมของซูฮ่าว พลังเหล่านี้วนเวียนอยู่ที่เส้นลมปราณเองอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย หลังจากนั้นเข้าสู่ตันเถียน
ผ่านการยกระดับกำลังของระบบ ร่องที่เดินพลังที่เดิมทีในตันเถียนมีสองทางกลายเป็สี่ทางแล้ว พลังที่เข้าสู่ตันเถียนถูกแบ่งเป็สี่สาย หลั่งไหลอยู่ในร่องสี่ทางอย่างไม่หยุด
การเพิ่มของร่องพลัง ก็ทำให้ความเร็วในการดูดเอาที่ซูฮ่าวมีต่อพลังเพิ่มความเร็ว ดอกไม้ใบหญ้าและต้นไม้โดยรอบมีพลังชีวิตน้อยลง เพราะพลังฟ้าดินถูก่ชิง
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป ครึ่งชั่วโมงผ่านไปแค่พริบตา
ซูฮ่าวยังคงเดินวิชาการฝึกตันเถียนอย่างไม่รีบไม่ช้า และกำหนดลมหายใจ
หากมีคนมองทะลุได้ ก็จะพบได้ว่า ตรงกลางตันเถียนของซูฮ่าวมีตัวอ่อนเน่ยตันหนึ่งลูก
ร่องที่พลังหลั่งไหลทั้งสี่ทางแบ่งเป็ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศใต้ และทิศเหนือสี่ทิศ เชื่อมต่อตัวอ่อนเน่ยตันลูกนี้ สนับสนุนสุดยอดพลังให้ตัวอ่อนเน่ยตันทุกเวลา จนทำให้มันยิ่งสุกงอมขึ้นเรื่อยๆ
“เฮ้อ … ” ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ซูฮ่าวพ่นไอที่ขุ่นมัวออกมา และลืมตา ในดวงตาฉายแสงเจิดจ้า
ผ่านการมั่นคงหนึ่งชั่วโมงนี้ ขอบเขตพรแสวง่สุดยอดนี้ของเขาถือว่ามั่นคงในที่สุด ในขณะเดียวกัน ตัวอ่อนเน่ยตันก็สุกงอมสามในสี่ส่วนแล้ว ขาดอีกแค่หนึ่งในสี่ส่วนก็จะถึงสภาพที่เป็รูปเป็ร่าง
แค่ตัวอ่อนเน่ยตันกลายเป็เน่ยตันที่เป็รูปเป็ร่าง ก็แสดงว่ามีกำลังภายใน และใช้กำลังภายใน (พลังมืด) ก้าวเข้าสู่รายการของยอดฝีมือพรแสวงได้
ซูฮ่าวยืนขึ้นผ่อนคลายร่างกาย ใช้ความคิดอ่านหมัดเจ็ดผงาดฟ้า หลังจากได้รับการเรียนรู้ของหมัดแรกแล้ว ก็ฝึกฝนอย่างไม่ลังเลทันที
เขาตั้งสมาธิกำหนดลมหายใจ ยืนอยู่กับที่อย่างไม่ขยับ พลังส่งออกมาจากตัวเขาอย่างกะทันหัน ราวกับยืนอยู่บนยอดเขาสูง มองทุกอย่างเล็กไปหมด
แค่ฉับพลัน แสงไฟแวบผ่านตาเขาไป ราวกับทะลุอากาศ
“เฮ้!” ซูฮ่าวมองไปด้านหน้า และะโ ผมตั้งขึ้นทันที
หมัดคู่ซ้ายขวาต่อยออกไปอย่างต่อเนื่อง องอาจห้าวหาญเป็อย่างยิ่ง ดั่งอสนีบาต ในอ่อนมีแข็ง ล่องลอยไม่แน่นอน
เสียงลมดังขึ้นต่อเนื่อง ราวกับคลื่นทะเลซัดสาดโขดหิน
พลังหมัดของซูฮ่าวซับซ้อน กลืนคายรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงหลากหลาย ราวกับมีอานุภาพมากมาย
ซูฮ่าวออกหมัดติดต่อกันเกือบสิบนาที ตัวเขาะโขึ้นจากที่เดิม ราวกับเทพมาเยือนโลก ในดวงตามีแสงไฟแวบผ่านไป พลังสะสมถึงสุดยอด
“หมัดแรกของผงาดฟ้า : หมัดทำลายใจ!”
เสียงะโดังมา เห็นแค่หมัดต่อยสะบัดมาเหมือนพายุลมฝน หลังจากนั้นก็ร่วงลงบนก้อนหินใหญ่ด้านหน้า
“แกรก!”
พลังหมัดที่แข็งแกร่งราวกับน้ำท่วมออกมาทำลายทุกอย่างจนหมด โเี้ไร้ความปรานี ด้วยความแรงของความน่ากลัวที่พินาศย่อยยับ พังก้อนหินใหญ่เป็สองท่อน และแหลกเป็จุณโดยตรง
เสียงหมัดนี้น่ากลัวมาก ดึงดูดความสนใจของผู้คนไม่น้อย
ตอนที่ผู้คนมากมายมองมา พบแค่ก้อนหินที่ถูกทำลายจนแหลก และไม่มีเงาคนใดๆ อีก
ในระยะห่างจากก้อนหินห้าเมตร ซูฮ่าวยืนอยู่ในความมืด และพยักหน้าเล็กน้อย
ใช้พลังแค่หนึ่งในสามส่วนแล้ว ก็ทำให้ก้อนหินก้อนใหญ่แหลกได้ หากทุ่มสุดแรง เกรงว่าก้อนหินก้อนใหญ่จะแหลกเป็ผง
หมัดแรกของผงาดฟ้าหมัดทำลายใจ สมชื่อจริงๆ !
ซูฮ่าวสูดหายใจลึก ติดที่ก่อนหน้านี้ดึงดูดความสนใจแล้ว เพื่อเลี่ยงความเดือดร้อนที่ไม่จำเป็ เขาเปลี่ยนสถานที่ที่มีคนน้อยอีกที่ และฝึกหมัดทำลายใจต่อ
ตามด้วยการเพิ่มขึ้นของจำนวนครั้งที่เขาออกหมัด ความเร็วก็ยกระดับขึ้นอย่างไม่หยุด ถึง่สุดท้ายโดยเฉพาะเห็นได้แค่เงาหมัด แต่ไม่เห็นหมัดจริงๆ
เวลานี้ก็คือสี่ทุ่มแล้ว ซูฮ่าวยังคงไม่ง่วง แต่กลับยิ่งมีชีวิตชีวา
บริเวณใกล้ๆ สวนสาธารณะม้าหินมีสระว่ายน้ำหนึ่งสระ ให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ตอนที่ความเร็วหมัดฝึกจนพอประมาณแล้ว เขาก็เข้าสู่สระว่ายน้ำโดยตรง และฝึกหมัดในน้ำ
การฝึกหมัดในน้ำยากลำบากเป็อย่างมาก ยากกว่าการฝึกหมัดบนบกหลายเท่า
เพราะอยู่ในน้ำแสดงกำลังได้ยากมาก บวกกับแรงดันของน้ำ ทำให้แรงในตอนต่อยหมัดน้อยกว่าบนบกมาก
ซูฮ่าวยืนอยู่ในน้ำ จมพลังไปที่ตันเถียน และกุมกำปั้นต่อยออกไปทันที
แค่ฉับพลัน คลื่นน้ำสั่นไหวขึ้นลง
แต่มองจากภายนอก การเคลื่อนไหวเล็กเป็อย่างมาก
ถึงซูฮ่าวแสดงหมัดแรกของหมัดเจ็ดผงาดฟ้าทำลายใจ ก็แค่ทำให้ผิวน้ำปรากฏคลื่นใหญ่น้อยเท่านั้น
“ยังได้ ก็ฝึกอย่างนี้!” ซูฮ่าวตาลุกวาว และต่อยหมัดออกไปอย่างไม่หยุด
น้ำใสในสระน้ำหลั่งไหลไม่หยุด ราวกับัโผล่ออกทะเล มีอานุภาพน่าใ
ซูฮ่าวฝึกหมัดภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ารู้สึกถึงการยกระดับสูงขึ้นของประสิทธิภาพในการฝึกหมัด คือการลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมาก
จนกระทั่งต่อยหมัดสิบห้านาที เขาเพิ่งจะหยุด และกลับขึ้นมาบนบก
ตอนที่ต่อยหมัดทำลายใจอีกครั้ง ก่อนที่อานุภาพจะประสานกัน ก็มากขึ้นไม่น้อย พลังหนึ่งในสามส่วน คิดไม่ถึงว่าจะต่อยต้นไม้ที่หนาพอๆ กับคนสองคนโอบกอดต้นหนึ่งทะลุโดยตรงแล้ว
อานุภาพของความน่ากลัวระดับนี้ ทำให้เห็นแล้วหวาดกลัวจริงๆ
ซูฮ่าวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ และมองไปโดยรอบ ก็ยังไม่มีคนเหมือนเดิม คิดดูแล้วเวลาก็ดึกแล้ว ทุกคนล้วนกลับไปหมดแล้ว
สำหรับเื่นี้เขาก็ไม่ได้อยู่ในสวนสาธารณะม้าหินนานๆ ใช้ประโยชน์จากพลังอบแห้งเสื้อผ้าแล้วก็เดินไปทางบ้านเดี่ยวทันที
ตอนที่เดินผ่านซอยบางซอย จู่ๆ ด้านในก็มีเสียงประหลาดดังมา กลับทำให้เขาหยุดเดิน …
