ตอนที่ 3 : บทเรียนภาคปฏิบัติ
“หายใจหน่อยครับพราว... เดี๋ยวก็ขาดออกซิเจนตายพอดี”
เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก พลางถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งให้พราวพรรณนอนหอบหายใจระทวยอยู่บนอกเขา ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ปกติแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง บัดนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู ราวกับผลตำลึงสุก สมองของเธอขาวโพลนไปหมด รสจูบเมื่อครู่มันไม่ใช่แค่การเอาปากแตะกัน แต่มันเหมือนเขาสูบิญญาเธอออกไปจนหมด
“คะ... ใครใช้ให้คุณจูบแบบนั้นเล่า!” พราวพรรณแหวใส่แก้เก้อ พยายามผลักอกเขาออก แต่แขนเ้ากรรมดันไม่มีแรง “จูบแบบไหน?” ติณห์เลิกคิ้ว แววตาพราวระยับ “แบบที่สามีเขาทำกัน... หรือแบบที่หมอตรวจช่องปาก?”
“คนบ้า!” เธอทุบไหล่เขาดังปึก แต่คนตัวโตกลับไม่ะเื แถมยังรวบเอวเธออุ้มขึ้นจนตัวลอย “ว้าย! ติณห์ ปล่อยนะ จะพาฉันไปไหน?”
“ไปที่เตียงสิครับ” เขาตอบหน้าตาย ขายาวก้าวพาเธอเดินไปที่เตียงนอนคิงไซส์กลางห้อง “การยืนนานๆ ในสภาวะที่อัตราการเต้นของหัวใจสูงแบบนี้ อาจทำให้คุณหน้ามืดได้... นอนราบน่าจะดีกว่า”
เหตุผลทางการแพทย์บ้าบออะไรของเขา! แต่ยังไม่ทันจะได้เถียง แผ่นหลังบางก็ัักับความนุ่มของฟูกเตียงเสียแล้ว โดยมีร่างสูงใหญ่ของสามีตามลงมาทาบทับทันที กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนแกร่ง
บรรยากาศบนเตียงเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน... และเสียงหัวใจของพราวที่เต้นแรงจนแทบจะทะลุอก เมื่ออยู่ใต้แสงไฟสลัวแบบนี้ พราวเพิ่งสังเกตเห็นว่า ‘ติณห์ตอนถอดแว่น’ ดูดีมากขนาดไหน ขนตายาว จมูกโด่งเป็สัน และสายตาที่มองเธอ... มันไม่ใช่สายตาว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความ้าที่ปิดไม่มิด
มือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด... ช้าๆ ... ยั่วยวน... พราวพรรณกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พยายามจะเบือนหน้าหนีแต่ก็อดมองลอนกล้ามเนื้อที่ค่อยๆ เผยออกมาไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าภายใต้เสื้อกาวน์และเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง หมอติณห์จะซ่อนหุ่นนายแบบเอาไว้ขนาดนี้!
“มองตาค้างเลยนะ” เขาแซว “ฉะ... ฉันเปล่า!” เธอปฏิเสธเสียงสูง แต่ตัวเริ่มสั่นระริก ติณห์สังเกตเห็นอาการนั้น เขาหยุดมือ แล้วก้มลงมองภรรยาที่นอนตัวเกร็งเป็กุ้ง “พราว...” เสียงของเขาอ่อนลง “คุณสั่น”
“หนาว! แอร์มันหนาวต่างหาก” “เหรอครับ?” ติณห์ยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่าภรรยาคนเก่งของเขากำลัง ‘กลัว’ เขาโน้มตัวลงไป ไม่ใช่เพื่อรุกราน แต่เพื่อซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูสูดดมกลิ่นกายสาวอย่างหลงใหล ก่อนจะกระซิบเสียงนุ่ม “ไม่ต้องเกร็งนะ... ผมสัญญาว่าจะเบามือ”
คำสัญญาที่แสนธรรมดา แต่กลับทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของพราวพรรณกระตุกวูบ นิ้วเรียวของหมอหนุ่มเริ่มไล้ไปตามกรอบหน้าสวย ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาที่สายชุดนอน “ถ้าเจ็บ หรือไม่ไหว... ให้บอกผม” เขาสบตาเธอ สายตาคู่นั้นอบอุ่นและเว้าวอนจนพราวเผลอพยักหน้าตกลงอย่างลืมตัว
“เด็กดี...” ติณห์เอ่ยชม ก่อนจะประทับจูบลงมาอีกครั้ง... แต่คราวนี้มันไม่ใช่พายุอารมณ์เหมือนตอนแรก แต่มันคือสายน้ำที่ค่อยๆ ไหลริน อ่อนโยน นุ่มนวล และค่อยๆ หลอมละลายความกลัวในใจของพราวให้มลายหายไป... เหลือไว้เพียงความรุ่มร้อนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
