หลังชาร์ลส์หลุดจากการควบคุมของมหาชีวิต เอ็ดเวิร์ดรีบค้นศพผู้คุมที่นอนไร้ิญญาอยู่บนพื้น จนกระทั่งััได้ถึงพวงกุญแจ เขารีบคว้ามันมา วิ่งไปที่ห้องขังของชาร์ลส์
เสียงปลดล็อกดังขึ้น ประตูห้องขังเปิดออก
เขารีบเข้าไปปลดโซ่ตรวนที่พันธนาการชาร์ลส์ไว้
มือทั้งสองข้างของชายหนุ่มมีรอยช้ำแดงจากการถูกล่าม เืที่เคยไหลจากดวงตาและจมูกเริ่มแห้งกรังบนใบหน้า
"ขอบคุณครับ" ชาร์ลส์เอ่ยเสียงแ่
"เกิดอะไรขึ้น" เอ็ดเวิร์ดถามออกมา พร้อมกับใช้พลังของเขาอ่านใจชายหนุ่ม
"มีนักฆ่ามาโจมตี จากนั้น…" ชาร์ลส์รีบลุกขึ้นไปดูอาการของโจเซฟที่นอนแน่นิ่งอยู่ทันที
มิแรนดาที่เพิ่งหลุดจากภวังค์การต่อสู้ ก็หันมาสนใจสภาพของน้องชายเต็มที่
ดวงตาเธอเบิกกว้างด้วยความใเมื่อเห็นว่ายารักษาที่เทลงไปไม่เกิดผล เืยังคงไหลจากาแไม่หยุด ไม่มีแม้แต่การแข็งตัวของเืหรือสะเก็ดแผล
"ทำไม..." เธอพึมพำ มือสั่นระริกขณะััาแของน้องชาย "ทำไมถึงไม่ได้ผล?"
คำพูดของมิแรนดาทำให้เอ็ดเวิร์ดรีบวิ่งเข้ามาดู ใบหน้าของเขาซีดลงเมื่อเห็นสภาพของโจเซฟ เขารีบล้วงกระเป๋า หยิบขวดยารักษาอีกขวดออกมา มือสั่นขณะเปิดจุกขวด เทของเหลวสีทองอมแดงลงบนาแจากคมมีด
แต่แทนที่เืจะหยุดไหลตามสรรพคุณของยา มันกลับปนกับโลหิตสายใหม่ที่ไหลรินออกมา ไร้ทีท่าว่าาแจะสมานตัว
"มีบางอย่างผิดปกติ" เอ็ดเวิร์ดกล่าว น้ำเสียงสั่นเครือ "บางอย่างกำลังขัดขวางการรักษา"
มิแรนดาก้มลงดู โจเซฟที่นอนหายใจหอบอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดซึมตามขมับ ร่างกายสั่นเทาด้วยความอ่อนแรง เืที่ไหลไม่หยุดทำให้ชีวิตค่อยๆ ริบหรี่ลง
ชาร์ลส์มองอยู่ข้างๆ รู้สึกถึงความสิ้นหวังที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา เขาได้แต่มองดูเพื่อนรักที่กำลังจะตายอย่างช้าๆ โดยไม่สามารถช่วยอะไรได้
โจเซฟพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง ริมฝีปากสั่นระริกขยับไปมา แต่เสียงที่ออกมามีเพียงลมหายใจขาดห้วง เืที่ไหลไม่หยุดทำให้ร่างกายอ่อนแรงลงทุกขณะ เขาใช้ความพยายามอย่างยิ่งที่จะสื่อสาร แต่คำพูดกลับติดขัด ทุกคนที่อยู่รอบข้างพยายามเงี่ยหูฟัง แต่ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เขากำลังพยายามจะบอก
สายตาของโจเซฟจับจ้องไปที่เอ็ดเวิร์ด มือที่สั่นระริกยกขึ้นสะกิดแขนอาของเขา สายตาสื่อถึงความเร่งด่วนของข้อความที่้าส่ง
เอ็ดเวิร์ดรับรู้ถึงความ้านั้น เขาใช้พลังอ่านใจกับหลานชาย
"ให้ชาร์ลส์หนีไป..." เอ็ดเวิร์ดถ่ายทอดข้อความ "เขาอยู่ในอาณาจักรนี้ไม่ได้แล้ว... ต้องหนีไปเดี๋ยวนี้"
"ไม่!" ชาร์ลส์ปฏิเสธทันที เสียงดังก้องในห้องขัง "ต้องพานายไปรักษาก่อน ยังมีเวลา..."
"เขาบอกว่า ถ้านายยังอยู่ นอกจากจะเป็อันตรายกับตัวนายเองแล้ว ตระกูลของเขาก็จะเดือดร้อนไปด้วย หนีไป และ…"
"...แก้แค้นให้ด้วย"
ชาร์ลส์ยังคงลังเล สายตาจับจ้องไปที่ร่างของเพื่อนรักที่นอนจมกองเื แต่จู่ๆ เอ็ดเวิร์ดก็ลุกพรวดขึ้น คว้าเสื้อของเขาไว้แน่น แรงจับนั้นสั่นเทาด้วยความรู้สึกหลายหลาก
"ฉันรู้ว่าเธอสงสัย" เอ็ดเวิร์ดตะคอก "แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาอธิบายอุบายพวกนั้น เพราะงั้นหนีไปซะ!"
แรงกำบนเสื้อสื่อถึงความจริงจังของความรู้สึก ชาร์ลส์กำหมัดแน่น ดวงตาฉายแววตัดสินใจ "ผมเข้าใจแล้ว"
เมื่อเอ็ดเวิร์ดคลายมือ ชาร์ลส์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เสียงหยดเืหยดลงกระทบพื้นดังแ่ คราบเืเปรอะเปื้อนตามกางเกงและมือที่ใช้พยุงตัว พื้นที่โจเซฟนอนอยู่ตอนนี้กลายเป็แอ่งเืกว้าง สะท้อนแสงตะเกียงเป็ประกาย
ชาร์ลส์ทวน 'แก้แค้นให้ฉันด้วย' คำพูดสุดท้ายของโจเซฟ ความหมายของคำนั้น เขารีบวิ่งไปหยิบกุญแจที่ลูกกรง
ขณะที่ชาร์ลส์ไปหยิบกุญแจ โจเซฟที่นอนอยู่หันไปมองเอ็ดเวิร์ดเป็ครั้งสุดท้าย ส่งข้อความผ่านจิตใจ "คุณอา... ขอร้องละ... กลับเข้าตระกูลเถอะ"
ม่านตาของเอ็ดเวิร์ดเบิกกว้าง ก่อนที่โจเซฟหันไปยิ้มให้พี่สาวเป็ครั้งสุดท้าย ริมฝีปากขยับจะเอ่ยคำอำลา แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ดวงตาก็เริ่มเลื่อนลอย เปลวไฟแห่งชีวิตดับลง
และแล้วเสียงกรีดร้องแห่งความเศร้าโศกดังสะท้อนไปทั่วคุก เอ็ดเวิร์ดผู้เป็หัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษ หลั่งน้ำตาให้กับการจากไปของโจเซฟ
ชาร์ลส์ค้นศพผู้คุมอยู่นั้น เสียงร้องไห้ทำให้เขาชะงัก มือที่กำลังค้นหยุดนิ่ง หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนพื้นคุกเย็นเยียบ เขารู้แล้วว่าเพื่อนรักได้จากไปแล้ว ในขณะเดียวกัน มือของเขาััถูกมีดสั้นเล่มหนึ่งในกระเป๋าศพ"
ชาร์ลส์สวมเสื้อคลุมหนาที่ยึดมาจากผู้คุมทับชุดนักโทษที่ขาดวิ่น กลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินลอยมาปะทะจมูก เขาเหน็บมีดสั้นไว้ที่เอว หยิบหนังสือสูตรยาวิเศษบนพื้น เตรียมจะก้าวออกจากห้อง
"ตามหาฆาตกรคนนั้นให้เจอแล้วจับมันกลับมา" มิแรนดาเอ่ยขึ้น "ส่วนผู้อยู่เื้ั... พวกเราจะจัดการเอง"
"ฉันรู้ว่านายสงสัย แต่จากนี้ไป นายจะถูกตราหน้าว่าเป็อาชญากรของอาณาจักร คนฆ่าเพื่อนของตัวเอง"
"ผมเข้าใจ"
ก่อนจะจากไป ชาร์ลส์หันมาถาม "พวกผู้คุมเก็บข้าวของของผมไว้ที่ไหน?"
"ล้มเลิกความคิดนั้นไปเถอะ" เอ็ดเวิร์ดรีบตอบ "สิ่งของของหน่วยพิเศษ ทางกรมปราบปรามมีวิธีเกะรอยตาม มันเสี่ยงเกินไป"
"แต่ผลึกิญญาของผู้ยกระดับตัวตนที่ผมได้มา ผม้ามันเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น... เพื่อการแก้แค้น"
เอ็ดเวิร์ดลังเลเล็กน้อย ก่อนจะบอกเขาไป "ห้องเก็บของกลางอยู่ที่ชั้นบนของคุก ทางปีกตะวันออก ขึ้นบันไดอยู่ตรงสุดทางเดิน เลี้ยวซ้ายที่ชั้นสอง ห้องที่สามจากบันได"
ชาร์ลส์พยักหน้ารับ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวออกจากห้องอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
ชายหนุ่มย่องออกมาตามทางเดิน แสงตะเกียงริมผนังทอดเงายาวบนพื้นหิน กลิ่นอับชื้นของคุกและคาวเืบนเสื้อผ้ายังคงติดจมูก
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของยามดังมาแต่ไกล จึงรีบหลบเข้าไปในมุมมืดของเสาหิน หัวใจเต้นแรงขณะที่ยามสองนายเดินผ่านไป เสียงพูดคุยของพวกเขาแว่วมา
"ได้ยินว่าปีกตะวันตกเพิ่งจับตัวอันตรายมาได้" ยามคนหนึ่งพูด
"อืม ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน" อีกคนตอบ "ว่ากันว่าเป็นักสืบคนหนึ่ง"
ชาร์ลส์รอจนเสียงฝีเท้าเงียบหายไป จึงค่อยๆ ย่องออกจากที่ซ่อน มุ่งหน้าไปยังบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบน เขาเห็นทางแยกที่เอ็ดเวิร์ดบอก ทางซ้ายมือคือเส้นทางไปห้องเก็บของกลาง
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง เขาแนบตัวชิดผนัง ค่อยๆ ชะโงกมองไปยังห้องที่สาม ผู้คุมสองนายยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ชาร์ลส์กำลังคิดหาทางเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขา
สมองของชาร์ลส์ทำงานอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาััได้ว่าพลังที่ได้รับมาเป็ของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว แม้จะเป็อย่างนั้นแต่สังขารไม่เอื้ออำนวยต่อการเคลื่อนไหวที่หักโหม เนื่องจากอ่อนล้าจากการทรมานและขัดขืนมหาชีวิต เขาต้องหาวิธีอื่น
เขาสังเกตเห็นตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่บนผนัง ความคิดหนึ่งผุดขึ้น
"เฮ้!" เขาะโเสียงดังจากมุมมืด เลียนเสียงผู้คุมที่เขาเคยได้ยิน "มีนักโทษหลบหนี! ทางปีกตะวันตก!"
ผู้คุมทั้งสองสบตากัน ลังเลชั่วครู่
ชาร์ลส์ก็เลยคว้าตะเกียงลงมา เขาโยนมันใส่กองฟางที่กองอยู่ริมผนัง เป็ฟางที่ใช้รองนอนของนักโทษที่ถูกนำมากองรอการเปลี่ยน
น้ำมันจากตะเกียงทำให้ฟางลุกติดไฟอย่างรวดเร็ว ควันจากฟางเปียกชื้นลอยขึ้นหนาทึบ
"รีบเร็ว!" ชาร์ลส์ะโอีกครั้ง
คราวนี้ยามทั้งสองรีบวิ่งไปตามเสียงเรียก
"ไฟไหม้!" ยามคนหนึ่งะโ พยายามเตะฟางที่ลุกไหม้ให้กระจาย แต่กลับทำให้ไฟกระจายไปติดกองฟางอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง
ชาร์ลส์ไม่รอช้า ใช้พลังทำให้พวกเขาเผลอแล้วรีบวิ่งอย่างทุลักทุเลไปที่ห้องเก็บของกลาง ใช้กุญแจที่ยึดมาจากผู้คุมไขประตู
หัวใจเต้นรัวขณะลองกุญแจดอกแล้วดอกเล่า จนในที่สุดก็มีดอกหนึ่งที่เข้ากับแม่กุญแจพอดี
ภายในห้องมีชั้นวางของมากมาย แต่ละชั้นเต็มไปด้วยถุงผ้าใส่ของกลางที่ยึดมาจากนักโทษ ชาร์ลส์รีบค้นหาถุงของตัวเอง จนพบมันวางอยู่บนชั้นกลาง
เขาคว้าถุงมาเปิดดู ทุกอย่างยังอยู่ครบ ทั้งผลึกิญญา เหรียญเงิน และของใช้ส่วนอื่นๆ แต่เขาเลือกหยิบเพียงผลึกิญญาและเงินเท่านั้น ตามคำเตือนของเอ็ดเวิร์ด
เสียงะโและฝีเท้าวิ่งดังมาจากด้านนอก ควันจากฟางที่ลุกไหม้เริ่มลอยเข้ามาในห้อง แม้ผนังจะเป็หิน แต่ควันหนาทึบก็ทำให้การหายใจและการมองเห็นเป็ไปได้ยาก เสียงโกลาหลดังระงมไปทั่ว
ชาร์ลส์รีบซุกผลึกิญญาไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนจะย่องออกมาดูสถานการณ์ด้านนอก ควันจากฟางที่ลุกไหม้ลอยขึ้นจนแทบมองไม่เห็นเพดาน เสียงะโสั่งการดังมาจากหลายทิศทาง ผู้คุมวิ่งวุ่นขนย้ายนักโทษและพยายามดับไฟ
"เอาน้ำมา! เร็วเข้า!"
"อพยพนักโทษออกไปทางประตูหลัก!"
ชาร์ลส์ตัดสินใจฉวยโอกาสนี้ เขาวิ่งปะปนไปกับกลุ่มผู้คุมที่กำลังสับสนวุ่นวาย พยายามทำตัวกลมกลืน เลียนแบบท่าทางและการเคลื่อนไหวของพวกเขา
"นายช่วยขนถังน้ำหน่อย!" เสียงะโดังมาจากด้านหลัง
เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง เขารีบแยกตัวจากกลุ่มนักโทษที่กำลังถูกอพยพ ควันที่ลอยออกมาทำให้การมองเห็นพร่าเลือน แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่แผ่นตะแกรงเหล็กท่อระบายน้ำบริเวณมุมห้อง ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ระหว่างการขนย้ายน้ำเข้ามาดับไฟ
'ท่อระบายน้ำ...' ชาร์ลส์คิด มันคือเส้นทางเดียวที่จะพาเขาออกจากคุกได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ
"ช่วยกันหน่อย! ตรงนี้!" เสียงะโดังมาจากทางซ้าย
เขารอจังหวะที่ทุกคนวุ่นวายกับการดับไฟ ทำให้ผู้คุมแถวนั้นเผลอ แล้วรีบย่องไปที่ท่อ กลิ่นเหม็นอับโชยขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่าง แต่เขาไม่มีทางเลือก ชาร์ลส์รีบปีนลงไปตามบันไดหิน
ในท่อระบายน้ำมืดจนแทบจะมองไม่เห็น มีเพียงแสงจันทร์ริบหรี่จากตะแกรงเหล็กส่องมาเท่านั้น น้ำเน่าไหลเอื่อยอยู่ที่ระดับข้อเท้า มีเสียงหนูวิ่งชุกชุม
