ความโกรธเกรี้ยวในใจลั่วซางปะทุออกมา เกรงว่าคงไม่สามารถเปรียบเทียบความโกรธของเขาในตอนนี้ออกมาเป็คำพูดได้ เมื่อเ้าหลงเหยียนนั่นเอาชนะผู้พิทักษ์กวง ทุกคนต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
“หลงเหยียน ดูเหมือนข้าประเมินเ้าต่ำไป ตอนแรกอยากยืมมือคนอื่นเพื่อฆ่าเ้า เ้ากลับสร้างความประหลาดใจให้ข้าอีก เกรงว่าเ้าคงตั้งใจทำให้ข้าดูกระมัง ประเสริฐ ประเสริฐนัก ในเมื่อเ้ายังไม่รู้จักเจียมตัว เช่นนั้นข้าคงต้องฆ่าเ้าด้วยมือตัวเองแล้ว รอหลังจากข้าฆ่าเ้าหมอนี่เสร็จ เ้าก็จะรู้ว่าอะไรคือความตาย”
ลั่วซางอยากสังหารหลงเหยียนมากจนรอไม่ไหวแล้ว ต่อให้ใต้เท้าผู้นำสืบสาวเื่นี้ขึ้น เขาก็ไม่สนใจแล้ว แค้นของน้องชาย เขาจำต้องเอาคืน ไม่ว่าอย่างไร หากถึงตอนนั้นก็แค่ไม่ยอมรับ บอกว่าสำนักมารเป็คนฆ่า ใต้เท้าผู้นำเองก็คงไม่ทำอะไรเขาเพราะคนที่ตายไปแล้วหรอก
ในใจของเขา ไม่ว่าอย่างไรหลงเหยียนก็ต้องตาย
ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการสังหารคนที่อยู่ตรงหน้านี้ ลั่วซางไม่หวังให้หลงเหยียนมาช่วยตน
หลงเหยียนมองเขาคล้ายกำลังมีความสุข ตอนแรกอยากลงมือช่วยเขา หรือไม่ก็ช่วยผู้พิทักษ์ลิ่งสังหารลั่วซาง ทว่าหลงเหยียนกลัวว่าหากซือถูหม่ากลับมา พวกเขาสองคนนั้นร่วมมือกันต่อกร ตนก็จบเห่
ฉะนั้นหลงเหยียนจึงอยู่อย่างสงบ ผู้พิทักษ์กวงตายแล้ว ส่วนผู้พิทักษ์ลิ่งก็ดูคลุ้มคลั่งมากขึ้น ปล่อยพละกำลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ความแค้นในใจลั่วซางะเิออกมา ปล่อยพละกำลังออกมาทั้งหมด ยามนี้ หลงเหยียนยืนยิ้มอย่างผยอง ลั่วซางเห็นแบบนั้นก็ยิ่งโมโห ฉะนั้นเขาจึงไม่ออมมือ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ปล่อยรังสีบนตัวออกมาเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้
“ตายเสียเถอะ” ลั่วซางะโเสียงดัง
“ยังไม่แน่ว่าใครจะเป็ฝ่ายตาย!” ผู้พิทักษ์ลิ่งไม่กล้าประมาท
ในเมื่อระดับพลังของผู้พิทักษ์ลิ่งต่ำกว่าลั่วซางหนึ่งระดับ หลังจากพวกเขาหลายคนโต้กลับแล้ว ผู้พิทักษ์ลิ่งก็เริ่มเห็นลางว่าจะแพ้
ซูจื่อมั่วรีบพุ่งเข้ามาข้างกายหลงเหยียน ตอนนี้เขารู้สึกสับสนจริงๆ
“หลงเหยียน เื่เมื่อครู่ ข้าต้องขอโทษด้วย ความจริงไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยเ้า ทว่าเพราะใต้เท้าลั่วซางแข็งแกร่งมากจริงๆ ข้าไม่กล้าต่อต้านเขา ตอนนี้เ้ารีบหนีไปเถอะ ไม่อย่างนั้น หากเมื่อใดที่เขาเอาชนะผู้พิทักษ์ลิ่งได้แล้ว เขาต้องมาจัดการเ้าแน่”
หลงเหยียนไม่แม้แต่จะมองเขา กลับพูดเสียงเบา “ขอบคุณในความหวังดีของเ้า” น้ำเสียงเขาเรียบเฉยนัก
ทว่าในใจหลงเหยียนก็เข้าใจ ในเมื่อลั่วซางแข็งแกร่งจริงๆ หากเป็ผู้อื่นก็คงไม่มีใครกล้ามีเื่กับเขา หลงเหยียนจึงไม่ได้เกลียดซูจื่อมั่วถึงเพียงนั้น
ถึงอย่างไรหลงเหยียนไม่มีทางหนีไปได้ตอนนี้หรอก เขา้ารู้ว่าลั่วซางมีพละกำลังแข็งแกร่งเพียงใด เมื่อเอาชนะผู้พิทักษ์ลิ่งได้ ไม่แน่ว่าเขาอาจเห็นจุดอ่อนของลั่วซาง แล้วล้มเขาสำเร็จ
“คนสกุลลิ่ง ตัวข้าทนกับเ้ามามากพอแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่ข้าจะปล่อยการโจมตีสูงสุดกับเ้าแล้ว”
ลั่วซางคำรามเสียงดัง “ตอนนี้เ้ารู้หรือยังว่าข้าน่ากลัวเพียงใด นี่คือวิชาการต่อสู้ระดับมายาของตระกูลลั่วข้า”
“อ๊าก!”
รังสีที่น่ากลัวระลอกหนึ่งฉีกห้วงอากาศ ตรงไปทางผู้พิทักษ์ลิ่ง ผู้พิทักษ์ลิ่งตกตะลึงมาก แววตาเขาประกายความกลัว
จากนั้นเขาก็ะเิพลังระดับมายาเช่นกัน พละกำลังพอเทียบเท่าได้กับวิชาคำรามของลั่วซาง
ขณะที่ผู้พิทักษ์ลิ่งยังไม่ทันตั้งตัว ลั่วซางก็ปล่อยพลังการโจมตีเป็ระลอกที่สอง
“ครั้งนี้เ้าตายแน่… มายาสังหาร”
วิชาคำรามและมายาสังหารเป็การต่อสู้ที่ลั่วเฉิงเคยใช้มาสู้กับหลงเหยียน ทว่าพละกำลังที่ออกมาจากลั่วซางทั้งน่ากลัวและน่าเกรงขามกว่าออกมาจากลั่วเฉิงมาก ตอนนั้นหลงเหยียนเอาชนะลั่วเฉิงด้วยวิชาหมัดทะลวง
หลงเหยียนลองคำนวณในใจ หากพละกำลังในตอนนี้ปะทะกับวิชาการต่อสู้ของลั่วซาง ตนมีสิทธิ์ชนะหรือไม่?
พละกำลังที่ลั่วซางปล่อยออกมานั้นทรงพลังมากกว่าลั่วเฉิงเป็สิบเท่า
พลังการโจมตีสุดท้าย มายาสังหาร… เงาของลั่วซางปรากฏตัวอยู่เหนือหัวผู้พิทักษ์ลิ่ง ทันใดนั้น เงามายาจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปล่อยรังสีที่สามารถแหวกห้วงอากาศเหนือศีรษะเขาได้
พลังฟาดลงใส่ตัวผู้พิทักษ์ลิ่ง ทำให้ร่างกายเขาไม่สามารถขยับไปไหนได้
ต้นหญ้า ต้นไม้ และพืชต่างๆ ที่อยู่รอบตัวของพวกเขา ล้วนสั่นะเือย่างแรง เป็ความน่ากลัวของการะเิพลังของยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์
การโจมตีที่น่ากลัวนี้ ไม่เพียงแต่ผู้พิทักษ์ลิ่งเท่านั้น แม้กระทั่งซูจื่อมั่วที่อยู่ไกล และเจียงอวี่เจ๋อที่าเ็หนักบนพื้นก็ยังสั่นสะท้าน
หลงเหยียนยังคงยืนอยู่กับที่ ขมวดคิ้วมุ่น
“ชีพมนุษย์ขั้นสูงปล่อยพลังแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ?”
ครั้งนี้ ในที่สุดผู้พิทักษ์ลิ่งก็ััได้แล้ว ความแข็งแกร่งที่มาจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามนั้นส่งผลกระทบต่อเขามากแค่ไหน
“ตระกูลอู่ตี้ยิ่งใหญ่อย่างที่คิดจริงๆ ตัวข้าไม่พอใจ ไม่พอใจ”
จากนั้น ท่ามกลางเงามายาจำนวนมาก ร่างหนึ่งลอยออกมาด้วยความเร็วปานสายฟ้า พุ่งตรงไปยังร่างของผู้พิทักษ์ลิ่ง
ลั่วซางแสดงสีหน้าเยือกเย็น เขาเป็เหมือนผู้ยิ่งใหญ่ ใบหน้าแข็งกร้าว ทันใดนั้นเอง ในที่สุดผู้พิทักษ์ลิ่งก็กลายเป็ศพไร้ิญญา
ต่อมา ลั่วซางยืนด้วยท่าทางที่หยิ่งทะนง ยามนี้ ลั่วซางหันมามองหลงเหยียนด้วยสายตาเรียบเฉย คล้ายประกายรอยยิ้มอันน่าฉงนออกมา
จึงทำให้ซูจื่อมั่วและคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างต่างก็รู้สึกเย็นวูบั้แ่หัวจรดเท้า เขาให้ความรู้สึกที่น่ากลัวมากเกินไปแล้ว หากบอกว่าเมื่อครู่การต่อสู้ของหลงเหยียนเป็เหมือนสีสันน่ามอง เช่นนั้นครั้งนี้ ลั่วซางก็สามารถกดหลงเหยียนลงได้ทันที
“ไอ้หนุ่ม กลัวแล้วใช่หรือไม่ วางใจเถิด เดี๋ยวเ้าก็จะเหมือนเขานั่นละ”
เจียงอวี่เจ๋อควบคุมร่างกายไม่ได้แล้ว ซูจื่อมั่วก็มองหลงเหยียนด้วยความประหลาดใจ ส่วนหลงเหยียนยืนนิ่งอยู่กับที่ คล้ายตกตะลึงจนขยับไม่ได้
ยอดฝีมือในสำนักมารล้วนถูกหลงเหยียนและลั่วซางสังหารจนสิ้น ในที่สุดตอนนี้หลงเหยียนก็ต้องเผชิญหน้ากับลั่วซาง เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง
เจียงอวี่เจ๋อหวาดกลัวกับภาพตรงหน้ามาก เขารู้ดีว่าตนไม่มีโอกาสรอดชีวิตแล้ว ถึงแม้ที่ผ่านมาตนเคยทำเื่ผิดพลาดมากมาย ทว่าการที่ตระกูลนั้นสมรู้ร่วมคิดกับสำนักมารก็เป็เื่ของผู้ใหญ่ในตระกูล เขารับผิดชอบเพียงแค่ต้อนรับคนเหล่านี้ในครั้งนี้เท่านั้น เมื่อนึกได้ว่าตนต้องตายที่นี่ ในใจเขาก็รู้สึกสิ้นหวังและยากจะรับไหว
ซูจื่อมั่วก็มีความคิดเช่นนั้นเหมือนกัน หากหลงเหยียนถูกสังหารด้วยความโเี้ของลั่วซาง เกรงว่าเขาต้องไม่ปล่อยตนไปแน่ มีหรือที่เขาจะยอมให้คนที่เห็นตัวเองฆ่าหลงเหยียนรอดกลับไป?
“ข้า ข้าจะไปช่วยใต้เท้าซือถู!” ซูจื่อมั่วพุ่งเข้าไปในถ้ำทันที เจียงอวี่เจ๋อเห็นแววตาของลั่วซางแล้ว เขาเองก็อยากหนีเหมือนกัน ทว่ากลับหยุดลงเพราะคำพูดของหลงเหยียน
“หากเ้ากล้าไป ข้ารับรองได้ว่าเ้าต้องตายอย่างอนาถ หากเ้าอยู่ต่อ ข้าก็รับรองเช่นกันว่าเ้าจะไม่เป็อะไร เ้าเดรัจฉานนั่นจะทำร้ายเ้าไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ”
น้ำเสียงของหลงเหยียนเืเย็นเหลือเกิน ทั้งไม่อาจต่อต้านเขาได้ เมื่อนึกถึงพละกำลังที่หลงเหยียนมี เจียงอวี่เจ๋อจึงไม่ยอมขยับ ก่อนจะนึกในใจ ‘หากว่าพวกเขาสองคนเริ่มสู้กันจนเจ็บปางตายทั้งคู่ บางทีข้าอาจมีโอกาสหนีเอาชีวิตรอด’
ลั่วซางโมโหยิ่งกว่าเดิม “บัดซบ นี่เ้ากล้าด่าว่าข้าเป็เดรัจฉานหรือ”
ครั้งนี้หลงเหยียนไม่เสแสร้งอีกต่อไป จ้องกลับไปด้วยสายตาโเี้ “แล้วเ้าไม่ใช่หรอกหรือ?”
--------------------
