ร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ ร่างกายยังรู้สึกหนักอึ้ง แต่ไม่ถึงกับทรมาน เธอก้าวไปตามพื้นไม้เก่า เสียงฝีเท้าเบาเกินกว่าจะดึงความสนใจใครได้อยู่แล้ว
กระจกบานสูงตั้งอยู่มุมห้อง
กรอบไม้สีอ่อน ซีดจากกาลเวลา แต่กระจกยังใสพอจะสะท้อนภาพได้ชัด
เธอหยุดยืนตรงหน้า และชะงัก
เด็กผู้หญิงในกระจกมี ผมสีทองอ่อน ยาวประบ่า เส้นผมไม่เงางามอย่างที่ควรจะเป็สำหรับลูกสาวตระกูลชนชั้นสูง แต่ก็ไม่ถึงกับยุ่งเหยิง ใบหน้าเล็กได้รูป จมูกเรียว ปากบาง สีผิวขาวซีดราวกับไม่ค่อยได้ออกแดด
…สวย
ไม่ใช่ความสวยแบบเด็กน่าทะนุถนอม
แต่เป็ความสวยที่สะดุดตาเกินไป
เธอมองตัวเองนิ่ง
ดวงตาสีแดงคู่นั้นจ้องกลับมาโดยไม่หลบ
เพราะจากความทรงจำที่ไหลเข้ามา เด็กคนนี้ไม่เคยคิดว่าตัวเองสวย
ไม่เคยถูกคนอื่นนอกจากพ่อของเธอชม
ไม่เคยถูกมองว่าเป็คุณหนูตระกูลชนชั้นสูง
ไม่เคยถูกแต่งตัวให้เหมาะกับคำว่า “สายเืสูงศักดิ์
ความทรงจำค่อย ๆ คลี่ออก เหมือนม่านที่ถูกเปิดทีละชั้น
"อาเชนวาลด์"
เป็หนึ่งในตระกูลดยุกที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักร
สายเืบริสุทธิ์ เข้มแข็ง และหยิ่งในศักดิ์ศรี
ลูกหลานของตระกูลนี้ ต้องมี ผมสีทองและดวงตาสีม่วง
สีแห่งอำนาจ
สีแห่งสายเืที่ได้รับการยอมรับจากราชสำนัก
ภาพของคนในตระกูลผุดขึ้นในหัว ชายหญิงในชุดหรูหรา
ผมทองเป็ประกาย ดวงตาม่วงลึกนิ่งเฉียบ
ยืนอย่างสง่างามราวกับเกิดมาเพื่อปกครอง
และเอเลน่า…ไม่เหมือนพวกเขา ผมสีทองของเธอซีดกว่า
ดวงตา…สีแดง
สีที่ไม่มีใครอธิบายให้เธอฟัง
รู้เพียงว่า ทุกครั้งที่มีคนสบตาเธอ จะมีความเงียบตามมาเสมอ
ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็ความไม่ยอมรับ
เธอจำได้ วันที่ถูกพาไปยืนในห้องโถงใหญ่
ผู้ใหญ่ในตระกูลมองเธอผ่านไปเหมือนอากาศ
ไม่มีใครเรียกชื่อ ไม่มีใครตำหนิ ไม่มีใครปกป้อง
“เด็กคนนั้น…ไม่เหมือนเรา”ประโยคนั้นไม่ได้พูดกับเธอ
แต่เธอได้ยิน จากวันนั้น เอเลน่าก็ถูกส่งมาอยู่ที่อาคารเงียบ ๆ แห่งนี้
ไม่ได้ถูกขัง ไม่ได้ถูกทำร้ายอย่างเปิดเผย
แค่…ถูกลืม ความทรงจำของเด็กคนนี้เรียบง่ายจนน่าเศร้า
ห้องนี้ หน้าต่างนี้ คนรับใช้ไม่กี่คน อาหารที่ไม่เคยขาด แต่ไม่เคยดี
ไม่มีใครอธิบายว่าเพราะอะไร ไม่มีใครบอกว่าเธอทำผิดอะไร
เธอมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง
เด็กหญิงผมทองตาแดงในชุดนอนเรียบ ๆ
ลูกสาวของตระกูลชนชั้นสูง
แต่ถูกปฏิบัติราวกับเป็แขกที่ไม่ควรอยู่นาน
ในอกของเธอไม่มีความโกรธ มีเพียงความนิ่งที่คุ้นเคย
ริมฝีปากเล็กโค้งขึ้นนิดเดียว ไม่ใช่รอยยิ้ม
แต่เป็การยอมรับความจริง มือเล็กยกขึ้นแตะขอบตาเบา ๆ
ปลายนิ้วเล็กสั่นเล็กน้อย
ในเกาหลี เธอเคยชินกับการถูกจ้องมองด้วยสายตาเกรงใจ
ในห้องประชุม คนมองเธอเพราะอำนาจ เพราะตำแหน่ง
เพราะชื่อ คัง ซอฮยอน แต่สายตาคู่นี้…
เป็สายตาที่จะถูกมองด้วยความรังเกียจั้แ่แรกเห็น
เธอก้มมองชุดนอนที่สวมอยู่
ผ้าสีอ่อน เรียบง่าย ไม่มีลวดลาย ไม่ใช่ของราคาถูก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ลูกสาวตระกูลดยุกควรใส่
คัง ซอฮยอน อายุ 29 ปี
ผู้หญิงที่เริ่มจากศูนย์ ไม่มีตระกูลหนุนหลัง
เพราะในตะกูลจ้องแต่จะทำร้ายกัน
มีแค่สมอง การตัดสินใจ และความเ็าในเวลาที่จำเป็
เธอจำได้ว่าตัวเองนั่งอยู่หัวโต๊ะ
จำได้ว่าคำพูดของเธอทำให้คนทั้งห้องเงียบ
จำได้ว่าต้องแข็งแกร่งแค่ไหน ถึงยืนอยู่ตรงนั้นได้
และจำได้ดี…
ว่าเธอเลือกยืนรับะุแทนน้องชายโดยไม่ลังเล
คัง ซอฮยอนหลับตา แล้วเปิดขึ้นมาอีกครั้ง
ภาพในกระจกยังอยู่ เด็กหญิงผมทอง ดวงตาแดง
ร่างกายอายุแค่แปดขวบ แต่สายตา…ไม่ใช่ของเด็ก
“ถ้านี่คือร่างของฉันในโลกนี้…”
เสียงในหัวเงียบสงบเกินกว่าจะเป็ของเด็กที่เพิ่งฟื้นจากความตาย
“งั้นฉันคงต้องเริ่มใหม่…โดยไม่ลืมว่าฉันเคยเป็ใคร”
เธอไม่หลบสายตาตัวเอง ไม่ปิดตา คัง ซอฮยอน
ไม่พยายามทำเป็ไม่เห็นสีแดงคู่นั้น เพราะในชีวิตก่อน
เธอไม่เคยได้อะไรมา จากการหลบหนีความจริง
และชีวิตนี้ก็เช่นกัน ซอฮยอนหันหลังให้กระจก
เด็กคนนี้อ่อนแอ ถูกเมิน
ถูกปล่อยให้อยู่ในตึกเล็กๆ และถ้าเธอไม่เข้ามาสวมร่าง ก็แปลว่าเอเลน่าต้องจบชีวิตไปทั้งแบบนั้น ช่างน่าสงสารจริงๆ
ซ้ำตอนมีชีวิตยังถูกคนรับใช้เหยียบย่ำ โดยไม่มีใครสนใจ
แต่ตอนนี้คนที่อยู่ข้างใน
คือ คัง ซอฮยอน ประธานบริษัทั์ใหญ่ในเกาหลี
และเธอรู้ดีว่าอำนาจ…ไม่จำเป็ต้องเริ่มจากตำแหน่ง
บางครั้ง..มันเริ่มจากการ “ไม่ยอมถูกมองข้าม” อีกต่อไป
