รายการ 'พาหนูน้อยไปเที่ยว' เลือกใช้วิธีเปิดตัวแขกรับเชิญอาทิตย์ละคน ซึ่งเรียกกระแสได้ถล่มทลายั้แ่ยังไม่เริ่มถ่ายทำ
เปิดตัวไปแล้วสี่คน และฉินซือเจิงคือคนสุดท้าย
เพจทางการเพิ่งประกาศได้ไม่ถึงสิบนาที ทัวร์ก็ลงรายการจนพุ่งติดเทรนด์อันดับหนึ่งทันที
[วงการบันเทิงสิ้นไร้ไม้ตอกแล้วเหรอ? ถึงได้เอาปลาเน่าตัวเดียวมาทำให้เหม็นไปทั้งข้อง?]
[เคยเห็นคนรนหาที่ตาย แต่ไม่เคยเห็นใครรนหาที่ตายได้ขนาดนี้ นี่เป็ครั้งแรกเลยที่รายการยังไม่ทันถ่ายฉันก็เทแล้ว ลาก่อน]
[อิทธิพลเงินทุนนี่มันน่ากลัวจริง ๆ นะ ฉินซือเจิงทำตัวสวะขนาดนี้แล้วยังมีงานป้อนให้อีกเหรอ? เห็นคนดูเป็ผักปลาหรือไง ศิลปินแบบนี้ไม่แบน?]
[มิน่าล่ะวันก่อนถึงออกมาขอโทษเหวินเยว่ ที่แท้ก็อยากจะกลับมาหากินนี่เอง นึกว่าจะเลิกทำมาหากินทางนี้แล้วซะอีก?]
[#แบนฉินซือเจิง# ตอนเดบิวต์ก็ปาดหน้าพี่สี่คว้ารางวัลไปดื้อ ๆ การแสดงห่วยแตกขนาดนั้นนึกว่าคนดูตาบอดรึไง? ทรัพยากรดีมาตลอด ทำตัวแย่ขนาดนั้นยังไม่โดนแบน บอกว่าไม่มีเสี่ยเลี้ยงใครจะไปเชื่อ]
[ [ลิงก์] ฉันบอกแล้วว่ามันมีเสี่ย แถมไม่ได้มีแค่คนเดียวด้วย ไทม์ไลน์ชัดเจนขนาดนี้ ติ่งยังจะแกล้งทำเป็ตาบอดอีก ยอมใจเลย]
[#ฉินซือเจิงถอนตัวจากรายการหนูน้อย# พี่สี่ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ โดนไอ้ปลิงนี่เกาะกระแสไม่เลิก ตอบโต้ก็ขยะแขยง ไม่ตอบโต้ก็รำคาญใจ ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็คู่แข่งอีกเหรอ คู่ควรเป็คู่แข่งพี่สี่ตรงไหน?]
[รวมวีรกรรมฉาวฉินซือเจิง! ปาข้าวของในกองถ่าย ทำตัวกร่าง หน้าบูด ใส่ร้ายศิลปินรุ่นเดียวกัน ทำร้ายร่างกายผู้ช่วย มีครบทุกรส คลิกเลย!]
ฉินซือเจิงมองคอมเมนต์ที่ถาโถมเข้ามาแล้วแทบจะประสาทกิน เ้าของร่างเดิมนิสัยแย่ขนาดไหนกันเนี่ย เลื่อนดูมาครึ่งชั่วโมงแทบไม่เจอใครพูดแก้ต่างให้เลย
เจียงซีช่วยจัดกล้องให้ เช็กมุมกล้องเรียบร้อยแล้วก็พูดด้วยความเป็ห่วง "พี่ครับ หรือจะรออีกหน่อยค่อยไลฟ์ดี รอให้พวกเขาใจเย็นลงก่อน"
ฉินซือเจิงนวดใบหูแล้วพูดว่า "จะยืดหัวหรือหดหัวก็โดนเชือดเหมือนกัน ฉันไม่ยอมเป็ไอ้ตัวหดหัวนั่นหรอก ตัวที่ชอบหดหัวเขาเรียกว่าอะไรนะ?"
เจียงซีต่อให้ "เต่าหัวหดครับ"
พูดจบก็รีบตะครุบปากตัวเอง แย่แล้ว ปากไวไปหน่อย ฉินซือเจิงต้องโกรธแน่ ๆ
คนที่น่าจะโกรธกลับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกดเปิดไลฟ์ เนื่องจากเคยลงแข่งมาก่อนเลยไม่ตื่นกล้อง
รอยยิ้มเพิ่งจะปรากฏบนใบหน้า คำว่า "สวัส..." ยังไม่ทันหลุดออกจากปาก แพลตฟอร์มไลฟ์ก็ล่มไปซะแล้ว
เจียงซี "... พี่ครับ วิถีซุปตาร์ตัวท็อปก็งี้แหละ เป็เครื่องยืนยันความดัง ถือเป็วาสนานะครับ"
"ซุปตาร์ที่ใคร ๆ ก็รุมด่าสินะ ท็อปฟอร์มจริง ๆ" ฉินซือเจิงยิ้มหวานให้เขาพลางพูดว่า "ประโยคนั้นเขาพูดว่าไงนะ วาสนานี้ให้เธอ เธอจะเอาไหม?"
เจียงซีโบกมือไม้สั่น
รออยู่สักพักก็เข้าไลฟ์ใหม่ได้ ฉินซือเจิงปรับสีหน้าแล้วทักทายหน้ากล้องใหม่อีกครั้ง "สวัสดีครับทุกคน ผมฉินซือเจิงครับ เมื่อกี้เว็บล่มไป ระบบเปราะบางจังเลยนะครับ"
[ไอ้โง่ไสหัวไป ไอ้โง่ไสหัวไป ไอ้โง่ไสหัวไป!!]
[ยังกล้าไลฟ์อีกเหรอ? ดูท่าจะหน้าด้านไร้เทียมทานจริง ๆ ขอร้องล่ะถอนตัวจากรายการเถอะนะ? ฉันอยากดูพี่เชียนชิวของฉัน นายอย่ามาทำให้ฉันคลื่นไส้ได้ไหม?]
เจียงซีเห็นสีหน้าฉินซือเจิงเปลี่ยนไป ก็นึกถึงคำกำชับของสวีเ้า รีบเขียนข้อความใส่กระดาษชูให้ฉินซือเจิงดู: พี่ ใจเย็น ๆ คิดซะว่าพวกเขาผายลม
ฉินซือเจิงหลุดขำพรืด ดวงตาโค้งลงเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว ประกายตาสว่างไสว รอยยิ้มกระชากใจทำเอาช่องแชตชะงักไปสองวินาที
เจียงซีกระซิบเตือน "พี่ครับ พูดเื่รายการหน่อย"
ฉินซือเจิงมองสคริปต์ที่สวีเ้าเตรียมไว้ให้ เม้มปากตามความเคยชินแล้วพูดว่า "รายการพาหนูน้อยฯ เป็รายการที่ผมชอบมาก ซีซันที่แล้วผมตามดูตลอด ครั้งนี้รู้สึกเป็เกียรติมากที่ได้เข้าร่วมครับ"
"ส่วนตัวผมชอบเด็กมาก ๆ และคาดหวังกับการเดินทางครั้งใหม่นี้มาก หวังว่าจะมอบความทรงจำที่สวยงามให้กับน้อง ๆ และหวังว่าจะแสดงให้ทุกคนเห็นฉินซือเจิงคนใหม่ครับ"
[นายเป็เกียรติ แต่แขกรับเชิญคนอื่นจะซวยเอาน่ะสิ คราวนี้กะจะซื้อข่าวอวยตัวเองข่มใครอีก? จะปล่อยข่าวลือว่าใครศัลยกรรมอีกล่ะ?]
[พวกเราไม่อยากเห็นคนใหม่อะไรทั้งนั้นแหละ เราแค่อยากให้นายไสหัวไปจากวงการบันเทิง หายไปจากสายตาพวกเราตลอดกาล]
[เมื่อก่อนตอนถ่ายละคร ฉินซือเจิงเปลี่ยนผู้ช่วยไปเจ็ดคนในเดือนเดียวนะ วันนี้ฉันขอฟันธงไว้ตรงนี้เลย คุณหนูฉินอยู่ไม่รอดเกินตอนแรกหรอก ถ้าฉันทายผิดฉันจะสร้างโรงเรียนให้ในพื้นที่เลย ถือซะว่าปลอบขวัญเด็ก ๆ ที่โดนฉินซือเจิงรังแก]
[หน้าฉินซือเจิงยังไงก็คือดีงาม ขาจรไม่สนดราม่า แค่ได้เสพความหล่อฉันก็ฟินแล้ว เบ้าหน้าขนาดนี้จะเอาอะไรอีก]
[ความเห็นข้างบนโผล่มาจากไหน ติ่งเน่าอย่ามาเนียนเป็ขาจร ดาราแกไปร่วมงานกับใครคนนั้นก็ซวยไม่รู้เหรอ? คราวนี้จะลงมือกับเด็กแล้วหรือไง?]
ฉินซือเจิงรู้อยู่แล้วว่าจะออกมาสภาพนี้ แอดมินคงลบกันมือหงิก เขาเลยไม่อยากสร้างภาระเพิ่ม ตัดสินใจไม่ให้สวีเ้าส่งคนมาแบนพวกแอนตี้แฟน
เขาข้ามคอมเมนต์พวกนั้นไป แล้วอ่านตามสคริปต์ต่อไปเรื่อย ๆ "จักรพรรดิภาพยนตร์ลู่ เป็รุ่นพี่ที่ผมเคารพมาก และเป็นักแสดงที่ผมชื่นชอบมาก ผมดูหนังของเขาทุกเื่เลยครับ"
[อย่าเลย อยู่ห่าง ๆ พี่สี่ของพวกเราไว้ อย่ามาดูหนังเขา ฉันกลัวพี่สี่แปดเปื้อน]
[ตะเองวางแผนอนาคตไว้ยังไงบ้าง? รอดูรายการใหม่อยู่นะ สู้ ๆ!]
[ตะเองโตแล้ว ฮือ ๆ แม่รักหนูนะ แต่สัญญากับแม่ก่อนว่าตั้งใจทำงานอย่าเพิ่งมีความรัก ยกเว้นจะรักกับแม่!]
[ฮือ ๆ สามีหล่ออีกแล้ว แม่สั่งให้หนูไลฟ์กับโพสต์เวยปั๋วทุกวันเลยนะ ได้ยินไหม? แม่กราบขอร้องล่ะ]
ฉินซือเจิงตาไวเห็นสองคอมเมนต์ที่เป็มิตรท่ามกลางคอมเมนต์ด่าทอมากมาย เขาเม้มปากจนกระจับปากยุบลง ลักยิ้มผลุบโผล่
"อนาคตจะตั้งใจทำงานครับ จะไม่มีความรัก"
หลังจากคอมเมนต์นั้นก็มีคนเข้ามาเชียร์และให้กำลังใจประปราย แต่ไม่นานก็โดนกลบจนมิด
ฉินซือเจิงยังคงยิ้มแย้ม ตอบกลับคอมเมนต์ดี ๆ ไม่กี่อัน พูดตามที่สวีเ้าสั่งจนครบ แล้วก็บอกลาปิดไลฟ์ไป
ตอนแรกเจียงซีก็กังวลนิดหน่อย แต่พอได้ััมาไม่กี่วันก็เริ่มชอบฉินซือเจิงเข้าจริง ๆ เขาฉีกกระดาษสคริปต์ทิ้งด้วยความโมโห "พวกนั้นด่าแรงเกินไปแล้ว! ผมอยากจะมุดเข้าไปต่อยเรียงตัวเลย!"
ฉินซือเจิงยิ้มตาหยี ลักยิ้มสองข้างแก้มเหมือนบ่อบรรจุน้ำเชื่อมหวานฉ่ำ
"พี่ไม่โกรธเหรอครับ? คนตั้งเยอะแยะไม่รู้ความจริงก็ด่าพี่แล้วพี่ยังจะยิ้มอีก!" เจียงซีเดือดดาล ดีไม่ดีเวยปั๋วพวกนั้นฉินซือเจิงคงโพสต์เพราะโกรธจนสติหลุดแน่ ๆ!
ฉินซือเจิงเงยหน้ามองเขา "งั้นฉันจะถือว่านี่คือจุดต่ำสุดที่จะดีดตัวกลับขึ้นไปก็แล้วกัน ในเมื่อมันเป็แบบนี้แล้ว ต่อจากนี้ทุกก้าวที่เดินก็คือก้าวที่สูงขึ้น ไม่ดีเหรอ?"
เจียงซีไม่ค่อยเข้าใจ ได้แต่บ่นพึมพำในใจ: มองโลกในแง่ดีขนาดนี้ จะดีดตัวกลับได้จริงเหรอ?
เขาไม่รู้หรอกว่า คำว่า 'ชนะ' ของฉินซือเจิงในอดีต แลกมาด้วยหมัดต่อหมัด แชมป์ที่ได้มาจากการสั่งสมาแและกระดูกที่แตกร้าว เขาไม่เคยกลัวความพ่ายแพ้
ในเมื่อ์ให้เขาได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง เขาจะทำให้ฉินซือเจิงกลับสู่จุดสูงสุดให้ได้!
แต่ว่า... เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวงการบันเทิงเลยอะ!
ตายแน่
ฉินซือเจิงฟุบลงกับโต๊ะหมดสภาพเหมือนปลาเค็มตากแห้ง นึกด่าเ้าของร่างเดิมในใจว่าทำไมถึงได้ขยันสร้างเื่ขนาดนี้ โดนแบนขนาดนี้ก็สมควรแล้วล่ะ
พอไลฟ์จบ แฮชแท็กใหม่ก็ไต่ขึ้นเทรนด์แบบเงียบ ๆ
#ขำกลิ้งฉินซือเจิงบอกจะตั้งใจทำงาน#
สวีเ้าเห็นเทรนด์แล้วรีบวิดีโอคอลมาทันที "ไม่เลว ๆ ตอบโต้ได้ดี เมื่อก่อนนายไม่ค่อยยิ้ม เสียดายลักยิ้มสองข้างนั่นเปล่า ๆ ต่อไปยิ้มเยอะ ๆ อ้อนแฟนคลับหน่อยไม่เสียหาย นายทำตัวนุ่มนิ่มเข้าไว้ อันไหนตอบไม่ได้ก็ทำตาแดง ๆ ขอความเห็นใจ พวกเขาแพ้ทางแบบนี้"
เจียงซีรีบผสมโรง "ใช่ ๆ! ภายนอกดูเป็สาวน้อยไร้เดียงสา แต่ข้างในหื่นกามตัวแม่เลย"
ฉินซือเจิงมองตัวเองในกล้อง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าใช้หน้าตานี้อ้อนขอความเห็นใจ
ดาเมจมันรุนแรงมหาศาลจริง ๆ
ไลฟ์นี้ส่งเขาขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งแถมพ่วงคำว่า 'ฮอต' ต่อท้าย สวีเ้าพอใจมาก "ทราฟฟิกคือชีวิต ดังในทางลบก็คือดัง ตอนนี้เราปั่นกระแสให้ติดลมบนก่อนแล้วค่อย ๆ ฟอกขาวทีหลัง อย่าร้อนใจอย่ารีบร้อน เข้าใจไหม?"
ฉินซือเจิงนึกถึงความสัมพันธ์ในต้นฉบับที่สวีเ้าเป็คนเก็บศพเขาในตอนท้าย ก็พยักหน้าด้วยความเชื่อใจ "ฟังตามที่พี่สวีจัดการครับ"
สวีเ้ารู้สึกเหมือนได้เห็นฉินซือเจิงตอนเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่ ๆ ตื้นตันจนน้ำตาแทบไหล "ดีมาก ๆ สองสามวันนี้ก็นอนรอเข้ากองถ่าย อ้อจริงสิ ฉันหาฟิตเนสให้นายไปยกเวทสักสองวัน รายการนี้น่าจะใช้แรงเยอะ นายอย่าไปเป็ลมกลางกองถ่ายซะก่อนล่ะ"
ฉินซือเจิงคิดในใจว่าแรงผมมีเหลือเฟือ ยกพี่ยังได้ด้วยมือเดียว แถมยังจับเหวี่ยงได้อีกสามรอบ
ให้พี่ได้ััความเสียวเหมือนนั่งรถไฟเหาะเลยล่ะ
สวีเ้ากำชับจุกจิกอีกชุดใหญ่ โดยเฉพาะย้ำกับเจียงซีว่า "จับตาดูซือเจิงไว้ ห้ามให้ไปพูดอะไรในเวยปั๋ว ไม่งั้นฉันจะบิดหัวนายให้หลุด!"
เจียงซีหดคอหนี "พี่ฉินคงไม่โพสต์มั่วซั่วหรอกมั้งครับ?"
ฉินซือเจิงเอียงคอยิ้มตาหยี เท้าคางทำท่าครุ่นคิด "งั้นเสี่ยวซีเสียสละหน่อย ให้พี่สวีบิดหัวนายหลุดเพื่อฉลองการกลับมาของฉันดีไหม?"
เจียงซีหน้าตื่น "มะ... ไม่ดีมั้งครับ"
แต่สวีเ้าขำไม่ออก หน้าตาเคร่งเครียดคิดหนัก: ชื่อเสียงขนาดนี้ จะกู้กลับมาไม่ใช่เื่ง่ายเลย ยิ่งมีูเาลูกใหญ่ที่ชื่อลู่เซี่ยนชิงทับไว้อีก
[จบแล้ว]
