เงินหนึ่งพันกว่าตำลึงบนโต๊ะ เถ้าแก่อวี๋ไม่คิดจะปล่อยให้พวกเคอโยวหรานนำกลับไปทั้งหมด เหตุใดคนเหล่านี้ถึงได้มือไม้ว่องไวยิ่งนัก
หึ! อย่าคิดว่าแค่แอบเก็บเงินไปอย่างเงียบเชียบก็จะสิ้นเื่เชียวเล่า
หลังออกจากโรงสุราฟู่หยวนแห่งนี้ หากต้องพบผู้มีใจมุ่งร้ายเข้ามาดักปล้นก็นับเป็เื่ปกติมิใช่หรือ?
ขอเพียงเงินยังอยู่บนกายของอีกฝ่าย แค่ไปตามเอาเงินกลับมา ยังจะมิง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือหรอกหรือ?
เื่นี้ไม่ต้องรีบร้อน สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการนำเคล็ดลับมาไว้ในมือจึงจะถูก
เมื่อคิดเช่นนี้ เถ้าแก่อวี๋พลันปริปากเอ่ยว่า “ฮูหยินน้อยสกุลต้วน วิธีทำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ และเต้าฮวย อย่างละหนึ่งหมื่นตำลึง ทั้งหมดราคาสามหมื่นตำลึง หลังเ้าขายให้โรงสุราฟู่หยวนของพวกข้า
ภายหน้าพวกเ้าก็มิอาจทำขายได้อีกแล้ว เป็อย่างไร?”
“หืม? สามหมื่นตำลึงเชียวหรือ? เป็ราคาที่สูงทีเดียวเ้าค่ะ” เคอโยวหรานนึกขบขัน
“ข้าว่านะเถ้าแก่อวี๋ วิธีทำเต้าหู้นี้หาเงินทองได้มากมายเพียงใด คงไม่ต้องให้ข้าช่วยท่านคำนวณกระมัง? คิดจะใช้เงินสามหมื่นตำลึงขับไล่พวกข้าดั่งขอทานหรือเ้าคะ?”
สายตาของเถ้าแก่อวี๋มีประกายเย็นเยียบวูบผ่านโดยพลัน เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม “เช่นนั้นฮูหยินน้อยสกุลต้วนคิดว่าควรจะขายในราคาเท่าใด?”
เคอโยวหรานกระตุกริมฝีปากเอ่ย “หนึ่งเคล็ดลับหนึ่งล้านตำลึง ทั้งหมดรวมเป็เงินสามล้านตำลึง นี่คือราคามิตรภาพแล้วเ้าค่ะ หากเปลี่ยนเป็ผู้อื่น ไม่ว่าจะจ่ายเงินมากมายเพียงใดข้าก็ไม่ขาย เป็อย่างไร เถ้าแก่อวี๋จะลองพิจารณาดูสักหน่อยหรือไม่!”
“สามล้านตำลึง? คนสกุลต้วน เหตุใดเ้าถึงมิปล้นเอาเสียเลยเล่า?” เถ้าแก่อวี๋กระเด้งกายลุกขึ้นฉับพลัน เืทั้งกายเดือดพล่าน โมโหเสียจนเป็ตะคริวไปทั่วร่าง
สายตาของต้วนเหลยถิงปรากฏความขบขัน กล่าวไปแล้วโยวหรานของเขาช่างเปี่ยมความสามารถในการทำให้ผู้อื่นโมโหเจียนตายแต่กลับมิอาจต่อว่าได้จริงๆ
เคอเจิ้งตงถึงกับเผลอกัดลิ้นของตนเองอย่างแรง เจ็บเสียจนน้ำตาแทบจะเล็ดออกมา
สามล้านตำลึง? บุตรสาวของเขาก็ช่างกล้าเอ่ยออกมา เห็นทียังมีอีกหลายสิ่งที่ตนจำต้องเรียนรู้ให้มาก
ควรจะออกมาเดินเล่นข้างนอกกับบุตรสาวบ่อยครั้งสักหน่อย หากเอาแต่อ่านหนังสือทุกวัน ทว่ากลับไม่รู้เื่ราวภายนอกแม้แต่นิด ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องถูกผู้อื่นขุดหลุมฝังทั้งเป็จนไม่เหลือกระทั่งกางเกงเสียแล้ว
มิอาจไม่กล่าวว่าการตามโยวหรานออกมาข้างนอกครานี้ เคอเจิ้งตงได้เรียนรู้มากมาย ความคิดถูกยกระดับขึ้นอย่างฉับพลัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก กระทั่งอิ่งเอ้อร์ที่ผ่านการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ เมื่อได้ยินราคาที่ฮูหยินน้อยสามของตนเอ่ยออกไป เขายังเกือบจะลื่นไถลลงจากม้านั่งเช่นกัน
มีเพียงต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานที่สุขุมยิ่งนัก ทำเหมือนเื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนโดยสิ้นเชิง และคล้ายแค่ผ่านมาเที่ยวเล่นยังสถานที่แห่งนี้เท่านั้น
เคอโยวหรานไม่แยแสท่าทีตกตะลึงและโมโหจนกระทืบเท้าของเถ้าแก่อวี๋ เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมว่า
“ในเมื่อเถ้าแก่อวี๋รับราคานี้ไม่ไหว เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีสิ่งใดให้หารือกันแล้วเ้าค่ะ นับั้แ่วันพรุ่งเป็ต้นไป เกรงว่าเต้าหู้กับเต้าฮวยคงจะต้องหยุดทำเสียแล้ว”
“เ้ากล้าหยุดทำสินค้าหรือ?” เถ้าแก่อวี๋ถลึงตาจ้องเคอโยวหราน ตามด้วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“เ้าอย่าได้ลืมไปว่าพวกเราลงนามในสัญญาด้วยกัน หากพวกเ้าหยุดทำสินค้าฝ่ายเดียวจำต้องชดเชยค่าเสียหาย”
เคอโยวหรานหัวเราะ อาศัยการบดบังของชายแขนเสื้อหยิบใบสัญญาออกมาจากในมิติวิเศษ หลังอ่านหนึ่งรอบจึงเอ่ยขึ้นว่า
“เถ้าแก่อวี๋โปรดดู บนสัญญาเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าการขึ้นราคาวัตถุดิบจะสอดคล้องตามราคาขายเต้าหู้กับเต้าฮวย และการขึ้นราคายังต้องเป็ไปตามสถานการณ์ความเป็จริง
นอกจากนี้ยังมีสัญญาอีกข้อหนึ่งระบุเอาไว้ว่า หากพวกข้าซื้อวัตถุดิบมิได้ แค่บอกเถ้าแก่อวี๋ล่วงหน้าเป็พอ
สถานการณ์ในยามนี้คือ วัตถุดิบขึ้นราคา แต่ท่านไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาที่พวกข้าเสนอ อีกทั้งราคาเดิมก็ไม่สามารถหาซื้อวัตถุดิบได้
เช่นนั้นพวกข้าจึงได้เพียงหยุดทำสินค้า ต่อให้ท่านไปแจ้งจวนว่าการอำเภอ พวกข้าก็ยังเป็ฝ่ายมีเหตุผลใช่หรือไม่เ้าคะ?”
“เ้า...?” เถ้าแก่อวี๋ถึงกับวาจาอ้ำอึ้ง
เหตุใดยามนั้นเขาถึงได้ถูกฮูหยินน้อยสกุลต้วนหลอกล่อให้ลงนามในสัญญาเช่นนี้เสียได้?
เพียงแต่เถ้าแก่อวี๋โมโหและอัดอั้นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เขาปรับอารมณ์ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นนั่งลงอย่างเชื่องช้าพลางยกยิ้มชั่วร้ายเอ่ยว่า
“เมื่อครู่ข้าบอกว่าจะซื้อเคล็ดลับทั้งสามอย่างด้วยเงินสามหมื่นตำลึง ยามนี้ข้าเปลี่ยนความคิดแล้ว พวกเ้าจงส่งเคล็ดลับออกมาเสีย มิเช่นนั้นเกรงว่าวันนี้พวกเ้าคงออกจากโรงสุราฟู่หยวนแห่งนี้ไม่ได้เสียแล้ว”
“อ้อ? จริงหรือเ้าคะ?” เคอโยวหรานกล่าวด้วยความสุขุม “ท่านก็แค่จุดยาสลบในห้องส่วนตัวนี้มิใช่หรือ? ท่านอาจารย์ของข้าเลิกใช้ของเล่นเช่นนี้มานานแล้ว เด็กน้อยเกินไป เปลี่ยนเป็บางสิ่งที่อลังการกว่านี้ได้หรือไม่เ้าคะ?”
เถ้าแก่อวี๋ “...?”
ไป่หุยเซียงที่ไร้สีไร้กลิ่นและค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่กายคน เป็เพียงของเด็กเล่นงั้นหรือ?
หากไม่กินยาถอนพิษล่วงหน้า เมื่อติดพิษนี้จะทำให้ทั่วทั้งร่างอ่อนแรง สมองกระจ่างแจ้งแต่กลับมิอาจออกแรงได้แม้แต่นิด
เดิมคิดว่ารอจนกระทั่งอีกฝ่ายไร้เรี่ยวแรงก็จะถูกเขาบีบบังคับตามอำเภอใจ
กลับนึกไม่ถึงว่ายามนี้ล่วงเลยเวลายาออกฤทธิ์ไปแล้ว แต่คนเหล่านี้จะยังนั่งอยู่ที่นี่ตามปกติ
แท้จริงแล้วเกิดข้อผิดพลาดที่ใดกัน? เพราะเขามิได้ใช้ไป่หุยเซียงที่เป็ยาสลบแค่เพียงชนิดเดียวงั้นหรือ
เคอโยวหรานโน้มกายไปข้างหน้าเล็กน้อย นางเอาแขนวางลงบนโต๊ะเพื่อเท้าคาง จากนั้นเอ่ยอย่างเบื่อหน่ายยิ่งนัก
“เถ้าแก่อวี๋ช่างมือเติบจริงๆ ภายในเวลาเพียงชั่วสองก้านธูปกลับจุดยาพิษไปตั้งหกชนิด ท่านเตรียมจะประลองพิษกับข้าหรือเ้าคะ?
ข้ารู้สึกว่าความคิดนี้ไม่เลวเลย ประจวบเหมาะกับข้าจะได้ทดสอบสิ่งที่เพิ่งสำเร็จวิชามาไม่นานนี้อีกด้วย
แท้จริงแล้วสิ่งที่เรียนในระยะหลังมานี้ช่างซับซ้อนยิ่งนัก หากได้แลกเปลี่ยนความรู้กับท่าน ข้าก็จะได้จัดระเบียบความคิดของตนเองสักหน่อยเช่นกันเ้าค่ะ”
เถ้าแก่อวี๋ “...?”
นี่เขาบังเอิญได้พบยอดฝีมือเข้าหรือ? มิใช่กระมัง? นายน้อยของเขาเป็ถึงศิษย์ระดับสูงของเซียนพิษ พิษที่นายน้อยมอบให้จะเป็ของไร้คุณภาพได้อย่างไร?
ทว่าเมื่อครู่เขาใช้พิษไร้สีไร้กลิ่นไปหกชนิดจริงๆ อีกทั้ง...
เถ้าแก่อวี๋พบว่าทันใดนั้นเขาพลันเป็ดั่งกระเพาะปัสสาวะหมูที่มีรูรัว ไร้เรี่ยวแรงภายในเสี้ยววินาที ทั่วทั้งร่างอ่อนเปลี้ย มิอาจออกแรงได้แม้แต่นิด
“พวกเ้า?” เถ้าแก่อวี๋ฟุบอยู่บนโต๊ะพลางจดจ้องเคอโยวหรานอย่างตกตะลึง
เขาพบว่าสมองของตนกระจ่างแจ้ง แต่ร่างกายกลับมิอาจควบคุมได้ นี่มิใช่อาการของผู้ที่ติดพิษไป่หุยเซียงหรอกหรือ?
มิใช่กระมัง ก่อนหน้านี้เขากินยาถอนพิษแล้วมิใช่หรือ? หรือว่าเกิดปัญหากับยาถอนพิษ?
ครั้นเห็นดวงตาของเถ้าแก่อวี๋กลิ้งกลอกไปมา ครุ่นคิดนับพันนับหมื่นครั้งก็ยังไม่เข้าใจ เคอโยวหรานจึงไขข้อข้องใจให้อีกฝ่าย
“ไอ้หยา เถ้าแก่อวี๋ไม่ต้องคิดแล้ว ต้นเหตุเกิดจากยาถอนพิษที่ท่านกินเข้าไปจริงๆ เมื่อยาถอนพิษไป่หุยเซียงมาเจอกับผงอู่ฝูส่าน จะกลายเป็พิษไร้สีไร้กลิ่นอีกประเภทหนึ่ง
พิษนี้นอกจากทำให้ทั่วทั้งร่างอ่อนแรง ยังจะค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในอวัยวะทุกส่วนของท่าน ไม่เกินสามวัน ท่านจะต้องตายด้วยอาการอวัยวะภายในล้มเหลวเป็แน่เ้าค่ะ
ไอ้หยา ข้าว่านะเถ้าแก่อวี๋ นี่ท่านมีเื่ราวอันใดให้คิดไม่ตกกัน? เปิดโรงสุราใหญ่โตเช่นนี้ แต่ละวันมีเงินทองหลั่งไหลไม่ขาดสาย กลับนึกไม่ถึงว่าจะอยากฆ่าตัวตายเสียได้?”
เถ้าแก่อวี๋ “...?” เขาอยากฆ่าตัวตาย? เขาไปอยากฆ่าตัวตายเมื่อใดกัน?
หากมิใช่เพราะเห็นว่าพิษชนิดเดียวไม่ส่งผลอันใดต่อคนเหล่านี้ ตนก็คงไม่ใช้พิษเพิ่มเข้าไปอีกหลายชนิดติดต่อกัน
เขาไม่รู้ว่าเมื่อยาพิษผสมกับยาถอนพิษจะกลายเป็พิษชนิดใหม่ ตอนนายน้อยมอบพิษให้มิได้บอกเื่พวกนี้เอาไว้สักหน่อย?
นี่ไม่เท่ากับย้อนทำร้ายตนเองหรอกหรือ? มีเวลาแค่สามวัน ตนจะไปหานายน้อยที่เคลื่อนไหวไร้ร่องรอยให้ช่วยถอนพิษจนทันได้อย่างไร?
ยามนี้จะทำเช่นไรดี?
เดิมทีคิดจะเอามาขู่เข็ญผู้อื่น นึกไม่ถึงว่ากลับกลายเป็ถวายชีวิตน้อยๆ ของตนเองไว้ในมือผู้อื่นเสียแล้ว เถ้าแก่อวี๋อยากร้องไห้ทว่าไร้น้ำตา
ยามนี้เขานึกเสียใจในภายหลังเหลือเกิน หากรู้ว่าเื่ราวจะเป็เช่นนี้ มิสู้ตอบรับข้อเสนอของอีกฝ่ายั้แ่แรก เพียงเพิ่มราคาขึ้นเท่านั้น...
ไม่ถูกต้อง ประเดี๋ยวก่อน...
ไป่หุยเซียงคือเคล็ดวิชาลับของสำนักพิษ ฮูหยินน้อยสกุลต้วนรู้ได้อย่างไรกัน?
หรือว่า?...
